ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 พี่สาวมาเยือน

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 พี่สาวมาเยือน

คำค้น : ตอนที่ 4 พี่สาวมาเยือน

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 64

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ต.ค. 2563 14:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 พี่สาวมาเยือน
แบบอักษร

 

ตอนที่ 4 

 พี่สาวมาเยือน 

  

เนื่องจากวันนี้อากาศร่มรื่นเหมาะกับการออกมาชื่นชมธรรมชาตินอกเรือนยิ่ง วันนี้มื้อกลางวันนางจึงให้สาวใช้ช่วยกันจัดศาลาริมน้ำหน้าเรือนนางเพื่อทานมื้อกลางวันที่นั่น 

  

แน่นอนว่าแม้วันนี้ท้องฟ้าอากาศจะเป็นใจ แดดอ่อนไม่ร้อน ลมพัดก็ไม่ได้รวดเร็วแต่กลับเย็นสบายพอดีเป็นอย่างยิ่ง แต่ถึงอย่างนั้น ศาลาก็ถูกติดผ้าโปร่งเอาไว้ทุกด้านเพื่อป้องกันไม่ให้คุณหนูรองของพวกนางถูกแดดถูกหรือต้องลมจนเกินไป 

  

“มาแล้วๆ พี่สาวของเจ้ามาแล้ว” 

  

น้ำเสียงอันคุ้นหูที่ดังขึ้นมาแต่ไกล ทำเอาซูเมิ่งต้องหันไปตามทิศทางของเสียง เพียงไม่นานด้านหน้าศาลาก็ปรากฏร่างผู้ที่เป็นเจ้าของเสียงที่กำลังเดินอย่างรวดเร็วมาหานาง 

  

“ไม่เจอกันนานพี่ใหญ่สบายดีไหมเจ้าคะ” นางเอ่ยถามพี่สาว พลางรินน้ำชาก่อนจะยื่นถ้วยชานั้นให้ผู้เป็นพี่สาว 

  

ด้านเหลียงซีซีก็รับน้ำชาจากมือน้องสาวขึ้นมาจิบ ก่อนจะเอ่ยตอบคำถาม “ก็สบายดียิ่ง แล้วเจ้าเล่าช่วงนี้ดีขึ้นมากใช่หรือไม่” 

  

“ข้าเองก็เป็นเช่นเดิมเจ้าค่ะ เจ็บป่วยจนเคยชินเสียแล้ว” นางเอ่ยพลางยิ้มออกมาอย่างขมๆ 

  

“เมิ่งเมิ่งเจ้ารออีกหน่อย พี่เชื่อว่าอย่างไรอาการของเจ้าสักวันหนึ่งต้องหายขาดแน่” 

  

นางเอื้อมมือไปกุมมือเล็กเรียวงามของผู้เป็นน้องสาวของนางอย่างต้องการให้กำลังใจ 

  

“ของคุณพี่ใหญ่ที่คอยให้กำลังใจข้าเสมอมา เมิ่งเมิ่งรู้สึกขอบคุณพี่ใหญ่จากใจจริงเจ้าค่ะ” ใบหน้างามเผยรอยยิ้มที่แสนงามยิ่งขึ้นบนใบหน้า แสดงให้เห็นถึงความจริงใจเป็นอย่างยิ่ง  

  

เหลียงซีซีที่ได้เห็นรอยยิ้มนี้แทบจะของเจ็บป่วยแทนหรือถ้าเป็นไปได้นางก็ยินดีเสียด้วยซ้ำหากจะต้องใช้ทุกวิธีหรือทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือน้องสาวคนดีของนางผู้นี้ 

  

น้องสาวของนางเป็นเด็กดีตั้งแต่เล็ก ใบหน้าแสนซนของนางเมื่อเยาว์วัยนั้นนางยังจำได้ดี นึกย้อนคิดไปแล้วหากตั้งแต่เล็กเมิ่งเมิ่งของนางแข็งแรงดีแล้วล่ะก็ย่อมจะต้องกลายเป็นเด็กสาวแสนซนผู้เปี่ยมด้วยความความซุกซนน่าเอ็นดูยิ่งเป็นแน่ 

  

โชคร้ายยิ่งที่ตั้งแต่เด็กความซุกซนของวัยเยาว์นั้นต้องถูกจำกัดเอาไว้เพราะความอ่อนแอความเจ็บป่วยที่แสนทุกข์ทน ยากจะพ้นผ่าน 

  

“เรื่องเจ็บไข้อันใดไม่คุยแล้ว มาคุยเรื่องมงคลของเจ้ากันดีกว่ากระมัง” 

  

“เรื่องมงคล เรื่องมงคลของข้า” 

  

พอพี่สาวนางเอ่ยถึงเรื่องมงคลของนางขึ้นมาด้วยสายตาเชิงหยอกเย้าอยู่ในทีทำเอาซูเมิ่งอดที่จะรู้สึกเขินอายขึ้นมาไม่ได้ 

  

“อีกสามวันก็จะถึงวันมงคลของเจ้าแล้ว เมิ่งเมิ่งตัวน้อยของข้าจะกลายเป็นเจ้าสาวแสนงามเสียแล้ว” 

  

“ยิ่งรู้ว่าผู้ที่เจ้าจะแต่งด้วยคือพี่มู่เหยียน พี่ยิ่งดีใจกับเจ้าอีกหลายเท่าทีเดียว พี่มู่เหยียนกับเมิ่งเมิ่งของพี่ช่างดูเหมาะสมกันยิ่งนัก” 

  

“ดูเหมาะสมกันหรือเจ้าคะ” นางเอ่ยขึ้นเสียงเบา 

  

“แน่นอนว่าเหมาะสมกันยิ่งเช่นเดียวกับกิ่งทองใบหยกก็มิปรานเลยเชียว” 

  

เหลียงซีซียังเอ่ยชมต่อไม่ขาดปาก จนกระทั่งเล่าสาวใช้ทยอยกันนำอาหารเข้ามานั่นแหละสองพี่น้องจึงได้หยุดพูดคุยแล้วทานอาหารมื้อกลางวันด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อย 

  

เมื่อทานอาหารเสร็จเรียบร้อย สาวใช้ก็ยกน้ำขิงเข้ามาให้คุณหนูทั้งสองคนดื่มล้างคอหลังจากมื้ออาหาร 

  

“ใช่แล้วพี่ว่าจะถามเจ้าหน่อย เมื่อยามพี่เดินเข้ามาในสวนเห็นต้นจวี๋ฮวาตั้งมากมาย ไม่รู้ว่าท่านแม่ไปซื้อต้นจวี๋ฮวาพวกนั้นมาจากที่ใดกันถึงได้สวยงามขนาดนั้นแถมยังซื้อมาตั้งมากมายเช่นนั้นอีก” 

  

“อ่า ต้นจวี๋ฮวาพวกนั้น...” ซูเมิ่งพูดขึ้นอย่างตะกุกตะกักเล็กน้อย ร้อนไปถึงติงหยู่ที่ยืนรอท่าอยู่ใกล้ๆต้องเป็นผู้เอ่ยตอบไขข้อข้องใจให้คุณหนูใหญ่ของนางแทน 

  

“เรียนคุณหนูใหญ่ต้นจวี๋ฮวาเหล่านั้นหาใช่ฮูหยินเป็นผู้หามา แต่เป็นคุณชายเว่ยมู่เหยียนที่เป็นผู้ส่งมาให้คุณหนูเจ้าค่ะ” 

  

คำตอบของติงหยู่ยิ่งทำให้เหลียงซีซีมองน้องสาวตนอย่างตั้งใจหยอกล้ออีกครั้ง ที่แท้น้องสาวนางกำลังเขินอายต่อคำถามนางจึงไม่กล้าที่จะเอ่ยตอบออกมาโดยห้ามไม่ให้ตัวเองแสดงอาการออกมา 

  

“นั้นแสดงว่าพี่มู่เหยียนดีต่อเจ้ายิ่งนัก เจ้าแต่กับเขาแน่นอนว่าต้องมีความสุขพี่กับท่านพ่อท่านแม่หายห่วงแล้ว” 

  

นางเอ่ยออกมาอย่างจริงใจ พลางนึกไปถึงพี่มู่เหยียนที่มักจะแสดงท่าทีนิ่งเฉยกับทุกสิ่งความคิดยากจะคาดเดา ครั้งนี้ถือว่าพี่มู่เหยียนนั้นแสดงออกมาว่าใส่ใจน้องสาวของนางได้ไม่เลวทีเดียว นางรู้อยู่แล้วว่าพี่มู่เหยียนนั้นเป็นยอดบุรุษน้องสาวนางแต่งกับเขาย่อมเป็นเรื่องดีและเหมาะสมยิ่ง 

  

  

ตกเย็นแน่นอนว่าในครอบครัวสกุลเหลียงนั้นย่อมมีการจัดเลี้ยงต้อนรับคุณหนูใหญ่ที่กลับมาเยี่ยมบ้าน พวกนางต่างอยู่ทานอาหารด้วยกันอย่างพร้อมหน้า มีท่านพ่อ ท่านแม่ พี่สาว ตัวนาง รวมไปถึงน้องชายคนเล็กอย่างเหลียงหลงซือ ต่างคนต่างพากันพูดคุยอย่างสนุกสนานมื้ออาหารมื้อนี้จึงเตรียมไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ 

  

ยามเมื่อทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ยังรั้งอยู่คุยเล่นกันต่อ ท่านพ่อของนางและน้องชายคนเล็กอย่างเหลียงหลงซือนั่งเล่นหมากล้อมอยู่ที่ตั้งยาวติดหน้าต่างที่ยามนี้ถูกดึงม่านลงมากั้นลมเย็นเป็นที่เรียกร้อยแล้ว 

  

ส่วนตัวนาง พี่สาว และท่านแม่นั้น เปลี่ยนมานั่งที่เก้าอี้ไม้ที่ไม่ไกลกันนัก พวกนางพากันลิ้มลองชาที่พี่สาวของนางน้ำมาจากบ้านเกิดพี่เขย 

  

“ไม่รู้ว่ารสชาติชาจากแดนใต้จะมีรสดีถึงเพียงนี้” เหลียงฮูหยินเอ่ยขึ้นหลังจากที่จิบชาที่บุตรสาวคนโตของนางตั้งใจรินให้ 

  

“แน่นอนว่าต้องเป็นชารสดีที่สุดของแดนใต้ ลูกจะกล้านำของไม่ดีมาให้ท่านมาแม่ดื่มได้อย่างไรเล่าเจ้าคะ” เสียงหวานเอ่ยตอบมารดาตนอย่างเอาใจ  

  

คำพูดของนางทำเอาท่านแม่และน้องสาวของนางหัวเราะออกมาอย่างขบขั้น ก่อนที่ท่านแม่ของนางจะเอ่ยออกมาอย่างอารมณ์ดี “ลูกสาวคนโตของข้าช่างกตัญญูรู้ความยิ่ง” 

  

“แม้บุตรสาวอย่างข้าจะกตัญญูรู้คุณท่านพ่อกับท่านแม่เพียงใด แต่ก็ได้ออกเรือนไปอยู่ไกลถึงแดนใต้แล้ว เห็นทีคงต้องฝากให้น้องรองกับน้องเล็กช่วยกตัญญูพวกท่านแทนข้าแล้ว” 

  

“ข้าผู้เป็นบุตรสาวคนโตกลับไม่ได้อยู่ใกล้ๆดูแลพวกท่าน ในใจยามนี้รู้สึกผิดยิ่ง” เหลียงซีซีเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเสียใจจริงๆเช่นที่กล่าวออกมา  

  

แน่นอนว่าเหลียงฮูหยินผู้เป็นมารดาเมื่อเห็นว่าบุตรสาวของนางกำลังไม่สบายใจ ย่อมไม่สบายใจไปด้วย 

  

“เรื่องดูแลแม่เจ้าไม่ต้องห่วง แม้อีกไม่กี่วันเมิ่งเมิ่ง น้องเจ้าจะแต่งออกไปแล้ว แต่นางก็ไม่ได้ไปอยู่ไกล ไปมาหาสู่กันได้ไม่ยากลำบาก ส่วนที่จวนก็ยังมีน้องชายเจ้า อีกไม่กี่ปีก็แต่งสะใภ้สักคนได้แล้ว เมื่อถึงเวลานั้นเจ้าก็ไม่ต้องกลัวว่าแม่จะไม่มีคนดูแลหรอกนะ” 

  

นั่งฟังท่านแม่กับพี่สาวของนางคุยกันกับยิ่งรู้สึกว่าตัวนางนั้นช่างไร้ประโยชน์ยิ่ง นางไม่กล้าพูดออกไปด้วยซ้ำว่าไม่ต้องให้พี่สาวต้องกังวลตัวนางจะดูแลท่านแม่เอง เพราะที่ผ่านมาเป็นนางที่ถูกท่านแม่ดูแลมาตลอด ท่านแม่ประคองนางเอาไว้บนฝ่ามือตัวเองดูแลปกป้องอย่างดีที่สุด 

  

ตัวนางที่แม้กระทั่งดูแลตัวเองยังไม่รอด แล้วจะดูแลคนในครอบครัวได้อย่างไร ช่างน่าละอายใจนัก ทว่าแม้จะรู้สึกละอายใจเพียงใดแต่นางกลับต้องข่มความรู้สึกนั้นเอาไว้และยิ้มออกมา เพื่อที่จะได้ไม่ให้มีผู้ใดต้องรู้สึกเป็นห่วงนางไปมากกว่านี้อีก 

  

  

“คุณหนูรองไม่ทราบท่านจำบ่าวได้หรือไม่เจ้าคะ” 

  

เสียงสุภาพที่ดังขึ้นทำให้เหลียงซูเมิ่งหันไปตามเสียง เมื่อหันไปแล้วจึงพบกับแม่บ้านถงซึ่งเป็นคนสนิทของท่านย่าของนาง 

  

“แม่บ้านถงท่านสบายดีหรือไม่” นางเอ่ยถามออกไป 

  

“บ่าวสบายดีเจ้าค่ะ” 

  

“เช่นนั้นก็ดีแล้ว พวกเรารีบเขาเรือนไปคุยกันเถอะ” นางเอ่ยก่อนจะพากันเดินตรงไปยังเรือนของนาง โดยที่แม่บ้านถงนั้นรีบเข้ามาประคองนางเดินแทนติงหยู่ที่เป็นฝ่ายรับห่อผ้าในมือของแม่บ้านถงไปแทน 

  

เมื่อเข้ามาในเรือนของนาง แน่นอนว่าแม่บ้านถงนั้นก็ยังคงจัดแจงน้ำชาให้นางอย่างรู้ใจ ไม่นานชากลิ่นหอมก็ถูกรินมาวางอยู่ตรงหน้าของนางแล้ว ด้านแม่บ้านถงก็ถอยไปยืนอยู่ข้างๆติงหยู่แทน 

  

“ฝีมือการชงชาของแม่บ้านถงยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน” นางจิบชาอย่างอารมณ์ดีพลางเอ่ยชมคนชงไม่ขาดปาก 

  

“เห็นคุณหนูรองชอบบ่าวก็ดีใจแล้วเจ้าค่ะ” ใบหน้ายิ้มแย้มยินดีปรากฏต่อหน้านาง  

  

ใบหน้าที่ดูใจดียิ่งนี้ทำเอาคนมองเช่นนางรู้สึกอบอุ่นสบายใจยิ่ง อาจเป็นเพราะยามเมื่อนางยังเล็กเคยได้แม่บ้านถงผู้นี้ดูแลอยู่ช่วงหนึ่งกระมังนางจึงค่อนข้างไว้ใจแม่บ้านถงเป็นอย่างมาก จำได้ว่ามีครั้งหนึ่งนางเป็นไข้ไม่ได้สติสามวันก็ได้แม่บ้านถงผู้นี้แหละคอยเฝ้าคอยดูแล 

  

“ท่านย่าสบายดีใช่ไหมแม่บ้านถง” 

  

“ฮูหยินผู้เฒ่าสบายดีเจ้าค่ะ ฮูหยินผู้เฒ่าร่างกายแข็งแรงคุณหนูอย่าได้เป็นห่วงเจ้าค่ะ” 

  

“มีแม่บ้านถงดูแลท่านย่าอย่างดีแน่นอนว่าพวกเราทางนี้ย่อมคลายกังวล” 

  

“คุณหนูเอ่ยชมมากไปแล้วคาดว่าบ่าวเกรงจะรับเอาไว้ไม่ไหวเสียแล้วเจ้าค่ะ” แม่บ้านถงพูดต่อย่างยิ้มแย้ม 

  

“คำชมเป็นสิ่งที่ท่านควรได้รับ ข้าย่อมต้องชมเป็นธรรมดาแม่บ้านถงก็อย่าได้เบื่อคำชมของข้าเลย” นางเอ่ยอย่างหยอกเย้า 

  

แม่บ้านถงยังคงยิ้มแย้มรับคำอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนจะหันไปหยิบห่อผ้าจากมือติงหยู่ที่อยู่ข้างๆมาวางเอาไว้ที่บนโต๊ะเบื้องหน้านาง 

  

“คุณหนูรองนี่เป็นของขวัญที่ฮูหยินผู้เฒ่าให้บ่าวนำมาให้ท่านเจ้าค่ะ” 

  

แม่บ้านถงเอ่ยพร้อมกับแกะผ้าออก เมื่อแกะห่อผ้าออกแล้วกล่องไม้ที่แกะสลักเอาไว้อย่างสวยงามจึงปรากฏให้นางเห็น 

  

ซูเมิ่งเปิดฝากล่องออกก็ปรากฏถุงเครื่องหอมที่แสนประณีตงดงามจำนวนห้าอัน แน่นอนว่านอกจากความงามของถุงเครื่องหอมนี้แล้ว ที่ลอยฟุ้งทันทีในอากาศก็คือกลิ่นหอมของถุงหอมเหล่านี้ 

  

“ท่านย่าใส่ใจข้าเสมอจริงๆ” 

  

“แน่นอนเจ้าค่ะ ฮูหยินผู้เฒ่าลงมือเก็บดอกไม้เองกับมือท่านเลยเจ้าค่ะ เรียกได้ว่าตั้งใจทำให้คุณหนูด้วยตัวเองตั้งแต่ขั้นตอนแรก” แม่บ้านถงเอ่ยเสริม 

  

เมื่อนางได้ยินดังนั้นยิ่งรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างมาก ในคิดนึกไปถึงท่านย่าที่อยู่ไกลอย่างคิดถึง 

  

นางแม้จะร่างกายอ่อนแอตั้งแต่เล็กแต่กับโชคดีที่ตัวนางเป็นที่รักของทุกคนในครอบครัวเสมอ นี่คงกล่าวได้ว่ามีเรื่องดีปรากฏในเรื่องร้ายได้กระมัง 

  

ก่อนที่จะให้แม่บ้านถงกลับไปพักผ่อนนางไม่ลืมที่จะให้สินน้ำใจเล็กน้อยติดไปด้วย เพื่อแสดงความขอบคุณที่แม่บ้านถงนั้นอุตส่าห์เดินทางไกลมาเพื่อมอบของขวัญให้นางแทนท่านย่า 

  

  

ความคิดเห็น