ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 7 โจรเด็ดบุปผา 2

ชื่อตอน : บทที่ 7 โจรเด็ดบุปผา 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 524

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ต.ค. 2563 19:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7 โจรเด็ดบุปผา 2
แบบอักษร

บทที่ 7 โจรเด็ดบุปผา 2

 

"เจ้าคนบัดซบ เจ้าคนไร้ยางอาย เจ้าคนวิปริต"หลินเฟยเหนื่อยที่จะควบคุมอารมณ์ให้สงบอีกต่อไป จึงเอ่ยออกไปไม่มียั้ง

 

 

"หรือองค์หญิงจะลอง"ได้ยินคำสรรเสริญออกมาจากปากนั้นของนางอย่างยาวเหยียด มุมปากพลันกระตุกขึ้นมาทันใด

 

 

"ช่วย...อื้อ"ยังไม่ทันที่หลินเฟยจะร้องขอความช่วยเหลือจากบุคคลภายนอก บุรุษผู้นั้นก็โน้มใบหน้าก้มลงประกบริมริมฝีปากปิดเสียงนั้นอย่างฉับพลัน

 

 

หลินเฟยได้แต่ตื่นตะลึงเบิกตากว้าง มองคนฉวยโอกาสตรงหน้าอย่างประหลาดใจ

 

 

บุรุษชุดดำที่คิดเพียงจะปิดเสียงของนางเท่านั้น ทว่าเมื่อริมฝีปากลงมาทาบทับบนริมฝีปากของนาง ทำให้เขาไม่สามารถหยุดอยู่เพียงเท่านั้นได้อีก ก่อนจะตัดสินใจสอดเรียวลิ้นเข้าไปโดยเร็วขณะที่นางยังคงไม่ทันตั้งตัว

 

 

บุรุษชุดดำค่อยๆสอดลิ้นเกี่ยวกระหวัดไล่ต้อนความหวานจากปากของนางอย่างชอบใจ เวลาผ่านไปเนิ่นนานเมื่อเห็นสตรีตรงหน้าเริ่มหายใจติดขัด เขาจึงผละออกมาเล็กน้อย ก่อนจะก้มลงจุมพิตอีกครั้ง 

 

 

ขณะเดียวกันเมื่อหลินเฟยเริ่มรู้สึกตัว นางจึงขัดขืนไม่ยินยอม ใช้ฝ่ามือทุบตีแผ่นหลังของบุรุษอย่างไม่ยั้งมือ จนในที่สุดเขาก็ยอมถอนจุมพิตกลับมา

 

 

"ไม่คิดว่า ปากขององค์หญิงต่างแคว้นจะหอมหวานถึงเพียงนี้"ก่อนจะจูบซับมุมปากของนางอย่างอ้อยอิ่ง

 

 

"ท่าน...เจ้าโจรราคะ"ด้วยความโกรธหลินเฟยคิดจะเงื้อมือตบหน้าบุรุษ ที่กระทำการอุกอาจ บังอาจขโมยจุมพิตแรกของนางไป ทว่าเขากลับรู้ทันพลันรวบข้อมือนางไว้บนฟูกนอนขึ้นเหนือศีรษะ

 

 

"เห็นทีองค์หญิงคงอยากเปลี่ยนข้าวสารให้กลายเป็นข้าวสุก พรุ่งนี้ข้าจะยกเกี้ยวมารับเจ้าเข้าจวนดีหรือไม่"ไอคนไร้ยางอาย

 

 

"คุณชายดูไปท่านก็มิใช่คนเลวร้ายอันใด หากท่านแค่เพียงผ่านทาง อย่างที่กล่าวมาตั้งแต่ต้น เชิญคุณชายผ่านเลยไปเถิด ข้าจะปิดปากให้สนิท"บุรุษชุดดำมองคนใต้ร่างอย่างสนใจ ทว่าใบหน้าใต้หน้ากากยังคงเรียบเฉย ก่อนจะก้มลงกระซิบที่ใบหูของนางอย่างแผ่วเบา

 

 

"ต่อรองเก่ง ไหนผู้คนต่างกล่าวขานว่าองค์หญิงบรรณาการเป็นโฉมสะคราญผู้โง่งมอย่างไรเล่า ทว่ายามนี้ข้าคุณชายกลับเห็นต่างออกไป ไหนยังจะตำราเล่มนั้นอีก"เขาปรายตามองไปยังตำราเล่มหนึ่งที่ถูกทิ้งไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียง

 

 

หลินเฟยปรายตามองตามเขาในขณะที่ถูกบุรุษตรงหน้า คร่อมลงมาไม่ยอมปล่อย"มิกล้า มิกล้า ข้าไหนเลยจะกล้ารับคำเชยชมจากคุณชาย ข้าเป็นเพียงองค์หญิงที่ไร้สามารถผู้หนึ่งเท่านั้น"

 

 

"หากข้าเป็นชินอ๋อง คงไม่คิดปฏิเสธโฉมงามเช่นองค์หญิงอย่างแน่นอน คิดว่ามันช่างน่าเสียดายไม่น้อยจริงหรือไม่"จบประโยค รอยยิ้มบนมุมปากพลันยกยิ้มขึ้นทันที ก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปอีกครั้ง

 

 

"ท่านจะ...อื้อ"ไม่ทันที่นางจะเอ่ยถามจบประโยค บุรุษผู้นั้นก็ไม่เปิดโอกาสให้นางได้อีก

 

 

หลินเฟยที่ถูกบุรุษผู้นี้ตรึงมือไว้เช่นนั้น ก็ไม่อาจทำอันใดได้ จึงต้องยอมให้คนไร้ยางอายผู้นี้ตักตวงความหอมหวานจากโพรงปากจนเขาจะพอใจแล้วจากไป ไม่คิดขัดขืนให้เสี่ยงต่อสวัสดิภาพร่างกายของตัวเองไปมากกว่านี้

 

 

บุรุษชุดดำที่เห็นสตรีใต้ร่างไม่ขัดขืนก็ให้ฉงนสงสัยอยู่บ้าง ก่อนจะยิ้มพอใจอยู่ในใจอย่างเงียบๆ แล้วบดเบียดจุมพิตนางลงไปอย่างนุ่มนวลอ่อนโยน ค่อยๆละเมียดละไมให้นางคล้อยตาม จนล่วงเลยมาถึงเวลาหนึ่ง เขาจึงผละจากริมฝีปากนั้นของนาง ก่อนจะกดจูบลงที่ข้างแก้มนวลแดงระเรื่อไปอีกฟอดใหญ่

 

 

"วันอื่นข้าจะมาชิมรสชาติหวานล้ำจากเจ้าใหม่ คงไม่คิดให้ผู้ใดมาทับรอยข้าใช่หรือไม่"กล่าวจบบุรุษผู้นั้นก็ทะยานจากไปในความมืดทันที

 

 

"เจ้าโจรชั่ว เจ้าโจรถ่อย"หลินเฟยกล่าวออกมาอย่างโกรธแค้น อย่าให้นางมีวรยุทธ์กับเขาบ้างนางจะซัดให้กระอักเลือดตาย ไม่ได้หายใจเลยคอยดู

 

 

"องค์หญิงเป็นอันใดหรือไม่เพคะ"หลินเฟยที่กำลังเช็ดริมฝีปากตัวเองอย่างระบายโทสะ ได้ยินเสียงนางกำนัลคนสนิทจากหน้าประตูห้อง จึงหยุดไว้ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวออกไป

 

 

"ไม่มีอันใด ข้าเพียงละเมอ เจ้าไปนอนเถอะ"

 

 

"ให้หม่อมฉันนอนเป็นเพื่อนไหมเพคะ"เสียงชิงชิงยังคงดังออกมาจากข้างนอกอย่างเป็นห่วง

 

 

"ไม่เป็นไร ข้านอนคนเดียวได้"หลินเฟยมองไปยังประตูห้องอย่างเงียบๆหลังเอ่ยตอบกลับไป

 

 

"หากองค์หญิงมีอะไรตะโกนเรียกหม่อมฉันดังๆเลยนะเพคะ"ดูเหมือนชิงชิงจะไม่ค่อยเชื่อคำพูดของนางเท่าใดนัก

 

 

"ได้"หลินเฟยตอบออกไปอย่างหนักแน่น นางกำนัลถึงยอมล่าถอยออกไป

 

 

ในเช้าของวันรุ่งขึ้นในขณะที่องค์หญิงไป๋เสวี่ยฮวานั่งให้นางกำนัลคนสนิท จัดทำทรงผมให้อย่างเงียบ

 

 

ชิงชิงที่สงสัยอยู่นานพลันถามขึ้นมาทันที ไม่คิดจะเก็บความสงสัยนั้นอีก

 

 

"องค์หญิงเพคะ ริมฝีปากขององค์หญิงไปโดนอันใดมาหรือไม่เพคะ เหตุใดมันถึงเจ่อถึงเพียงนั้น"

 

 

หลินเฟยที่นั่งเหม่อลอย เมื่อได้ยินคำถามนั้นจบ นางจึงมองไปในคันฉ่องตรงหน้าอย่างพินิจก่อนจะกล่าวออกไป

 

 

"ข้าอาจจะแพ้อาหารบางอย่าง"

 

 

"ให้หม่อมฉันเรียกหมอหลวงมาดูอาการดีหรือไม่"

 

 

"ไม่ต้องหรอก เจ้าอย่าได้กังวลมากไปไม่นานมันก็หายแล้ว"

 

 

"เอาเช่นนั้นหรือเพคะ"ชิงชิงมองสบตาองค์หญิงของตัวเองผ่านคันฉ่องเพื่อยืนยันคำตอบ หลินเฟยจึงพยักหน้ากลับไป

 

 

"วันนี้ข้าจะออกไปทำธุระข้างนอก หิมะตกไม่มากเท่าเมื่อวาน เจ้าไปเตรียมรถม้าให้ข้าเถิด อย่าลืมหยิบเสื้อคลุมขนจิ้งจอกมาให้ข้าด้วย"

 

 

"ชิงชิงจะไปจัดการให้เดี๋ยวนี้เลยเพคะ"

 

 

หลังจากที่ทั้งสองนั่งรถม้าออกจากตำหนักฝ่าหิมะที่ตกโปรบปราย เพียงไม่นานรถม้าก็มาจอดอยู่รอข้างๆร้านอาวุธแห่งหนึ่งในเมืองหลวง

 

 

หลินเฟยไม่รอช้าเมื่อลงมาจากรถม้าเสร็จเรียบร้อย กระชับเสื้อคลุมขนจิ้งจอกเข้ามาอีกเล็กน้อยก่อนจะเดินไปยังร้านดังกล่าว

 

 

"คุณหนูมาทำอันใดที่ร้านอาวุธกันเพคะ"

 

 

"ตามข้ามาเงียบๆ ไม่ต้องสงสัย"หลินเฟยก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง เมื่อเดินมาถึงในร้านนางจึงเอ่ยถามทันที

 

 

"เถ้าแก่ รับจ้างทำสิ่งนี้หรือไม่"จากนั้นนางก็คลี่กระดาษให้เถ้าแก่ร้านดูรายละเอียดของงาน ที่นางนั่งวาดอยู่หลายวัน

 

 

เถ้าแก่มองดูคุณหนูที่แต่งกายด้วยอาภรณ์สีดอกเหมยคลุมทับด้วยเสื้อคลุมขนจิ้งจอก ใบหน้าปกปิดด้วยผ้าไว้ครึ่งหน้า ด้วยสีหน้าราบเรียบ

 

 

"หากคุณหนูบอกรายละเอียดเพิ่มเติม คงไม่น่ามีปัญหา"

 

 

"ได้"จากนั้นนางก็อธิบายพวกเครื่องมือแพทย์ที่นางต้องการให้เถ้าแก่อย่างละเอียด ก่อนจะถามถึงวันนัดมารับของ

 

 

"ของจะได้วันใดนั้น อีกสองอาทิยต์คุณหนูค่อยมารับ"นางพยักหน้าเล็กน้อย แล้วกล่าวถามอีกประโยค

 

 

"เถ้าแก่ท่านรับทำเครื่องประดับ แบบนี้หรือไม่"

 

 

เถ้าแก่รับกระดาษคลี่ออกมาดูอีกครั้ง ข้างในเป็นรูปปิ่นที่ถูกวาดมา ซึ่งมีปลอกห่อหุ้มอยู่ภายนอก ขณะเดียวกันข้างในเป็นปลายแหลมคมสามารถใช้เป็นอาวุธ

 

 

"ข้าสามารถทำให้คุณหนูได้ ทว่าราคาอาจจะสูงอยู่มาก"

 

 

"เรื่องราคาจข้าไม่เกี่ยง ข้าสามารถจ่ายให้เถ้าแก่ได้"เถ้าแก่พิจารณาอีกเล็กน้อย แล้วเงยหน้ามองคุณหนูตรงหน้าอีกครั้ง

 

 

"คุณหนูโปรดรอสักครู่"แล้วเถ้าแก่ก็เดินเข้าไปหลังร้าน 

 

 

หลังจากที่เถ้าแก่หายไปหลังร้าน ไม่นานก็ออกมา

 

 

"นี่คือราคาคร่าวๆของที่คุณหนูสั่งทำ"นางรับมาดู แล้วหยิบตำลึงจ่ายไปบางส่วน

 

 

"นี่คือส่วนของมัดจำ วันรับของ...ข้าจะจ่ายในส่วนที่ยังขาดให้ทั้งหมด"

 

 

"ได้ๆไม่มีปัญหา"

 

 

ในขณะที่หลินเฟยกำลังเจรจาต่อรองซื้อสิ้นค้าอยู่ในร้าน บนชั้นสามของโรงเตี๊ยมที่อยู่อีกฝั่งของถนน กลับมีสายตาผู้หนึ่งมองลงไปอย่างสนใจ นับตั้งแต่ที่สตรีผู้นั้นได้ก้าวลงมาจากรถม้า อย่างไม่ละสายตา

 

 

ก่อนที่เสียงหนึ่งจะดังขึ้นมา

 

 

"นั่นใช่องค์หญิงบรรณาการหรือไม่"

 

.

 

.

 

.

 

#แก้ไขคำผิดครั้งที่1. 

 

#ขอบคุณทุกกำลังใจและทุกคอมเมนต์นะคะ

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น