facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 99 ร้อยถ้ำปิดด่าน

ชื่อตอน : ตอนที่ 99 ร้อยถ้ำปิดด่าน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 292

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ต.ค. 2563 18:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 99 ร้อยถ้ำปิดด่าน
แบบอักษร

ตอนที่ 99

 

พื้นที่แผนกวรยุทธดั้งเดิมนั้น แตกต่างไปจากแผนกวรยุทธประยุกต์อยู่ไม่น้อย มีการจัดสัดส่วนที่ง่ายต่อการเข้าถึง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแผนกวรยุทธประยุกต์จำต้องสร้างหอธาตุ ให้สัมพันธ์กันปราณธาตุที่ฝึกฝน ตำแหน่งการตั้งหอจึงผันแปรตามภูมิศาสตร์ที่เหมาะสม... 

 

แต่แผนกวรยุทธดั้งเดิม ไม่มีความจำเป็นเช่นนั้น สามารถตั้งหอศาสตรา ณ ที่แห่งใดก็ย่อมได้ขอเพียงยังอยู่ในเขตเขาลูกที่ 1 และลูกที่ 2 การจัดสัดส่วนจึงสามารถกำหนดให้เป็นระเบียบแบบแผน ง่ายต่อการจดจำ โดยไม่ต้องมีศิษย์พี่อย่าง ตงเหยียน คอยนำทาง... 

 

ระหว่างที่ เหยาซาน เดินมาพร้อมกับคนอื่น ๆ แน่นอนว่าหมู่ศิษย์โดยรอบต่างจดจ้องมายังกลุ่มคนเหล่านี้ เหตุผลย่อมมิใช่ผู้ใดนอกเหนือจากการที่ แมวสวรรค์ ได้ย้ายมาอยู่แผนกวรยุทธดั้งเดิมในเดือนนี้!! ย่อมต้องเรียกความสนใจให้กับทุกคนอย่างช่วยไม่ได้ ชนิดที่ว่ามีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ตั้งตนเป็นสายข่าวพร้อมตามติดการเคลื่อนไหว เหยาซาน เลยก็ว่าได้... 

 

สายตาที่เพ่งมองมาโดยรอบหากเปรียบเป็นลูกเกาทัณฑ์ ยามนี้ร่างของ เหยาซาน คงจะกลายเป็นเม่นไปแล้ว ยิ่งลึกเข้าไปในเขตศิษย์สายตาเหล่านั้นก็ยิ่งมีมากขึ้นตามลำดับ ทั้งยังมีเสียงซุบซิบเผ็ดร้อนดังขึ้นมาเป็นระยะ ต่อให้ เหยาซาน ฝึกฝนสมาธิมาอย่างตั้งมั่น แต่ใช่ว่าสองศิษย์ใหม่ที่เดินทางมาด้วยจะทนต่อสายตาเหล่านั้นได้ ทั้งคู่จากที่มีความตื่นเต้นเป็นทุนเดิม บัดนี้เริ่มมีความประหม่าหวาดหวั่นก่อตัว แววตามองต่ำลงพื้นไม่กล้าเชิดหน้า.. 

 

เหยาซาน รู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อยด้วยความเกรงใจตามวิสัยพื้นฐาน... ทั้งตนยังมิใช่ศิษย์ใหญ่เอี่ยมอ่องเฉกเช่นศิษย์น้องทั้งสองที่ต้องมีการชี้แนะ จึงตัดสินใจประสานมือบอกกับผู้ฝึกสอนที่กำลังชี้แนะพื้นที่ ว่าตนขอแยกตัวออกไปเพียงลำพัง... ซึ่งก็ได้รับอนุญาตทันที เนื่องด้วยผู้อาวุโสเถิง ได้ออกปากเองว่าให้อิสระกับ เหยาซาน ในทันทีที่ก้าวออกจากตำหนักชี้ทาง... 

 

ชายหนุ่มทะยานโดดขึ้นไปบนหลังวิหคพาหนะ สยายปีกโบยบินจาก... กลุ่มศิษย์โดยรอบต่างล้วนพากันดวงตาส่องประกาย พุ่งตรงเข้ามาโอบล้อม ผู้ฝึกสอนที่กำลังชี้แนะศิษย์ใหม่... แน่นอนว่ามันได้ทำให้สองศิษย์ใหม่ตกใจจนแทบจะเกาะตัวติดกัน... 

 

ผู้ฝึกสอน กดคิ้วลงต่ำทันที... 

“พวกเจ้าทุกคนคิดจะทำอะไร?! อยากให้ข้าสั่งลงโทษ ตามกฎห้ามกลั่นแกล้งศิษย์น้องงั้นหรือ?!” 

 

หมู่ศิษย์เหล่านั้นต่างรีบประสานมือขออภัยด้วยท่าทีสุภาพ ก่อนที่หนึ่งในตัวแทนศิษย์กล่าวขึ้น... 

“เรียนท่านผู้ฝึกสอนโจ แห่งตำหนักชี้ทาง พวกเราหาได้มีเจตนาทำให้ศิษย์น้องทั้งสองหวาดกลัว แต่พวกเราเพียงแค่สงสัยเรื่องของ แมวสวรรค์ ผู้นั้น!! จำได้ว่าในตอนที่เข้าแผนกวรยุทธประยุกต์ แมวสวรรค์ มีเสียงล่ำลือว่าถึงขนาดทำให้ศิลาชี้นำเสียหายไปเลย(ตอนที่ 75) 

 

เราจึงอยากรู้ว่าครั้งนี้ มันได้ทำให้ข่ายอาคมจิตวิญญาณร้อยศาสตราเสียหายอันใดหรือไม่?!” ศิษย์สายในผู้นั้น เอ่ยถามด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ แน่นอนว่าหมู่ศิษย์อีกหลายสิบคนที่โอบล้อม ก็มีประกายแววตาในลักษณะเดียวกัน... 

 

ผู้ฝึกสอนโจ กดหัวคิ้วลงต่ำ... แน่นอนว่าด้วยศักดิ์และฐานะของผู้ฝึกสอน ที่เหนือยิ่งกว่าชนชั้นศิษย์หลัก ไม่มีความจำเป็นใดจะต้องอธิบายหมู่ศิษย์เหล่านี้ อีกทั้งเรื่องของ เหยาซาน ที่เกิดขึ้นอาจสั่นคลอนไปทั้งสำนัก การจะกล่าวอันใดจึงต้องระแวดระวังไม่ให้ถูก ผู้อาวุโสตำหนิภายหลังได้... 

 

แต่พอเห็นสายตาวิงวอนโดยรอบก็อดใจอ่อนไม่ได้ จึงเลือกจะกล่าวแค่บางส่วน... 

 

“อืม... เหยาซาน คือผู้ที่ได้รับความรักจากจิตวิญญาณแห่งศาสตรา กลายเป็นคนที่ 2 ในรุ่นนี้ ต่อจาก เจี่ยโย่วเทียน ส่วนรายละเอียดมากกว่านี้ข้าไม่อาจกล่าวได้ หากอยากทราบก็ไปถาม ท่านผู้อาวุโสเถิง หัวหน้าแผนกเอาเอง...” ผู้ฝึกสอนโจ กล่าวขึ้นเพียงบางส่วน มิได้กล่าวถึงขั้นว่าจิตวิญญาณแห่งศาสตราทั้งหมดคลุ้มคลั่ง 

 

แต่แน่นอนว่า... 

ถึงจะกล่าวออกไปเพียงเท่านั้น... 

 

มันก็ยังเพียงพอจะสร้างแรงกระเพื่อมอย่างมหาศาลออกไป!! หมู่ศิษย์โดยรอบทั้งหมด รู้สึกราวกับฟ้าผ่าลงกลางใจ แสดงสีหน้าตื่นตระหนกอย่างมิอาจหักห้าม สถานะผู้เป็นที่รักแห่งศาสตรา ราวกับเป็นสถานะระดับตำนานที่ยากจะเกิดขึ้น!! 

 

เมื่อ 150 ปีก่อนปรากฏศิษย์อย่าง เตียมู่หยง ผู้เป็นที่รักแห่งจิตวิญญาณกระบี่ ขึ้นในสำนัก ซึ่ง ณ เวลาต่อมาก็มีตำแหน่งสูงส่งถึงระดับรองเจ้าสำนัก ทั้งยังเป็นยอดฝีมือระดับต้น ๆ ของทวีปนี้ จวบจนเมื่อไม่กี่ปีก่อน ก็ได้ปรากฏสถานะในตำนานนี้อีกครั้งโดย เจี่ยโย่วเทียน บุรุษผู้นี้ใช้เวลาเพียงแค่ 2 ปีจากศิษย์สายนอกไต่เต้าขึ้นไปถึงระดับศิษย์หลักอันดับ 1 ของสำนัก จนคว้าตำแหน่ง 1 ใน 7 อัจฉริยะผู้เยาว์ของทวีปในเวลาต่อมา... 

 

ดังนั้นกล่าวได้คือ สถานะผู้เป็นที่รักของศาสตรานี้ เปรียบเสมือนหนทางที่สวรรค์บุกเบิกไว้ให้แล้ว ในภายภาคหน้าอย่างไรก็มิอาจหลีกหนีความยิ่งใหญ่ในเส้นทางแห่งยุทธภพ!! 

 

“สวรรค์!! ใยเจ้านั่นจึงกลายเป็นผู้ถูกเลือก!!” 

“บ้าเอ๊ย!! หากเป็นเช่นนี้ รับรองว่าเหล่าผู้อาวุโสคงประคบประหงมมันน่าดู จากนี้ แมวสวรรค์ คงเหิมเกริมลำพองใจภายในแผนกวรยุทธดั้งเดิม ยิ่งกว่าแผนกวรยุทธประยุกต์อย่างแน่นอน!!” 

“ไม่ได้การณ์แล้ว!! แบบนี้ต้องรีบกระจายข่าวเพื่อย้ำเตือนทุกคนให้ออกห่างจากเจ้านั่น!!” 

 

พริบตาเดียวหมู่ศิษย์ที่รายล้อม ก็พลันแตกฮือออกไปจนหมดสิ้น ทำเอาผู้ฝึกสอนโจ ถึงกับยืนอึ้งหน้าเซ่อ... เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าสิ่งที่ตนกล่าวไปนั้นสมควรแล้วหรือไม่ หากแต่พอคิดดูอีกครั้งก็เชื่อว่าเรื่องใหญ่เช่นนี้คงยากที่จะปิดบัง  

 

ผู้ฝึกสอนโจ จึงหันมองไปยังสองศิษย์ใหม่ที่กำลังเผยแววตาแห่งความสับสน 

“พวกเจ้าทั้งสองคน... จงจำเอาไว้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นภายในข่ายอาคมจิตวิญญาณร้อยศาสตรา ห้ามแพร่งพรายรายละเอียดทั้งหมดออกไปอย่างเด็ดขาด มิเช่นนั้นอาจถูกลงโทษจากเบื้องบน เข้าใจหรือไม่?!” 

 

สองศิษย์ใหม่ ผงกศีรษะสั่นระรัวราวกับไก่จิกข้าวสาร แน่นอนว่าทั้งสองคนก็มิได้โง่เขลาจนดูไม่ออก พอจะทราบว่ายิ่งเข้าไปยุ่มย่ามกับเรื่องของ เหยาซาน มากเท่าใด อาจจะยิ่งต้องพบเจอกับความวุ่นวายไร้สิ้นสุด...  

 

หากต้องการอยู่ในสำนักอย่างสงบ  

ก็ไม่สมควรทำตัวเยี่ยง เหยาซาน!!  

 

ด้าน เหยาซาน มิได้ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นเบื้องล่างเลย ขณะที่กำลังร่อนบินนั่งบนหลังวิหคพาหนะ ก็พลันเปิดดูตำรารายละเอียดเกี่ยวกับแผนกวรยุทธดั้งเดิม และหอศาสตราทั้ง 8 แห่ง ถึงแม้ในใจจะคาดไว้อยู่แล้ว ว่าอยากจะเข้าไปทดสอบหอศาสตราทั้งหมด แต่ก็อยากมีความรู้สึกในการกำหนดเส้นทางก่อนหลังบ้าง ยิ่งทราบว่าตนเป็นที่รักของศาสตราทุกชนิด ก็ยิ่งรู้สึกถึงความยากลำบากในการเลือกสรรศาสตราเข้าไปอีก... 

 

“นี่เฒ่าชีเปลือย... ในฐานะที่เจ้าชอบอ้างตนกว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ เช่นนั้นเจ้าพอจะบอกได้หรือไม่ว่าเส้นทางของผู้ยิ่งใหญ่ควรเลือกศาสตราชนิดใด?!” เหยาซาน เอ่ยถามความเห็นขึ้น 

 

เฒ่าชีเปลือย ส่งเสียง หึหึ ขึ้นในลำคอ... 

“ช่างเป็นคำถามที่ไร้สาระยิ่งนัก... ศาสตราที่แข็งแกร่งที่สุดย่อมเป็นร่างกายตนเอง ที่เหลือย่อมเป็นเพียงเครื่องประดับเท่านั้น ยิ่งเจ้าเติบโตจนแข็งแกร่งขึ้นมากเท่าไหร่ ระดับความสำคัญของอาวุธประจำกายก็จะยิ่งด้อยค่า จนท้ายที่สุดเจ้าก็จะมิอาจหาอาวุธที่คู่ควรให้กับตนเองได้เลย ดังเช่นตัวข้าในอดีต... 

 

ดังนั้นหากให้ข้าชี้นำเด็กน้อยที่เพิ่งจะหัดเดินอย่างเจ้า... หลักเกณฑ์ในการเลือก สมควรขึ้นอยู่กับว่าเจ้าในตอนนี้ครอบครองศาสตราใดที่ร้ายกาจที่สุดต่างหาก ทั้งยังต้องคำนึงถึงเรื่องที่จะผสานปราณธาตุลงในเคล็ดวิชาให้เหมาะสมอีกด้วย เพื่อจะเพิ่มอานุภาพให้ถึงขีดสุดในการต่อสู้...”  

 

เหยาซาน ได้ยินเช่นนั้น ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย... วาจาของ เฒ่าชีเปลือย มักจะแฝงไว้ด้วยความคลุมเครืออยู่เสมอ จนเจ้าตัวเริ่มที่จะคุ้นชินและตีความหมายได้บ้างแล้ว... 

“ศาสตราที่ร้ายกาจที่สุด ที่ข้าครอบครองอยู่ตอนนี้งั้นหรือ...” 

 

เด็กหนุ่มพึมพำขึ้นพลางแสดงสีหน้าครุ่นคิด... นึกบางอย่างขึ้นได้ ว่าตนยังมีศาสตราโบราณของ เหยาหมิง อยู่อีกหลายชนิดที่ไม่เคยแตะต้อง ดังนั้นการจะทราบว่าศาสตราร้ายกาจที่สุด ก็คงต้องนำทั้งหมดมาพิจารณาอย่างละเอียด แต่ก็ยังติดอยู่ที่ว่า...สถานที่ซึ่งจะนำศาสตราเหล่านี้ออกมาพิจารณานั้น จะต้องเป็นสถานที่ลับห้ามให้ผู้ใดพบเห็นโดยเด็ดขาด และ เหยาซาน ก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ออกนอกเขตสำนักอีกด้วย...  

 

เมื่อครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะ ก็รีบเปิดตำราข้อมูลของแผนกวรยุทธดั้งเดิมแห่งนี้ทันที ดวงตาของ เหยาซาน หรี่แคบเมื่อหันไปเห็นเข้ากับรายละเอียดของสถานที่แห่งหนึ่งในแผนกวรยุทธดั้งเดิมนี้... 

 

“ร้อยถ้ำปิดด่าน” 

 

แผนกวรยุทธดั้งเดิม จะมีสถานที่พิเศษอันเหมาะกับการปิดด่านฝึกฝนเพียงลำพัง เป็นถ้ำขนาดใหญ่ของขุนเขาลูกที่ 1 ซึ่งภายในนั้นจะเต็มไปด้วยอาคมกำกับครอบคลุมเอาไว้... ทั้งภายในถ้ำแห่งนี้ยังถือเป็นเขตพิเศษที่มีลมปราณธรรมชาติจากพื้นโลกาใต้ดินแผ่ล้นออกมา ช่วยเพิ่มการบ่มเพาะอยู่ไม่น้อย... 

 

สถานที่แห่งนี้นอกจากลมปราณที่หนาแน่นแล้ว ยังมีความพิเศษบางอย่างอยู่อีก... ด้วยความที่เป็นถ้ำขนาดใหญ่ทอดยาวลึกเข้าไป และยังแยกย่อยออกเป็นปากถ้ำเล็ก ๆ อีกจำนวนนับไม่ถ้วนคล้ายกับรังใต้ดินของเหล่าแมลง ซึ่งถ้ำย่อยเหล่านั้นเอง ที่เปรียบเสมือนห้องปิดทึบที่มีความเป็นส่วนตัวสูงมาก ทั้งยังเงียบสงบและถูกป้องกันด้วยม่านพลังอาคมของสำนักเป็นอย่างดี จะมีเพียงผู้ถือครองป้ายยันต์อาคมเท่านั้น ที่จะสามารถเปิดปิดปากถ้ำย่อยเหล่านั้นได้  

 

ร้อยถ้ำปิดด่าน จึงเป็นสถานที่ซึ่งชนชั้นศิษย์หลักแผนกวรยุทธดั้งเดิมในสำนัก มักจะมาปิดด่านฝึกฝนเพื่อให้ตนเองทะลวงผ่านขั้นพลังที่ติดขัด... จนเรียกได้ว่าศิษย์หลักแผนกวรยุทธดั้งเดิมทั้งหมด ล้วนแล้วแต่มีถ้ำย่อยปิดด่านเป็นของตนเองหนึ่งแห่ง... 

 

ทว่าด้วยจำนวนของศิษย์หลักแผนกนี้ที่มีทั้งหมด 65 คน แต่ถ้ำย่อยขนาดเล็กมีจำนวนเกือบ 200 ถ้ำย่อย จึงทำให้หลงเหลือถ้ำย่อยที่ยังว่างเปล่าอีกมากมาย... เหยาซาน นั้นกำลังต้องการสถานที่ส่วนตัวสำหรับตนเอง เรือนพำนักโทรม ๆ ที่อยู่ร่วมกับ ตันเหมา นั้น ไม่อาจนับว่าปลอดภัยเพียงพอ... 

 

“ร้อยถ้ำปิดด่าน... เป็นสถานที่สำหรับชนชั้นศิษย์หลักก็จริง หากแต่ด้วยสถานะของข้าในตอนนี้ น่าจะพอต่อรองกับผู้อาวุโสเถิง การจะขอถ้ำย่อยสักแห่งที่ยังว่างอยู่ ก็ไม่น่าจะมีปัญหา...” คิดเช่นนั้น เหยาซาน ก็ให้วิหคพาหนะโผบินตรงไปยังถ้ำขนาดใหญ่ ด้านหลังเขาลูกที่ 1 ทันที... 

 

เมื่อมาถึงสถานที่จริง ก็อดไม่ได้ที่จะอึ้งตะลึงงัน... ขนาดของปากถ้ำใหญ่ด้านนอก สูงเกินกว่า 10 จั้ง(เกือบ 30 เมตร) กว้างเกือบ 20 จั้ง ภายในยังทอดยาวลึกเข้าไปไม่อาจมองเห็นปลายทางได้ อีกทั้งยังสัมผัสได้ถึงกระแสลมปราณอันรุนแรงที่ล้นทะลักออกมาจากปากถ้ำแห่งนี้ สมกับเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญของสำนักสายลมประจิม... 

 

เมื่อเข้ามาด้านใน ก็พบเจอกับถ้ำย่อยเรียงรายมากมายบ้างก็อยู่ต่ำ บ้างก็อยู่สูงขึ้นไปด้านบน แต่ละถ้ำมีขนาดไม่เท่ากันตามธรรมชาติ ด้านหน้าปากถ้ำถูกปิดไว้ด้วยหินศิลา เปรียบเสมือนประตูที่เต็มไปด้วยลวดลายอักขระอาคมนับไม่ถ้วน... 

 

เหยาซาน ตื่นเต้นขึ้นไม่น้อย...  

จวบจนได้ยินเสียงกระแอมมาจากทางด้านหลัง... 

 

“มีธุระอะไรงั้นหรือ?! ที่นี่มิใช่สถานที่ซึ่งศิษย์สายนอกจะเข้ามาเพ่นพ่าน...” 

ด้านหลังปรากฏร่างของชายชราผู้หนึ่ง นามว่าผู้อาวุโสจุน เป็นคนเฝ้าดูแลสถานที่แห่งนี้...  

 

เหยาซาน รีบประสานสุภาพ... 

“คารวะผู้อาวุโส ศิษย์....” 

 

ไม่ทันที่จะได้กล่าวจบ... ผู้อาวุโสจุน พลันยกมือขึ้นปราม... 

“ข้าย่อมรู้ว่าเจ้าเป็นใคร... ที่ถามเพราะเหตุสงสัยว่าทำไมจึงมาที่นี่...” 

 

เหยาซาน กระแอมไอแห้ง ๆ ออกมาเล็กน้อย... 

“เอ่อ... ศิษย์อยากได้ถ้ำย่อยเล็ก ๆ สักแห่งหนึ่ง ไม่ทราบว่าพอจะเป็นไปได้หรือไม่? ท่านผู้อาวุโสเถิง ได้บอกกับศิษย์ก่อนหน้านี้ ว่าให้อิสระในการเลือกสรร หากมีความต้องการใดให้ผู้อาวุโสในแผนกสามารถติดต่อได้ทันที...” 

 

ผู้อาวุโสจุน ขมวดคิ้วเล็กน้อย... ก่อนจะหยิบเอาหยกสื่อสารออกมา ติดต่อไปยัง ผู้อาวุโสเถิง ผู้เป็นหัวหน้าแผนกโดยตรง และแน่นอนว่าคำตอบที่ได้ก็คือ... 

“มอบถ้ำย่อยที่ดีที่สุด ให้กับเจ้านั่นไป…” 

 

ผู้อาวุโสจุน เบิกตากว้างเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามย้อน... 

“ท่านหัวหน้าแผนก... ถ้ำย่อยที่ดีที่สุด และยังเว้นว่างอยู่?! อย่าบอกนะว่าท่านหมายถึง 1 ใน 2 ถ้ำย่อยระดับสูง นั่นมันถ้ำระดับเดียวกับของ เจี่ยโย่วเทียน เลยนะท่าน?!” 

 

“อืม... นั่นแหละ มอบให้เจ้านั่นไป! และหากเจ้านั่นยังอยากได้อะไรเพิ่มเติม ก็จัดหาให้ด้วย...ทุกอย่างข้ารับผิดชอบเอง...” เสียงผู้อาวุโสเถิงที่ผ่านหยกสื่อสารเข้ามาเต็มไปด้วยความทุ้มต่ำที่เน้นย้ำคำพูด...  

 

ทำเอาผู้อาวุโสจุนรู้สึกอึ้งไปไม่น้อย เพราะถึงแม้ เหยาซาน จะเป็นที่พูดถึงมากในตอนนี้ด้วยฐานะศิษย์ผู้ทรงเกียรติคนใหม่ของสำนัก แต่อย่างไรก็ยังเป็นเพียงชนชั้นศิษย์สายนอกเท่านั้น!! 

 

หากจะยกถ้ำย่อยระดับต่ำให้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เกินความคาดหมายมากแล้ว... แต่นี่ยังเป็นถึงถ้ำย่อยระดับสูงที่ในสำนักมีเพียงแค่ 2 แห่ง ซึ่ง 1 ใน 2 แห่งนั้นผู้ครอบครองก็คือ เจี่ยโย่วเทียน... ดังนั้นเมื่อถ้ำอีกแห่งถูกยกให้ เหยาซาน ย่อมบ่งบอกถึงความสำคัญ ว่าเทียบเท่ากับศิษย์หลักอันดับ 1 อย่าง เจี่ยโย่วเทียน 

 

ผู้อาวุโสจุน เก็บหยกสื่อสารไปด้วยความงุนงง  

ก่อนจะเพ่งมองมา เหยาซาน ด้วยความประหลาดใจยิ่ง...  

 

“นี่เจ้าไปอะไรมากันแน่?! ใยผู้อาวุโสสูงสุดจึงให้สิทธิ์เจ้าเพียงนี้?!” 

 

…………………………………… 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว