ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 5 ความจริงอีกด้าน

ชื่อตอน : บทที่ 5 ความจริงอีกด้าน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 550

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ต.ค. 2563 20:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 ความจริงอีกด้าน
แบบอักษร

บทที่ 5 ความจริงอีกด้าน

 

 

หลังจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ผ่านมาหนึ่งเดือน หลังจากสิ้นฤดูใบไม้ร่วงก็เข้าสู่ฤดูเหมันต์อากาศเริ่มหนาวขึ้นมาเรื่อยๆ นางกับรัชทายาทผู้นั้นก็มิเคยเจอซึ่งๆหน้ากันอีกเลย นับแต่ครานั้น

 

 

เรื่องราวของนางยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัด ว่าฮ่องเต้แคว้นหนานจะตัดสินใจให้ลงเอยกับผู้ใด

 

 

นางจะบอกกล่าวให้พี่ชายเสนอกุนซือเกาหยางก็ต้องล้มเหลว เมื่อกุนซือผู้นั้นต้องเดินทางร่วมกองทัพกับชินอ๋องไปทำศึกในครั้งนี้ ไม่แน่ใจว่าต้องใช้เวลานานเพียงใด เวลาจะทำให้กุนซือมีฮูหยินในยามนั้นก็เป็นไปได้ 

 

 

ดังนั้นนางจึงไม่กล้าตัดสินใจอะไรในยามนี้ จึงได้แต่ภาวนาให้เจอคู่บุพเพอย่างที่เสด็จพี่รัชทายาทเคยกล่าวกับนางเมื่อครั้งก่อน 

 

 

"องค์หญิงเพคะ รถม้าพร้อมแล้วเพคะ"นางละสายตาจากตำราก่อนจะพับเก็บไว้ใต้หมอน แล้วพยักหน้าให้

 

 

"เสด็จพี่ของข้าล่ะ"หลินเฟยลุกขึ้นจากเตียง ก่อนจะยืนให้ชิงชิงตรวจความเรียบร้อยของเสื้อผ้าอาภรณ์อีกครั้ง 

 

 

"รออยู่หน้าตำหนักเพคะ"เมื่อได้คำตอบ นางจึงเดินออกไปหน้าตำหนักทันที ก่อนจะรีบสาวเท้าเดินไปหาพี่ชายของตัวเอง

 

 

"ท่านพี่"องค์หญิงน้องสาวของพระองค์ระบายยิ้มออกมาแต่ไกล ทว่าใบหน้านั้นฉายแววความโศกเศร้าอย่างปิดไม่มิด ก่อนที่องค์หญิงจะกล่าวออกมาอีกประโยค

 

 

"น้องไม่อยากให้ท่านกลับไปเลย"สองเดือนมานี้ทำให้นางกับรัชทายาทผู้นี้ผูกพันกันมากขึ้น นางสามารถเรียกเขาว่าพี่ชายได้เต็มปากอย่างไม่ติดขัด เพราะบุรุษผู้นี้มีความจริงใจให้น้องสาวอย่างแท้จริง

 

 

"พี่จะมาหาเจ้าบ่อยๆ พี่จะทิ้งเชาเย่วอยู่ดูแลเจ้าแทนพี่"รัชทายาทหันไปมององครักษ์คนสนิทเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือมาลูบศีรษะน้องสาวอย่างเอ็นดู

 

 

หยางเชาเย่วที่ยืนอยู่จากผู้เป็นนายไม่มากนัก ถือโอกาสกล่าวความประสงค์ออกไปในทันที"อนุญาตให้กระหม่อมไปส่งพระองค์ถึงเมืองหน้าด่านก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ"

 

 

รัชทายาทปรายตามองคนสนิทของตัวเองอีกครั้งอย่างไม่เห็นด้วย กำลังจะกล่าวปฏิเสธแต่ถูกน้องสาวกล่าวขัดขึ้นมาเสียก่อน

 

 

"น้องเห็นด้วย ความปลอดภัยของท่านพี่ก็สำคัญมิน้อย"เป็นเช่นนั้นพระองค์จึงไม่คิดปฏิเสธให้ผู้เป็นน้องสาวไม่สบายใจ

 

 

"เอาเช่นนั้นก็ได้ รีบไปกันเถอะวันนี้กองทัพของชินอ๋องก็จะเดินทางไปชายแดนทักษิณ พวกเราจะออกเดินทางหลังจากนั้นแค่เพียงเล็กน้อย"

 

 

ชิงชิงเมื่อเห็นทุกคนกำลังจะเดินไปขึ้นรถม้า นางจึงกล่าวกับองค์หญิงของตนอีกครั้ง"องค์หญิงสวมเสื้อคลุมทับอีกผืนเถิดเพคะ หิมะเริ่มตกแล้ว"หลินเฟยทำเพียงพยักหน้า และยืนให้ชิงชิงสวมเสื้อคลุมทับให้อีกชั้น แล้วเดินตามหลังพี่ชายไปอย่างไม่ห่าง

 

 

ไม่นานทุกคนก็นั่งรถม้าออกเดินทาง เพื่อไปรอที่ประตูทางเข้าออก ของเมืองหลวงแคว้นหนาน อย่างที่ได้กล่าวก่อนหน้านี้ ส่วนคนอารักขาจากแคว้นหนานพระองค์ขอแค่ไม่กี่คน นอกนั้นจะเป็นคนของตัวเองเสียมากกว่า ส่วนคณะราชทูตที่มาส่งบรรณาการก่อนหน้านี้ได้กลับไป หลังจากสี่วันแรกที่มาถึงเมืองหลวงแคว้นหนานแล้ว

 

 

หลังจากมาถึงได้เพียงชั่วครู่รัชทายาทไป๋เสวี่ยหลงก็ให้ผู้เป็นน้องสาวกลับไปทันที โดยไม่ให้รออยู่ส่งพระองค์ เพราะอากาศเริ่มเย็น หิมะเริ่มตกพระองค์ห่วงสุภาพของผู้เป็นน้องสาวอย่างยิ่ง หลินเฟยที่เห็นเช่นนั้นทำได้เพียงพยักหน้าแล้วจากไป

 

 

รัชทายาทไป๋เสวี่ยหลงมองส่งรถม้าของผู้เป็นน้องจนลับสายตา จึงย้ายสายตากลับมามองคนสนิทที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามในรถม้าคันเดียวกัน

 

 

"เชาเย่วข้าฝากเจ้าดูแลนางแทนข้าด้วย เจ้ามิเป็นไรใช่หรือไม่"พระองค์ไม่รู้จะต้องเผชิญกับความรู้สึกของสหายผู้นี้เช่นไรดี

 

 

"ข้ามิเป็นไร ท่านไม่ต้องเป็นห่วง เพื่อความปลอดภัยของนางแล้ว ข้ายอมเฉือนหัวใจตัวเอง แม้นางจะเข้าใจความรู้สึกของข้าต่างไปจากเดิมก็ตาม"น้ำเสียงที่กล่าวออกมาไม่ได้ราบเรียบอย่างที่เคยเป็น

 

 

"ขอบใจเจ้า หากไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ ข้าไม่คิดจะขัดขวางความรักของพวกเจ้าทั้งสองเลยแม้แต่น้อย ข้ารู้มาตลอดว่านางคิดกับเจ้าเช่นไร"

 

 

"ข้าเข้าใจ ท่านอย่าได้รู้สึกผิดเลย เป็นเพราะข้ากับองค์หญิงไร้วาสนาต่อกัน จึงต้องลงเอยเช่นนี้ ท่านโปรดวางใจข้าจะดูแลองค์หญิงเท่าที่ชีวิตจะหาไม่"

 

 

ถึงแม้จะพยายามทำใจมากเพียงใด ในความรู้สึกยังคงปวดหนึบทุกครั้ง ที่ต้องรับรู้ว่านางจะกลายเป็นของผู้อื่นในอีกไม่ช้า ทุกครั้งที่แอบมองหน้านั้นของนาง เขาไม่เคยทำใจให้สงบได้สักครั้ง ทุกครั้งอยากโผเข้ากอดปลอบนางมิให้เศร้าโศกแต่ก็มิอาจทำได้อย่างใจคิด ทำได้เพียงยืนมองอย่างเงียบๆด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉย

 

 

หิมะเริ่มโปรยปรายลงมาแผ่วเบา อากาศเริ่มเย็นขึ้นทุกที นางมองออกไปนอกประตูรถม้าที่ถูกเปิดทิ้งไว้ ทอดสายตามองออกไปไกลจนลับสายตา หลังจากถึงที่หมายเสด็จพี่รัชทายาทไม่คิดให้นางรอส่ง ไล่ให้นางกลับทันที

 

 

นางจึงให้คนบังคับรถม้า ให้มาหลบอีกทางเพื่อรอให้ขบวนกองทัพของชินอ๋องเดินพ้นไปก่อน แล้วจะแอบไปส่งพี่ชายของนางออกเดินทางอย่างเงียบๆ

 

 

"องค์หญิงเพคะ ขบวนกองทัพของชินอ๋องออกเดินทางแล้วเพคะ"

 

 

"อืม...รีบไปเถอะ"

 

 

ทว่ารถม้าขับมาได้แค่เพียงครึ่งทาง ก็ถูกชายฉกรรจ์ดักทางรถม้าของนางเสียอย่างนั้น ก่อนผ้าม่านประตูรถม้าจะถูกเปิดออกโดยมิได้รับอนุญาต

 

 

"จะไปไหนหรือแม่นาง แวะไปคุยกับคุณชายผู้นี้ก่อนดีหรือไม่ ยิ่งอากาศหนาวเช่นนี้ ข้าคุณชายมีวิธีที่สามารถทำให้คลายหนาวได้ดีทีเดียว"

 

 

พวกลูกสมุนต่างหัวเราะชอบใจ กับการเกี้ยวพาสตรีของผู้เป็นนายที่ออกจะโจ่งแจ้งไม่น้อย

 

 

"ต้องเสียมารยาทต่อคุณชายแล้ว ข้ามีกิจสำคัญต้องรีบไป คุณชายโปรดหลีกทางให้รถม้าของข้าเถอะ"

 

 

"หากเจ้ารีบนัก ก็รีบตามลงมาหาข้าคุณชายโดยเร็ว เสร็จกิจของข้าแล้ว ข้าจะปล่อยเจ้าไปดีหรือไม่ หรือคิดเปลี่ยนใจคิดจะอยู่ปรนนิบัติข้าต่อไป ข้าคุณชายก็หาได้มีปัญหาอันใดไม่"กล่าวจบคนที่แทนตัวเองว่าคุณชาย จึงยื่นมือดึงนางลงจากรถม้าทันที แล้วปล่อยให้ลูกสมุนดึงสาวใช้ลงมาให้อีกแรง

 

 

เมื่อดึงโฉมงามลงมาจากรถม้าเรียบร้อย คุณชายผู้นั้นจึงมีโอกาสได้ยลโฉมสตรีตรงหน้าอย่างเต็มตา

 

 

ก่อนจะยื่นมือจับปลายคางของนางขึ้นมายลโฉมอย่างสนใจอีกครั้ง

 

 

"ไม่คิดว่าวันนี้จะได้โฉมงามมาอุ่นเตียง ให้ข้าคุณชายผู้นี้อย่างง่ายดายเพียงนี้ ช่างประเสริฐยิ่งนัก"หลังจากกล่าวจบคุณชายผู้นั้นก็หัวเราะออกมาอย่างสะใจ

 

 

ยิ่งเห็นสายตาหวาดกลัวของโฉมงามตรงหน้า ยิ่งปลุกความเป็นนักล่าของบุรุษให้ยิ่งสมใจเข้าไปอีก ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาเพื่อมอบจุมพิตอย่างที่ตั้งใจ

 

 

เสียงๆหนึ่งก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะ ทำให้ขัดใจและเกิดความหงุดหงิดไม่น้อย

 

 

"ช่วยด้วยเจ้าค่ะ ช่วยด้วยเจ้าค่ะ"ไม่นานเสียงร้องขอความช่วยเหลือของสาวใช้ก็ตะโกนออกมา

 

 

เพี๊ยะ! ตามมาด้วยเสียงฝ่ามือกระทบใบหน้า มาจากการตบเพื่อทำให้เงียบเสียงลงก็ตามมาทันที

 

 

"อยากแหกปากดีนัก"หนึ่งในลูกสมุนของคุณชายเสเพล ตบไปที่ใบหน้าสาวใช้อย่างไม่คิดยั้งมือใดๆทั้งสิ้น

 

 

"ชิงชิง พวกแก"หลินเฟยเห็นการกระทำที่เลวทรามเช่นนั้นจึงเกิดโทสะทันที ไม่คิดนิ่งเฉยได้อีก เพียงพริบตาอาการหวาดกลัวที่แสร้งทำเมื่อครู่นี้ก็จางหายไป มีแต่ความเกรี้ยวกราดฉายออกมาจากแววตาหวานซึ้งคู่นั้นอย่างเดือดดาล

 

 

ยังไม่ทันที่คุณชายเสเพลผู้นั้นจะได้ทันตั้งตัว ก็ถูกองค์หญิงผู้โง่งมไม่สู้คนเมื่อครู่ จับคุณชายเสเพลทุ่มร่างกายลงบนพื้นถนนอย่างแรง อย่างไม่คิดออมมือ

 

 

คุณชายผู้นั้นลุกขึ้นมาด้วยอาการที่เจ็บปวดไม่น้อย กำลังจะเงื้อมือตบไปยังหน้าสตรีตรงหน้า เพื่อระบายความแค้น ทว่าก็ต้องหยุดชะงักลงเสียก่อน เมื่อเสียงๆหนึ่งดังเข้ามาแทรก

.

.

.

.

#แก้ไขคำผิดครั้งที่1. 

#ไรท์ขอเปลี่ยนช่วงฤดูกาลจากใบไม้ผลิเป็นฤดูใบไม้ร่วงนะคะ ไรท์มึนเล็กน้อย 55

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น