email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พลิกชีวิต บทที่4 100%

ชื่อตอน : พลิกชีวิต บทที่4 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 242

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ต.ค. 2563 20:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พลิกชีวิต บทที่4 100%
แบบอักษร

 

บทที่4

100%

 

 

-----------------ต่อ-----------------

"เพราะแคว้นเรามิเคยมีการส่งเหรินไปฝึกฝนที่แคว้นศักดิ์น่ะขอรับจึงมิได้รับสิทธิ์ให้สร้างประตูผ่านทางน่ะขอรับ"ลู่เชี่ยวเอ่ยตอบก่อนที่เกวียนจะหยุดลงหน้าทางเข้าโบสถ์ศักดิ์สิทธิ์

"คุณชาย..ถึงแล้วขอรับ"ลุงเอ้อเอ่ยขึ้นพร้อมกับเปิดประตูก่อนที่จะไปยืนเงียบๆอยู่ข้างๆเกวียน

ร่างบางของเยว่ฟางค่อยๆลุกขึ้นพร้อมกับเดินลงมาจากเกวียนอย่างช้าๆพรางกวาดสายตามองสำรวจสิ่งที่อยู่รอบๆตัว

"เป็นโบสถ์ที่ดีนะ."เยว่ฟางเอ่ยขึ้นก่อนที่จะค่อยๆเผยรอยยิ้มออกมานิดๆ

"ข้าเห็นด้วยขอรับ"ลู่เชี่ยวที่เดินตามมาอยู่ข้างๆเอ่ยตอบก่อนที่จะหันไปเห็นเหล่าขุนนางอีกกลุ่มหนึ่ง

"ขุนนางชั้นต่ำที่ไหนมายืนขวางข้ากัน"เสียงชายที่ดูสูงศักดิ์เอ่ยขึ้นด้วยท่าทีที่ไม่พอใจเท่าไหร่นักและด้วยท่าทางและคำพูดนั้นทำให้ลู่เชี่ยวเลือดขึ้นหน้าขึ้นมา

"เสียมารยาท...เจ้าเป็นขุนนางขั้นใดกันถึงได้มาดูถูกคุณชายของข้าไม่รู้จักที่ต่ำที่สู-.."ยังไม่ทันที่ลู่เชี่ยวจะเอ่ยจบก็โดนร่างบางห้ามไว้ซะก่อน

'เย็นไว้นะเยว่ฟาง'เยว่ฟางเบอร์หนึ่งเอ่ยขึ้น

'จับมันถ่วงน้ำเลย'เยว่ฟางเบอร์สองเอ่ยต่อ

'น่ารำคาญจริง...ข้ามันเลยดีกว่า'เยว่ฟางเบอร์สามเอ่ยก่อนที่ร่างบางจะถอนหายใจออกมาแล้วมองไปยังชายสูงศักดิ์ตรงหน้า

"คุณชายข้าขออภัยที่เสียมารยาทแต่พวกข้ามาถึงก่อน..ท่านจะมากล่าวหาพวกข้าเช่นนี้มิได้"เยว่ฟางเอ่ยขึ้น

"เจ้าว่าข้าเป็นผู้กล่าวหาเจ้าเช่นนั้นหรือ...ช่างกล้านัก"คุณชายตรงหน้าเอ่ยตอบก่อนที่จะเดินเข้ามาใกล้เยว่ฟางเพื่อหวังที่จะตำร้ายร่างบาง

"ข้าว่าพวกท่านพอแค่นี้เถิด...ที่นี่คือโบสถ์ของแคว้นเฉินที่ขึ้นตรงต่อแคว้นศักดิ์สิทธิ์ข้าคงมิยอมให้พวกท่านทำเรื่องไร้มารยาทเช่นนี้ที่โบสถ์ของเรา...โปรดเข้าใจด้วย"ชายที่สวมอาภรสีขาวนวลเลยขึ้นด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

"ขออภัยที่เสียมารยาทขอรับท่านนักบุญ"เยว่ฟางที่รู้ว่าตนผิดจึงได้เอ่ยขอโทษออกไปด้วยท่าทางอันนุ่มนวล

"เรื่องนี้ข้ามิผิด...เจ้าชั้นต่ำนี่ต่างหากที่ผิด..แต่ก็ดีแล้วละนะที่คิดได้เช่นนั้นเจ้าก็คงจะขอโทษข้าด้วยนะเจ้าชั้นต่ำ"คุณชายท่านเดิมเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าที่หยิ่งยโส

เยว่ฟางถอดหายใจออกมานิดๆก่อนที่จะหันไปยิ้มให้นักบุญตรงหน้าแล้วเดินเข้าไปในโบสถ์ทันทีอย่างไม่ใส่ใจอะไร

'นี่ข้าจะต้องเจอคนแบบนี้ไปตลอดเลยรึไงนะ...การทำตัวให้เหมือนเยว่ฟางข้าก็ว่ายากพอแล้วนี่ต้องมาทนเก็บอารมณ์ตัวเองเพื่อไม่ให้เป็นเรื่องขึ้นมาอีก...เฮ้อข้าเกรงว่าหากยังเป็นอย่างนี้ต่อไปข้าคงจะทนมิไหวเป็นแน่'เยว่ฟางคิดในใจโดยที่ไม่ได้สังเกตุเลยว่าใบหน้าของตนเป็นเช่นไรในตอนนี้

ปรึก!

"อ้ะ...ขอโทษนะ"เยว่ฟางเอ่ยขึ้นอย่างตกใจพร้อมกับค่อยๆทรงตัวให้ยืนได้ปกติก่อนที่จะหันไปมองคนตรงหน้า

"เดินไม่ระวังเลยนะขอรับท่านชาย"ชายหนุ่มร่างสูงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอบอุ่นพร้อมกับเอื้อมมือมาจับมือของเยว่ฟางขึ้นมาจุมพิษอย่างแบ่วเบา

ร่างบางทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยืนนิ่งไม่ไหวติงใบหน้าเริ่มเห่อร้อนขึ้นมาด้วยความเขินเนื่องจากมิเคยมีผู้ใดปฎิบัติกับตนเช่นนี้มาก่อน

'เยว่ฟางเจ้าต้องทำอะไรสักอย่างนะ'เยว่ฟางเบอร์หนึ่งเอ่ยขึ้นเพื่อเรียกสติของร่างบาง

"อ้ะ...เอ่อ..ขะ..ขอบคุณ..ขะ..ข้าขอตัวก่อน"เยว่ฟางเอ่ยตอบด้วยสมองอันขาวโพนก่อนที่จะรีบเดินหนีออกมาจากตรงนั้น

'นะ..นั้น..มัน!!!!..จิวหลงตัวร้ายอีกคนภายในเรื่องที่ตกหลุมรักเยว่ฟางถึงขนาดที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อคนที่ตนรัก....เมื่อกี้มันโอกาศที่เราจะได้ใกล้ชิดกับจิวหลงเลยนะโอ้ย...นี่ข้าทำอะไรของข้าอยู่กัน..ถ้าหากเมื่อกี้อยู่คุยต่ออีกสักนิดเราคงจะได้รู้จักกันและคบกันหลังจากนั้นข้าก็จะหลุดพ้นบ่วงกรรมนี้....แต่ก็อย่างว่าเสียใจไปก็ไม่ได้อะไรคราวหน้าค่อยอ่อยใหม่ก็แล้วกัน'เยว่ฟางคิด

'ดีจังเลยนะ..ในที่สุดก็เจอทางออกสักที'เยว่ฟางเบอร์หนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างโล่งอก

'แต่ก็น่าเสียดายที่ตัวข้าอีกคนดันโง่เดินออกมาจากตรงนั้น'เยว่ฟางเบอร์สามเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะสมเพส

'หยุดพูดไปเลยนะไม่มาเป็นข้าจะไปรู้อะไร'เยว่ฟางเอ่ยตอบกลับเยว่ฟางเบอร์สอง

'พวกเจ้ามันน่ารำคาญเสียจริง...เจ้านั้นไม่เหมาะกับข้าหรอกนะ'เยว่ฟางเบอร์สามเอ่ยต่อก่อนที่จะถูกทั้งเบอร์หนึ่งและสองจ้องด้วยสายตาหน่ายๆ

"คุณชายขอรับทางนี้ขอรับ"ลู่เชี่ยวเอ่ยทักก่อนที่ทั้งคู่จะพากันเดินเข้าไปยังห้องโถงที่มีประตูบานใหญ่ตั้งอยู่

"จะเดินทางหรือขอรับ"เสียงของชายผู้หนึ่งดังขึ้นก่อนที่จะปรากฎตัวต่อหน้าเยว่ฟาง

'คนเฝ้าประตูสินะเท่าที่จำได้เราต้องบอกจุดประสงค์ที่แท้จริงออกไปหากผู้เฝ้าไม่ให้ผ่านเราก็คงผ่านไม่ได้'เยว่ฟางคิดในใจทันทีที่เห็นว่าเป็นผู้เฝ้าประตู

"ใช่แล้ว..ข้าคือเหรินจากตระกูลจินจินเยว่ฟางต้องการจะเดินทางไปแคว้นศักดิ์สิทธิ์ส่วนนี่ผู้ติดตามของข้าเอง" 'คงจะประมาณนี้สินะ'

"ท่านผ่านการตรวจสอบเช่นด้วนในประตูเลยขอรับ"คนเฝ้าประตูเอ่ยตอบก่อนที่จะหายตัวไปอยู่ด้านหลังของเยว่ฟางและลู่เชี่ยวก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินเข้าไปในประตูตามคำพูดของคนเฝ้าประตู

หลังจากที่เดินเข้าไปข้างในประตูแล้วก็เกิดแสงสว่างจำนวนมาตรงหน้าของทั้งสองคน

วูบ!!

ยังไม่ทันที่จะได้รู้ตัวร่างบางและลู่เชี่ยวได้โผล่มายังประตูทางเข้าของแคว้นศักดิ์สิทธิ์ทันที

"...ถะ..ถึงแล้วอย่างนั้นหรือ...สุดยอดไปเลยแฮะ"เยว่ฟางเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้นก่อนที่จะมองไปรอบๆเมือง'สวยจัง!!!'นั้นคือคำที่ดังที่สุดในความคิดของเยว่ฟางหลังจากที่ได้เห็นเมืองทั้งเมืองที่ถูกตกแต่งด้วยสีขาวต่างจากแคว้นปู่จื่อของตนที่มีแต่สีทองประดับ

ผู้คนภายในเมืองต่างเดินผ่านกันไปผ่านกันมาด้วยสีหน้าที่ดูมีความสุข

'ข้าขอโทษนะท่านพ่อ....แต่ข้าจะไม่กลับไปหรอกหึๆ'เยว่ฟางคิดในใจพร้อมกับแสดงสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ้าเหล่ห์ออกมา

.

100%

------------------จบตอน------------------

สั้นไปมั้ยง่า

ถ้าผิดตรงไหนขอโทษด้วยน้าาาาา

ความคิดเห็น