ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

15 : เพียวไม่เหลือใครแล้ว

ชื่อตอน : 15 : เพียวไม่เหลือใครแล้ว

คำค้น : หลงกลรัก, นิยายวาย, Mpreg, เพียวไผ่, นักรบ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 23.2k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ค. 2564 17:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
15 : เพียวไม่เหลือใครแล้ว
แบบอักษร

Chapter 15 

Lab Love : เพียวไม่เหลือใครแล้วครับ   

กลิ่นไอกรุ่นของกาแฟตลบอบอวลไปทั่วร้านคาเฟ่สไตล์วินเทจส่งกลิ่นหอมไปทั่ว มุมหนึ่งของร้านมีร่างของเด็กหญิงในชุดเดรสกระโปรงสีครีมน่ารัก เวลานี้ใบหน้าของเธออมทุกข์จะร้องไห้มิร้องไห้อยู่ตลอดเวลา  พิภพชงเครื่องดื่มให้ลูกค้าคนล่าสุดเสร็จแล้ว ก็เดินมานั่งที่เก้าอี้ข้างๆเด็กหญิง 

“น้องแป้ง โทรหาพี่เพียวเถอะ พี่เพียวเขาเป็นห่วงนะ”ก่อนหน้านี้พิภพก็โทรบอกเพียวไผ่แล้วว่าเด็กหญิงมาอยู่กับตน เพราะคิดอยู่แล้วว่าเพียวไผ่คงต้องเป็นห่วงน้องสาวอยู่ไม่น้อย อีกฝ่ายบอกว่าเสร็จธุระแล้วจะมารับ พิภพมองใบหน้าแป้งพิมพ์แล้วถอนหายใจเบา ๆวันนี้เด็กหญิงโทรมาหาตนบอกว่าไม่รู้จะไปไหน ไม่อยากอยู่บ้าน จึงเดินตามตนต้อย ๆตั้งแต่มหาวิทยาลัยจนตอนนี้ตนมาทำงานพิเศษเด็กหญิงก็มานั่งเงียบ ๆอยู่ในร้านตามด้วย 

พิภพไม่แน่ใจแล้วว่าสิ่งที่เขายอมทำตามคำของแป้งพิมพ์เมื่อสัปดาห์ก่อนตนทำถูกหรือไม่ แต่คิดไปแล้วหากเป็นพิภพเองก็ไม่อยากให้เพียวไผ่เลือกทางนั้น วินาทีที่รู้ว่าเพื่อนต้องทำงานอะไรเพื่อแลกเงินมาเลี้ยงดูน้อง ๆพิภพยอมรับว่าตนร้องไห้เพราะเจ็บปวด เด็กผู้ชายที่มีความฝันมากมายในวัยเด็กตอนนั้น เวลานี้ไม่มีทางเลือกอื่นจนต้องขายตัวหากิน พิภพโกรธที่ตัวเองทำได้แค่มองเพื่อนทำงานอย่างนั้น 

สี่วันหลังจากที่เพียวไผ่ออกจากบ้านเก่า โดยให้เหตุผลกับที่บ้านของเขาว่าไปทำงานเป็นแม่บ้านที่บ้านคนรวยหลังหนึ่ง มีที่พักอาศัยให้ตนและน้อง ๆจนแป้งพิมพ์ได้คุยกับมารดาของตนในคืนหนึ่ง พิภพไม่แน่ใจว่าทั้งคู่คุยอะไรกันแต่วันถัดมาแป้งพิมพ์ขอร้องให้ไปรับเด็กหญิงที่บ้านและสะกดรอยตามเพียวไผ่ไปในสถานที่ทำงาน  

‘พี่เพียวอาจจะมาทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟอย่างที่บอกน้องแป้งก็ได้นะ’พิภพบอกเด็กหญิง  

‘แล้วทำไมต้องบอกคุณลุงคุณป้าว่าไปเป็นพ่อบ้านบ้านคนรวยล่ะคะ ทำไมถึงบอกไม่เหมือนกัน’แต่คำตอบของพิภพก็ไม่ได้คลายความสงสัยให้เด็กหญิง  

เมื่อวันก่อน ตอนพี่เพียวนอนหนูเห็นที่หน้าอกและท้องของพี่เพียวมีรอยแบบนี้’รอยสีช้ำกุหลาบในอินเทร์เน็ตถูกเปิดในพิภพดู ชายหนุ่มสะอึกกับคำบอกของเด็กหญิง 

ตอนแรกหนูคิดว่าพี่เพียวไปทำงานที่อันตรายมารึเปล่าทำไมถึงได้แผลกลับมา แต่หนูลองอ่านแล้ว รอยแบบนี้ไม่ใช่เพราะโดนทำร้าย’ 

‘เอาล่ะ เพื่อความสบายใจพี่จะเข้าไปดู’ 

‘หนูจะเข้าไปด้วย’พิภพส่ายหน้า แป้งพิมพ์อายุเพียงสิบห้า คงเข้าไปในสถานที่นั้นไม่ได้  

‘หนูมีนามบัตรคุณกัน หากคุณกันมาส่งพี่เพียวที่นี่ได้มีบัตรคุณกันก็คงเข้าที่นี่ได้’เด็กหญิงตอบ พิภพยอมรับว่าตนตามเด็กหญิงไม่ทันอยู่หลายเรื่อง แต่เมื่อค้านไม่ได้จึงต้องพาเด็กหญิงเข้าไปด้วยในที่สุด  

เป็นจริงอย่างที่แป้งพิมพ์บอกแค่เอานามบัตรของกันทิมาให้การ์ดดูก็เป็นใบเบิกให้เข้ามาที่นี่ได้สบาย ๆแม้จะได้รับสายตาแปลก ๆจากการ์ดอยู่บ้าง 

ภายในนั้นทั้งกว้างขวางและมีคนเยอะมาก พิภพจึงลองไปถามพนักงานคนหนึ่ง อีกฝ่ายก็ส่ายหน้าไม่รู้จักเพียวไผ่ จนได้ยินพนักงานกำลังคุยกับผู้หญิงอีกคนที่ดูท่าทางแล้วหากไม่ใช่เจ้าของก็คงเป็นผู้จัดการที่นี่ แม้จะมีพนักงานมากมายแต่หากเป็นผู้จัดการหรืออะไรน่าจะคุ้นเคยกับพนักงานอยู่บ้าง ตนจึงทำใจกล้าว่ามีคนชื่อเพียวไผ่ทำงานอยู่ที่นี่รึเปล่า ผู้หญิงคนนั้นมองตนตั้งแต่หัวจรดเท้าไม่ตอบอะไรกระทั่งต้องโกหก 

‘เพียวเป็นเพื่อนผมและเป็นพี่ของแป้ง ตอนนี้น้องเข้าโรงพยาบาลกะทันหันแต่เพียวไม่รับสาย’ได้ยินอย่างนั้น ผู้หญิงคนนั้นทำท่าไม่อยากตอบจนแป้งพิมพ์ต้องขอร้องและเล่นตามน้ำเธอจึงยอมบอก 

อยู่ชั้นสอง ไม่แน่ใจว่าตอนนี้เข้าห้องไปแล้วยัง โซนวีไอพี แต่ฉันบอกไว้ก่อนนะ ถ้าพวกเธอขึ้นไปตอนนี้ไม่แน่ใจว่าจะเป็นพวกเธอหรือพี่ของเธอที่จะถูกไล่ตะเพิด’เธอบอกแค่นั้นก็หันหลังไป พิภพจึงจับมือเด็กหญิงขึ้นไปชั้นสองโซนวีไอพีมีคนไม่มากนัก ดูสงบกว่าชั้นล่างเพลงไม่ดังมาก แต่ก็พอเห็นเวทีคนโลดแล่นอยู่ชั้นล่างแต่นั่นก็ไม่น่าสนใจเท่ากับภาพตรงหน้าที่ทำเขาและแป้งพิมพ์ตัวแข็งทื่อ 

ภาพที่เพื่อนของเขากำลังนั่งบนตักผู้ชายตัวใหญ่ถูกอีกฝ่ายลูบจับจูบโดยเพียวไผ่ไม่ค้านแต่อย่างใด พิภพจะปรี่ไปหาอยู่แล้วแต่แป้งพิมพ์ก็ยั้งไว้ เด็กหญิงน้ำตาไหล ยิ่งมองอีกฝ่ายเดินออกจากโซนวีไอพีขึ้นบันไดไปอีกทางร่างกายของพิภพก็เย็นสะท้านเหมือนถูกน้ำแข็งเคลือบตอนลงบันไดก็เจอกับผู้หญิงคนเดิมอีกครั้ง 

‘ไม่เจอหนูเพียวงั้นเหรอ’ 

‘หนูไม่เจอคนที่ชื่อเพียวไผ่ที่เป็นพี่ชายของหนูค่ะ สงสัยจะมาผิดที่’แป้งพิมพ์ตอบ 

‘งั้นเหรอ’หญิงคนนั้นพึมพำเบา ๆแล้วตนกับแป้งพิมพ์จึงออกมาจากที่นั่น ไปส่งเด็กหญิงที่บ้านโดยที่แป้งพิมพ์นั่งเงียบมาตลอดทาง 

พิภพยังคงข้องใจไม่หายจึงลองถามเพื่อนที่มหาวิทยาลัยว่าเคยไปผับที่ตนไปนั่นไหม เพื่อนบอกว่าเคยไปจึงถามต่อว่าชั้นสามที่ผับคือโซนอะไร เพื่อนหัวเราะแล้วกระซิบบอกคำตอบที่พิภพนั้นพยายามปฏิเสธกับใจของตัวเองมาตลอดทั้งคืน 

‘เป็นโซนที่ยิ่งกว่าวีไอพี เป็นที่สำหรับเด็กขายปรนเปรอให้กับคนรวยๆ’ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าปรนเปรออะไร  

‘กูเคยเป็นพนักงานที่นั่น ชั้นสามน่ะมีไม่กี่คนหรอกที่ได้เข้า เคยสังเกตเห็นคนประจำ ๆก็มีแค่สี่ห้าคน แต่ละคนเงินหนาทั้งนั้น’ 

พิภพไม่คิดอยากจะบอกแป้งพิมพ์ถึงเรื่องนี้ แต่เพราะโดนเด็กหญิงรบเร้าให้ไปอีกครั้งเพราะไม่เชื่อว่าพี่ชายของตนจะทำงานอย่างนั้นจึงโพล่งปากไปว่าไม่ผิดหรอก เพียวไผ่นั้นขายตัว  

ไม่กี่วันหลังจากนั้นเด็กหญิงจึงขอร้องให้ตนพาไปพบน้าอาทิตย์น้องสาวของแม่ครูที่เคยไล่ทุกคนออกจากบ้าน 

‘น้าอาทิตย์เคยบอกว่ามีคนจะมาขอรับน้องโฟท์เป็นลูกค่ะ น้องแป้งจะถามคุณน้าว่าจะติดต่อคน ๆนั้นได้ที่ไหนบ้าง’ 

‘น้องแป้งคิดจะทำอะไร’เด็กหญิงนิ่งน้ำตาคลอก่อนจะตอบ 

‘หากมีพวกเราอยู่ด้วยทำให้พี่เพียวต้องขายตัวพวกเราก็จะไป’ 

‘แต่พี่เพียวต้องเสียใจแน่ ๆ’ 

‘แล้วพี่ภพจะทนให้พี่เพียวทำงานแบบนั้นต่อไปเหรอคะ แค่พี่เพียวไม่ได้เรียนต่อก็มากพอแล้ว’ 

พิภพเป็นห่วงว่าแป้งพิมพ์จะจัดการอย่างไรต่อไป แต่เด็กหญิงก็ฉลาดกว่าที่พิภพเห็น ติดต่อไปถึงคนที่ชื่อกันทิมา พิภพไม่รู้ว่าเป็นใครแต่เด็กหญิงบอกว่าอาจจะช่วยสืบได้ว่าครอบครัวคนรวยที่ไปถามจากน้าอาทิตย์นั้นไว้ใจได้แค่ไหน และนั่นดูจะเป็นวิธีที่ฉลาดแต่พิภพเองก็ไม่ไว้ใจมาก หากแต่เพราะเด็กหญิงเชื่อใจกับข้อมูลที่ได้รับว่าครอบครัวบุญธรรมในอนาคตของโฟกัสนั้นไว้ใจได้ พิภพจึงไม่อาจค้าน 

‘หนูบอกคุณกันว่า ช่วยพูดกับครอบครัวนั้นให้รับทั้งน้องนิดและน้องโฟท์ไป หนูไม่อยากให้น้อง ๆไปตัวคนเดียวกับคนแปลกหน้า ไปอยู่ด้วยกันก็อุ่นใจว่าวันไหนที่ร้องไห้จะมีอีกคนช่วยปลอบเหมือนที่พี่เพียวปลอบพวกเรามาตลอด’เด็กหญิงพูดทั้งน้ำตา พิภพรู้ว่าวันนี้คือวันที่ครอบครัวบุญธรรมของโฟกัสและนิตยาไปรับทั้งสอง ในช่วงบ่าย 

‘หนูรู้ว่าการที่หนูทำอย่างนี้ พี่เพียวต้องเสียใจมาก แต่หนูไม่อยากให้พี่เพียวต้องทำงานนี้’วันนี้เด็กหญิงนั่งจมกับน้ำตาทั้งวัน 

‘เมื่อคืนพี่เพียวร้องไห้ทั้งคืน หนูไม่อยากให้พี่เพียวร้องไห้ไปมากกว่านี้ การขายตัวน่ะ ไม่ควรเป็นตัวเลือกสำหรับพี่เพียวเลยสักนิด ฮึก’ 

‘แต่เพราะมีพวกเรา พี่เพียวจงมีทางเลือกไม่มาก จบม.หกแต่ต้องดูแลอีกสี่ชีวิต ชีวิตนี้ทั้งชีวิตเมื่อไหร่จะได้ทำตามความต้องการของตัวเอง’พิภพยอมรับว่าตกใจกับความคิดของเด็กวัยสิบห้า  

‘ไม่มีหนูกับน้องแล้ว พี่เพียวก็คงไม่ต้องทำงานนี้ บางทีให้พี่เพียวทำงานคาเฟ่อย่างที่เคยทำ อาจจะพอเลี้ยงดูพี่เพียวคนเดียวได้สบาย ๆพี่เพียวทั้งขยัน ทั้งอดทนเก่ง ถ้ามีเงินให้ตัวเองบ้างไม่ต้องแบ่งให้น้อง ก็อาจจะได้เรียนต่อ’ 

‘หมายความว่ายังไงที่เลี้ยงตัวเองคนเดียว’ 

‘หนูจะไปอยู่สถานสงเคราะห์’ 

‘แต่พี่เพียวไม่เหลือใครแล้วนะน้องแป้ง’ 

‘ฮึก หนูรู้ หนูก็ไม่เหลือใครแล้ว แต่แค่คิดว่าชีวิตหนูกับน้อง ๆทำให้พี่เพียวต้องมาถึงขนาดนี้ หนูก็เจ็บไปหมดเลยพี่ภพ’ 

‘หนูอยากอยู่กับพี่เพียว อยากอยู่กับน้อง ๆตั้งแต่เล็กจนโตเรามีกันแค่นี้ น้องนิตน้องโฟท์ พี่เพียวคือครอบครัวเดียวที่หนูเหลืออยู่ทั้งชีวิตนี้ ฮึก’พิภพทำอะไรไม่ได้ นอกจากกอดปลอบเด็กหญิงให้หยุดร้องไห้ หากตนเป็นแป้งพิมพ์ก็คงจะเลือกทางเดียวกัน  

ไม่มีใครอยากจะเห็นคนที่เรารักเลือกเส้นทางนั้นและยิ่งโดยเฉพาะเพียวไผ่ เด็กชายที่ยิ้มง่ายมองโลกสดใส เติบโตมาท่ามกลางความรักของแม่ครูและคนรอบตัว วันนี้ต้องเลือกเส้นทางที่น่าเจ็บปวด พิภพเองก็เจ็บแค้นตัวเอง  

วัยเด็กที่ผ่านมาเคยสัญญาว่าหากอีกฝ่ายมีคนทำร้ายตนจะปกป้องเอง หากอีกฝ่ายเจ็บปวดตนจะปลอบเองแต่ทุกวันนี้พิภพกลับทำตามสัญญานั้นไม่ได้ เห็นรอยยิ้มเพียวไผ่ทุกวันนี้ ไม่รู้เลยว่าหัวใจบอบช้ำแค่ไหน 

“หยุดร้องเถอะน้องแป้ง”พิภพปาดน้ำตาให้เด็กหญิงเบา ๆ 

“หนูคิดถึงน้อง ๆ”ว่าแล้วก็ก้มหน้าสะอื้นกับแขนตัวเอง วันนี้ที่เด็กหญิงออกจากบ้านแต่เช้าเพราะไม่อยากเห็นน้ำตาพี่ชาย อีกทั้งไม่อยากเห็นภาพที่น้อง ๆจากไปเพื่ออยู่กับคนอื่น 

“แล้วนี่น้องแป้งจะทำยังไงต่อไป จะไม่โทรหาพี่เพียวจริง ๆเหรอ” 

“พี่ภพขา แป้งฝากให้พี่เพียวได้ไหมคะ”กระเป๋าใส่ดินสอถูกหยิบมาจากกระเป๋าเป้ยื่นให้พิภพ  

“มันเป็นเงินที่แป้งทำงานพิเศษสัปดาห์ที่ผ่านมา แป้งไม่อยากได้แล้ว แป้งฝากพี่ภพไปให้พี่เพียวได้ไหมคะ” 

“น้องแป้ง”พิภพไม่เห็นด้วยที่เด็กหญิงจะไปอยู่สถานสงเคราะห์ 

“หนูอยากให้พี่เพียวมีเงินเก็บให้ตัวเองเยอะ ๆหนูไม่อยากให้พี่เพียวขายตัวจริง ๆค่ะ”อีกครั้งที่เด็กหญิงสะอึกสะอื้น โชคดีที่ร้านมีพนักงานอีกคนคอยรับออเดอร์ลูกค้า เวลานี้พิภพจังนั่งปลอบเด็กหญิงได้  

“ไปหาพี่เพียวก่อนนะ วันนี้พี่เพียวต้องคอยส่งน้อง ๆคนเดียวน้องแป้งไม่คิดเหรอว่าพี่เพียวจะเจ็บปวดขนาดไหน” 

“ฮึก” 

“น้องแป้งบอกว่าน้องแป้งเองก็ไม่เหลือใคร นอกจากน้อง ๆและพี่เพียว พี่เพียวก็คงจะเหมือนกัน น้องแป้งอยากให้พี่เพียวอยู่ตัวคนเดียวไปตลอดงั้นเหรอ” 

“ฮึก แต่ว่า แต่ว่าถ้าแป้งยังอยู่...” 

“คุยกันก่อนว่าจะเอายังไงต่อไป หลังจากนี้พี่จะไม่ให้น้องแป้งคิดเองทำเองโดยไม่ปรึกษาพี่เพียวอีกแล้ว น้องนิตกับน้องโฟท์มีคนใจดีมารับดูแล โอเคพี่พอเห็นด้วย รู้ว่าน้องแป้งกับพี่เพียวคงจะเสียใจแต่อีกหน่อยก็คงจะทำใจได้ แต่ถ้าน้องแป้งจะไปอยู่สถานสงเคราะห์แล้วทิ้งพี่เพียวไว้คนเดียว พี่จะโกรธมาก” 

 “อย่าให้พี่เพียวเขาอยู่คนเดียวเลยนะน้องแป้ง พี่ก็ไม่อยากให้น้องแป้งอยู่คนเดียว ถ้าน้องแป้งก็ไปไม่คิดเหรอว่าพี่เพียวจะยิ่งเสียใจแค่ไหน ความพยายามที่ผ่านมาทั้งหมดพี่เพียวทำไปเพื่ออะไร ถ้าสุดท้ายต้องใจสลาย” 

“ฮึกพี่ภพ ฮือ” 

“นะ เชื่อฟังพี่นะ กลับไปคุยกับพี่เพียวก่อน ขอกับพี่เพียวดี ๆว่าน้องแป้งไม่อยากให้พี่เพียวทำงานนั้นอีกแล้ว พี่เพียวรักน้อง ๆของเขาจะตาย พี่เพียวต้องฟังอยู่แล้ว น้องแป้งเคยเห็นพี่เพียวค้านน้องแป้งเหรอ”เด็กหญิงแป้งพิมพ์ส่ายหน้า  

“เดี๋ยวพี่จะโทรให้พี่เพียวมาหาตกลงไหม พี่ไม่อยากให้น้องแป้งกลับคนเดียว”เด็กหญิงก้มหน้างุดไม่ยอมเงย พิภพมองเด็กหญิงด้วยความเห็นใจ ตอนที่เขาอายุสิบห้า โลกใบเล็กของเขายังสดใสแต่เด็กหญิงวัยสิบห้าต่อหน้าเขาเวลานี้กลับต้องร้องไห้หัวใจแตกสลายเพราะต้องแยกจากคนที่เป็นครอบครัว แค่คิดพิภพก็ปวดใจแทนเด็กหญิงและเพื่อนไปหมด  

  

“คุณรบครับ”เสียงเล็ก ๆเอ่ยเรียกขณะที่นั่งรถด้วยกัน นักรบไม่ได้รับขานแต่ปรายตามองคนข้าง ๆเล็กน้อย  

“เราจะไปไหนกันครับ เพียวอยากไปหาน้องแป้ง ให้เพียวไปหาน้องแป้งเถอะนะครับ”แต่ดูคนร่างใหญ่จะไม่สนใจประโยคของเพียวไผ่มากนักหักเลี้ยวรถไปทางขวาเมื่อถึงทางแยกก่อนจะขับไปเรื่อย ๆขึ้นทางด่วน  

“ภพโทรมาบอกว่า น้องแป้งร้องไห้อยู่ที่ร้าน ให้เพียวไปหาน้องเถอะครับ” 

“…” 

“คุณรบครับ” 

“นี่มันทางด่วนเพียวไผ่ เธอคงจะไม่ลงจากรถแล้วเดินลงไปหรอกใช่ไหม” 

“ถ้ามันทำให้เพียวได้ไปเจอน้องแป้งในตอนนี้เพียวก็จะทำครับ”เฮ้อ!เสียงถอนหายใจจากคนร่างใหญ่ดังขึ้น เพียวไผ่นั่งก้มหน้า มือบนตักกำแน่น เอ่ยเสียงเบาแต่ความเงียบในรถก็เพียงพอให้อีกฝ่ายได้ยิน 

“คุณรบไม่เข้าใจหรอก” 

 “คุณรบอาจจะมีครอบครัว แต่เพียวไม่เหลือใครแล้ว”บอกตัวเองว่าให้เข้มแข็งมากกว่านี้แต่น้ำตาก็ยังไหล  

“แม่ครูรับเพียวมาเลี้ยงตั้งแต่จำความไม่ได้ ตั้งแต่เพียวเดินไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะครอบครัวจริง ๆของเพียวคงไม่ต้องการเพียว ตอนนี้แม่ครูจากไปแล้ว น้อง ๆก็ไปอยู่กับคนอื่นเพียวเหลือน้องแป้งคนเดียวแล้ว” 

“…” 

“คุณรบอาจจะมีครอบครัวที่บ้านรออยู่ แต่เพียวไม่มี ไม่มีแล้ว ฮึก เพียวกลัว กลัวน้องแป้งทิ้งเพียว คุณรบเข้าใจไหม ฮือ”ใบหน้าขาวซบสะอื้นกับฝ่ามือ พยายามกลั้นไม่ให้สะอื้นไปมากว่านี้ ปาดน้ำตาออกเร็ว ๆจนแขนเสื้อชื้น ไม่กล้าหันไปมองคนที่กำลังขับรถข้าง ๆลงจากทางด่วนแล้ว เพียวไผ่ยกเสื้อเช็ดน้ำมูกของตัวเองป้อย ๆในรถยังคงมีแต่ความเงียบ  

“แป้งพิมพ์อยู่ที่ไหน”เสียงดุเอ่ยขึ้น 

“คะ...ครับ?” 

“จะไปหาแป้งพิมพ์ไม่ใช่รึไง”เสียงดุ ๆห้วน ๆถามอย่างทุกครั้ง อีกครั้ง เพียวไผ่ยืดตัวขึ้นไม่รีรอที่จะตอบแม้ร่างกายจะกระตุกสะอื้นบ้าง 

“มนตราคาเฟ่ครับ เดี๋ยวเพียวเปิดจีพีเอสให้ครับ” 

“เธอไม่มีปากบอกฉันรึไง หรือจำทางไม่ได้” โดนดุอีกแล้ว 

“จะ..จำได้ครับ แต่เพียวกลัวว่าคุณรบจะรำคาญ” 

“ทนฟังเธอคร่ำครวญได้ แค่ฟังเธอบอกทางคงไม่ทำให้ฉันตาย”คำพูดคำจาร้ายกาจเอ่ยออกมา 

“ครับ” 

“ถ้าร้องไห้อีกฉันจะพาเธอไปทิ้งที่ปทุมแล้วหาทางกลับเอง” 

“เพียวจะไม่ร้องครับ”เขตปทุมน่ะอยู่อีกฝั่งเลยนะ เขาคงไปหาน้องแป้งช้าแน่ ๆ 

“ขอบคุณครับคุณรบ”สองมือยกไหว้ขอบคุณอย่างนอบน้อมเช่นทุกอย่าง นักรบไม่พูดอะไร ปรายตามองแล้วหักพวกมาลัยรถอีกครั้ง 

“ว่าไง”เพียวไผ่เหลือบมองนักรบเมื่อคนร่างใหญ่รับสายจากใครบางคน 

“คุณรบครับ ร้านอาหารที่สั่งจองโต๊ะค่ำนี้ จะยกเลิกเหรอครับ” 

“อืม”เพียวไผ่นั่งก้มหน้านิ่งไม่รู้ว่าคนปลายสายพูดอะไรกับนักรบ 

“แต่คุณสั่งให้จองเพราะจะพาคุณเพียวไผ่ไปทานอาหารค่ำไม่ใช่เหรอครับ” 

“ตกลงฉันทำงานให้นายหรือนายทำงานให้ฉันกันแน่กันทิมา!!!”เสียงดุทำเพียวไผ่สะดุ้งดูมือใหญ่ที่กดวางสายเหมือนไม่พอใจอะไรบางอย่าง มือขาวจับเบลท์แน่นเมื่อรู้สึกว่านักรบขับรถเร็วขึ้น เขาไม่อยากตายบนรถหรูหรอกนะ 

________ 

ด็อกเตอออออออร์ อย่าขับรถเร็ววววว น้องกลัวหมดแล้วนะ โมโหเก่ง คนหรือพายุ เห้ออออ 

อยากโอ๋ๆน้องแป้งกับน้องเพียว แงงง เหลือกันอยู่แค่นี้อย่าทิ้งพี่เพียวนะน้องแป้ง 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านงับ 

แก้ไขครั้งที่ 1 27 กรกฎาคม 2564 

คุณคนโปรด 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว