ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่4 หลงทาง2

ชื่อตอน : บทที่4 หลงทาง2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 468

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ต.ค. 2563 20:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่4 หลงทาง2
แบบอักษร

 

 

หลินเฟยหันไปมองตามนิ้วชี้ของชิงชิง ก่อนสายตาคู่นั้นจะวาวโรจน์ขึ้นมา กำไลหยกวงนั้น เหมือนของนางในโลกก่อนไม่มีผิดเพี้ยน ทั้งสีของหยกทั้งลวดลายเหมือนกันเสมือนเป็นอันเดียวกัน ก่อนจะกล่าวกับนางกำนัลคนสนิท

 

 

"อืม...น้ำงามทีเดียว"หลินเฟยกล่าวกับชิงชิงเล็กน้อย ก็จะละสายตาจากตรงนั้น หันมามองไปยังบุรุษข้างๆแล้วกล่าวออกไป

 

 

"คุณชาย ข้าขอแวะดูร้านนั้นก่อนได้หรือไม่"พระองค์ปรายตามองไปยังร้านที่นางชี้อย่างเฉยชา

 

 

"อยากไปก็ไปสิ ผู้ใดล่ามโซ่เจ้าไว้หรืออย่างไร"กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมปนหงุดหงิดอย่างไม่ปิดบัง

 

 

"คุณชาย...ไปเป็นเพื่อนข้าหน่อยนะเจ้าค่ะ"หลินเฟยลองออดอ้อนอีกครั้ง เมื่อจับจุดของคนผู้นี้ได้

 

 

"เรื่องมาก"ถึงจะเอ่ยเช่นนั้นรัชทายาทหยางก่วง ก็ยังเดินไปตามที่นางชี้อยู่ดี

 

 

เมื่อเดินมาถึงหน้าแผงลอยดังกล่าว หลินเฟยถามออกไปอย่างไม่รั้งรอ"เถ้าแก่กำไลหยกวงนั้นราคาเท่าใด"

 

 

"คุณหนูช่างตาถึงทีเดียว ข้าเพิ่งได้มาจากกองคาราวานสินค้าเมื่อสองสามวันก่อน เป็นหยกน้ำดี หากคุณหนูสนใจข้าจะให้ราคาคุณหนูอย่างเป็นกันเอง"สตรีตรงหน้าพยักหน้าหงึกหงักด้วยความชอบใจ 

 

 

กระนั้นด้วยความรำคาญและหงุดหงิดที่ต้องมาดูแลองค์หญิงผู้โง่งมผู้นี้ รัชทายาทจึงตัดบททันทีด้วยการ

 

 

ปึก!

 

 

"หนึ่งตำลึงทองคงจะพอ"จากนั้นพระองค์ก็หยิบกำไลวงนั้นจับใส่ข้อมือนางทันที ด้วยความไม่สบอารมณ์ 

 

 

หลินเฟยมองการกระทำของบุรุษข้างๆอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะพึมพำในใจอย่างเงียบๆ เจ้าเด็กนี่! ท่าจะมากไปแล้วนะ นางเป็นสตรีบอบบางสมควรทะนุถนอมกว่านี้มิใช่หรือ 

 

 

ชิงชิงกับองครักษ์คนสนิทของรัชทายาทได้แต่มองอ้าปากตาค้าง จากการกระทำของผู้เป็นนายเมื่อครู่นี้อย่างไม่อาจสงวนท่าทีได้อีก

 

 

รัชทายาทหยางก่วงเมื่อใส่กำไลวงนั้นให้นางเสร็จสรรพ พระองค์จึงจับข้อมือนั้น แล้วลากนางออกมาจากตรงนั้นทันที 

 

 

ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ต่างมองอย่างเอ็นดู คิดว่าหนุ่มสาวแสดงความรักต่อกันอย่างจริงใจ เถ้าแก่เจ้าของร้านได้แต่อมยิ้มมุมปากมองคนทั้งสองจากไปอย่างเงียบๆ

 

 

หลินเฟยเดินตามเขาไปอย่างสงบเงียบ ไม่อยากสร้างความหงุดหงิดใจให้คนตรงหน้าไปมากกว่านี้ คนอะไรอารมณ์เดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลง ไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยยิ่งกว่าสตรีเป็นระดูเสียอีก

 

 

เดินดูของอยู่สักพัก จนพวกเราเดินมาถึงเหลาอาหารแห่งหนึ่ง

 

 

"คุณชายเชิญขอรับ"หลงจู๊ที่เห็นรัชทายาทเดินเข้ามา จึงเดินเข้าไปต้อนรับในทันที

 

 

"ยกอาหารขึ้นชื่อของร้านทั้งหมด ไปให้เปิ่นไท่จื่อที่ชั้นสาม"

 

 

จากนั้นคนทั้งสี่ก็เดินขึ้นไปยังชั้นสาม รอไม่นานอาหารก็ถูกลำเลียงเข้ามาวางอย่างเต็มโต๊ะ ทั้งของนางกับรัชทายาท และของชิงชิงกับองครักษ์คนสนิทของเขา

 

 

เมื่ออาหารถูกยกเข้ามาเรียบร้อย ยังไม่ทันที่นางจะหยิบตะเกียบดี เสียงเคร่งขรึมปนหงุดหงิดก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง

 

 

"กินไปอย่าเรื่องมากจะได้รีบกลับ"เขาเห็นนางเป็นเด็กน้อยหรืออย่างไร หากพิจารณาดูให้ดีองค์หญิงผู้นี้ก็งดงาม ทั้งยังน่าทะนุถนอมอยู่ไม่น้อย เหตุใดจึงไม่คิดอ่อนโยนกับนางบ้าง หรือคนผู้นี้จะเป็นบุรุษตัดแขนเสื้อ ไม่ถูกต้อง!ในเมื่อรัชทายาทผู้นี้มีสนมเต็มตำหนัก จะเป็นอย่างที่นางสงสัยได้เช่นไร หรือคนผู้นี้จะตาบอดมองความสวยของนางไม่ออกกัน

 

 

แต่ก็ช่างเรื่องนั้นก่อนเถอะ ในเมื่อเขารีบก็คงต้องปล่อยให้เขาไปแต่โดยดี

 

 

"คุณชายท่านมีกิจสำคัญที่ใดอยู่หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นทิ้งคนของท่าน เป็นธุระให้ไปส่งข้าที่รถม้าก็ได้ ทว่าก่อนท่านจะไปท่านอย่าลืมชำระค่าใช้จ่ายของพวกนี้ให้ข้าด้วย"

 

 

"เจ้าตัวโง่งมน้อย เจ้าทำให้เปิ่นไท่จื่อลำบากไม่พอ ยังคิดใช้ให้เปิ่นไท่จื่อจ่ายค่าอาหารที่ยังมิได้แตะแม้แต่ปลายนิ้ว ช่างกล้า!"น้ำเสียงเคร่งขรึมเริ่มมีโทสะสูงขึ้นเรื่อยๆ

 

 

"ต้องเสียมารยาทกับรัชทายาทแล้ว เผอิญหม่อมฉันไม่มีเบี้ยติดตัวแม้แต่ตำลึงเดียวเพคะ"นางยังคงกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มยังคงประดับบนมุมปากไม่จางหาย

 

 

"เหอะ!"รัชทายาทได้แต่พ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิดใจอีกครั้ง ก่อนจะหันไปสั่งกับองครักษ์คนสนิท แล้วลงมือทานอาหารตรงหน้าไปอย่างไม่สบอารมณ์

 

 

"จิน ออกไปดูว่ายามนี้ทุกคนอยู่ที่ใด"

 

 

"พ่ะย่ะค่ะ"

 

 

หลังจากนั้นหลินเฟยก็นั่งทานอาหารอย่างเงียบๆ ไม่กวนใจคนตรงหน้าให้ขุ่นเคืองกว่าเดิมอีก

 

 

รัชทายาทที่นั่งทานอาหารอย่างเงียบๆมาได้สักพัก ลอบมององค์หญิงบรรณาการตรงหน้าไปด้วย จับตะเกียบป้อนอาหารเข้าปากไปด้วย

 

 

ทำให้ได้เห็นความงดงามบนใบหน้านี้อย่างเต็มตา หลายวันก่อนในงานเลี้ยงเฉลิมฉลอง พระองค์มองจากระยะไกลก็รู้ว่าสตรีตรงหน้าเป็นโฉมสะคราญที่ไม่อาจปฏิเสธได้ผู้หนึ่ง 

 

 

ทว่าเมื่อมองจากระยะใกล้เช่นนี้ คิดไม่ถึงว่านางมิได้งามอย่างเดียว ทั้งยังน่าเอ็นดูมิใช่น้อย แต่ช่างน่าเสียดายตัวโง่งมก็คือตัวโง่งม ไม่สามารถเรียกความสนใจจากพระองค์ได้เช่นไรก็ยังคงเป็นเช่นนั้น ทว่าหากขัดเกลาให้ฉลาดขึ้นมาบ้างคงจะดีมิน้อย

 

 

หลินเฟยที่รู้สึกเสมือนถูกคนมอง จึงเงยหน้าจากอาหารตรงหน้า ก่อนจะปะทะกับสายตาคู่นั้นของรัชทายาทที่มองนางอยู่ก่อนแล้ว นางจึงส่งยิ้มไปให้ก่อนจะกล่าวถามออกไป"มีอันใดติดอยู่ตรงใบหน้าหม่อมฉันหรือเพคะ"

 

 

"ไม่มี"น้ำเสียงเคร่งขรึมกล่าวออกมาแค่เพียงสั้นๆ

 

 

"อืม"นางพยักหน้าน้อยๆ ไม่ถามมากความแล้วลงมือทานข้าวต่อไปอย่างเงียบๆ

 

 

ทว่าเงียบได้ไม่นานเสียงรัชทายาทก็ดังขึ้นมาทำหลายความสงบอีกครั้ง

 

 

"เจ้าอยากแต่งเข้าตำหนักเปิ่นไท่จื่อ?"

 

 

หลินเฟยที่ได้ยินคำถามที่ไม่คิดว่าน่าจะออกจากปากคนตรงหน้า พลันสำลักขึ้นมาทันที"แค่ก! แค่ก!"

 

 

"โง่งมทั้งยังตะกละ"

 

 

นางหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามออกไปอย่างใส่ซื่อ

 

 

"ไม่เคยคิดเพคะ รัชทายาทมีเหลียงตี้เต็มตำหนัก หม่อมฉันคงรับมือไม่ไหว"

 

 

"แล้วเจ้าคิดว่า ผู้ใดจะเหมาะสมแต่งให้กับเจ้าได้"

 

 

"หม่อมฉันไม่เกี่ยงฐานะของคนที่หม่อมฉันจะแต่งให้เพคะ เพียงแค่ในตำหนักของพวกเขาเหล่านั้นไม่มีชายาอยู่ก่อนหม่อมฉันเพคะ"

 

 

"เจ้าคิดว่า จะมีบุรุษคิดแต่งภรรยาเดียวหรืออย่างไร แคว้นนี้จะหาอย่างชินอ๋องคงไม่มีกระมัง"

 

 

"เพคะ...ไม่มี ถึงจะมีหม่อมฉันก็ไม่มีสิทธิเลือก"ยุคนี้ช่างไม่ยุติธรรม

 

 

"ดีแล้วที่เจ้ามิได้ชมชอบเปิ่นไท่จื่อ มิเช่นนั้นคงจะช้ำใจอยู่ตลอดเวลา"มั่นหน้าได้อีกนะเพคะ ถึงแม้พระองค์จะหล่อเหลา หากหม่อมฉันเลือกได้หม่อมฉันจะไม่ชายตาแลพระองค์แม้แต่น้อย

 

 

"พระองค์เป็นบุรุษมากรัก?"หลินเฟยถามออกไป อยากรู้ว่าเขาจะตอบเช่นไร

 

 

"หึ!"ทว่านางกลับได้ยินแค่เพียงเท่านี้ หมดคำจะบรรยาย คนอะไรหยิ่งยโสเสียจริง นางขอเอาคืนบ้างเถอะ

 

 

"ถ้าเลือกได้ พระองค์เป็นคนสุดท้ายที่หม่อมฉันจะนึกถึง หรือไม่ก็จะลืมเลือนไปเลยว่ายังมีพระองค์อีกคนให้หม่อมฉันเลือก ดังนั้นพระองค์อย่าทรงกังวล เพราะหม่อมฉันก็มิชมชอบบุรุษมากรัก และมากภรรยาเช่นกัน"

.

.

.

.

#แก้ไขคำผิดครั้งที่1. 

ความคิดเห็น