ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 6 โจรเด็ดบุปผา

ชื่อตอน : บทที่ 6 โจรเด็ดบุปผา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 535

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ต.ค. 2563 14:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6 โจรเด็ดบุปผา
แบบอักษร

บทที่ 6 โจรเด็ดบุปผา

 

 

คุณชายผู้นั้นลุกขึ้นมาด้วยอาการที่เจ็บปวดไม่น้อย กำลังจะเงื้อมือตบไปยังหน้าสตรีตรงหน้า เพื่อระบายความแค้น ทว่าก็ต้องหยุดชะงักลงเสียก่อน เมื่อเสียงๆหนึ่งดังเข้ามาแทรก

 

 

"องค์หญิงแคว้นชางนี่เอง เปิ่นหวางเฟยนึกว่าผู้ใดกำลังถูกพวกอันธพาลรุมรังแกเสียอีก"โฉมสะคราญผู้หนึ่งเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเนิบช้า ไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆทั้งสิ้น

 

 

หลินเฟยหันไปมองตามเสียง เห็นโฉมสะคราญผู้นั้น เดินใกล้เข้ามาหาพวกนางที่ถูกพวกชายโฉดผู้นี้รุมรังแก เคียงข้างมีนางกำนัลรับใช้เดินถือร่มอยู่ท่ามกลางหิมะโปรยปราย 

 

 

ก่อนที่โฉมสะคราญผู้นั้นจะรับสั่งให้ผู้คุ้มกันที่ตามมาอารักขามาด้วย เอาพวกมันไปดำเนินคดี ที่กระทำการอุกอาจในทันที

 

 

"จับพวกมันไปส่งให้ฝ่ายกองปราบ"โฉมสะคราญผู้นั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก สีหน้าเย็นชาขึ้นมาชั่วขณะ

 

 

"น้อมรับคำสั่งพ่ะย่ะค่ะ"

 

 

"ปล่อยข้า พวกเจ้าเป็นใครกล้าสอดมือยุ่งเรื่องของข้าคุณชายผู้นี้ ช่างไม่กลัวที่ต่ำที่สูง"

 

 

"บังอาจ!"เสียงเหล่านั้นค่อยๆจางหายไปในที่สุด 

 

 

หลินเฟยละสายตาจากชายโฉดที่ถูกคุมตัวจนสุดสายตา ก่อนจะหันมากล่าวกับโฉมสะคราญตรงหน้า

 

 

"ขอบพระทัยชินหวางเฟยที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ"นางจำโฉมสะคราญผู้นี้ได้ ถึงแม้จะเห็นเพียงไม่นานก็สามารถเดาได้ทันที ว่าสตรีตรงหน้านี้คือผู้ใด

 

 

"องค์หญิงอย่าได้เกรงใจ อากาศหนาวเย็นเช่นนี้ สนใจไปจิบน้ำชาที่ตำหนักเปิ่นหวางเฟยสักถ้วยหรือไม่"นางได้แต่มองคนชวนอย่างไม่เข้าใจ ยังคงมีความหวาดระแวงอยู่บ้าง นางไม่แน่ใจว่าชินหวางเฟยผู้นี้คิดการณ์ใดหรือไม่ ก่อนจะได้ยินประโยคถัดไปของคนตรงหน้าให้ตื่นตะลึงอย่างประหลาดใจ

 

 

"Let’s go(ไปกันเถอะ)"หลินเฟยได้แต่ตื่นตะลึง มองคนตรงหน้าอย่างไม่กะพริบ ไม่นานนัยน์ตาคู่นั้นของนางพลันวูบไหวขึ้นมาทันที ก่อนจะตอบกลับไปอย่างยินดี

 

 

"Okay(ตกลง)"มาถึงขั้นนี้แล้ว นางจะลองเสี่ยงกับโฉมสะคราญตรงหน้าดู ก่อนจะกล่าวขอบคุณอีกครั้ง กับความช่วยเหลือครั้งนี้อย่างจริงใจ

 

 

"หม่อมฉันขอบพระทัยหวางเฟยที่ยื่นมือช่วยเหลืออีกครั้ง"

 

 

"นับว่ามิได้ลำบากอันใด หากข้ามิได้ยื่นมือเข้ามา เจ้าก็สามารถเอาตัวรอดได้อยู่ดี ฝีมือใช้ได้"หลินเฟยลอบมองชินหวางเฟยตรงหน้าอย่างสำรวจอีกครั้ง  แล้วกล่าวด้วยความสงสัยอย่างไม่ปิดบัง ในขณะที่เดินตามหลังก่อนจะขึ้นรถม้าคันเดียวกัน

 

 

"หวางเฟยเป็นคนจากโลกอื่นเหมือนกันหรือเพคะ"หลินเฟยกล่าวออกมาเพียงแผ่วเบา กระซิบให้ได้ยินกันเพียงสองคน

 

 

"เจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ"หลังจากกล่าวออกไปชินหวางเฟยผู้นั้น ทำเพียงยกยิ้มมุมปากออกมาบางเบา พอดีกับทั้งสองเดินมาถึงรถม้า นางจึงตอบกลับไปอย่างที่คิดไว้แต่แรก พร้อมรอยยิ้มที่จริงใจเต็มมุมปากให้ได้เห็น นับแต่มาอยู่ในยุคอดีตแห่งนี้

 

 

"คิดไม่ต่างกัน"จากนั้นทุกคนต่างขึ้นรถม้า มุ่งหน้าไปตำหนักชินอ๋องทันที

 

 

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ทำให้นางต้องคลาดกับพี่ชาย หลินเฟยได้แต่ถอนหายใจออกไปอย่างเสียดาย ถึงแม้นางจะไปส่งพี่ชายทันทีที่ถูกช่วยเหลือก็คงไม่ทันการณ์ คงทำได้เพียงแต่รอที่พี่ชายจะกลับมาเยี่ยมนางอีกครั้ง

 

 

วันนี้นับเป็นวันดีอีกวันถึงจะโชคร้ายอยู่บ้าง ทว่านางได้สหายคนแรก นับจากทะลุมิติมาอยู่ในโลกที่ไม่รู้จักแห่งนี้

 

 

ชินหวางเฟยคนนี้นับว่าเป็นสหายที่ดีผู้หนึ่ง ได้อย่างไม่ต้องแคลงใจ ถึงแม้ในโลกปัจจุบันชินหวางเฟยหรือเพ่ยเพ่ยซึ่งเป็นนามที่เรียกกันในโลกปัจจุบัน จะมีอายุน้อยกว่านางอยู่หลายปี แต่น้องมีวุฒิภาวะที่ดีเยี่ยม 

 

 

หลังจากที่ต่างคนต่างแนะนำตัว ยามที่พวกนางอยู่กันเพียงลำพัง มีบ้างที่ถามไถ่ถึงที่มาที่ไปของแต่ละฝ่าย พร้อมทั้งนั่งจิบน้ำชาแก้ความหนาวเย็นจากอากาศภายใน เมื่อสมควรแก่เวลานางจึงขอตัวกลับตำหนัก ก่อนที่หิมะจะตกแรงกว่านี้

 

 

เพ่ยเพ่ยยังคงชวนนางให้ไปเยี่ยมที่ตำหนัก ได้ทุกเมื่อ นางได้แต่ยิ้มรับอย่างเกรงใจ ก่อนจะเอ่ยลากลับตำหนักอีกครั้ง...

 

 

หลายวันผ่านไปหิมะยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง หลินเฟยจึงไม่คิดจะออกไปที่ใดอีก ทำเพียงนอนอ่านตำราอยู่ในห้องเงียบๆเพียงลำพัง 

 

 

ชีวิตนางก็ไม่ต่างจากเดิมมากนัก ในโลกปัจจุบันนางชมชอบการอ่านตำราเช่นไร ยามนี้ก็ยังคงชอบไม่ต่างกัน ทว่าสิ่งที่นางชอบในตอนนี้กลับไม่มีให้ได้อ่าน ดังนั้นนางจึงเลือกอ่านเท่าที่มีอยู่ในยามนี้ที่สามารถหาอ่านได้

 

 

เชาเย่วยังไม่กลับมา ยามนี้นางอาศัยอยู่กับชิงชิงตามลำพังเพียงสองคน ส่วนนางกำนัลและขันทีที่ทางวังหลวงแคว้นหนานมอบให้ นางให้มารับใช้เพียงบางเวลาเท่านั้น

 

 

เวลาผ่านไปหลินเฟยที่นอนอ่านตำรา ก็ผล็อยหลับไปในที่สุด

 

 

พรึ่บ!

 

 

เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากความเงียบสงบ บุรุษชุดดำผู้นั้น เดินเข้าไปใกล้สตรีที่นอนหลับใหลไม่ได้สติ ใบหน้าถูกปิดทับด้วยตำราเล่มหนึ่งเต็มหน้า

 

 

เมื่อเดินเข้าใกล้เตียงของสตรีที่นอนหลับใหลด้วยความสงสัย เขาจึงค่อยๆยื่นมือหยิบตำรานั้นออกมาจากใบหน้านั้น อย่างแผ่วเบา

 

 

'เป็นนาง' 

 

 

'ตำราพิชัยสงคราม เป็นสตรีเช่นไรถึงอ่านตำราเช่นนี้ได้'บุรุษชุดดำที่สวมหน้ากากครึ่งหนึ่ง เลิกคิ้วขึ้นมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ

 

 

ทว่าผู้ใดจะคาดคิดว่าคนที่นอนหลับสนิทเมื่อครู่ กลับลืมตาขึ้นมาโดยไม่บอกไม่กล่าว

 

 

บุรุษผู้บุกรุกเห็นสตรีตรงหน้าลืมตาอย่างมิได้นัดหมาย ฝ่ามือข้างหนึ่งก็ยกมาปิดปากนางอย่างฉับพลัน

 

 

"อื้อ!อื้อ!"หลินเฟยใช้มือทุบตีผู้บุกรุกอย่างไม่ออมแรง จ้องมองคนบุกรุกอย่างไม่วางตา มือยังคงทุบตีอยู่เช่นนั้น แต่ก็ไม่สามารถทำให้คนผู้นั้นสะทกสะท้านได้แม้แต่น้อย

 

 

"หากเจ้าสัญญาว่าจะสงบปากสงบคำ ข้าจะปล่อยเจ้าไป หากตุกติกย่อมต้องทิ้งลมหายใจไว้ที่นี่"

 

 

หลินเฟยทำได้เพียงกะพริบตาปริบๆ แล้วพยักหน้ารับปากบุรุษตรงหน้าไปอย่างว่าง่าย 

 

 

เมื่อบุรุษชุดดำเห็นนางพยักหน้ายอมรับปาก เขาจึงเอามือออกจากปากของสตรีผู้นั้นทันที

 

 

"คุณชายบุกรุกห้องสตรีในยามวิกาลเช่นนี้ต้องการอันใด"หลินเฟยมองผู้บุกรุกที่สวมหน้ากากครึ่งหน้า ด้วยสายตาแน่วแน่ไม่มีความหวาดเกรงแต่อย่างใด

 

 

"ข้าแค่ผ่านทาง"บุรุษผู้นั้นกล่าวออกมาอย่างไม่จริงจัง มองดูสตรีตรงหน้าที่ลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียงอย่างไม่กลัวเกรง ด้วยท่าทีสบายๆ

 

 

"หากข้าจำมิผิดทางที่คุณชายกล่าวถึง อยู่ในวังหลวง มีทหารเฝ้ายามอย่างรัดกุม ผ่านทางเช่นไรทหารพวกนั้นจึงไม่เห็นคุณชาย"น้ำเสียงราบเรื่อยไม่บ่งบอกถึงอารมณ์ใดๆทั้งสิ้น หยุดมองคู่สนทนาครู่หนึ่ง แล้วกล่าวต่อ

 

 

"ทว่าก็ช่างเถอะ ในเมื่อคุณชายเอ่ยว่าเพียงแค่ผ่านทาง เช่นนั้นจงผ่านเลยไปเถอะเจ้าค่ะ นั่นประตู ไม่ส่ง"จากนั้นนางก็ล้มตัวลงนอนต่อหน้าต่อตาบุรุษผู้ผ่านทางผู้นั้นทันที ไม่มีความอายเขินอายหรือเคอะเขินแม้แต่น้อย

 

 

"เจ้าเป็นสตรีเช่นไร ถึงกล้านอนต่อหน้าบุรุษเช่นนี้ได้ ทั้งเสียมารยาททั้งไร้ความยางอาย ไม่มีความเป็นกุลสตรีอย่างแท้จริง"หลินเฟยเลิกคิ้วมองบุรุษตรงหน้าอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะกล่าวไปอีกครั้ง

 

 

"เป็นคุณชายบุกรุกห้องนอนของข้ามิใช่หรือ สมควรเป็นคุณชายที่เสียมารยาท หรือต้องให้ข้าผู้เป็นเจ้าของห้องผู้นี้ ร้องเรียกทหารพวกนั้นเข้ามาจัดการผู้บุกรุกอย่างคุณชายดี"

 

 

"เจ้ากล้า!"

 

 

"เหตุใดข้าจะไม่กล้า"นางนอนจ้องบุรุษที่ยืนอยู่ขอบเตียงตรงหน้าอย่างไม่ไหวติง

 

 

"เกรงว่าก่อนที่องค์หญิงจะได้เอ่ยปาก ร้องเรียกทหารพวกนั้น องค์หญิงคงได้ปรนนิบัติข้าหลายกระบวนท่าแล้วกระมัง"หลินเฟยเข้าใจอย่างแน่นอน ว่าบุรุชุดดำกำลังพูดถึงเรื่องอันใด

 

 

"เจ้าคนบัดซบ เจ้าคนไร้ยางอาย เจ้าคนวิปริต"หลินเฟยเหนื่อยที่จะควบคุมอารมณ์ให้สงบอีกต่อไป จึงเอ่ยออกไปไม่มียั้ง

 

 

"หรือองค์หญิงจะลอง"ได้ยินคำสรรเสริญออกมาจากปากนั้นของนางอย่างยาวเหยียด มุมปากพลันกระตุกขึ้นมาทันใด

 

 

"ช่วย...อื้อ"

.

.

.

.

#แก้ไขคำผิดครั้งที่1. 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น