ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

10 : เพียวจะเชื่อฟังครับ[Rewrite]

ชื่อตอน : 10 : เพียวจะเชื่อฟังครับ[Rewrite]

คำค้น : หลงกลรัก, นิยายวาย, Mpreg, เพียวไผ่, นักรบ, ทดลองรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 24.7k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ค. 2564 18:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
10 : เพียวจะเชื่อฟังครับ[Rewrite]
แบบอักษร

Chapter 10 

Lab Love : เพียวจะเชื่อฟังครับ 

  

เสียงปิดประตูเงียบลงไปราว ๆหนึ่งนาที แต่เพียวไผ่ไม่เข้าใจว่าเหตุใดภาพตรงหน้าเขานั้นมันยาวนานราวเป็นสิบชั่วโมง เสียงหัวร่อใส ๆของสตรีผู้นั้นดังขึ้น สีหน้าเธอดูมีความสุข เสียงหัวเราะของเธอแหลมลึกมีเสน่ห์ บุรุษร่างใหญ่ข้าง ๆยังคงนั่งขรึมอัดควันเข้าปอดแล้วพ่นออกเบา ๆ 

“โอ๊ะ ใช่คนนี้ใช่ไหมคะ” แต่แล้วการสังเกตการณ์เงียบ ๆของเพียวไผ่ก็จบลงเมื่อสตรีคนนั้นหันมาทำตาโตทางเพียวไผ่ เธอยิ้มระรื่น ส่งยิ้มกว้างมาให้เพียวไผ่อีกทั้งปรี่มาจับบ่าทั้งสองข้างจนเพียวไผ่สะดุ้งและตัวแข็งทื่อ 

“หน้าตาน่าเอ็นดูเสียจริง” เธอพูด เล็บนิ้วที่ถูกปาดแต้มสีสดแตะปลายคางใบหน้าผ่องแผ่วเบา ราวกับไม่กล้าแตะแรงเกินไป เพียวไผ่ไม่กล้าพูดอะไร ไม่กล้าพ่นลมหายใจออกเสียด้วยซ้ำ ทั้งที่มือของเธอแตะมาเบาแสนเบา แต่กลับน่ากลัวลึก ๆราวกับหนามกระบองเพชร 

“มิน่าล่ะ คุณกันถึงได้บอกว่าคืนนั้นคุณรบถึงนอนด้วยถึงเช้า น่ารักอย่างนี้นี่เอง” เธอยิ้มระรื่นในขณะที่พูดในประโยคที่เพียวไผ่ไม่เข้าใจ ทั้ง ๆที่เธอก็พูดภาษาไทยนั่นล่ะ 

“ตรี” เสียงทุ้มดุที่ไม่ได้ยินมาเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ดังขึ้น สตรีคนนั้นจึงยอมผละมือจากบ่าของเพียวไผ่ สีหน้าเธอไม่ได้กลัวน้ำเสียงดุนั้นแต่อย่างใด แต่ก็พอเดาได้ว่าเธอไม่อยากขัดใจคนร่างใหญ่ที่นั่งอยู่ให้ขุ่นเคืองใจ เธอเอียงหัวเล็กน้อยในขณะมองใบหน้าของเพียวไผ่จนผมหยักศักที่สยายของเธอเทเอียงตามไปอีกทาง 

“ทั้งน่ารัก ทั้งผิวพรรณดีอย่างนี้เรียกว่าช้างเผือกเข้าปากเสือรึเปล่านะ” เธอพึมพำอีกครั้งด้วยประโยคที่เพียวไผ่ไม่เข้าใจตามเดิม 

“สวัสดีจ้ะ พี่ชื่อตรีเป็นเจ้าของที่นี่อย่าเข้าใจว่าพี่เป็นแม่เล้าล่ะ ฮะๆ” หลังจากที่เธอพูดคนเดียวด้วยประโยคที่เพียวไผ่ไม่เข้าใจ เธอก็แนะนำตัวเองพร้อมจริตป้องปากหัวเราะเบา ๆเพียวไผ่ได้แต่ยืนนิ่งตาปริบ ๆ 

น่ารักเสียจริง.... 

“ครั้งที่แล้ว พี่ตรีต้องขอโทษหนูเพียวจริง ๆนะจ๊ะที่พนักงานที่นี่เข้าใจผิด พี่ตรีรู้สึกผิดเหลือเกินค่ะ” เธอพูดพร้อมเอามือทาบอกตัวเองด้วยสีหน้าบอกว่าเธอรู้สึกผิด...ล่ะมั้ง 

“เอ่อ...” เพียวไผ่ไม่รู้จะพูดอะไร 

“แต่ถึงอย่างนั้น ก็ถือว่าเป็นพรหมลิขิตที่ทำให้หนูได้เจอคุณรบใช่ไหมจ๊ะ ถือว่าหายกันนะจ๊ะ โกรธพี่ตรีไหมคะ” เธอเอียงศีรษะน้อย ๆอีกครั้งหลังจบประโยคยกโทษให้ตนเองด้วยตัวเอง 

“หยุดเล่นได้แล้วตรี ออกไปซะ” เสียงดุเอ่ย เธอแอบย่นจมูกทำหน้าน่ารักให้เพียวไผ่ ก่อนจะยกยิ้มให้ชายหนุ่มอีกครั้ง 

“ไว้มีโอกาสให้พี่ตรีเลี้ยงเหล้าเป็นการขอโทษนะจ๊ะน้องเพียว” 

“อะ...เอ่อ” 

“ว่ายังไงคะ” 

“คะ...ครับ” เพียวไผ่ทำตัวไม่ถูก เหลือบมองคนตัวใหญ่ที่โซฟาอีกคนก็จ้องตาดุมาให้ จึงพยักหน้างก ๆรับคำของตรีราตรีอมยิ้มรู้แล้วทำไมอีกคนถึงเอ็นดู น่ารักน่าเอ็นดูจริง ๆ.... 

  

เสียงปิดประตูดังขึ้นและเงียบลงอีกครั้ง เพียวไผ่ยังคงนิ่งอยู่ที่เดิม ทำตัวไม่ถูก 

“ลืมฉันไปแล้วรึไงเพียวไผ่” 

“อะ...เอ่อ..ปะเปล่าครับ” เพียวไผ่ก้มหลุบต่ำแล้วส่ายหน้า 

“แล้วทำไมไม่เดินเข้ามาหา” เสียงพูดดุ ๆดังอีกครั้ง เพียวไผ่จึงเดินเข้าไปหา ยิ่งเข้าใกล้ กลิ่นบุหรี่จาง ๆก็แตะจมูก แต่กลิ่นน้ำหอมบุรุษเพศจากอีกคนน่าดึงดูดกว่า ตอนนี้นักรบไม่ได้สูบบุหรี่แล้ว ดูเหมือนกลิ่นหอมในห้องนี้จะปรับกลิ่นบุหรี่ให้จางลงได้เร็วและจางลงได้มาก 

“จะก้มหน้าไม่ทักทายฉันไปอีกนานแค่ไหน” ดุอีกแล้ว... เพียวไผ่คิด 

“สวัสดีครับ” สองมือประกบระดับอก ก้มหน้าลงอย่างนอบน้อมทำนักรบจ้องนิ่งก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ 

“มานี่ มานั่งตักฉัน” ได้ยินประโยคจบ ดวงตากวางก็เบิกกว้างเงยหน้ามองคนพูด หะ...ให้นั่งตักเหรอ... 

“เป็นอะไรไป มากกว่านั่งตักก็เคยมาแล้ว คืนนี้ต้องทำมากกว่านี้อีกเธอคงจะรู้” ใบหน้าขาวผ่องแดงฉ่าร้อนไปจนถึงใบหู เพียวไผ่ไม่รู้ว่าตนเองทำสีหน้าแบบไหนออกไปในตอนนี้ แต่ตอนนี้สมองเขาเหมือนอยากปิดกั้นทุกอย่างแล้ว 

“ทำหน้าอยากกัดลิ้นตัวเองตายขนาดนั้นก็ไม่ทันแล้วนะเพียวไผ่ เร็วเข้า มานั่งตักฉัน” สีหน้านิ่งเรียบ น้ำเสียงทุ้มดุเอ่ยเร่ง เพียวไผ่เหมือนเป็นหุ่นยนต์ไปแล้วเดินไปนั่งตักแกร่ง 

กลัวคุณรบดุ... 

ทันทีที่สะโพกนิ่มทิ้งลงบนตักแกร่ง เอวเล็กก็ถูกแขนแกร่งกอดรัดราวกับงูรัดตัว เพียวไผ่แข็งทื่อในวงแขนแกร่ง แม้ว่าจะเคยมีอะไรกันกับนักรบแต่ครั้งนั้นเขาเมา เมาในชนิดที่ว่าจำอะไรไม่ได้เลย จำไม่ได้ว่าเคยมีอะไรกันท่าไหน นานเท่าไหร่ 

“อะ...เอ่อ....” เสียงเล็กเอ่ยแผ่ว ใบหน้าเอียงไปอีกข้างเมื่อจมูกโด่งคลอเคลียที่ต้นคอขาวจนจั๊กจี้ ไม่รู้เรียกความรู้สึกนี้ว่ายังไง มันตีรวนไปหมดในหัวใจ 

“ค...คุณรบ” เพียวไผ่ดันใบหน้าดุออกจากคอตัวเองเบา ๆ 

ไม่ชิน...ร่างกายเขาไม่ชินกับอะไรอย่างนี้ ไม่เคยมีใครแตะต้องเขาด้วยท่าทีแบบนี้ในขณะที่เขายังมีสติและแน่นอนตอนที่มีสติคนที่เคยแตะต้องเขาแบบนี้ ก็มีแค่นักรบ 

“เป็นอะไรไป” เสียงดุถามอีกครั้ง น้ำเสียงไม่พอใจจนเพียวไผ่นั่งก้มหน้าลงคางชิดอก รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองต้องมาทำอะไรแต่ก็อดกลัวไม่ได้ มันจะเจ็บไหม เจ็บมากไหม ยังจำเช้าวันนั้นได้เขาเจ็บไปหมดแทบจะไม่มีแรงยืน กลับบ้านก็ต้องไปกินยาแก้ปวด คืนนั้นก็ไข้ขึ้นทั้งคืน 

“พะ...เพียว...” หากพูดว่ากลัวจะโดนดุ อยากให้คุณรบเอ็นดูจะได้ไม่โดนดุ เด็กขายต้องทำอะไรบ้าง ทั้งที่มีเวลาไม่ทำอะไรทั้งอาทิตย์แต่กลับลืมหาข้อมูลเรื่องนี้เลย หาอะไรอ่านไม่รู้ ลืมไปเสียสนิท ลืมหน้าที่ตัวเอง 

เพียวไผ่เป็นเด็กไม่ดีแล้ว..... 

“เพียว...” พลันสายตาก็หันไปเห็นแก้วเหล้าที่มีน้ำสีอำพัน ร่างกายโน้มไปข้างหน้า จับแก้วยกขึ้นดื่มหลับตาปี๋เมื่อความขมปร่าแล่นผ่านคอจนร้อนพล่านอย่างรวดเร็ว 

“หึ” เสียงหึเบา ๆริมหู เพียวไผ่ยังคงรู้สึกว่าความขมปร่าไม่หายไปเพียงแต่ถูกเปลี่ยนเป็นหวานเล็กน้อยในปากของเขา 

“คืนนี้ให้ดื่มแก้วเดียว” เสียงทุ้มดุแหบพร่าเล็กน้อยกระซิบริมหู 

“จะได้รู้ว่าเราทำกันท่าไหน นานเท่าไหร่ เธอเรียกร้องหาฉันมากแค่ไหน” หัวใจแทบหลุดจากอก ไม่รู้เพราะประโยคเหล่านั้นหรือเพราะเสียงทุ้มมีเสน่ห์นี้  

คงจะจริงที่เขาว่าเมื่อน้ำเมาเข้าสู่ร่างกาย คนเราจะกล้าหาญมากขึ้น อาจจะด้วยจิตใต้สำนึกจากก้นบึ้งหัวใจ หรือจะเพราะความปรารถนาอยู่ในใจหรือจะเพราะอะไรก็ตาม แต่เวลานี้เพียวไผ่ยังคงเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายชัดเจนเมื่อเหลียวหันไปมอง ได้ยินประโยคจากนักรบชัดทุกคำ ได้กลิ่นหอมเย้ายวนแตะจมูกไม่ห่างหายและเขากล้าที่จะเอ่ยแล้ว 

“เพียวทำไม่เก่ง เพียวประสบการณ์น้อย คุณรบจะอ่อนโยนกับเพียว จะค่อย ๆสอนเพียวใช่ไหมครับ” เสียงเล็กเอื้อนเอ่ยแผ่วเบา หน้าท้องเกร็งเมื่อมือแกร่งลูบไล้ไต่เข้ามาในเสื้อยืด 

“หากให้ฉันสอนคงไม่มีบทเรียนเริ่มต้นสำหรับเธอเพียวไผ่” ฟันสวยขบเข้าเบา ๆที่ใบหูเล็กจนคนบนตักต้องกัดปากตัวเองเบา ๆเมื่อรู้สึกวูบในท้อง 

“อะ อื้อเพียวจะเชื่อฟัง เชื่อฟังทุกอย่างครับ” 

“ดี แต่ก่อนจะสอน ไหนบอกมาซิ ไม่ได้เจอมาหนึ่งสัปดาห์ เตรียมตัวอะไรมาบ้าง” ใบหน้าขาวแดงระเรื่อขึ้นมาอีกรอบ เพียวไผ่ทำท่าลุกแขนแกร่งจึงค่อย ๆคลายออก คนตัวเล็กกว่าลุกขึ้นจากตัก ยืนห่างประมาณสองก้าว สองมือขาวดึงรั้งกางเกงตัวเองลงมาช้า ๆก่อนจะยกขาให้หลุดจากกางเกงเผยท่อนขาเรียวขาวสว่างกับเสื้อยืดธรรมดาผ้าบางสีเข้มตัดกับสีผิว และที่สำคัญกางเกงในลูกไม้สีอ่อนที่เพียวไผ่ไปเลือกซื้อมาใส่  

ไม่รู้ว่ารสนิยมของนักรบเป็นแบบไหน ไม่กล้าถามกันทิมา เพียวไผ่อาย แต่ครั้งก่อนต้องเปลี่ยนชุดเป็นเดรสสีชมพูไม่รู้ว่านักรบชอบเสื้อผ้าสีน่ารักรึเปล่า จึงลองใส่กางเกงในลายลูกไม้สีอ่อนเผื่อนักรบจะชอบ จะได้เอ็นดูเขาเยอะ ๆ 

สองแขนเล็กค่อย ๆถอดเสื้อของตัวเองออก ภายในใจเต้นดังโครมครามแทบหลุดจากอก ทิ้งเสื้อลงพื้นก้มหน้ายืนขาชิดไม่กล้าเงยมองอีกคน เผยร่างกายสูงสมส่วนตามวัย หากแต่ผิวที่เนียนละเอียดและดูนุ่มนิ่มไปทั้งร่างนั้นกลับน่าถนอมไปเสียสิ้น ไหนจะเม็ดเชอรี่สีแดงสดที่มันดูคล้าย ๆจะตื่นเต้น ไม่นิ่งสงบแล้ว มันชูชันจนน่ากัด น่าดูดดึงให้แดงมากกว่านี้ แต่เห็นทีเจ้าของร่างไม่คิดเช่นนั้นทั้งอาย ทั้งเขิน ทั้งประหม่า ทั้งกลัว 

กลัวนักรบไม่ชอบ 

กลัวนักรบจะไม่เอ็นดู 

“ค....คุณรบชอบแบบไหน เพียวไม่รู้” ใบหน้าขาวน่ารัก ยังคงก้มต่ำไม่กล้าเงย ไม่กล้ามองว่าอีกคนมีสีหน้าอย่างไร ความเงียบที่เกิดขึ้นในห้องทำใจเพียวไผ่หล่นวูบ 

คุณนักรบไม่ชอบเพียวไผ่เลือกไม่ฉลาดเลย 

“จะเก็บเสื้อขึ้นมาทำไม” เสียงดุถามขึ้น ทำคนตัวขาวสั่นไปทั้งร่างเป็นลูกนกโดนลมหนาว สั่นระริกมือกำเสื้อที่หยิบขึ้นมาจะใส่ใหม่แน่น ก้มหน้าหลับตาปี๋เมื่อรู้สึกว่าใครอีกคนลุกขึ้นยืน ตัวแข็งทื่อ ขนลุกซู่อีกครั้งเมื่อรับรู้ถึงแรงบีบขย้ำของมือใหญ่ที่สะโพกของตัวเองผิวเสียดกับผ้าลูกไม้อย่างแรงตามแรงบีบขย้ำ เสียงหอบหายของคนร่างใหญ่รดริมหูไล้ลงต้นคอ พร้อมกัดเบา ๆให้เจ็บเหมือนแมวคันเขี้ยว 

“ใครบอกให้เลือกใส่แบบนี้” เสียงดุที่แหบพร่าในทีถาม รับรู้ถึงน้ำลายที่เปียกชื้นบริเวณต้นคอเมื่อคนร่างใหญ่แลบลิ้นเลียแผล่บ! 

“ค...คุณรบไม่ชอบเหรอครับ” เสียงเล็กถามสั่น ๆร่างกายเหมือนลอยได้เล็กน้อยเมื่อแขนแกร่งอีกข้างบีบขย้ำก้นนิ่มไม่หยุด อีกข้างกอดเอวคอดไว้แล้วยกร่างขึ้น เดินกลับไปที่โซฟา ทิ้งร่างกายเล็กให้นอนหงายก่อนที่คนตัวใหญ่จะคุกเข่าข้างหนึ่งไว้ข้างตัว เชยคางเล็กขึ้น ตากวางกลมโตสั่นระริกราวกับกวางน้อยกำลังตื่นกลัวกับการล่าของเสือใหญ่ 

“มันน่าเอ็นดู” เสียงแหบพร่ากระซิบเบา ๆที่ริมหู ใบหน้าคมคร้ามค่อย ๆเลื่อนต่ำลง ลิ้นหนาเลียเข้าแผล่บ! ตามจุดผ่านจนหยุดที่เม็ดเชอร์รี่สีแดงสด ตาคมดุจ้องดวงตากลมจนคนตัวเล็กต้องเบือนหน้าหนีจากสายตาที่เต็มไปด้วยความต้องการนั้น ไม่รู้ทำไมถึงเข้าใจ เข้าใจว่าเขาคงกำลังจะเจอกับศึกหนักเร็วนี้ ๆ 

“อ๊า” เสียงเล็กครางขึ้นมาก่อนเจ้าตัวจะรีบยกมืออุดปากตัวเองเมื่อเผลอร้องเข้าเพราะแรงตวัดจากลิ้นหนาที่ยอดอก ราวกับนั่งรถไฟเหาะที่กำลังดิ่งลงมารู้สึกวูบไปทั่วท้อง 

“อึก” ตากลมหลับตาปี๋ กลั้นเสียงครางไว้แน่นเมื่อลิ้นหนาตวัดเข้ายอดอกอีกครั้ง ยอดอกชูชันแข็งเป็นไต เปียกชุ่มไปด้วยน้ำลาย อีกข้างถูกมือใหญ่สะกิดเบา ๆจนขาเล็กต้องจิกเกร็งเข้ากับโซฟาราคาแพง 

“อึก” มือขาวถูกกัดจนเจ็บแต่กลับสู้ความเสียวซ่านที่ถูกปรนเปรอจากลิ้นหนาไม่ได้ 

จ๊วบ!! เสียงหยาบโลนดังขึ้น ปากเรียวดูดดึงยอดอกอย่างมัวมัน ดูดเข้าแล้วดึงขึ้น กัดเบา ๆให้เสียวซ่านแล้วดูดซ้ำ ๆราวกับทารกดูดนมมารดา 

“อึก มะ..ไหว อึก” เสียวซ่านจนทนไม่ไหว เกินไป เกินไปมาก ใบหน้าดุเงยขึ้นมองหน้าขาวที่แดงฝาด 

“เรื่องเซ็กส์ไม่ใช่เรื่องน่าอายเพียวไผ่” เสียงแหบพร่าดังขึ้นอีกครั้ง 

“อึก” เพียวไผ่กัดปากตัวเองอีกครั้ง รับรู้ถึงมือหนาไปเยือนถึงชั้นในตัวบางที่ซ่อนแกนกายของตัวเองไว้ มันถูกรูดออกจนแกนกายเล็กจ้อยที่กำลังแข็งตัวดีดเด้งออกมาสู่สายตาคนร่างใหญ่ 

น่าเอ็นดู..... 

“อย่ากลั้น เป็นตัวเธอเข้าไว้ร้องเท่าที่เธอรู้สึก” เสียงทุ้มพูดริมหูในขณะที่มือก็รูดแกนกายเล็กขึ้นลงเบา ๆ 

“อะ...” 

“เธอต้องการมากกว่านี้ฉันรู้” ไม่... อย่ามารู้ทันเขา 

“อะ อื้อ” ร่างกายเล็กบิดเร่าสั่นระริกตามแรงสาวจากมือใหญ่ 

“ขอร้องฉัน ร้องขอกับฉันให้มากกว่านี้สิ” 

“คะ...คุณรบ อื้อ” 

“หึ” 

“อะ อื้อ มะ...ไม่ไหว”จ๊วบ!! ปากเรียวดูดหัวนมแดงแรง ๆอีกครั้ง 

“อ๊า!!” 

“ขอแล้วฉันจะให้” สิ้นคำคนตัวใหญ่ มือขาวยกขึ้นปิดหน้าตัวเองพูดกระท่อนกระแท่น สะโพกเล็กยกลอยเล็กน้อยตามมือแกร่งที่กำลังสาว 

“คะ...คุณรบอะระ...แรง ทะ...ทำแรง ๆได้ไหมครับ เพียวจะเสร็จ อะ” 

______________ 

งื้อออออ. ด็อกเตอร์ อย่ารุยแนงกับลูกเรานะ  

อ่อนโยนกับน้องนะ. ไม่งั้นจะเอาน้อนมาเก็บดูคนเดวววว 

แก้ไขครั้งแรก วันที่ 28 ธันวาคม 2563 

แก้ไขครั้งที่ 2 11 กรกฎาคม 2564 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านงับ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว