ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

12 : เป็นเด็กขาย ห้ามรู้สึก

ชื่อตอน : 12 : เป็นเด็กขาย ห้ามรู้สึก

คำค้น : หลงกลรัก, นิยายวาย, Mpreg, เพียวไผ่, นักรบ, ทดลองรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 23.3k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ค. 2564 14:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
12 : เป็นเด็กขาย ห้ามรู้สึก
แบบอักษร

Chapter 12 

Lab Love : เป็นเด็กขายห้ามรู้สึก 

  

ถึงบ้านแล้วเพียวไผ่เข้าบ้านก็พบว่าเด็ก ๆกำลังรอตนกลับมาบ้าน ไหนจะเสื้อผ้าสำหรับเปิดเทอมอีกไม่กี่วันมานี้อีก ก่อนหน้านี้เพียวไผ่เคยคิดอยากให้น้อง ๆออกจากโรงเรียนเดิม เพราะค่าเทอมแพงมาก แม่ครูเลือกโรงเรียนดีที่สุดให้พวกเขา เมื่อแม่ครูจากไปเงินที่มีก็เอาไปจ่ายค่าเทอมจนต้องติดหนี้น้าอาทิตย์อย่างที่ผ่านมา จึงคิดว่าให้น้อง ๆเรียนโรงเรียนที่ค่าเทอมถูกลง แต่มาคราวนี้ไหน ๆก็มีค่าเทอมที่นักรบจะจ่ายให้แล้วก็เลยคิดว่าให้น้อง ๆเรียนโรงเรียนเดิมต่อไปอีกอย่างน้อย ๆหนึ่งปี ส่วนในวันข้างหน้าก็จะเอาเงินที่เก็บไว้ได้ส่งเสียน้องๆเรียน บางทีอาจจะขอจากกันทิมาหาเวลาทำงานเสริมบ้างจะได้มีเงินเก็บเผื่ออนาคตให้มากกว่านี้ ต่อไปนี้คงต้องวางแผนอะไรหลายๆอย่างให้ดีขึ้น แม้ว่านักรบบอกว่าจะซื้อตัวเขาหนึ่งปี แต่ก็ไม่รู้จะถูกเบื่อหรือถูกเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ เป็นแค่เด็กขายนักรบไม่ต้องการเมื่อไหร่ก็ได้ นักรบเองก็คงจะมีเด็กที่ดูแลอย่างเขาไม่น้อยล่ะมั้ง 

“ชุดนักเรียนใครซื้อมา”เพียวไผ่ถามอย่างงุนงง  

“คุณกันให้คนส่งมาค่ะ”แป้งพิมพ์ตอบ เพียวไผ่หันไปมองใบหน้าน่ารักของน้องสาว แป้งพิมพ์ตอนนี้อายุสิบห้าปี อยู่มัธยมสามแล้ว ตัวสูงตามวัยเด็กผู้หญิงและมักจะยิ้มแย้มอยู่เสมอแต่เวลานี้ไม่มีรอยยิ้มให้พี่ชายแม้แต่น้อย 

“อีกไม่กี่วันก็ใกล้เปิดเทอมแล้วนี่นา วันนี้อยากกินข้าวอะไรพี่เพียวเลี้ยงทุกอย่างเลยดีไหม” 

“แต่เราไม่มีเงินมากไม่ใช่เหรอคะ”เด็กหญิงนิตยาพูดเสียงเบา 

“จริงอยู่ที่พวกเราต้องประหยัด แต่ว่าวันนี้พี่เพียวจะเลี้ยงพวกเราตามใจทุกอย่างหนึ่งวันดีไหม” 

“เย่!! พี่เพียวขาา หนูอยากกินเค้กไอศครีม” 

“ได้สิ อยากกินอูนิของโปรดน้องโฟท์ไหม”เพียวไผ่หันไปถามน้องชาย  

“ผมอยากกิน ตั้งแต่แม่ครูจากไป ผมก็ไม่เคยได้กินอีกเลย”เสียงอ่อยค่อยตอบจนเพียวไผ่เอ็นดู แม่ครูเลี้ยงดูพวกเขาทุกคนมาไม่เคยลำบากเลยแม้แต่นิดเดียว ขอแค่พวกเขาเป็นเด็กดี แม่ครูขอแค่นี้มาตลอด เมื่อแม่ครูจากไปเงินไม่ค่อยมีแต่น้อง ๆก็ไม่เคยเรียกร้องอย่างเอาแต่ใจเลยแม้แต่ครั้งเดียว นั่นทำให้เพียวไผ่ยิ่งอยากเลี้ยงดูน้อง ๆให้ดีเหมือนที่แม่ครูทำเช่นเดียวกัน 

“แล้วน้องแป้งล่ะ น้องแป้งอยากกินอะไร อยากได้ชุดใหม่อย่างที่แม่ครูเคยซื้อไหม”เพียวไผ่ยกยิ้มหันไปถามแป้งพิมพ์ 

“ช่วงนี้แป้งเป็นสิวค่ะ ไม่อยากทานอะไรมากเกินไป เสื้อผ้าแป้งก็มีเยอะแล้วค่ะ แป้งไม่อยากได้”ว่าจบเด็กหญิงก็หันหลังให้เพียวไผ่ เดินขึ้นไปชั้นบน ทำให้เพียวไผ่ได้แต่มองตามหลังเงียบ ๆ 

พ้นหลังน้องเล็กสองคนแล้วเพียวไผ่จึงเข้าไปหาเด็กหญิงแป้งพิมพ์ที่นั่งกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้อง 

“น้องแป้ง”เด็กหญิงเงยหน้ามองเพียวไผ่ครู่เดียวก็ก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ เพียวไผ่ก็มานั่งข้าง ๆ 

“เป็นอะไรไป คิดถึงน้องกวินเหรอ นี่คุณป้าถ่ายรูปน้องกวินมาให้ดูด้วยนะ ดูสิผ่านไปแค่สัปดาห์เดียวตัวจ้ำหม่ำขึ้นเยอะเลย คุณลุงคุณป้าเลี้ยงดูอย่างดีจริง ๆด้วยน้า”เพียวไผ่กุลีกุจอหยิบโทรศัพท์ให้น้องสาวดู แต่แป้งพิมพ์ก็ยังคงก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือไม่สนใจจนเพียวไผ่นิ่งแล้วยกมือลูบหัวน้องสาวเบา ๆ 

“น้องแป้งเป็นอะไร เรามีกันแค่นี้มีอะไรต้องพูดกันนะ” 

“หนูอยากทำงานพิเศษค่ะ”แป้งพิมพ์ก้มหน้าพูด 

“ตอนนี้โรงเรียนใกล้เปิดแล้ว พี่เพียวกลัวน้องแป้งจะเหนื่อย พี่เพียวมีเงินไม่ทำให้พวกเราลำบากหรอกนะ”เพียวไผ่ตอบ 

“แต่พี่เพียวทำงานคนเดียว” 

“ไม่เป็นไรพี่เพียวไหว”เพียวไผ่ตอบ 

“แต่หนูอยากทำงานค่ะ มีคอนเสิร์ตที่หนูอยากไป” 

“พี่เพียวจะให้เอง” 

“มีเสื้อผ้าที่หนูอยากได้ มีมังงะที่หนูอยากอ่าน มีโปสเตอร์ที่หนูอยากได้ มีประเทศที่หนูอยากไป มีอะไรมากมายที่หนูอยากได้ หนูอยากหาเงินเองค่ะ”คำพูดหนักแน่นของน้องสาวทำเพียวไผ่นิ่ง  

“พี่เพียวจะให้เงินน้องแป้งเองนะ แค่ตั้งใจเรียนก็พอแล้ว” 

“พี่เพียวไม่เข้าใจ” 

“ทำงานมันเหนื่อย”เพียวไผ่บอก 

“แล้วพี่เพียวอยากให้พวกเราขอเงินจากพี่อย่างนี้ไปตลอดรึไงคะ หนูจะทำงาน ตอนแม่ครูยังอยู่พี่เพียวก็เคยขอแม่ครูทำงานไม่ใช่เหรอคะ หนูอยากทำงานบ้าง หนูอยากเก็บตังค์เอง”เฮ้อ! เพียวไผ่ถอนหายใจเบา ๆมองใบหน้าง้ำงอของน้องสาวนิ่ง แป้งพิมพ์ไม่ใช่เด็กที่เอาแต่ใจ ใครพูดอะไรก็เออออตามตลอด ไม่เคยเถียง ไม่เคยแย้ง นิสัยดี แต่วันนี้มาแปลกอย่างที่ไม่เคยเป็น 

“ตกลง แต่พาร์ทไทม์เท่านั้นนะ พี่เพียวไม่อยากให้เราออกจากโรงเรียน” 

“ค่ะ”ใบหน้าเล็กก้มหน้ารับคำพี่ชาย 

“แล้วอยากทำงานอะไร หาแล้วยัง ให้พี่เพียวช่วยหาไหม” 

“เป็นร้านคาเฟ่ข้าง ๆโรงเรียนค่ะ หนูมีเบอร์ของร้านด้วยเห็นประกาศในเฟส แต่เขารับคนอายุสิบแปดปีขึ้นไปค่ะ”น้ำเสียงกระตือรือร้นของน้องสาวดังขึ้นทำเพียวไผ่ยิ้มออกมา 

“แต่น้องแป้งเพิ่งสิบห้า” 

“พี่เพียวฟังน้องแป้งก่อนซี่ ถ้าอายุน้อยกว่าสิบแปดก็ได้แต่ต้องสิบห้าขึ้นไป และต้องได้รับคำยินยอมจากผู้ปกครอง พรุ่งนี้พี่เพียวพาหนูไปสมัครงานหน่อยนะคะ” 

“พรุ่งนี้เลยเหรอ” 

“ใช่ค่ะ แต่ว่าถ้าที่นี่เขาไม่รับ น้องแป้งจะไปสมัครงานที่ร้านยืมหนังสือ เขาหาคนจัดเก็บหนังสือช่วงเสาร์อาทิตย์ น้องแป้งไม่อยากเรียนพิเศษแล้ว พี่เพียวไม่ต้องสมัครเรียนพิเศษให้น้องแป้งแล้วนะคะ” 

“แต่ว่า” 

“น้องแป้งจะอ่านหนังสือให้มากขึ้นจะรักษาเกรดตัวเองให้ดี น้องแป้งสัญญา ไม่เรียนพิเศษก็ประหยัดเงินได้ตั้งเยอะ มีเวลาอยู่กับพี่เพียวเยอะด้วย” 

“เฮ้อ!” 

“นะคะ?” 

“ก็ได้” 

“พี่เพียว...” 

“ว่าไง” 

“งานที่พี่เพียวทำคืองานอะไรเหรอคะ ทำไมต้องไปทำกลางคืนด้วยล่ะคะ”เพียวไผ่นิ่งเงียบสำหรับคำถามของน้องสาว กลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก 

“งานเป็นคนเสิร์ฟอาหารแบบที่เคยทำไง แต่ว่านะงานนี้เป็นร้านอาหารหรูและเขาเปิดตลอดคืน พี่เพียวก็เลยต้องตลอดทั้งคืนไง”เพียวไผ่กลั้นใจโกหกน้องสาว 

“งั้นคืนนี้พี่เพียวก็ต้องไปทำอีกทั้งคืนเหรอคะ”เพียวไผ่นิ่งเงียบเพราะไม่รู้ว่าคืนนี้กันทิมาจะมารับเขารึเปล่า 

“ไม่หรอกพี่เพียวจะไปทำก็ต่อเมื่อที่ร้านมีงานสำคัญ แล้วเขาก็จะเรียกตัว เอาน่ะ น้องแป้งไม่ต้องห่วงนะ งานแค่นี้สบายมาก”เพียวไผ่ลูบหัวน้องสาวเบาๆอีกครั้ง แป้งพิมพ์ก็ก้มหน้าไม่พูดอะไรแสร้งทำเป็นอ่านหนังสือในมือต่อ เพียวไผ่มองน้องสาวครู่เดียวก็เดินออกจากห้อง  

  

ในคืนนั้นกันทิมาไม่ได้มารับเขาไปหานักรบแต่เรียกตัวอีกคืนถัดมา ทุกอย่างวนลูปอยู่อย่างนั้นทั้งสัปดาห์ เพียวไผ่จะได้เจอนักรบแค่คืนเว้นคืน ไม่ได้พูดคุยอะไรมากมาย เข้ามาก็พูดเรื่องเซ็กส์แล้วก็มีเซ็กส์เพียงเท่านั้น ตื่นเช้ามาในห้องใหม่ที่ไม่ใช่ห้องที่มีเซ็กส์ โดยที่ทั้งห้องมีเขาเพียงคนเดียว เป็นอย่างนั้นมาตลอดทั้งสัปดาห์รวม ๆกันแล้วก็สี่คืน ตื่นมาก็เกือบเที่ยงวันแทบจะทุกครั้ง เพียวไผ่เข้าใจแล้วว่าทำไมกันทิมาถึงให้ตนลาออกจากงานเพราะหากต้องทำงานต่อก็คงตื่นไม่ไหว  

คืนเว้นคืนที่ร่างกายไปเป็นที่รองรับอารมณ์ความต้องการของนักรบในสถานที่เดิม เพียวไผ่เองก็ไม่รู้ว่าจะเรียกสิ่งนี้ว่าอะไร ชินไปแล้วล่ะมั้ง มีเซ็กส์และก็ตื่นขึ้นมาคนเดียวในทุกครั้ง ‘ห้ามรู้สึกรัก’ คือกฏของคนที่คิดจะขายตัวที่เพียวไผ่อ่านในอินเทอร์เน็ต มันเป็นกฏข้อแรกที่จะต้องทำให้ได้ ห้ามรู้สึกอะไรต่อลูกค้า 

ต้องทำอย่างนั้น... 

แต่สำหรับเพียวไผ่ ต่อให้เขาไม่ได้มาเป็นเด็กขายให้นักรบ ชีวิตเขาทั้งชีวิตก็มีกฏข้อนี้มาตั้งเป็นข้อแรกอยู่แล้ว เพราะเขามันตัวประหลาด จะมีใครยอมรับได้ว่าผู้ชายมีเลือดประจำเดือน ไม่หรอก ไม่มี คิด ๆไปแล้วก็ดีเหมือนกันที่ไม่ต้องเอาไปถูกทดลองให้ตั้งครรภ์อย่างความตั้งใจแรก เพราะหากเป็นอย่างนั้น หากว่าร่างกายเขามันตั้งครรภ์ขึ้นมาได้จริง ๆคงจะยิ่งกว่าตัวประหลาด และหากมีเด็กคลอดออกมาจากร่างกายเขา ก็คงจะเป็นลูกของตัวประหลาด ฮะ ๆๆลูกของตัวประหลาด เป็นใครก็คงไม่อยากมาเกิด แต่ถึงอย่างนั้นนักรบเองก็ยืนยันเองว่าไม่มีผู้ชายคนไหนมีมดลูกหรอก อย่าไปคิดถึงการตั้งครรภ์เลย 

คิดไปก็ขำ...เฮ้อ!สงสัยต้องอยู่คนเดียวไปตลอดชีวิตจริง ๆเกิดมาทำไมไม่รู้เนอะ ชีวิตของเพียวไผ่  

“พี่เพียว วันนี้น้องแป้งจะไปบ้านคุณลุงคุณป้าค่ะ อาจจะกลับมาดึกหน่อยค่ะ แต่พี่ภพบอกว่าพี่ภพจะมาส่งค่ะ” 

“อื้ม ขึ้นรถดี ๆล่ะ ถึงแล้วส่งข้อความหาพี่ด้วยนะ” 

“ค่ะ” 

“น้องแป้ง”ร่างเด็กหญิงที่กำลังหันหลังให้หยุดชะงัก สองมือจับกระเป๋าสะพายหลังของตัวเองแน่น 

“มาให้พี่เพียวกอดหน่อยเร็ว”เพียวไผ่อ้าแขนกอดน้องสาวไว้แนบอก ช่วงหลังแป้งพิมพ์พูดน้อยลงมาก เพียวไผ่ไม่เข้าใจแม้จะให้น้องสาวไปทำงานพาร์ทไทม์อย่างที่เจ้าตัวขอแล้ว แต่เด็กหญิงก็ยังคงไม่ร่าเริงอย่างที่ผ่านมา เพียวไผ่ไม่อยากให้น้องเป็นทุกข์ไม่ว่าจะเรื่องอะไร รู้ดีว่าทุกชีวิตเขาเลี้ยงดูได้เพียงร่างกายแต่ถึงอย่างนั้นก็อยากให้น้อง ๆมีความสุขให้มากที่สุด  

ผละกอดจากพี่ชายแล้วเด็กหญิงก็ออกจากบ้านชะงักเมื่อเห็นกันทิมาเดินเข้ามา ยกมือไหว้ชายหนุ่มอย่างนอบน้อมเหมือนทุกครั้งก็สาวเท้าออกจากบ้าน 

เพียวไผ่ส่งยิ้มให้กันทิมาบาง ๆก็บอกน้อง ๆว่าเย็นนี้ตนจะไปทำงานแล้ว ค่ำ ๆพี่แป้งจะกลับมา มีอะไรให้โทรหากันทิมาได้ตลอดเวลาเด็กชายโฟกัสกับเด็กหญิงนิตยาก็รับคำอย่างทุกครั้ง อยู่ที่นี่ปลอดภัยในหมู่บ้านมีการดูแลอย่างดีจนไม่น่าห่วงว่าเด็กชายกับเด็กหญิงจะเกิดอันตรายขึ้นได้เว้นเสียว่าเด็ก ๆจะไปเล่นซนกันเองเพียงเท่านั้น 

  

เด็กหญิงแป้งพิมพ์นั่งรถไฟฟ้าต่อด้วยรถแท็กซี่แล้วไปหาพิภพที่ร้านคาเฟ่ตามที่นัดไว้ก่อนจะตรงไปที่บ้านหลังเก่า มีน้าอาทิตย์รออยู่  

“น้องแป้ง”พิภพเรียกเด็กหญิงที่ตนมองเสมือนน้องนุ่งด้วยสีหน้าลำบากใจ เด็กหญิงก็ยกยิ้มบาง ๆราวกับว่าสิ่งที่กำลังจะทำคือเรื่องที่ตนตัดสินใจดีแล้ว 

“พี่ภพคิดว่าแป้งเรียนเก่งไหมคะ”พิภพพยักหน้า เด็กหญิงมักจะเอาใบเกรดมาอวดพร้อมรอยยิ้มให้ตนดูเสียทุกครั้งรู้ว่าเด็กน้อยเรียนเก่ง หัวสมองไวไม่ต่างจากคนพี่ 

“แล้วคิดว่าแป้งฉลาดไหมคะ” 

“เก่งกับฉลาดมันไม่เหมือนกันเหรอน้องแป้ง” 

“ไม่ค่ะ เก่งอาจจะหมายถึงการทำสิ่ง ๆหนึ่งได้ดีไม่ว่าจะมาจากพรสวรรค์หรือพรแสวงก็ตาม แต่ถ้าฉลาดหมายถึงการทำสิ่งหนึ่งโดยผ่านกระบวนการคิดอย่างถี่ถ้วนแล้วผลลัพธ์ออกมาเป็นสิ่งที่ดี”เด็กหญิงตอบยาวเหยียดก่อนจะก้มหน้านิ่งเงียบ พิภพก็ลูบหัวเด็กหญิงเบา ๆ 

“ไปเถอะ น้าอาทิตย์รออยู่”พิภพไม่ได้พูดอะไรนอกจากนั้น นั่งรอเด็กหญิงคุยกับน้าอาทิตย์จนเสร็จธุระก็กลับบ้านโดยมีพิภพไปส่ง  

_____________ 

เห้อ มันอะไรกันนะ บ้านนี้ น้องแป้งหนูทำอะไรครับ 

แก้ไขครั้งที่ 1 12 กรกฎาคม 2564 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ 

คุณคนโปรด 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว