ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

13 : ทำไปทั้งหมดเพื่ออะไร

ชื่อตอน : 13 : ทำไปทั้งหมดเพื่ออะไร

คำค้น : หลงกลรัก, นิยายวาย, Mpreg, เพียวไผ่, นักรบ, ทดลองรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 23.7k

ความคิดเห็น : 40

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ค. 2564 14:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
13 : ทำไปทั้งหมดเพื่ออะไร
แบบอักษร

Chapter 13 

Lab Love : ทำไปทั้งหมดเพื่ออะไร 

  

“สวัสดีค่ะ”เสียงปลายสายจากเบอร์ของน้องสาวเพียวไผ่เอ่ยขึ้น กันทิมาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกใจ ถึงแม้ว่าเวลาทำงานของเพียวไผ่หากเด็ก ๆที่บ้านมีปัญหาอะไร ให้เพียวไผ่บอกเด็ก ๆให้ติดต่อมาหาเขา เพราะไม่ให้รบกวนเวลาเพียวไผ่ทำงาน แต่ทุกคนก็ไม่เคยโทรหากันทิมาเลยสักครั้ง รู้อยู่ว่าเด็ก ๆทุกคนว่านอนสอนง่าย  

“สวัสดีครับ” 

“หนูชื่อแป้งพิมพ์ค่ะ” 

“ครับ คุณแป้ง ที่บ้านมีปัญหาอะไรเหรอครับ” 

“พี่เพียวทำงานอยู่เหรอคะ”เสียงปลายสายถามขึ้น 

“ครับ คุณเพียวทำงานอยู่ คุณแป้งมีอะไรบอกผมมาได้เลยครับ”กันทิมาเอ่ยบอกต่อ มองเวลาบนนาฬิกาข้อมือบอกเวลาสี่ทุ่มแล้ว 

“พรุ่งนี้คุณกันว่างไหมคะ หนูมีอะไรอยากให้คุณกันช่วยค่ะ” 

“ช่วงบ่ายผมพอมีเวลาว่างครับ แต่ว่าพรุ่งนี้คุณเพียวหยุดทำ....” 

“ไม่ค่ะ แป้งอยากให้คุณเป็นคนช่วยค่ะ”คำยืนยันจากเด็กหญิงทำกันทิมายิ่งงุนงง 

“แลกกับความลับของพี่เพียวที่หนูจะบอก อยากให้คุณกันช่วยเหลือหนูสักสองเรื่องค่ะ”กันทิมานิ่งเงียบ ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก็เอ่ยบอกเด็กหญิงเบา ๆ 

“งั้นคุณแป้งมีอะไรว่ามาเลยครับ” 

  

เสียงลมหายใจรินรดข้างกายอย่างสม่ำเสมอทำให้รู้ว่าคนข้าง ๆกายนอนหลับสนิท เพียวไผ่ลืมตาตื่นในความมืด รับรู้ถึงร่างกายเปลือยเปล่าของใครอีกคนที่กำลังนอนกอดเขา พลันหัวใจดวงเล็กเต้นแรงอย่างคุมไม่อยู่ ทุกครั้งที่มีอะไรกันเพียวไผ่มักจะหลับก่อนด้วยความอ่อนเพลีย และตื่นขึ้นมาในอีกห้องเพียงลำพัง ไม่เคยตื่นแล้วมีคนกอดอย่างในตอนนี้ 

เพียวไผ่ไม่แน่ใจว่าตอนนี้กี่โมงแล้วในห้องควบคุมความสว่างจากภายนอกได้อย่างดี เพียวไผ่ไม่กล้าขยับ กลัวคนที่กำลังกอดตัวเองจะตื่น หัวใจเต้นแรงจนอยากบังคับให้เต้นช้าลงสักหน่อยแต่ก็บังคับไม่ได้ แขนแกร่งที่พาดอยู่บนตัวกระชับร่างขาวให้แนบชิด ลมหายใจของนักรบยังคงดังเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ ผิดกับหัวใจดวงเล็กที่เต้นแรงจนน่ากลัว ดวงตากวางหลับตาลงช้า ๆอีกครั้ง 

ไม่อยากตื่น อยากนอนให้กอดแบบนี้อีกสักพักรู้สึกอบอุ่นมากจนอยากซุกอกแบบนี้ตลอดแต่คงเป็นไปไม่ได้  

เพียวไผ่หลับตาไปได้แค่ครู่เดียวก็รู้สึกว่าคนร่างใหญ่ลุกขึ้น ตนไม่กล้าลืมตาตื่นจึงแกล้งหลับต่อไป รับรู้ถึงมือใหญ่ที่เกลี่ยแก้มเบา ๆหัวใจก็เต้นรัว จนรู้สึกถึงแรงยวบของที่นอนจึงคิดว่าอีกคนคงลุกไปแล้ว เสียงประตูห้องน้ำถูกปิดลง และเปิดในเวลาตอนมา เพียวไผ่รู้สึกมีคนเคลื่อนไหวไปมาแต่ก็ยังคงแกล้งหลับต่อไป จนรู้สึกว่าร่างกายของตัวเองถูกพันด้วยผ้านวมแล้วอุ้มขึ้นแนบอก  

กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยแตะจมูก เพียวไผ่เอียงหัวซุกอกอุ่น 

อยู่ในอ้อมแขนแกร่งไปได้สักพักก็รู้ว่าร่างกายถูกวางบนเตียงเบา ๆแล้วคลี่ผ้านวมออกก่อนที่ผ้านวมผืนใหม่ถูกนำมาคลุมร่างกายเขา ร่างของใครอีกคนไกลจากเตียงนอน ดวงตากลมจึงค่อย ๆลืมตาตื่น 

นักรบ....  

เพียวไผ่มองแผ่นหลังของคนร่างใหญ่ที่สวมกางเกงขายาวตัวเดียว มีรอยสักลายมังกรผงาดเต็มแผ่นหลัง ครั้งแรกที่เพียวไผ่เห็นรอยสักนั้นเขารู้ว่ามันทั้งร้ายกาจและดุดันคงจะเหมือนเจ้าของ  

ประตูปิดลงแล้วเพียวไผ่ก็หลับตาลงอีกครั้งให้ความเหนื่อยล้าจากกิจกรรมเมื่อคืนได้หายไปอีกสักหน่อยแล้วค่อยตื่นกลับบ้าน เมื่อคืนนักรบทำเขาระบมมากกว่าคืนก่อน ๆเสียอีก ไม่เข้าใจว่าคนเรามีความต้องการสูงขนาดนี้ได้อย่างไร แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังดีที่เมื่อเขาเอ่ยพูดว่าเจ็บอีกฝ่ายก็ยังผ่อนปรนให้เขาบ้างและยังคงให้ร่างกายเขาได้พักคืนเว้นคืนบ้าง หากวันไหนมีประจำเดือนคงได้พักผ่อนทั้งสัปดาห์  

อืมนั่นสินะ ประจำเดือน... 

  

ช่วงสายในวันนี้เป็นกันทิมามารับเพียวไผ่ ไม่ใช่วิษนุอย่างทุกครั้ง เพียวไผ่นั่งนิ่งเงียบตลอดทางอยู่ด้านหลัง นั่งคิดกับสิ่งที่กันทิมาได้เอ่ยถึงเขาก่อนหน้านี้ 

‘นี่คือประวัติของครอบครัวที่จะมาขอรับคุณนิตยากับคุณโฟกัสไปเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมครับ’ เพียวไผ่ทั้งงุนงงและไม่เข้าใจในสิ่งที่กันทิมาทำ  

‘ทราบมาว่าทางคุณจันทรา จันทร์เทวี ไม่ได้รับคุณและน้อง ๆเป็นลูกบุญธรรมโดยตรง แต่ทำบ้านให้เป็นที่สำหรับบ้านเด็กกำพร้า’ สิ่งนี้เพียวไผ่ทราบเป็นอย่างดี 

‘และทราบมาอีกว่า อันที่จริงทางสถานสงเคราะห์ เคยจะมารับน้องๆไปดูแล แต่คุณไม่ยอม อีกทั้งยังรับปากจะเป็นผู้ปกครองเด็กทั้งสี่คน รวมถึงเด็กชายกวินที่ตอนนี้ มีพ่อแม่บุญธรรมรับไปอุปการะแล้ว’ ข้อนี้เพียวไผ่ก็ทราบดี หากเขาสามารถดูแลน้อง ๆได้เป็นอย่างดี ให้ความเป็นอยู่ ให้น้อง ๆได้เรียนอย่างที่แม่ครูทำ มีการมีงานเป็นหลักประกัน น้อง ๆก็จะสามารถอยู่กับเขาได้  

‘แทนที่เด็ก ๆทั้งหมดจะเป็นภาระให้กับคุณ ทำไมคุณถึงไม่ยกให้เด็กๆไปอยู่คนกับที่จะอุปการะล่ะครับ ครอบครัวนี้มีฐานะร่ำรวย ผมตรวจสอบแล้ว ไม่เคยมีคดีติดตัว ทั้งคู่ไม่สามารถมีบุตรได้ อีกทั้งไม่อยากได้ทารกไปดูแลจึงจะขอคุณนิตยากับคุณโฟกัสไปเป็นลูกบุญธรรมครับ’ 

‘คุณเป็นใคร ถึงมายุ่งกับครอบครัวเรา อันนี้มันนอกเหนือจากสัญญาของคุณนักรบไม่ใช่เหรอครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องในครอบครัวผม’ 

‘ครับ ผมทราบดี แต่ว่าคนที่จะตอบคำถามคุณได้ทุกอย่างในตอนนี้มีเพียงคุณแป้งพิมพ์คนเดียวครับ’ 

‘น้องแป้ง อย่างนั้นเหรอ’ 

  

นี่จึงเป็นสาเหตุที่เพียวไผ่ไม่สามารถที่จะอดทนรออะไรต่อไปได้ อยากกลับไปให้ถึงบ้านเร็ว ๆเพื่อคุยเรื่องทุกอย่างกับน้องสาวของตน 

ถึงบ้านแล้วหน้าบ้านมีรถหรูคันใหญ่จอดไว้ มีคนที่ดูท่าทางคล้าย ๆคนขับรถอย่างในทีวียืนอยู่ เพียวไผ่ไม่มีเวลาสนใจสิ่งเหล่านี้มากนัก วิ่งเข้ามาในบ้านก็เห็นสุภาพบุรุษกับสุภาพสตรีในชุดหรูดูดีสองคนนั่งอยู่ที่ห้องรับแขก มีน้องสามคนที่นั่งอยู่ โฟกัสและนิตยาที่กำลังนั่งร้องไห้วิ่งมาโผกอดเอวเพียวไผ่อย่างแรงแล้วร้องไห้โฮ เพียวไผ่ลูบหัวน้องๆเบาๆแล้วหันไปมองแป้งพิมพ์ที่นั่งนิ่งก่อนจะหันไปมองคนแปลกหน้าอีกสองคน 

“น้องแป้งทำอะไรลงไป”เพียวไผ่ถามน้องสาวหลังจากขอตัวจากแขกอย่างมีมารยาทและเรียกน้องสาวขึ้นมาคุย 

“ทำอะไรเหรอคะ มีคนมาขอเลี้ยงน้องนิดกับน้องโฟท์ แป้งก็แค่ให้คุณกันช่วยสืบประวัติว่าครอบครัวนี้ไว้ใจได้พอที่จะให้น้องนิดกับน้องโฟท์มีชีวิตที่ดีขึ้นก็เท่านั้นไงคะ”เด็กหญิงเชิดหน้าตอบ เพียวไผ่ยิ่งไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้องสาวตน 

“พี่บอกแล้วไง...” 

“น้องนิดกับน้องโฟท์บอกเองว่าไม่อยากอยู่ที่นี่ อยากไปอยู่กับคนรวย ๆพี่เพียวไม่เชื่อก็ไปถามน้อง ๆสิคะ”  

“พี่ไม่เชื่อ”เพียวไผ่แย้ง มันเกิดอะไรขึ้นสักอย่างกับน้องสาวเขา เพียวไผ่เชื่ออย่างนั้น  

“งั้นก็เรียกน้อง ๆขึ้นมาคุยสิคะ”เพียวไผ่พยักหน้า เดินไปที่ประตูเพื่อจะไปเรียกทุกคนให้มาคุยให้รู้เรื่อง แต่ไม่ทันไรประตูก็ถูกเปิดโดยคนข้างนอกเป็นนิตยากับโฟกัสที่เข้ามาพร้อมน้ำตา  

“ไหนมีอะไร คุยกับพี่เพียวดี ๆสิ” 

“พวกเราไม่อยากอยู่กับพี่เพียว”เป็นโฟกัสที่เอ่ยปากพูดพร้อมเบือนหน้าหนีไปอีกทาง เพียวไผ่สะอึกจุกในลำคอ  

“ทำไม พี่เพียวทำอะไรให้น้องโฟท์โกรธงั้นเหรอถึงจะทิ้งพี่เพียว”เด็กน้อยทั้งสองไม่ตอบ  

“ไม่รักพี่เพียว อยากทิ้งพี่เพียวงั้นเหรอ”เพียวไผ่ถามเสียงแผ่ว ขอบตาร้อนผ่าวเมื่อน้องๆไม่คิดจะตอบคำถามตนแม้แต่คนเดียว  

“ตอบพี่เพียวสิ”เพียวไผ่ย้ำถามอีกครั้ง ทั้งสองก็สะอื้นน้ำตาหยดแหมะ ๆจนสุดท้ายเป็นคนพี่เองที่น้ำตาร่วงเมื่อได้ยินคำตอบจากนิตยา 

“พวกเราไม่อยากได้เงินจากคนขายตัว ฮึก”เพียวไผ่เบือนหน้าหนี ปาดน้ำตาตัวเองเร็ว ๆแล้วหันมาส่งยิ้มบาง ๆ 

“ใครบอกว่าพี่ขายตัว พี่ไม่ได้ขายตัวสักหน่อย พี่ไปทำงานเสิร์ฟ...” 

“เลิกโกหกตัวเองและเลิกโกหกพวกเราสักทีเถอะค่ะพี่เพียว พวกเรารู้หมดแล้ว พี่ไปขายตัวให้คุณนักรบ”เสียงเด็ดขาดจากแป้งพิมพ์ทำเพียวไผ่ชะงัก มองน้องสาวที่ทำหน้านิ่งก็สะอึกในลำคอ ไม่รู้ว่าน้อง ๆรู้ได้อย่างไรในเมื่อเขาไม่เคยบอก  

“พวกเราอยากไปอยู่กับพ่อและแม่ใหม่ เราไม่อยากอยู่กับคนขายตัว”คำใจร้ายจากเด็กอายุเก้าและสิบขวบเอ่ยขึ้น เพียวไผ่กัดปากตัวเองแน่น  

“พี่เพียวขายตัว เรารังเกียจเงินสกปรกค่ะ”อีกครั้งที่ทำเพียวไผ่ไม่มีแรงยืน 

“เราดีใจที่วันนี้มีพ่อแม่คนใหม่มารับเรา เราไม่ต้องลำบาก อยากกินอะไรก็ได้กิน จะไปเที่ยวไหนก็ได้ เราไม่อยากอยู่กับพี่เพียวแล้ว เราเกลียดพี่เพียว”อีกครั้งที่เพียวไผ่ต้องน้ำตาไหลเสียงปิดประตูดังปังเพียวไผ่ก็สะอื้นออกมาราวกับใจจะขาด  

นานเกือบครึ่งชั่วโมงที่เพียวไผ่นั่งร้องไห้คนเดียวในห้องจนกันทิมาขึ้นมาตามให้ลงไปพบแขกอีกครั้ง  

สุภาพสตรีกับสุภาพบุรุษทั้งสองยิ้มให้เพียวไผ่บาง ๆเมื่อชายหนุ่มทิ้งตัวลงตรงข้าม  

“เราทราบว่าเป็นเรื่องลำบากใจของหนูเพียวไผ่ที่จะให้น้อง ๆมาอยู่กับเรา แต่เราอยากให้หนูสบายใจว่าเราจะดูแลน้องนิดกับน้องโฟท์เป็นอย่างดี”เพียวไผ่นิ่งเงียบฟังคำพูดของผู้ใหญ่ 

“ทางเรารู้จักกับคุณหญิงณิชา คุณแม่ของคุณนักรบทราบมาว่าหนูเพียวเองก็รู้จักและสนิทสนมกับคุณนักรบ หากหนูเพียวไม่ไว้ใจคุณนักรบยืนยันเรื่องนี้ได้นะคะ”เธอพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพและใจดี เพียวไผ่เงยหน้ามองกันทิมา อีกฝ่ายพยักหน้าให้เล็กน้อย  

“ครับ คุณนักรบรู้จักครอบครัวคุณประภาดีครับ”กันทิมาย้ำ เพียวไผ่กลืนน้ำลายลงคอ กลืนก้อนสะอื้นของตัวเองลงไปแล้วพูด 

“เพียวแค่อยากดูแลน้อง ๆให้ดี น้อง ๆไม่ใช่สิ่งของที่คิดจะยกหรือทิ้งขว้างยังไงก็ได้ เพียวอยากให้น้อง ๆเป็นคนตัดสินใจเองครับ”เพียวไผ่พูดจบก็กัดปากตัวเองเบา ๆเหมือนหัวใจเขาตอนนี้จะหยุดเต้นในห้องรับแขกมีแต่เสียงเงียบ 

“หนูนิดกับน้องโฟท์อยากไปอยู่กับพวกเราไหมคะ”สุภาพสตรีตรงข้ามถามอีกครั้ง  

“ค่ะ \ ครับ เราอยากไปอยู่กับคุณน้า” น้ำหยดใสร่วงเผาะลงบนมือขาว จนต้องรีบปาดเพียวไผ่ได้แต่ถามตัวเองซ้ำ ๆว่าเขาทำผิดอะไร เขายังทำอะไรไม่ดีพอน้อง ๆถึงต้องไปอยู่กับคนอื่น 

“เรื่องนี้อาจจะกะทันหันเกินไป เราก็เลยคุยกันว่าเราจะมารับน้อง ๆในวันพรุ่งนี้แทนจะได้ไหมคะ”เธอถามเพียวไผ่อีกครั้งเพียวไผ่เงยหน้าขึ้นแล้วระบายยิ้มบาง ๆ 

“น้อง ๆว่ายังไง เพียวก็ว่าอย่างนั้นครับ”ก่อนจะหันไปทางน้อง ๆทั้งสองที่นั่งก้มหน้าเงียบ 

หลังจากที่พูดคุยทุกเรื่องเรียบร้อยใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงเพียวไผ่ก็นั่งร้องไห้อยู่ในห้องนอนของตัวเอง มองโกศอัฐิของแม่ครูที่วางไว้แล้วน้ำตาไหล จนเข้าเวลาเย็นจึงลงไปทำอาหารสำหรับทุกคนแล้วขึ้นมาตามตัวเล็กให้ลงไปกินข้าว มีแต่ความเงียบที่โต๊ะอาหาร เพียวไผ่จำได้ว่ามันเคยเงียบสุดก็ตอนที่แม่ครูจากไปและในวันนี้ 

“ไปอยู่กับคุณพ่อคุณแม่คนใหม่ต้องเป็นเด็กดีนะรู้ไหม อย่าดื้อกับพวกท่าน” 

“ค่ะ\ครับ”เสียงรับขานสั้น ๆจากเด็กทั้งสอง เพียวไผ่เงยหน้าขึ้นพยายามที่จะไม่ร้องไห้ยกยิ้มบาง ๆให้น้อง ๆ 

“คืนนี้เราอยู่ด้วยกันคืนสุดท้ายแล้ว ไม่คิดจะยิ้มให้พี่เพียวหน่อยเหรอ”แต่ทั้งสองก็ยังเงียบ  

“เดี๋ยวพี่เพียวไปช่วยจัดกระเป๋านะ ดีไหม” 

“ค่ะ\ครับ” 

“พี่เพียว...”เพียวไผ่เอ่ยแค่นั้นก็เงียบลงอีกครั้ง อาหารในจานตอนนี้เย็นชืดแล้วเพราะทานไม่ลง 

“พี่เพียวขอโทษนะ ขอโทษนะน้องนิด ขอโทษนะน้องโฟท์”พูดแล้วน้ำตาก็ร่วงจนต้องรีบลุกขึ้นยืน หยิบจานตัวเองไปที่ซิงค์  

  

ดึกแล้วเดียวไผ่เข้ามาในห้องน้อง ๆในคืนนี้แป้งพิมพ์ นิตยาและโฟกัสเข้ามานอนด้วยกัน ใบหน้าไร้เดียงสาที่กำลังหลับสนิททำเพียวไผ่น้ำตาไหล หัวใจบีบรัดจนเจ็บปวดยกมือลูบใบหน้าน้อง ๆอย่างอ่อนโยน ก่อนหันไปเห็นแผ่นกระดาษถูกพับไว้ใกล้ตัวเด็กหญิงจึงหยิบขึ้นมา 

‘ถึงพี่เพียวของพวกเรา 

น้องนิดกับน้องโฟท์ขอโทษ ที่วันนี้พูดไม่ดีกับพี่เพียว เรารู้ว่าทำไมพี่เพียวถึงทำอย่างนี้ พวกเราไม่เคยเกลียดพี่เพียว น้องนิดขอโทษที่บอกว่าเกลียดพี่เพียว พี่เพียวขาตั้งแต่แม่ครูตายพี่เพียวทำงานหาเงินเพื่อพวกเรามาตลอด พี่เพียวไม่ได้เรียนต่อ และตอนนี้พี่เพียวต้องขายตัวเพื่อหาเงินให้พวกเรา พี่เพียวขามีคนเคยบอกว่าคนขายตัวเป็นคนไม่ดีแต่น้องนิดไม่เชื่อ พี่เพียวของพวกเราเป็นคนดี แต่พวกเราก็ไม่อยากให้พี่เพียวขายตัว ที่ต้องทำเพราะจำเป็นเพราะพวกเราไม่มีเงินใช่ไหมคะ พี่เพียวขาพรุ่งนี้น้องนิดกับน้องโฟท์จะไปอยู่บ้านหลังใหม่ พี่เพียวจะได้ไม่ต้องขายตัว พี่เพียวจะเลิกขายตัวใช่ไหมคะ น้องนิดรักพี่เพียวมาก ๆอยากอยู่กับพี่เพียวทุกวันเลยค่ะ แต่ว่าถ้าพี่เพียวต้องขายตัวเพื่อหาเงิน น้องนิดไปอยู่ที่อื่นก็ได้ค่ะ ถึงต้องคิดถึงพี่เพียวมาก ๆแต่น้องนิดจะอดทนเพราะไม่อยากให้พี่เพียวขายตัวแล้ว พี่เพียวเลิกขายตัวนะคะ ไม่ต้องหาเงินให้น้องนิดกับน้องโฟท์แล้ว สัญญากับน้องนิดได้ไหมคะ 

จากน้องนิด’ 

ใบหน้าขาวน้ำตาเปื้อนแก้ม เพียวไผ่สะอื้นกับเตียงกว้างอย่างหมดแรง หัวใจเหมือนจะแตกกระจายในเวลานี้ ไม่รู้ต้องทำอย่างไรแล้วเหมือนกัน คิดไม่ออกเลยแม้แต่นิดเดียว 

  

ช่วงบ่ายของวันถัดมา พ่อแม่บุญธรรมคนใหม่มารับโฟกัสกับนิตยา ได้กันทิมามาช่วยเรื่องเอกสารทุกอย่าง ในเช้าวันนั้นเพียวไผ่ตัดสินใจเปิดอกคุยกับน้องทั้งสองว่าถึงแม้ตนจะขายตัวหากินแต่ก็เพราะอยากเลี้ยงดูน้อง ๆให้สุขสบาย ตนนั้นรักน้องมากแต่ว่าหากคนที่มารับเลี้ยงจะเลี้ยงดูน้อง ๆเป็นอย่างดีก็อยากให้ทั้งสองติดต่อหาตนตลอด เกิดอะไรขึ้นให้บอกตน หากคิดถึงก็โทรคุยหาตนบ้าง เมื่อได้เปิดอกเปิดใจคุยกับน้อง ๆทั้งสองก็ร้องไห้จ้าไม่อยากไปจากเพียวไผ่ หากแต่เพราะเมื่อวานได้เซ็นต์สัญญารับบุตรบุญธรรมจากอีกฝ่ายไปแล้ว ตอนนี้จึงทำอะไรไม่ได้ เพียวไผ่หวังแค่ว่าหลังจากนี้ชีวิตของน้องทั้งสองจะดีขึ้น เพียวไผ่สะอื้นกอดลาน้องทั้งสองจนแทบจะล้ม ทำใจมองรถที่ไกลออกไปจากตัวเองทุกที แป้งพิมพ์ออกจากบ้านแต่เช้า ไม่คุยกับเพียวไผ่มาตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้ก็ไม่พูดไม่จาโทรไปก็ไม่รับสายจนเพียวไผ่เครียดหาทางออกไม่พบ 

รถที่มารับโฟกัสกับนิตยาไปไกลแล้ว ตอนนี้เพียวไผ่ก็ร้องไห้จนไม่มีน้ำตาเหลือแล้ว เวลานี้ในบ้านเงียบสงัด ไม่มีเสียงหัวเราะของน้อง ๆทำไปทั้งหมดเพื่ออะไร เพียวไผ่ได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเองสุดท้ายแล้วก็มีคนเอาน้อง ๆไปจากเขา สุดท้ายแล้วเขาก็ดูแลน้อง ๆไม่ได้ ที่ผ่านมาทำไปทั้งหมดเพื่ออะไร  

“คุณกัน”เพียวไผ่เรียกชื่อกันทิมาเมื่อลงมาชั้นล่างพบว่ากันทิมายังอยู่ในบ้าน 

“คุณรบอยากเจอคุณเพียวครับ”เพียวไผ่มองนาฬิบอกเวลาบ่ายสามโมง แม้จะแปลกใจแต่ก็ไม่ได้ตั้งคำถามอะไรออกมาจึงบอกกันทิมาว่าขออาบน้ำทำความสะอาดร่างกายสักครู่อีกคนก็พยักหน้าและนั่งรอที่โซฟาเหมือนเดิม  

เพียวไผ่เปลื้องเสื้อผ้าเพื่อเข้าห้องน้ำ วันนี้กับเมื่อคืนร้องไห้จนปวดหัวไปหมด ตอนนี้ก็ยังคงปวดท้องอีกด้วย ร่างกายล้าจนอยากทิ้งตัว เพียวไผ่ถอดกางเกงชั้นในของตัวเองออกก่อนจะยืนนิ่ง 

ประจำเดือน....  

เลือดประจำเดือนเขา... 

ร่างกายแข็งทื่อเย็นวาบไปทั่งร่าง ทั้ง ๆที่ก่อนหน้านี้มันคือเรื่องปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกายเขา  

______ 

น้อนนนนนนน. แงงงงง อยากโอ๋น้องมาก. อยากหอมหัวไม่ไหว  

แก้ไขครั้งที่ 1 12 กรกฎาคม 2564 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว