ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

5.ขายตัวเป็นบ่าว

ชื่อตอน : 5.ขายตัวเป็นบ่าว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 386

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 01 พ.ย. 2563 17:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
5.ขายตัวเป็นบ่าว
แบบอักษร

เมืองหลันหลิน บ้านตระกูลเมิ่ง

พอยาที่จะให้แม่และท่านอากินได้ทั้งหมดลง เหย่เตี๋ยจึงได้เข้าไปซื้อยาที่ร้านยาในตัวเมืองหลันหลิน ตัวเขาในตอนนี้นั้นไม่ปัญญาซื้อโอสถมารักษาคนทั้งสามได้ ก็มีเพียงยาที่มีสรรพคุณขั้นต่ำกว่าโอสถเท่านั้นที่พอจะซื้อมาใช้ได้ การไม่ได้ทอผ้าไหมบริสุทธิ์ทำให้เงินทองของเหย่เตี๋ยมีแต่จะสูญไปเรื่อย ๆ

ระหว่างที่เขาได้ไปซื่อยาเสร็จและกำลังจะเดินกลับซึ่งต้องผ่านตลาดที่มีผู้คนค่อนข้างพลุกพล่าน อยู่ เหย่เตี๋ยเหลือบไปเห็นเด็กคนนึงรุ่นราวคราวเดียวกับตน มีป้ายแสดงราคาน่าจะเป็นการขายตัวเพื่อฝังบุพการีที่เสียไปแล้วแน่นอน เพราะเห็นบัณฑิตที่เดินผ่านมาพากันพูดเช่นนั้น ครั้นจะหาเหย่เตี๋ยอ่านเขาก็อ่านไม่ออก รู้แต่ตรงที่เขียนกำกับราคาเท่านั้น ทำให้เหย่เตี๋ยคิดขึ้นมาได้ว่ายังเหลือวิธีนี้อยู่อีกทางนึง...

เขาจึงรีบวิ่งกลับบ้านเพื่อที่จะไปปรึกษาแม่กับและญาติผู้น้องอีกสองคนทันที เพราะการขายตัวเป็นบ่าว ต่างจากการขายตัวเป็นทาส เนื่องจากบ่าวและทาสอยู่คนละสถานะกัน

“อาซวิน อาเซียว ข้าจะขายตัวไปเป็นบ่าวในตระกูลใหญ่ ๆ ดูนะ ข้าที่โตแล้วน่าจะได้3เหรียญทองอยู่ นั่นจะทำให้พวกเรามีซื้อโอสถไปจนถึงปีหน้าเลยนะ” เหย่เตี๋ยได้เอ่ยบอกทุกคนออกไป

“พี่เตี๋ย ข้าว่ามิต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้นะขอรับ” เหย่ซวินได้เอ่ยคัดค้านขึ้นมาในทันที

“ข้าก็มิได้อยากทำนะอาซวิน แต่มันมิมีทางเลือกจริง ๆ ” เหย่เตี๋ยเองก็ได้แต่ก้มหน้าพูดออกไป เพราะคิดว่านอกจากจะได้เงินแล้วหากดวงดีจะได้นายจากตระกูลใหญ่อุปถัมภ์ค้ำชูอีก

“ข้าเองนั้น มิอยากให้พี่ไปขายตัวเป็นบ่าวจริง ๆ นะขอรับ” เหย่เซียวเองก็ได้พูดกับเหย่เตี๋ยออกไปบ้าง

“ของบางอย่างนั้น บางทีเราก็เลือกมิได้นี่นาจริงไหมอาเซียว?” เหย่เตี๋ยได้บอกญาติผู้น้องคนเล็กสุดออกไป

“เรากลับไปทอผ้าผ้าไหมบริสุทธิ์เหมือนเดิมจะได้ไหมขอรับ?” เหย่เซวินเอ่ยถามออกไปอย่างมีความหวัง เฟย่เตี๋ยส่ายหน้าทันที

“เจ้าคิดว่ากลุ่มคนที่เห็นแก่ได้อย่างพวกพ่อค้าร้านขายผ้าไหมที่ตายไป กับคนจากสภาสวรรค์จะมิหาทางมาเอาเปรียบพวกเราอีกเช่นนั้นหรือ?” เหย่เตี๋ยถามออกไปตรง ๆ เพราะเหย่เตี๋ยนั้นรู้ดีว่าหากเขามีผ้าไหมชั้นดีอยู่ในมือ ก็จะต้องถูกคนอื่นเอารัดเอาเปรียบอีกแน่นอน วิธีเอาตัวรอดที่ง่ายที่สุดคือขายตัวเป็นบ่าวเข้าตระกูลใหญ่ จะได้ไม่มีใครมายุ่งกับเขาและคนที่บ้านอีกต่อไปนั่นเอง... มันแค่ไร้อิสระและไม่ได้สามารถเป็นตัวของตัวเองได้ก็เท่านั้นเอง

“แน่นอนว่าพวกมันต้องเอาเปรียบเราอีกแน่ ๆ ขอรับ” เหย่ซวินได้เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางคอตก

“เจ้าเองก็รู้คำตอบดีอยู่แล้ว เหตุใดจึงยังมาขัดขวางข้าอีกล่ะ?” เหย่เตี๋ยได้เอ่ยขึ้นมา พร้อมมองที่ญาติผู้น้องต่อ

“ข้าเกลียดพวกมันสักวันนึงข้าจะจัดการพวกมันให้หมดให้ได้เลยขอรับ” เหย่ซวินได้เอ่ยขึ้นอย่างมีความแค้นสุมอกอย่างมาก

"ข้าเองเข้าใจความรู้สึกของเจ้านะ แต่ก่อนเจ้าจะไปฆ่าล้างแค้นพวกมัน ข้าว่าเจ้าหัดฝึกวรยุทธให้ดีก่อนจะดีไหม?” เหย่เตี๋ยได้พูดตัดบทญาติผู้น้องออกไป ทำเอาเหย่ซวินคิตกอีกครั้ง

“พี่เตี๋ย ท่านนี่นะชอบขัดข้าอยู่เรื่อยเลย” เหย่ซวินรีบพูดสวนเหย่เตี๋ยขึ้นในทันที

“ข้ามิได้ขัดเจ้า แต่ข้าจะสอนเจ้าว่า ในบางทีเหตุการณ์มันพาไปซึ่งมันก็ช่วยอะไรมิได้เช่นเดียวกัน เพราะหน้าที่การงานกับความรู้สึกมันไปด้วยกันมิได้” เหย่เตี๋ยได้เอ่ยออกไปตามความจริงโดยที่เหย่ซวินไม่สามารถที่จะเถียงอะไรกลับมาอีกได้เลย

“ก็ถ้าท่านตัดสินใจแล้วว่า...จะทำ!! ข้าก็จะมิคัดค้านอีกต่อไปขอรับ” สุดท้ายเหย่ซวินก็ต้องยอมในการตัดสินใจของเหย่เตี๋ยอย่างช่วยไม่ได้ เพราะไม่มีเหตุผลที่จะใช้เถียงกลับไปได้อีกแล้วนั่นเอง

“พวกเจ้าทั้งสองคน จะพากันมานั่งหน้าเศร้าไปด้วยเหตุใด? ข้ามิได้ขายตัวไปไหนไกลยังที่เมืองหลันหลินกับพวกเจ้าเช่นเดิม แค่พวกเราอาจจะไม่ได้เจอกันบ่อย ๆ ทุกวันแบบนี้เท่านั้นเอง แต่ทุก ๆ วันหยุด ข้าให้สัญญากับท่านแม่เอาไว้ว่า ข้าจะต้องกลับมาเยี่ยมท่านแม่อยู่แล้วล่ะ ฝากพวกเจ้าทั้งคู่ดูแลท่านแม่ของข้าให้ดีด้วยนะ” เหยาเตี๋ยได้สั่งญาติผู้น้องของตนออกไป หลังจากที่ได้ตัดสินใจเป็นที่แน่นอนแล้ว

 

สองวันต่อมา เหย่เตี๋ยก็ได้ตั้งป้ายขายตัวเองเป็นบ่าวที่ตลาดเมืองหลันหลิน และเป็นวันก่อนวันงานเทศกาลฉงหยางพอดีทำให้ตลาดครึกครื้นเต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา และมีผู้คนจากทุกชนชั้นหลายอาชีพในสังคม ตลอดจนภรรยาของขุนนางและคหบดีส่วนใหญ่ก็ออกมาจับจ่ายซื้อของ เพื่อเตรียมแต่งตัวแข่งกันในวันพรุ่งนี้ด้วย

ท่ามกลางผู้คนมากมาย เหย่เตี๋ยได้เห็นคุณหนูท่านนึงที่ถูกสหายแกล้งผลักนางไป จนกระโปรงของนางไปเกี่ยวกับกิ่งไม้แหลม ๆ ด้านหลังจนฉีกขาดขึ้นสูง หากเดินต่อไปจะตัองเป็นที่น่าอับอายต่อผู้คนอย่างแน่นอน จนต้องให้สาวใช้ผู้ติดตามทั้งคู่ช่วยบังด้านหลังเอาไว้ก่อน และนางนั้นก็ไม่สามารถขยับไปไหนไม่ได้เลยแม้แต่น้อย... เหย่เตี๋ยเห็นว่านางยังอยู่ที่เดิมร่วมเค่อแล้ว ยังไม่ได้ไปไหนอีก เขาก็จึงเดินไปหานางทันที

“ขอโทษนะคุณหนูพอดี ข้าเห็นว่ากระโปรงท่านขาดและท่านก็ยืนอยู่ที่นี่มาร่วมเค่อแล้ว ข้าเองมีเข็มกับด้ายติดตัวอยู่ขอรับ ท่านให้สาวใช้ของท่าน ช่วยเย็บกระโปรงที่ขาดให้เรียบร้อยก่อนเถิดขอรับ” เหย่เตี๋ยเอ่ยขึ้นพร้อมยื่น ถุงใส่เข็มกับด้าย

“ขอบน้ำใจเจ้ามาก ๆ นะ” คุณหนูผู้นั้นได้ตอบขึ้นและนางก็ไม่ได้หยิ่ง ตลอดจนยิ้มกลับมาอย่างเป็นมิตรให้เหย่เตี๋ยด้วย จากนั้นก็รับถุงใส่เข็มกับด้ายไปแล้วยื่นให้สาวใช้ทั้งสองคนแทน

“คุณหนูเจ้าคะ ข้าเย็บปักมิเก่งเจ้าค่ะ” สาวใช้คนแรกตอบปฏิเสธขึ้นมาในทันที คุณหนูผู้นั้นเลยต้องยื่นถุงใส่เข็มกับด้ายไปที่สาวใช้อีกคนทันที

“ขออภัยเจ้าค่ะคุณหนู ฝีมือของข้าห่วยยิ่งกว่าเหยาเหยาอีกเจ้าค่ะ!!” สาวใช้คนที่สองได้ตอบออกมาบ้าง ทำเอาคุณหนูผู้นั้นได้ถอนหายใจยาว ๆ ขึ้นทันทีเลย พร่อมคิดในใจว่าทำไมผู้ติดตามของตนถึงได้มีความสามารถต่ำเช่นนี้

“งั้นคงต้องเป็นเจ้าแล้วล่ะ เจ้าผู้มีถุงเข็มกับด้ายติดตัวแสดงว่า...งานฝีมือด้านเย็บปักขิงเจ้าจะต้องใช้ได้อย่างแน่นอน” คุณหนูผู้นั้นได้เอ่ยขึ้นกับเหย่เตี๋ยพร้อมส่งถุงที่ใส่เข็มกับด้ายกลับคืนสู่เจ้าของไป

“ก็พอได้ขอรับ อาจจะต้องแก้ประมาณ2เค่อเลยนะขอรับ เพราะมันขาดสูงมาก” เหย่เตี๋ยรับถุงใส่เข็มกับด้ายกลับมาแล้วตอบออกไป หลังจากที่เห็นตอนที่กระโปรงขาดด้วยสายตาแล้ว

“ใช้เวลาแค่2เค่อเองหรือ? น่าสนใจดีนี่!! ข้าชื่อหานมู่ตาน เป็นคนหนูตระกูลหานหากเจ้าแก้กระโปรงข้าได้จริง ๆ ล่ะก็...ข้าจะรับเลี้ยงเจ้าเอง เพราะไหน ๆ เจ้าก็จะขายตัวเป็นบ่าวอยู่แล้วนี่!!” คุณหนูหานมู่ตานได้ออกปากขึ้น เพราะเห็นป้ายขายตัวเป็นบ่าวของเหย่เตี๋ยตั้งเอาไว้ด้วย เหย่เตี๋ยก็ได้ก้มหัวลงกึ่งคารวะแล้วพยักหน้าตอบรับทันที

“ถ้าเช่นนั้นข้าต้องขอเสียมารยาทแล้วนะขอรับ” เหย่เตี๋ยเอ่ยขึ้นพร้อมหลบไปเบื้องหลังตรงที่กระโปรงมีรอยขาดสูงอยู่ แต่เนื่องจากเขาเป็นชิงจึงไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าเกลียดอะไรที่สตรีจะสามารถให้เห็นผิวพรรณในส่วนของขาน่องได้เช่นในกรณีนี้

“ข้าขอใช้ผ้าเช็ดหน้าของพวกท่านมาซ่อมส่วนที่ขาดได้หรือไม่ขอรับ หรือหากท่านมีผ้าติดมือมาซักผืนก็ยังดี เพราะถ้าเย็บแบบปกติเลย คุณหนูหานจะเดินลำบากมากขอรับ เพราะกระโปรงจะแคบลงสุด ๆ ” เหย่เตี๋ยเอ่ยขึ้นขณะที่ตรวจรอยกระโปรงให้คุณหนูหานมู่ตาน จากนั้นนางจึงเอาผ้าเช็ดสีขาว3ผืนยื่นให้เหย่เตี๋ยไปทันที ประจบกับที่มีรถขายมุ้งเข็นผ่านด้านหน้าพวกเขา

“คุณหนูมู่ตานขอรับ ท่านช่วยซื้อมุ้งสีชมพูบาง ๆ ให้ข้าสักหลังนึงจะได้ไหมขอรับ” เหย่เตี๋ยได้เอ่ยขอขึ้น เพราะจะเอาผ้ามุ้งมาทำซ่อมกระโปรงให้หานมู่ตาน

“เหตุใดจึงต้องใช้มุ้งมาซ่อมชุดด้วย เจ้าเห็นคุณหนูของเราเป็นตัวตลกเช่นนั้นหรือ?” สาวใช้ที่ชื่อเหยาเหยาได้ต่อว่าเหย่เตี๋ยขึ้นทันที แต่ถูกคุณหนูมู่ตานมองด้วยสายตาแข็งห้ามเอาไว้ก่อน

“เหยาเหยา ในเมื่อเจ้าซ่อมกระโปรงของข้ามิได้ ก็ไปจัดการตามที่เขาขอมาให้ข้า... เดี๋ยวนี้” คำสั่งของคุณหนูมู่ตานทำให้บ่าวรับใช้ที่ชื่อเหยาเหยาขัดไม่ได้เขาจึงรีบไปซื้อมุ้งสีชมพูที่เหยาเตี๋ยต้องการเพื่อนำมาให้เหย่เตี๋ยทันที

“เอานี่มุ้งของเจ้า ใช้ให้ดี ๆ ล่ะ” เหยาเหยาเอ่ยขึ้นพร้อมยื่นมุ้งสีชมพูให้เหย่เตี๋ยไป

เหย่เตี๋ยเปลี่ยนผ้าเช็ดหน้าทั้งสามผืนที่ได้นับมาให้เป็นส่วนของกระโปรงซับใน เพื่อใช้เย็บเป็นรอยต่อของซีกกระโปรงทั้ง2ฝั่งที่ได้ขาดออกจากในรูปแบบสามเหลี่ยมหัวชี้พื้น จนเป็นกระโปรงผืนเดียวกันที่เย็บติดขึ้นมาใหม่นั้น มีความเด่นสะดุดตาขึ้นมาทันที แต่มันจะเด่นแบบการปะผ้าไม่ได้สวยงามอะไร เพื่อไม่ให้เห็นเป็นแบบนั้น เหย่เตี๋ยจึงได้ตัดมุ้งสีชมพูออกเป็นหลาย ๆ ส่วนจากนั้นเย็บติดกระโปรงด้านหลังไปอีก แล้วม้วนเศษมุ้งให้เป็นเส้นแล้วใช้ด้ายมัดเป็นข้อ ๆ เอาไว้จากนั้นก็สานให้เป็นลายตาข่าย บังผ้าเช็ดหน้าทั้งสามผืนที่เป็นซับในเอาไว้อีกชั้น ช่องที่ตาข่ายมุ้งเหย่เตี๋ยได้ปักลายคล้าย ๆ ผีเสื้อตัวเล็ก ๆ ด้านในด้วยทำให้ดูน่าค้นหาไปใหญ่

สุดท้ายเหย่เตี๋ยก็เอามุ้งที่เหลือมาตัดแล้วจับจีบเป็นระบายของส่วนกระโปรงด้านหลัง จากนั้นก็เย็บเชื่อมชิ้นส่วนดังกล่าวให้มีสายไปผูกที่ด้านหน้าเพื่อที่กระโปรงระบายผ้ามุ้งตัวใหม่จะได้ปกปิดกระโปรงด้านหลังที่มีรอยต่อทั้งหมด ส่วนระบายด้านหลังที่บาง ๆ ก็จะเห็นเส้นลายสานรูปตารางของมุ้งและลายปักผีเสียตัวเล็ก ๆ อีกที ทำให้คนที่เห็นมีความรู้สึกอยากค้นหาลายด้านในอย่างที่สุด

“เสร็จแล้วขอรับ” ในที่สุดเหย่เตี๋ยก็ได้เอ่ยขึ้น และใช้เวลาไปมากกว่าที่เขาคิดเกือบ3เค่อ

“ฉินชิงเจ้าไปตรวจดูความเรียบร้อยให้คุณหนูที” เหยาเหยาคนรับคุณหนูหานมู่ตานได้บอกสหายของตนที่เป็นสาวใช้อีกคนไปดูกระโปรงที่เหย่เตี๋ยซ่อม

“ม... ม... ไม่จริงใช่ไหมนี่!!” ฉินชิงอุทานขึ้นด้วยเสียงดังทันที

“ทำไมฉินชิงมันน่าเกลียดมากเลยหรือ?” คุณหนูหานมู่ตานรีบถามบ่าวของตนออกไปเช่นกัน จนเหยาเหยาต้องไปดูเอง เพราะยังไงกระโปรงคุณหนูก็เสร็จแล้ว ไม่ตำเป็นต้องบังอีกต่อไปก็ได้

“สุดยอด... สุดยอด...เลยเจ้าค่ะคุณหนู!!” เหยาเหยาร้องขึ้นดังมาก จนคนบริเวณนั้นหันมามองทางคุณหนูหานมู่ตานกันยกใหญ่ จนนางเอาก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรกับกระโปรงนาง คุณหนูหานมู่ตานจึงเอี้ยวตัวเพื่อที่จะดูส่วนที่เหย่เตี๋ยซ่อมแซมให้ แต่ก็กลายเป็นว่านางหมุนรอบตัวอวดลายกระโปรงต่อหน้าชาวเมืองหลันหลินโดยไม่รู้ตัว

ทุกคนที่ได้เห็นต่างพากันชอบและชมกระโปรงของคุณหนูหานมู่ตานตัวใหม่นี้ว่างดงามมาก เพราะใต้ระบายมุ้งสีชมพู มีสีขาว สีเหลืองกับสีส้มซึ่งเป็นผ้าเช็ดหน้าสามผืนซ่อนอยู่ และยังมีลายผีเสื้อเล็ก ๆ น่ารักอยู่ตามช่องตารางอีกด้วย พอนางรู้ตัวว่ามีแต่คนจ้องมองก็เขินเป็นธรรมดา เพราะนางนั้นมีความน่ารักเป็นทุกเดิมอยู่แล้วยิ่งได้อาภรณ์ที่ส่งเสริมบุคลิกของนาง ยิ่งทำให้นางน่ามองมากยิ่งขึ้น

“เจ้าขายตัว3เหรียญทอง แต่นี่ข้าให้5เหรียญทองค่าสำหรับค่าตัวของเจ้า ที่จริงการแก้ชุดของเจ้านั้นจะทำชุดนี้มีราคาไม่ต่ำกว่า10เหรียญทองแน่นอน ข้าให้เพิ่มอีก5เหรียญทองในจุดนี้ด้วย” คุณหนูหานมู่ตานได้เอ่ยขึ้นพร้อมมองไปที่สาวใช้คนนึง เหยาเหยาจึงได้นำเอาป้ายของจวนตระกูลหานออกมามอบให้เหย่เตี๋ย แล้วสั่งให้เขาไปรายงานตัวที่จวนในตอนเย็นนี้ของวันนี้เลย

“ขอบคุณมาก ๆ ขอรับคุณหนูหาน” เหย่เตี๋ยรับของมาแล้วก้มหัวลงพูดขอคุณออกไป

“เรียกข้าคุณหนูเฉย ๆ ก็ได้ข้าอนุญาต แล้วเจ้าล่ะมีชื่อว่าอะไร?” คุณหนูหานมู่ตานได้สั่งให้เรียกนางแค่นามลำลอง จากนั้นก็เอ่ยถามชื่ออีกฝ่ายต่อ

“แซ่เมิ่ง มีนามว่าเหย่เตี๋ยขอรับ” เหย่เตี๋ยตอบพร้อมก้มหน้าดังเดิม

“ดี!! ชื่อเหย่เตี๋ยสินะ จากนี้ไปเจ้าก็มาคอยดูแลลายของอาภรณ์ของคนในจวนตระกูลหานให้ข้าก็แล้วกัน” คุณหนูหานมู่ตานได้เอ่ยขึ้นพร้อมยิ้มออกไป เพราะรู้ว่าเหย่เตี๋ยมีความสามารถอย่างมากจากที่ซ่อมกระโปรงให้นางได้สวยงามจนโดดเด่นเตะตาคนทั้งเมือง

เหตุการณ์นี้ยังทำให้คุณหนูหานมู่ตาน สามารถหักหน้าเหล่าสหายของนางที่ร่วมกันแกล้งนางได้อีกด้วย เพราะทำให้นางมีชุดที่โดดเด่นที่สุดโดยที่ไม่ได้คาดการณ์เอาไว้ก่อน

ด้วยความโดดเด่นของนางนั้นทำให้มีคุณชายรูปงามท่านนึงที่มาจากเทียนสุ่ยเชิญนางไปดื่มน้ำชาพร้อมพูดคุยด้วย แล้วก็ชมชุดที่นางใส่ว่างดงามมาก สร้างความริษยาให้คุณหนูคนอื่น ๆ ที่หมายปองคุณชายรูปงามจากเทียนสุ่ยท่านนี้กันเป็นอย่างมาก

จากเรื่องดังกล่าวทำให้เหย่เตี๋ยได้งานทำในจวนตระกูลหานในฐานะผู้ดูแลเรื่องลายผ้าทันที เพราะเมื่อเขาไปรายงานตัวในช่วงก่อนจะเย็น ฮูหยินใหญ่ตระกูลหานได้เรียกเหย่เตี๋ยเข้าพบเป็นการส่วนตัวทันที

 

 

 

 

 

_____________________________

作成:令和21101

เราก็จะหลุดออกจากมาม่าชามที่1กันนะครับ แบะจะวนเข้ามาม่าชามที่2 พอกินมาม่าหมด หลังจากนั้นจะเป็นชีวิตที่จะได้เจอซื่อหมิงครับ

สุดท้ายอย่าลืมกดไลค์👍และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ

ความคิดเห็น