ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

14 : เพียวไม่อยากขายแล้วครับ

ชื่อตอน : 14 : เพียวไม่อยากขายแล้วครับ

คำค้น : หลงกลรัก, นิยายวาย, Mpreg, เพียวไผ่, นักรบ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 25.1k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ค. 2564 17:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
14 : เพียวไม่อยากขายแล้วครับ
แบบอักษร

Chapter 14 

Lab Love : เพียวไม่อยากขายแล้วครับ 

  

“คุณกัน นี่ไม่ใช่ทางไปร้านคุณตรีไม่ใช่เหรอครับ”เสียงเล็กเอ่ยถามเมื่อเส้นทางที่คุ้นเคยกลับไม่ใช่อย่างเดิม  

“ครับ”คนที่ทำหน้าที่ขับรถในตอนนี้รับคำสั้น ๆเพียวไผ่ก็นั่งเงียบ ก้มมองโทรศัพท์ในมือที่โทรหาน้องสาวไปหลายสิบสายไม่รับก็จุกในอก ก่อนหน้านี้พิภพโทรมาหาบอกว่าตอนนี้อยู่กับแป้งพิมพ์ที่ร้านมนตราคาเฟ่ ก็เลยฝากพิภพดูแลแป้งพิมพ์ก่อน หากเสร็จธุระตนจะรีบไปหาน้อง ตอนนี้เพียวไผ่เหลือน้องสาวเพียงคนเดียวแล้ว น้อง ๆไปอยู่กับคนอื่น แม้ว่าครอบครัวพ่อแม่บุญธรรมจะบอกว่ายังไงเสียน้อง ๆก็ยังเป็นน้อง ๆของเพียวไผ่ แต่เพียวไผ่รู้ดีว่าวันหนึ่งวันใดน้อง ๆก็อาจจะลืมตนและมีครอบครัวใหม่ คิดถึงตอนนี้ก็ต้องยอมรับว่าคนในครอบครัวเหลือเพียงแป้งพิมพ์คนเดียว 

หากน้องสาวไม่อยากให้เขาขายตัว เขาก็จะไม่ขายตัวจะไม่รับเงินนั้นหากว่าน้องคิดว่าสกปรก หากต้องทำงานให้มากกว่านี้หนักกว่านี้เขาก็จะยอมทำ 

รถเคลื่อนที่เข้าสู่อาคารสูงหลังจากนั่งรถประมาณสองชั่วโมง ถือว่าไกลมากจากบ้านที่เขาอยู่ ลงจากรถก็เดินตามกันทิมาไม่คิดจะถามอะไร คิดว่าคงเป็นที่ที่นักรบรออยู่ 

เป็นอย่างที่เพียวไผ่คิดเมื่อก้าวขามาในห้องคอนโดกว้างและหรูหราก็เห็นคนร่างใหญ่นั่งไขว่ห้างอยู่ที่โซฟา กันทิมาพยักหน้าให้เพียวไผ่เล็กน้อยก็ออกจากห้อง ทิ้งไว้เพียวไผ่กับนักรบอยู่ในห้อง เพียวไผ่อยู่นิ่งแค่ครู่เดียวก็เดินไปยืนไม่ไกล 

“นั่งลง”เสียงดุคุ้นหูเอ่ยพูด เพียวไผ่ก็ไปนั่งตรงกันข้าม ก้มหน้าเงียบ ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกไป ตอนแรกเพียวไผ่นึกว่านักรบเรียกพบเพราะต้องการมีเซ็กส์อย่างทุกครั้ง ตนจึงคิดอย่างถี่ถ้วนอย่างดีในช่วงเวลาที่อาบน้ำที่ผ่านมาว่าจะมาขอยกเลิกสัญญาทุกอย่างกับนักรบและจะคืนเงินทุกบาททุกสตางค์ที่มีอยู่ตอนนี้คืนนักรบไป เซ็กส์ที่ผ่านมาถือเป็นค่าตอบแทนสำหรับที่พักตลอดสองสัปดาห์ที่นักรบให้เขาและน้อง ๆพัก  

คิดแล้วก็สังเวช เซ็กส์ของเขาคงมีค่าแค่ที่พักอาศัย แต่หากแป้งพิมพ์ไม่อยากใช้เงินเหล่านั้น เขาก็จะหาใหม่ เริ่มต้นใหม่ แม้ตอนนี้มันมืดแปดด้าน แต่อีกเดี๋ยวก็คงคิดออกว่าจะทำอย่างไร 

“ลืมเอาปากมารึไง”เสียงเหมือนผู้ใหญ่ดุเด็กดังขึ้น เพียวไผ่เงยหน้าแค่แวบเดียวก็ก้มหน้าอีกครั้งยกมือไหว้นักรบเหมือนทุกครั้งที่เจอหน้า 

“สวัสดีครับคุณรบ”  

“......” 

“คุณรบครับ คือเพียว...” 

“เอาล่ะ วันนี้ฉันไม่ได้เรียกเธอเพื่อมีเซ็กส์แค่เห็นหน้าอมทุกข์ของเธอเวลานี้ฉันก็หมดอารมณ์แล้ว”คำพูดจากคนร่างใหญ่ก็ยิ่งทำให้เพียวไผ่นิ่งเงียบและทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง 

“เงยหน้าขึ้นเพียวไผ่”หลังจากที่ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบเสียงดุก็ออกคำสั่งอีกครั้ง เพียวไผ่จึงเงยหน้าขึ้น เห็นคนร่างใหญ่จ้องมองตัวเองไม่วางตา  

“กันไม่เคยบอกเธอรึยังไงว่าเป็นเด็กขายของฉันต้องดูดีตลอดเวลา”เพียวไผ่จึงเสมองไปทางอื่น มือบนตักจิกมืออีกข้างเบา ๆ 

“มีอะไรพูดมาสิ”นักรบเอ่ย 

“คุณรบครับ เพียวไม่อยากเป็นเด็กขายแล้ว”เพียวไผ่รวบรวมความกล้าของตัวเองเอ่ยปากพูด ก่อนที่ทั้งห้องจะตกอยู่ในความเงียบไปชั่วขณะ 

“ทำไม”เสียงดุที่จับได้ว่าไม่พอใจเอ่ยถามขึ้น เกือบสองสัปดาห์ที่ได้รู้จักนักรบ เพียวไผ่รู้ว่าตอนนี้นักรบคงจะกำลังไม่พอใจตน สองมือขาวกำบนตักแน่น  

“เพียวแค่ไม่อยากทำครับ”ไม่รู้จะบอกเหตุผลไปว่าอย่างไร จะบอกว่าเพราะเหตุผลคือเงินที่ได้เป็นสกปรกงั้นเหรอ ทั้ง ๆคนที่รับข้อเสนอนั้นคือเขาเอง จะบอกว่าเพราะน้อง ๆจากไปอย่างนั้นเหรอ ไม่หรอกไม่ใช่ความผิดของเด็ก ๆ 

“ฉันขอเหตุผลที่มันฟังขึ้นกว่านี้”คนตรงข้ามเอ่ย เพียวไผ่ก็ส่ายหน้า 

“มะ...ไม่มีครับ” 

“งั้นฉันไม่อนุ...” 

“เพราะเพียวมีเลือดประจำเดือนครับ”เพียวไผ่โพล่งออก ร่างกายเพียวไผ่แข็งทื่ออีกทั้งเย็นวาบ เขาไม่น่าพูดเรื่องนี้เลย 

“แป้งพิมพ์รู้เรื่องนี้รึเปล่า”เพียวไผ่เงยหน้าขึ้นด้วยความงุนงงเมื่อคำถามจากนักรบไม่ใช่อย่างที่ตนคิด  

“ว่ายังไงล่ะ” 

“มะ..ไม่ครับ น้องแป้งไม่รู้ เรื่องนี้มีแค่เพียวกับแม่ครูเท่านั้นที่รู้ครับ”เพียวไผ่ส่ายหน้าเรื่องที่เขามีประจำเดือน เขาไม่เคยบอกให้รู้อีกทั้งแม่ครูเองก็ไม่เคยบอกน้อง ๆเช่นกันและถึงตอนนี้ วันนี้แล้วเพียวไผ่ยิ่งไม่อยากให้น้อง ๆรู้ ไม่อยากให้ใครรู้ ไม่อยากให้ใครจากเขาไปเพราะเขาเป็นคนทิ้งศักดิ์ศรีของตัวเองและเป็นตัวประหลาด 

“แต่บางทีที่ผ่านมามันอาจจะไม่ใช่ประจำเดือนก็ได้ครับ คุณรบบอกเพียวเองไม่ใช่เหรอครับว่าผู้ชายน่ะมีเลือดประจำเดือนไม่ได้”เพียวไผ่พูดต่อ ขอบตาเหมือนจะร้อนผ่าวยิ่งเงยหน้าสบตาคนตรงข้ามก็ยิ่งร้อนผ่าวเหมือนน้ำตาจะไหล ไม่รู้ว่ากลัวอะไร  

กลัวถูกมองเป็นตัวประหลาด  

กลัวถูกมองเป็นเด็กเลี้ยงแกะ 

กลัวถูกรังเกียจ  

กลัว...กลัวจนเหน็บหนาวไปหมดทั้งหัวใจ 

“คุณรบครับ เพียวจะคืนเงินทุกบาททุกสตางค์ที่มีอยู่ตอนนี้ที่ได้จากคุณรบคืนให้คุณรบ เพราะเพียวไม่อยากเป็นเด็กขายแล้ว เพียวขอยกเลิกสัญญาทั้งหมดได้ไหมครับ”เพียวไผ่เงยหน้ามองนักรบ อีกฝ่ายเพียงแค่มองเขาด้วยสายตาเรียบนิ่ง 

“ก่อนหน้านี้เธอเคยบอกว่าเลือดหมดล่าสุดคือสองสัปดาห์นับจากวันที่เธอเจอฉัน รวมตอนนี้ก็เป็นเดือนแล้ว วันนี้เลือดออกแล้วยัง ช่วงนี้มีสัญญาณไหม”เพียวไผ่ไม่อยากตอบ กลัวนักรบไม่เชื่อ 

“ตอบฉันมาเพียวไผ่”เสียงดุราวกับว่าไม่ต้องการรอให้นานกว่านี้ทำเพียวไผ่สะดุ้ง พยักหน้า 

“ออกครับ มีก่อนจะมาพบคุณรบ” 

“ดี”เพียวไผ่เงยหน้ามองนักรบ อีกฝ่ายลุกขึ้น เดินไปที่เคาเตอร์ 

สูง ๆไม่ไกลมีกล่องกระเป๋าขนาดเหมาะมือวางไว้ก่อนจะหยิบบางอย่างออกมา 

“ไปเข้าห้องน้ำ แล้วเอาเลือดที่เธอบอกว่าเป็นประจำเดือนใส่กระปุกนี้ แล้วเอาออกมาให้ฉัน”เพียวไผ่นิ่งงัน มองกระปุกขนาดเล็กทรงกระบอกในถุงซิปล็อคถูกยื่นมาให้ 

“ทำไม ไม่อยากให้ฉันเชื่อแล้วเหรอว่าเธอมีเลือดประจำเดือน”เพียวไผ่ก็ยังคงนิ่งเงียบ ตอนนี้หัวสมองเขาตื้อไปหมด ตื้อจนคิดอะไรไม่ออก ไม่รู้ว่านักรบจะให้ทำไปเพื่ออะไร ถ้าไม่อยากเชื่อก็แค่ไม่เชื่อต่อไป 

“หรือยังอยากเป็นเด็กเลี้ยงแกะในสายตาฉันต่อไป”เพียวไผ่ส่ายหน้า 

ไม่...ไม่อยากให้นักรบมองเขาเป็นเด็กเลี้ยงแกะ  

แต่ที่มากกว่านั้น เขากลับกลัวว่านักรบจะมองว่าเขาเป็นตัวประหลาด ทั้ง ๆที่ก่อนหน้านี้เขาอยากให้นักรบเชื่อเขาสักนิดว่าเขาไม่ได้โกหก 

“บางทีแม่ครูอาจจะพูดผิดครับ คงไม่ใช่เลือดประจำเดือน คงไม่มีผู้ชายคนไหนมีเลือดประจำหรอกครับ” 

“หากเธอไม่รีบทำ แป้งพิมพ์คงจะได้รู้เรื่องนี้”ใบหน้าใสที่อมทุกข์เวลานี้เงยหน้าขึ้น ไม่ได้ แป้งพิมพ์จะมารู้เรื่องของตัวประหลาดอย่างเขาไม่ได้ ไม่อย่างนั้นแป้งพิมพ์อาจจะทิ้งเขาไปอยู่กับคนอื่น ตอนนี้เขาไม่เหลือใครอีกแล้ว เขาไม่อยากอยู่คนเดียว 

เพียวไผ่กลัว...กลัวการที่ต้องตัวคนเดียว 

กลัวมาตลอด... 

นั่นจึงเป็นอีกเหตุผลที่เขาพยายามปกป้องน้อง ๆไม่ให้สถานสงเคราะห์เอาตัวไป  

กลัวที่ต้องไม่เหลือใคร.... 

มือขาวรับถุงซิปล็อคที่มีกระปุกก่อนจะลุกไปยังห้องน้ำที่นักรบชี้ เข้าไปทำธุระเอาเลือดใส่ในกระปุก ประมาณห้านาทีก็ออกมาจากห้องน้ำ พร้อมเลือดประมาณหนึ่งไม่มากไม่น้อย เอากระปุกใส่ถุงซิปล็อคตามเดิมแล้วยื่นให้นักรบ  

คนร่างใหญ่มองเลือดสีคล้ำที่เป็นลิ่มในกระปุกก็นิ่งไปอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะเดินไปที่กล่องกระเป๋าใบเดิมแล้วใส่เลือดของเพียวไผ่ลงไปในนั้นแล้วเรียกกันทิมาให้เข้ามา เมื่อกันทิมาเข้ามาชายหนุ่มก็ยื่นเอกสารให้เพียวไผ่ พร้อมบอกในสิ่งที่เพียวไผ่ได้แต่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก 

“ทางเราจะขอนำเลือดของคุณเพียวไผ่ไปตรวจที่สถาบันด้วยเทคนิคของทางวิทยาศาสตร์เพื่อตรวจหาว่าใช่เลือดประจำเดือนรึเปล่า ซึ่งนี่เป็นหนึ่งในวิธีการทดลองของโครงการการตั้งครรภ์ในเพศชายครับ” 

“นี่มันอะไรกันครับ” 

“อย่างที่คุณเพียวไผ่เคยทราบ ว่าทางสถาบันของเราได้มีโครงการการวิจัยและการทดลองการตั้งครรภ์ของเพศชาย แต่การวิจัยและการทดลองดังกล่าวคือการปลูกถ่ายอวัยวะสืบพันธ์ภายในเพศหญิงซึ่งก็คือมดลูกเข้าไปในเพศชาย หากตามทางทฤษฎีมีความเป็นไปได้เราจะทำการทดลองในสัตว์เป็นขั้นตอนแรกและทำการทดลองในมนุษย์เป็นขั้นตอนสุดท้าย” 

“ผมไม่เข้าใจ”เพียวไผ่ส่ายหน้าเพราะก่อนหน้านี้นักรบบอกเองว่าการทดลองนี้ไม่เป็นที่อนุมัติ 

“ครับ แต่อย่างที่ด็อกเตอร์ได้บอกไว้ก่อนหน้านี้กับคุณเพียวไผ่ การวิจัยและการทดลองนี้ยังถือว่าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายในประเทศไทยและยังไม่เป็นที่อนุมัติในหลาย ๆประเทศส่วนใหญ่ คณะกรรมการจริยธรรมด้านการวิจัยและการทดลองในมนุษย์เห็นพ้องกันว่าการทดลองนี้นำไปสู่ชีวิต และทฤษฎีที่ร่างไว้ก็ไม่มีหลักประกันว่าชีวิตของผู้ถูกทดลองจะปลอดภัยหลังจากที่ทำการปลูกถ่ายอวัยวะเสร็จสิ้นแล้ว” 

“แล้วบอกเพียวทำไมครับ”เพียวไผ่ยังคงงุนงงจับต้นชนปลายไม่ถูก 

“แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อ่าหลังจากที่พวกเราเจอคุณเพียวครั้งแรกครับ…”กันทิมาทำท่าครุ่นคิดไปพักใหญ่ 

“ทางสถาบันออสเตรียซึ่งเป็นสถาบันร่วมในการคิดค้นและทดลองโครงการนี้ได้มาพูดในที่ประชุมว่า ทางสถาบันพบว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะพบผู้ชายมีเลือดประจำเดือนครับ เราจึงต้องขออนุญาตนำเลือดของคุณเพียวมาตรวจครับ” 

“…” 

“อันที่จริงการขอตัวอย่างของเลือดโดยที่ไม่ได้มีแจ้งและอธิบายรายละเอียดชัดเจนถือเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายร้ายแรง อีกทั้งผิดหลักจริยธรรมเรื่องสิทธิของผู้ถูกทดลองด้วยครับ”เพียวไผ่ปรายตามองนักรบเล็กน้อย อีกฝ่ายก็ยังคงนั่งนิ่งไขว้ห้างเหมือนเดิม 

“คุณเพียวไผ่สามารถนำไปแจ้งคว...” 

“กัน”ไม่ทันที่กันทิมาจะพูดจบก็มีเสียงดุขัด 

“อ่า ขอโทษครับ นี่เป็นเอกสารที่อยากให้คุณเพียวไผ่อ่านเพื่อให้เข้าใจว่าเราจะเอาเลือดไปตรวจสอบเพียงเท่านั้นว่าเป็นประจำเดือนหรือไม่ ใช่สิ่งที่หลุดลอกออกมาจากเยื่อบุโพรงมดลูกหรือไม่ครับ หากคุณเพียวไผ่ยินยอมให้ทางสถาบันนำไปตรวจด้วยเทคนิคการตรวจโดยใช้เครื่องมือของสถาบันแล้ว อยากให้เซ็นต์ยินยอมตรงนี้ครับ”กันทิมาชี้จุดที่เพียวไผ่ต้องเซ็นต์ลงไปหากตนยินยอม มือขาวหยิบกระดาษขึ้นมาแล้วอ่านทุกบรรทัด ทุกคำที่อยู่บนหน้ากระดาษแผ่นนั้น 

จากความรู้ของตนที่มี เพียวไผ่เข้าใจได้ว่าเลือดที่นักรบเอาจะนำไปตรวจสอบว่าใช่เลือดประจำเดือนเช่นเดียวกับผู้หญิงหรือไม่เพียงแค่นั้น ในเอกสารกล่าวไว้แค่นั้น หากผู้ที่ทำการนำตัวอย่างทดลองนำตัวอย่างทดลองไปทำนอกเหนือจากนี้จะถือว่าเป็นความผิด และเจ้าของตัวอย่างสามารถเรียกร้องสิทธิ์ของตนได้  

“หากเพียวไม่เซ็นต์ล่ะครับ”เพียวไผ่เอ่ยเสียงแผ่ว 

“หากคุณเพียวไผ่ไม่ยินยอมก็ไม่เป็...” 

“หากไม่ยินยอม แป้งพิมพ์จะรู้เรื่องนี้ และไม่อนุญาตให้เธอเลิกเป็นเด็กขาย”เพียวไผ่หันขวับไปทางเสียงดุ ในขณะที่กันทิมาทำสีหน้านิ่ง เคลือบความลำบากใจไม่น้อย 

“อย่างนี้ไม่เรียกว่าการข่มขู่เหรอครับ” 

“รู้ก็ดี ใช่ฉันกำลังขู่เธอ รู้แล้วก็เซ็นต์ซะ” 

“แต่เพียวก็ฟ้องกลับได้นะครับหากเพียวไม่ยินยอม”เพียวไผ่แย้งหากแต่ก็เป็นการก้มหน้าพูดเพียงเท่านั้น เขาไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองนักรบด้วยซ้ำ 

“อย่างนั้น ฉันจะฟ้องสิทธิ์ของฉันที่เธอไม่ทำตามเงื่อนไขในสัญญา”เพียวไผ่นิ่งเงียบ เม้มปากเพราะคิดอะไรไม่ออก เมื่อถูกกดดันให้จนมุม 

“เลือกเอาเพียวไผ่ หากว่าเธอยอมเซ็นต์ให้ฉันเอาเลือดเธอไปตรวจ ฉันจะยกเลิกสัญญาทั้งหมดโดยไม่เอาเงินคืนจากเธอทุกบาททุกสตางค์และจะเก็บเรื่องของเธอให้เงียบจากแป้งพิมพ์ แต่ถ้าหากไม่เซ็นต์ แน่นอนเรื่องเธอจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป” 

ใจร้าย... 

เพียวไผ่ได้แต่พูดคำนี้อยู่ในใจ นักรบต้อนให้เขาจนมุมหาทางออกไม่เจอ เขาไม่อยากรู้แล้วว่าเลือดที่ออกจากร่างกายเขามันคืออะไรกันแน่ ปล่อยให้มันตายไปกับความสงสัยนั้นของเขาในที่สุดก็ได้ และเขาไม่อยากเป็นเด็กขายให้นักรบแล้วเพราะไม่อยากให้แป้งพิมพ์ต้องรู้สึกว่าเงินนั้นมันสกปรก และสุดท้ายเขาไม่อยากให้แป้งพิมพ์รู้เรื่องนี้ เขาไม่อยากเป็นตัวประหลาดในสายตาน้องสาว เขากลัว...กลัวแป้งพิมพ์รังเกียจและทิ้งเขาไว้คนเดียว 

“ว่ายังไงล่ะ ไม่มีเวลาแล้วนะ”เสียงดุท้วงราวกับไม่อยากให้เพียวไผ่ได้ตรึกตรองให้ดี มือขาวหยิบปากกามาเซ็นต์ชื่อตัวเองช้า ๆในหัวเต็มไปด้วยความคิดร้อยแปดพันเก้าพุ่งเข้ามา 

เมื่อไหร่เขาจะมีทางเลือกที่มันมากกว่านี้ 

 เอกสารถูกเก็บไปแล้วหลังจากที่เซ็นต์เสร็จ เลือดของเขากันทิมานำไปแล้วบอกว่าจะรีบนำไปยังสถาบันทันที เพียวไผ่จึงจะขอตัวไปหาน้องสาว 

“สัญญายังไม่หมด เธอจะไปไหนฉันยังไม่อนุญาตให้ไป”เพียวไผ่เหลียวกลับมามองเจ้าของห้องกว้างอีกครั้ง 

“เพียวจะไปหาน้องแป้งครับ เมื่อกี้เพียวเซ็นต์ยินยอมไปแล้วทำไมสัญ...” 

“ฉันจะยังไม่ยกเลิกสัญญาจนกว่าทางแล็บจะมีผลออกมา เดี๋ยวเธอจะเล่นตุกติก เกิดอยากฟ้องฉันขึ้นมากลางคัน”เพียวไผ่ก้มหน้างุด 

“มีแต่คุณรบคิดไปเอง”แล้วก็บ่นอุบเบา ๆคิดว่าเขาบ้าดีเดือดขนาดไหนกันถึงจะฟ้องนักรบ แค่เห็นหน้าดุ ๆของนักรบขาเขาก็สั่นพั่บ ๆๆเป็นเหมือนพาร์กินสันไปแล้ว มีเพียงนักรบนั่นแหละคิดเองเออเองคนเดียว 

“เธอว่าอะไรนะ”เสียงดุถาม เพียวไผ่สะดุ้ง 

“ปะ..เปล่าครับ แล้วผลแล็บจะออกมาเมื่อไหร่ครับ” 

“ประมาณหนึ่งสัปดาห์หรือมากกว่านั้น”คราวนี้เพียวไผ่เงยหน้าขึ้น คิ้วขมวดแทบชิดติดกัน 

“เพียวเคยไปตรวจเลือด เขาตรวจโดยใช้เวลาไม่ถึงวันเลยนะครับ”เพียวไผ่แย้งเสียงเบา กลัวโดนดุอย่างเคย 

“เพื่อความชัดเจนก็ต้องใช้เวลา เอาล่ะคราวนี้ก็ไปล้างหน้าล้างตาซะ เธอต้องไปกับฉันและฉันไม่อยากให้คนอมทุกข์เดินอยู่ข้าง ๆ” 

“ไปไหนครับ” 

“……” 

“ครับไปล้างหน้าล้างตาให้ดูดีขึ้นกว่านี้แล้วครับ”แต่เมื่อได้รับสายตาดุ ๆแทนคำตอบเพียวไผ่ก็ลนลานไปเข้าห้องน้ำอีกครั้ง 

“เดี๋ยว”เพียวไผ่ชะงัก 

“ครับ” 

“ชีวิตเธอยังเด็ก แต่การจากกันมันก็คือเรื่องปกติของชีวิต เอาแต่เศร้า ก็ไม่ได้อะไรกลับคืนมา นอกจากถอยหลังให้แย่ลง”เพียวไผ่นิ่งงันมองแผ่นหลังของคนเสียงดุที่จบประโยคยาวเหยียดกับเขาเมื่อครู่ ใบหน้าซีดเซียวทั้งวันวันนี้เผยรอยยิ้มบาง ๆมองแผ่นหลังของอีกคนที่เดินเข้าไปอีกห้องไม่วางตา 

“ขอบคุณครับ เพียวจะเข้มแข็งมากกว่านี้ครับ”ปากชมพูเอ่ยเบา ๆกับตัวเองแล้วหันหลังเขาห้องน้ำล้างหน้าล้างตาให้ตัวเองสดชื่น 

  

“นุ” 

“ครับคุณกัน” 

“เอากล่องนี้ไปห้องแล็บให้คุณจีนทันที บอกว่าขอผลไม่เกินเที่ยงคืนวันนี้ อย่าทำพลาดล่ะ” 

“ครับคุณกัน” 

_________ 

ในการทดลองในมนุษย์นั้น ตามกฏหมาบ พรบ.ว่าด้วยการทดลองในมนุษย์ต้องผ่านการยินยอมจากผู้ถูกทดลอง 

และผ่านมติการเห็นชอบจากคณะกรรมการจริยธรรมการทดลองในมนุษย์  

ทั้งนี้ทั้งนั้น การที่เอาเลือดของน้องเพียวไปตรวจสอบยังไม่ถือว่าเป็นขั้นตอนของการทดลองในมนุษย์นะครับ เพราะยังไม่ถือว่าเป็นการกระทำกับร่างกายของน้องเพียว หากแต่เป็นการขอตัวอย่างเลือดจากน้องเฉยๆ ซึ่งตามกฎหมายต้องผ่านการยินยอมจากน้องด้วยความสมัครใจ แต่ในที่นี่ ใช่แล้ว ตาด็อกเตอร์บังคับน้อง ในโลกความเป็นจริงตามกฏหมายกรณีนี้เรียกร้องได้นะครับเพื่อสิทธิ์และศักดิ์ศรีแต่อยากให้ทุกคนจำไว้ครับ ว่านี่เป็นเพียงนิยาย และใช่ครับตอนนี้ตาด็อกเตอร์ถือไพ่เหนือกว่าน้อง 

นายแน่มากนักรบ. นายแน่มาตลอดดดดด ย๊ากกก!!!! 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ 

แก้ไขครั้งแรก 27 กรกฎาคม 2564 

คุณคนโปรด 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว