ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 5 วันมงคล

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 วันมงคล

คำค้น : ตอนที่ 5 วันมงคล

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 106

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ต.ค. 2563 14:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 วันมงคล
แบบอักษร

 

ตอนที่ 5 

วันมงคล 

  

  

ทั่วทั้งจวนสกุลเหลียงถูกตกแต่งด้วยผ้าสีแดงแสดงให้เห็นถึงงานมงคลที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันนี้ บรรยากาศในจวนยามนี้เต็มไปด้วยความสุข เสียงพูดคุยแสดงความยินดีดังไม่ขาดสาย  

  

แม้เจ้าสาวยังไม่ได้ขึ้นเกี้ยว พิธีแต่งงานยังไม่ได้เริ่มต้นขึ้น ขบวนรับเจ้าสาวยังไม่มาถึง ทว่าแขกเหรื่อกับมากันพร้อมหน้ามากมายส่งผลให้บรรยากาศยิ่งเต็มไปด้วยความชื่นมื่นเป็นอย่างยิ่ง 

  

ภายในเรือนของคุณหนูรองเหลียงซูเมิ่ง ยามนี้เจ้าสาวแสนงามสวมใส่ชุดเจ้าสาวปักลายหงส์ที่ถูกปักลายอย่างประณีตงดงาม ส่วนผมของนางถูกจับรวบขึ้นครึ่งศีรษะก่อนจะประดับด้วยเครื่องประดับผมซึ่งเป็นลายดอกโบตั๋นและไข่มุกห้อยระย้าดูสวยงามยิ่ง  

  

เจ้าสาวแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงสวมผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวก็สามารถเดินออกไปขึ้นเกี้ยว ณ ขบวนรับเจ้าสาวได้แล้ว 

  

“เจ้าสาวผู้นี้ช่างงามตาน่ามองยิ่งนัก”  

  

เสียงเอ่ยชมดังขึ้น ก่อนที่ร่างงามของเหลียงซีซีจะปรากฏขึ้น ในมือของนางถือถาดที่มีผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวเอาไว้  

  

“พี่สาว ท่านเอ่ยชมเกินไปแล้ว” นางตอบอย่างขัดเขินเล็กน้อย ไม่กล้าหันไปมองสบตาพี่สาวของตนแต่อย่างไร  

  

“พี่พูดเรื่องจริงต่างหากเล่า อีกอย่างเจ้าเองก็มองดูตัวเองในกระจกเบื้องหน้าอย่างตั้งใจหน่อยจะได้รู้ว่าพี่หาได้พูดเกินไปไม่” 

  

ซูเมิ่งมองกระจกอีกครั้งตามที่พี่สาวของนางเอ่ย ภาพในบานกระจกปรากฏใบหน้าของนางที่ถูกแต่งแต้มจากฝีมือของติงหยู่และเหล่าสาวใช้ 

  

นางมองตนเองในกระจก ก่อนจะขมวดคิ้วอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก  

  

“พี่สาว ท่านว่าใบหน้าของข้าถูกแต่งจนดูเข้มไปหรือไม่”  

  

“ไม่หรอก เจ้าอย่าได้คิดมากไป เจ้าสาวควรแต่งเช่นนี้แหละ”  

  

“จริงหรือเจ้าคะ”  

  

“แน่นอน จำได้ว่าตอนที่พี่แต่งออกไปก็แต่งหน้าเช่นนี้แหละ เจ้าอย่าได้กังวลไปเลย”  

  

นางเอ่ยโน้นน้าวน้องสาวของนางอย่างใจเย็น นางรู้สึกได้ดีว่ายามนี้เมิ่งเมิ่งน้องสาวของนางนั้นกำลังรู้สึกประหม่าเป็นอย่างมาก แถมในความประหม่านี้ยังแฝงไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งกังวล ทั้งไม่หมั่นใจ 

  

“ติงหยู่ เจ้าออกไปเตรียมน้ำชาสงบใจให้คุณหนูรองดื่มก่อนขึ้นเกี้ยวไป” นางหันไปเอ่ยกับสาวใช้คนสนิทของน้องสาว  

  

“เจ้าค่ะคุณหนูใหญ่ บ่าวจะรีบไปเตรียมน้ำชาสงบใจมาเดี๋ยวนี้” 

  

เมื่อติงหยู่ออกไปแล้วนางก็โบกมือไล่สาวใช้คนอื่นๆให้ออกไปด้วย จึงทำให้ยามนี้ในห้องเหลือเพียงแค่พวกนางพี่น้องเท่านั้น 

  

“เมิ่งเมิ่ง หลักสี่คุณธรรมสามคล้อยตาม เจ้าไม่มีขาดย่อมไม่ต้องกังวลใจไป ยิ่งแม่สามีเจ้าพวกเราล้วนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีนางรักและเอ็นดูเจ้าเพียงใดเจ้าย่อมรู้ดี ฉะนั้นถือว่าเจ้าแค่เปลี่ยนที่นอนเท่านั้นก็พออย่าได้กังวลใจไปก่อนเหตุเลย” 

  

“อีกอย่างหากเจ้าเหงาก็กลับมาหาท่านแม่บ่อยๆได้ หรือว่าให้คนมาตามท่านแม่ให้ไปหาเจ้าก็ได้”  

  

เหลียงซูเมิ่งนั่งฟังพี่สาวของนางนิ่งอย่างคิดตามไปด้วย 

  

แต่งออกไปให้คิดว่าเป็นเพียงการเปลี่ยนที่นอนเช่นนั้นหรือ 

  

เปลี่ยนที่นอน…  

  

ต่อจากนี้นางต้องนอนข้างๆเขาแล้วใช่หรือไม่ 

  

คิดไปถึงขั้นนั้นใบหน้างามของเจ้าสาวก็แดงขึ้นด้วยความอาย แต่ด้วยความที่ใบหน้าของนางในยามนี้ถูกตกแต่งอย่างจัดจ้านจึงทำให้เหลียงซีซีนั้นไม่ทันสังเกต   

  

“เมิ่งเมิ่ง พี่ของถามเจ้าอีกเรื่องหนึ่ง เจ้าได้หนังสือจากท่านแม่แล้วใช่หรือไม่ นางคงไม่ลืมให้เจ้าหรอกกระมัง” เหลียงซีซีเอ่ยถามผู้เป็นน้องสาว 

  

นางกลั้นใจครั้งหนึ่งเมื่อเจอคำถามนี้เข้าก่อนจะเอ่ยตอบกลับไปเสียงเบา “ให้แล้วเจ้าค่ะ” 

  

“เช่นนั้นก็ดีแล้ว เจ้าคงได้เปิดดูบ้างแล้วกระมัง”  

  

พี่สาวนางเอ่ยต่อ ส่วนนางเพียงแค่พยักหน้ารับช้าๆด้วยใบหน้าร้อนผ่าว ในใจก็คิดไปว่าพี่สาวนางใยกล่าวถึงหนังสือเช่นนั้นด้วยน้ำเสียงแล้วใบหน้าเป็นปกติเช่นนี้ได้ 

  

“ท่านแม่ให้เจ้าสามเล่มเหมือนกับตอนที่พี่ออกเรือนใช่หรือไม่” 

  

นางพยักหน้ารับคำพี่สาวพลางก้มหน้าลงมองมือของตน นางในตอนนี้ไม่รู้ว่าควรจะทอดสายตาของตนไปที่ใดทีแล้ว 

  

“เรื่องราวในหนังสือเล่านั้นไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร ประเดี๋ยวนานไปเจ้าก็จะกระจ่างเอง จำเอาไว้ให้ดีเรื่องนี้เจ้ายิ่งไม่ต้องกังวล” 

  

นางแทบอยากจะเอ่ยออกไปว่าห้ามไม่ให้พี่สาวของนางพูดต่ออีก แต่ติดอยู่ที่สิ่งที่พี่สาวนางพูดนั้นล้วนพูดออกมาเพื่อนางทั้งสิ้น 

  

แต่เหมือนสวรรค์จะรู้ถึงความอึดอัดใจของนาง จึงได้ส่งติงหยู่กลับมาเสียที พอติงหยู่มานั้นแหละพี่สาวนางจึงได้หยุดเอ่ยถึงเรื่องหนังสือไปในทันที ราวกับเมื่อครู่ไม่ได้พูดถึงเลยด้วยซ้ำ  

  

แน่นอนว่านางย่อมรู้ว่าเรื่องหนังสือลับนี้ไม่ควรจะมีใครรู้มากนัก แม้แต่สาวใช้คนสนิทของนางก็ด้วย จึงได้แต่ทำเฉยๆไปกับผู้เป็นพี่สาว 

  

น้ำชาสงบใจที่ติงหยู่ยื่นให้ถูกนางดื่มหมดในคราเดียว นางดื่มไปถึงสามแก้วถึงได้ค่อยรู้สึกดีขึ้น  

  

หลังจากนั้นไม่นานสาวใช้ที่อยู่ด้านหน้าก็เข้ามารายงานว่าขบวนรับเจ้าสาวมาถึงแล้ว ให้นางเตรียมตัวไปขึ้นเกี้ยวได้ พี่สาวนางจึงได้จัดแจงนำผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวให้คลุมให้ก่อนที่ติงหยู่จะช่วยประคองนางออกจากเรือนเพื่อตรงไปยังหน้าประตูหน้าจวน 

  

  

ทางด้านเว่ยมู่เหยียนนั้นหลังจากที่เขาทำการเข้าไปเคารพศาลบรรพชนของสกุลเหลียงเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ออกมายืนรอรับเจ้าสาวขึ้นเกี้ยวที่นอกประตูจวน  

  

ระหว่างรอรับเจ้าสาว ตัวเขาจึงได้มีโอกาสสนทนากับท่านพ่อตาและก็ท่านแม่ยายที่มารอยืนส่งเจ้าสาวขึ้นเกี้ยว ท่านทั้งสองพูดคุยกับเขาอย่างยิ้มแย้ม คำพูดก็มีแต่ประโยคฝากฝังลูกสาวให้เขาดูแล ซึ้งแน่นอนว่าเขานั้นรับปากอย่างหนักแน่นแสดงให้เห็นถึงความพึงพาได้ของตนอย่างเต็มที่ 

  

หลังจากนั้นไม่นานขบวนเจ้าสาวที่กำลังเดินออกมาตามทางเดินด้านในภายในเรือนด้านหลังของสกุลเหลียง แม้เขาจะมองจากด้านนอกเข้าไปก็ยังสามารถมองเห็นได้อยู่ ขบวนเดินของเจ้าสาวนั้นด้านหน้าจะมีสาวใช้เดินนำหน้ามาก่อนสี่คนในมือของสาวใช้ทั้งสี่จะถือพัดยาวไขว้กันเอาไว้ ด้านหลังจากสาวใช้จึงจะเป็นเจ้าสาวของเขาที่ถูกประคองด้วยสาวใช้ผู้หนึ่ง เจ้าสาวของเขานั้นนางคลุมผ้าสีแดงในมือถือพัดด้ามหนึ่งเอาไว้ 

  

จวบจนนางเดินมาถึงหน้าประตูจวนท่านพ่อตาของเขาจึงประคองนางข้ามประตูจวนมาด้วยตัวเอง แล้วจึงส่งมือของนางให้เขาต่อ แน่นอนว่าเว่ยมู่เหยียนโค้งศีรษะให้ท่านพ่อตาอีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะกุมมือเจ้าสาวตนเพื่อพานางเดินไปส่งเข้าเกี้ยว 

  

ระหว่างทางเดินไปถึงเกี้ยวเจ้าสาว แม้จะเป็นเวลาไม่นานที่เขาได้สัมผัสมือของนาง แต่ก็รู้สึกได้ว่ามือของนางช่างเย็นเหลือเกิน จนอดคิดขึ้นมาไม่ได้ว่าที่มือของนางเย็นเช่นนี้เป็นเพราะตื่นเต้นกับพิธีหรือว่านางกำลังป่วยกันแน่ 

  

เมื่อส่งเจ้าสาวตนขึ้นเกี้ยวจนเสร็จ เขาจึงได้เดินกลับมาที่หน้าขบวน เพื่อเตรียมตัวขึ้นม้า เพื่อนำขบวนเจ้าสาวไปยังจวนสกุลเว่ยของเขาเพื่อทำพิธีต่อ 

  

“เมื่อครู่ช่างเป็นภาพที่หาชมได้อยากนัก” นี่เป็นคำพูดของลู่จินอู่ยืนอยู่ด้านหน้าขบวน 

  

“ข้าเห็นด้วยกับเจ้า หาชมได้ยาก หาชมได้อยากยิ่ง” ห่านตี้อัน เองก็เอ่ยขึ้นอย่างจงใจหยอกเจ้าบ่าวซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเขาและลู่จินเช่นกัน 

  

แน่นอนว่าเมื่อทั้งสองพูดเช่นนั้นย่อมไม่รอดพ้นถูกสายตาเอาเรื่องของเจ้าบ่าวส่งมาให้ครั้งหนึ่งก่อนที่จะกระโดดขึ้นม้าไป เพียงไม่นานขบวนรับเจ้าสาวจึงได้ออกเดินทางไปยังสกุลเว่ยเพื่อทำพิธีแต่งงานต่อที่บ้านของเจ้าบ่าว  

  

ขบวนแต่งงานแน่นอนว่าทั้งครื้นเครงเต็มไปด้วยความสนุกสนาน มโหรีบรรเลงตลอดทางไม่มีหยุด จงกระทั่งไปถึงจวนสกุลเว่ยบ่าวสาวทั้งสองจึงได้เข้าพิธีกราบไหว้ฟ้าดิน หลังจากนั้นเจ้าสาวก็ถูกส่งตัวเข้าห้องหอ  

  

พิธีแต่งงานที่นับว่ายุ่งยากจึงนับว่าเสร็จสิ้นลงแล้วสามในสี่ส่วน ด้านเจ้าสาวหลังจากถูกส่งตัวเข้าเรือนหอแล้ว แต่ฝ่ายเจ้าบ่าวกับถูกลากออกมาให้ดื่มฉลองกับแขกต่อเสียก่อน  

  

ยามนี้ในห้องหอจึงเหลือเพียงเจ้าสาวเพียงผู้เดียวที่เป็นผู้เฝ้าหออยู่ ส่วนทางด้านเจ้าบ่าวนั้นยังไม่สามารถทราบแน่ชัดได้ว่าจะถูกปล่อยกลับเข้าห้องหอเมื่อใด 

  

แต่เห็นทีว่าจะไม่ง่ายเพราะทั้งสองเพื่อนสนิทของเว่ยมู่เหยียนอย่างลู่จินอู่และห่านตี้อันคงไม่ปล่อยเจ้าบ่าวกลับเข้าห้องหอได้อย่างง่ายๆเป็นแน่  

  

  

ความคิดเห็น