ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

9 : เลือกแล้วไปให้สุด[Rewrite]

ชื่อตอน : 9 : เลือกแล้วไปให้สุด[Rewrite]

คำค้น : หลงกลรัก, นิยายวาย, Mpreg, เพียวไผ่, นักรบ, ทดลองรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 23.5k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ค. 2564 17:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
9 : เลือกแล้วไปให้สุด[Rewrite]
แบบอักษร

Chapter 9 

Lab Love : เลือกแล้วไปให้สุด 

  

“คุณเพียวเอาเพียงของที่จำเป็นและสำคัญก็พอเถอะครับ ที่บ้านมีทุกอย่างพร้อมแล้ว” คำพูดของกันทิมาเอ่ยบอกเจ้าตัวผิวขาวที่ตอนนี้ดูหน้าซีด ๆอย่างไรชอบกล เพียวไผ่ก้มหน้างุดแล้วหันไปมองของที่ตัวเองเตรียมย้ายบ้านในวันนี้ ก็...เกือบทุกอย่างสำหรับเขามันสำคัญ สำคัญหมดเลย....  

เสื้อผ้าทั้งหมด หนังสือของเขา ของสะสมของเขา ข้าวของเครื่องใช้ในภายในบ้าน บางทีถ้าจะสามารถยกพวกเครื่องซักผ้า เครื่องครัวไปได้เขาก็จะยกไป 

“แต่ว่า...มัน...” เพียวไผ่ขยับปากขมุบขมิบตัดสินใจไม่ได้ 

“เอาอย่างนี้ครับ อะไรที่เป็นเครื่องใช้ภายในบ้านคุณเพียวทิ้งไว้ที่นี่เถอะครับ เอาไปแค่เสื้อผ้า หนังสือและตุ๊กตาของน้อง ๆไปก็พอครับ ส่วนขาดเหลืออะไร คุณรบบอกว่าซื้อเพิ่มเอาทีหลัง” กันทิมาบอกต่อเมื่อเห็นสีหน้าตัดสินใจไม่ได้ของเพียวไผ่ จนเจ้าของร่างขาวผ่องถอนหายใจออกมาเบา ๆเอาเพียงกระเป๋าลากของตัวเองและน้อง ๆรวม ๆกันแล้วก็เจ็ดใบใหญ่เลยทีเดียว เมื่อครั้งที่แม่ครูยังอยู่ แม่ครูชอบซื้อเสื้อผ้าใหม่ ๆให้พวกเขา ชอบให้น้องแป้งกับน้องนิดแต่งตัวน่ารัก ๆชุดไม่ซ้ำกันเลยด้วยซ้ำ แล้วไหนจะพวกหนังสือและตุ๊กตาของน้อง ๆอีกเยอะแยะ เพียวไผ่ตัดใจเอาไปเพียงแค่ของที่สำคัญ โกศอัฐิของแม่ครูและของรักของหวงของแม่ครูเพียงเท่านั้น ของทั้งหมดที่เหลือจึงถูกนำขึ้นรถที่ถูกจ้างมา ส่วนพวกเขาอีกสี่คนก็นั่งรถกับกันทิมาเพื่อไปที่บ้านหลังใหม่ 

สองมือประคองโกศอัฐิในมือนั่งเงียบ ๆข้างคนขับอยู่ตลอดทาง ด้านหลังก็มีน้อง ๆตัวน้อยสามคนนั่งจับมือกันแน่นและเงียบเชียบ 

“เอ่อ...คุณเพียวครับ หากไม่เป็นการละลาบละล้วงผมพอจะถามอะไรได้ไหมครับ” เพียวไผ่พยักหน้ามองทางถนนข้างหน้าอย่างเหม่อลอย 

“เมื่อวานมีคนเล็กด้วยใช่ไหมครับแล้ววั....” 

“ฮึก” ไม่ทันที่จะจบคำถามจากกันทิมา เสียงสะอื้นจากแป้งพิมพ์ก็หลุออกมา ก่อนที่เด็กหญิงจะยกมือกลั้นเสียงสะอื้นไว้ ในขณะที่โฟกัสกับนิตยากอดคอร้องไห้เงียบ ๆกลัวว่าเสียงร้องจะทำให้คนมารับวันนี้จะรำคาญ และจะมองพวกตนเป็นเด็กไม่ดี เพียวไผ่เม้มปากแน่น กลืนก้อนสะอื้นลงคอก่อนจะยกยิ้มบาง ๆอย่างขมขื่นตอบกันทิมาเสียงแผ่ว  

“ไปอยู่กับคุณลุงคุณป้าครับ” ว่าแล้วก็ยกมือปาดน้ำตาตัวเอง 

“คุณลุงคุณป้า?” 

“เพื่อนของแม่ครูน่ะครับ ท่านขอให้น้องกวินอยู่กับท่าน ท่านจะเลี้ยงดูน้องกวินเองครับ จะรับเลี้ยงน้องกวินเป็นลูกครับ” เพียวไผ่ไม่อยากให้เกิดขึ้น เพียวไผ่อยากดูแลน้อง ๆด้วยตัวเอง อยากดูแลน้อง ๆที่แม่ครูรับมาเลี้ยงอย่างดีต่อจากแม่ครู 

  

‘ป้าเข้าใจว่าน้องเพียวรักน้อง ๆ 

‘แต่เวลานี้แม่ครูจากไปแล้ว พวกหนูเองก็ยังเด็ก น้องกวินเองเพิ่งจะเริ่มหัดคลาน หลายเดือนที่แม่ครูจากไปป้าก็เป็นห่วงน้องกวินและทุก ๆคนมาตลอด’ 

‘.....’ 

‘ไม่ใช่ว่าหนูดูแลน้องกวินไม่ดี แต่ป้าคิดว่ามันจะดีกว่าถ้าป้ารับน้องกวินมาเป็นลูกของป้า น้องเพียวก็จะได้ดูแลน้อง ๆให้เต็มที่’ 

‘แต่ว่าเพียว...’ 

‘น้องเพียวไม่ไว้ใจป้าเหรอคะ’ 

‘...ปะ...เปล่าครับ’ 

หนูเพิ่งจะอายุสิบเก้า ไหนจะต้องดูแลน้อง ๆอีก กว่าน้องกวินจะโตเข้าโรงเรียนได้ ต้องใช้จ่ายอีกเยอะ ยิ่งโตขึ้นค่าใช้จ่ายก็ไม่ได้น้อยลงเลย แค่นี้หนูก็ทำงานตัวแทบขาดแล้ว หนูเข้าใจที่ป้าหมายถึงใช่ไหมคะ’ 

‘เพียว...เพียวไม่รู้ครับ’ 

‘ป้ารู้ค่ะ ว่าน้องเพียวไม่อยากทิ้งน้อง แต่น้องเพียวก็มาหาน้องกวินได้ทุกครั้งที่อยากมาหา ป้าเองก็มีแค่ภพเป็นลูกคนเดียว ได้น้องกวินมาเป็นลูกอีกคนคงดีไม่น้อย’ 

 ‘น้องเพียว’ 

‘ฮึก’ 

‘น้องเพียว ชีวิตหนูยังไปได้อีกไกล ให้น้องกวินอยู่กับป้าอย่างน้อย ๆก็ได้ลดค่าใช้จ่าย หนูอาจจะได้กลับไปเรียนในสิ่งที่หนูอยากเรียน’ 

‘ฮึก’ 

‘หนูทำดีมาตลอดแล้ว หนูเก่งมากแล้ว ป้าไม่ได้อยากจะแย่งน้องกวินจากหนู แต่ป้าไม่อยากให้หนูต้องเหนื่อยมากไปกว่านี้ หนูรู้ใช่ไหมคะว่าป้าหวังดีกับหนูและน้องกวินและน้อง ๆทุกคน’ 

‘ฮึก เพียวรู้ครับ’ 

‘ลูกแม่ครูก็เหมือนลูกป้า ยกให้น้องกวินอยู่กับป้านะลูก’ 

‘ฮึก ครับ’ 

‘โถ คนเก่งของป้า อย่าร้องไห้เลยนะคะ ไปทำงานกับเจ้านายคนใหม่ก็ขอให้เขารักและเอ็นดูหนูให้มาก ๆนะลูกนะ มีอะไรติดต่อมาหาลุงกับป้าได้เสมอ มีอะไรเดือดร้อนป้ากับลุงพร้อมช่วยเหลือหนูเสมอเลยนะคะ’ 

‘ขอบคุณครับคุณป้า’ 

‘ป้ารู้ ตั้งแต่แม่ครูจากไปหนูเดียวดายมาตลอด ไม่เหลือใครก็ยังเหลือพวกเรานะลูก’ 

 ‘คุณพระคุณเจ้าคุ้มครองนะลูกนะ ไปอยู่ที่ไหน ไปอยู่กับใครก็ขอให้เขารักและเมตตาหนูเยอะ ๆ’ 

  

“พรุ่งนี้เพียวอาจจะต้องไปจัดการเรื่องเอกสารของน้องกวินนะครับ แล้วก็เรื่องทะเบียนบ้านให้เรียบร้อย คุณลุงคุณป้าจะช่วยจัดการเป็นธุระให้ครับ” 

“ครับ” กันทิมารับคำสั้น ๆก่อนที่ทั้งรถจะตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง เกือบสองชั่วโมงจนกระทั่งรถเลี้ยวถึงที่หมายเป็นหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งที่แค่เห็นทางเข้าหมู่บ้านเพียวไผ่ก็รู้แล้วว่าเขาไม่มีทางเก็บเงินซื้อบ้านในหมู่บ้านจัดสรรนี้ภายในหนึ่งปี สองปี หรือห้าปีได้แน่นอน 

บ้านหลังใหม่ไม่ได้ใหญ่มากแต่ถ้าให้เทียบกับสมาชิกที่เป็นเขากับน้อง ๆก็ใหญ่มากสำหรับพวกเขาทั้งหมด บ้านสไตล์โมเดิร์นแบบบ้านไม่ต่างจากหลังอื่นที่เรียงติดกันมาสี่ห้าหลังก่อนหน้านี้ ไม่มีรั้วกั้นระหว่างบ้านแต่ละหลัง เป็นบ้านสองชั้น ชั้นล่างมีที่จอดรถสำหรับจอดไว้สองคัน มีพื้นหญ้าบริเวณบ้าน มีต้นไม้บล็อกสี่เหลี่ยมที่กั้นบอกอาณาเขตบ้านข้าง ๆและมีต้นไม้ถูกประดับอยู่รอบ ๆแต่โดยรวมแล้วเรียกได้ว่าน่าอยู่มาก ๆ 

เด็ก ๆดูตื่นเต้นจนลืมความเศร้าและความกลัวไปครู่ใหญ่ เดินเข้ามาในบ้านตามหลังกันทิมา ข้างในชั้นหนึ่งจะเป็นห้องครัว ห้องทานอาหาร ห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน และห้องน้ำอีกสองห้อง ส่วนชั้นบนเป็นห้องนอนสี่ห้อง ในตอนแรกกันทิมาบอกว่าจะมาต่อเติมห้องสำหรับกวินแต่เมื่อเป็นอย่างที่เพียวไผ่เล่าแล้วการต่อเติมบ้านจึงไม่จำเป็นแล้ว 

อีกทั้งยังบอกอีกว่าทีแรกเขาตั้งใจจะเลือกบ้านจัดสรรอีกหมู่บ้านหนึ่งที่กว้างกว่านี้แต่เพราะถูกจองหมดแล้วจึงทำได้เพียงเท่านี้แต่สำหรับเพียวไผ่แล้วก็ถือว่าเป็นพระคุณมากแล้ว เพราะบ้านหลังนี้ใหญ่และกว้างมาก 

“หากคุณเพียวไม่พอใจอยากได้บ้านแบบไหนผมจะเปลี่ยนให้ครับ” เพียวไผ่ส่ายหน้าโบกมือปฏิเสธทันที อีกทั้งกันทิมาบอกอีกว่าหมู่บ้านนี้อยู่ใกล้กับโรงเรียนของน้อง ๆเพียวไผ่จึงรู้ว่าชายหนุ่มใส่ใจกับการเลือกที่อยู่อาศัยของพวกตน จึงรู้สึกขอบคุณมาก ๆ 

“ในทุก ๆวันจะมีแม่บ้านมาทำความสะอาดตั้งแต่แปดโมงจนถึงห้าโมงเย็นครับ” 

“อ้อ คุณเพียวครับ” กันทิมาหันหลังมาประจันหน้ากับเพียวไผ่อีกครั้งแล้วพูดอย่างนอบน้อมพร้อมรอยยิ้มใจดี 

“สำหรับงานที่คุณเพียวกำลังทำอาจจะต้องลาออกนะครับ” 

“ลาออก ทำไมต้องลาออกล่ะครับ” เพียวไผ่งุนงง สำหรับงานเสิร์ฟอาหาร ช่วงเวลาดึกดื่นอันนั้นเพียวไผ่เข้าใจดี แต่งานที่ร้านคาเฟ่ เขาก็ทำช่วงกลางวัน ทำไมถึงต้องลาออกเพียวไผ่ไม่เข้าใจ 

“เป็นคำสั่งคุณนักรบครับ” แค่เพียงคำตอบเดียว ก็ทำเพียวไผ่เงียบงัน นั่นสินะต่อไปนี้จะทำอะไรจะไปไหนต้องแจ้งให้กันทิมาทราบก่อนเพื่อแจ้งให้นักรบทราบ นั่นคือข้อแรกที่เพียวไผ่ต้องทำให้ได้ ตามเงื่อนไขที่นักรบวางไว้ 

“แค่พาร์ทไทม์ก็ไม่ได้เหรอครับ” เพียวไผ่ถาม กันทิมาก็ส่ายหน้าไปมาอีกครั้ง 

“เข้าใจแล้วครับ” เพียวไผ่นิ่งเงียบไปครู่ก็ตอบรับเสียงเบา เพียวไผ่ห้ามดื้อ เพียวไผ่ต้องให้คุณนักรบเอ็นดู ประโยคนี้ย้ำกับตัวเองหลาย ๆครั้งอยู่ในใจ 

“นี่เป็นเบอร์โทรศัพท์ของผมครับ หากมีธุระหรือมีปัญหาอะไรติดต่อมาได้ตลอดเวลาครับ หากวันไหนที่คุณเพียวต้องทำงานผมจะโทรมาแจ้งล่วงหน้าก่อนมารับสามชั่วโมงครับ” เพียวไผ่ก้มหน้ารับนามบัตรจากกันทิมาด้วยมือสั่นๆ 

“ในวันพรุ่งนี้หลังจากที่ทำธุระกับคุณลุงคุณป้าของคุณเพียวเสร็จแล้ว ช่วงบ่ายผมจะมารับคุณเพียวไปตรวจเลือดและตรวจสุขภาพครับ” 

“ตรวจเลือดและตรวจสุขภาพเหรอครับ” 

“ครับ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกอย่างจะปลอดภัยครับ” แม้จะไม่ใช่คำที่แรงเสียดใจแต่ก็ทำเพียวไผ่นิ่งงัน นั่นสินะ เขามาทำงานเป็นเด็กขายก็ต้องสะอาดและปลอดภัยไว้ก่อน 

“ครับ” 

“งั้นผมขอตัวครับนะครับ” 

“ครับ ขอบคุณมากครับ” เพียวไผ่ยกมือไหว้ผู้อาวุโสกว่าอย่างนอบน้อม มองดูรถที่ลับสายตาของกันทิมาเงียบ ๆจนไม่เห็นรถก็กลับมาในตัวบ้านอีกครั้งก่อนจะไปหาน้อง ๆบนที่เมื่อครู่ตัดสินใจเลือกห้องนอนของตัวเองกันแล้ว 

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปแล้วสำหรับย้ายมาอยู่บ้านใหม่ ตั้งแต่วันที่กันทิมาพาเขาไปตรวจเลือดตรวจสุขภาพวันนั้นเขาก็ไม่เจอทั้งกันทิมาและนักรบอีกเลย ไม่มีสายเข้าจากกันทิมาและเขาก็ไม่รู้จะติดต่อไปหาเรื่องอะไร เวลานี้เหมือนจะลืมไปแล้วว่าตัวเองกำลังทำงานเป็นเด็กขายให้นักรบ 

คุณลุงคุณป้าโทรมาบ้าง เพียวไผ่บอกเพียงแค่ว่ามาทำงานเป็นพ่อบ้านและคุณลุงคุณป้าก็ไม่ได้เซ้าซี้ให้มากความ เพียวไผ่ยังติดต่อคุยกับพิภพทุกวันเพราะเพื่อนบอกว่าไม่อยากขาดการติดต่อจากเขา 

ตั้งแต่มาอยู่บ้านใหม่ น้อง ๆดูจะลืมความเศร้าไปบ้างแล้วแม้จะมีบ้างบางคืนที่แป้งพิมพ์จะมาเคาะประตูห้องเขาแล้วร้องไห้คิดถึงกวิน แต่ผ่านไปอีกสักพักน้อง ๆคงทำใจได้ ไปอยู่กับคุณลุงคุณป้าเพียวไผ่เชื่อว่าชีวิตของน้องกวินจะดีขึ้น ส่วนเขาเองก็จะดูแลน้อง ๆทุกคนให้ดีขึ้นในทุก ๆวัน 

“พี่เพียวจ๋า คุณกันโทรมาจ้ะ” เสียงใส ๆของนิตยาดังขึ้นพร้อมโทรศัพท์ในมือที่เจ้าตัววิ่งโร่ลงมาจากชั้นสองเอามาให้เพียวไผ่หัวใจดวงเล็กเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อต้องรับสายราวกับว่ามันกำลังจะทะลุออกมาจากอกเมื่อได้ยินประโยคจากกันทิมา 

“ผมจะไปรับคุณเพียวที่บ้านหกโมงเย็นนะครับ ไปพบกับคุณรบครับ” 

  

แสงสีเสียงดังสาดเข้ามา เพียวไผ่เดินตัวลีบตามกันทิมาต้อย ๆมายังสถานที่ที่เขามาเจอกับนักรบเป็นครั้งแรก และตอนนี้เป็นครั้งที่สอง บันไดขั้นแล้วขั้นเล่ากี่ก้าวขึ้นไปทำเพียวไผ่รู้สึกสั่นไหวไปหมด ทั้ง ๆที่รู้อยู่แล้วว่าหน้าที่ที่ต้องมาทำในคืนนี้คืออะไร เพราะเมื่อไหร่ที่กันทิมาไปรับเขานั่นหมายถึงเขาต้องมาเจอนักรบเพื่อทำหน้าที่ของตัวเอง 

บันไดขั้นสุดท้ายที่เหยียบขึ้นไปเสียงเพลงจากชั้นล่างแทบจะไม่ได้ยินแล้ว แต่กลับได้ยินเสียงหัวใจที่ดังโครมครามในตอนนี้ ประตูห้องถูกเปิดโดยกันทิมา ชายหนุ่มพยักหน้าให้เพียวไผ่เข้าไป สองขาเล็กก้าวไปข้างในก่อนจะหยุดนิ่งมองภาพตรงหน้า 

นักรบที่นั่งสูบบุหรี่อยู่ที่โซฟาและมีสุภาพสตรีผมหยักศกพิงอกกว้างไว้ด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้มพร้อมแก้วไวน์ในมือ เพียวไผ่ก้าวขาไม่ออกบางทีกันทิมาอาจจะบอกผิด คืนนี้อาจจะไม่ใช่หน้าที่เขา อาจจะเป็นหน้าที่ของเด็กขายคนอื่นของนักรบ 

ยิ้มไว้เพียวไผ่ 

มันอาจจะเป็นเรื่องปกติของนักรบ เขาเป็นแค่เด็กขาย นักรบให้ทำอะไรก็ทำ เลือกแล้ว ก็ไปให้สุด... 

______________ 

อ้าว.... ดร. เรียกน้องมา ไหงเทน้อง.... 

เรื่องนี้โปรดบอกเลยว่า ต้องเป็นเรื่องที่นักอ่านของบอกรักโปรดขึ้นบ้างแหละ 55555หัวเราะแบบมีชัยชนะไว้ก่อน 

ใครไม่รักโปรด คิดจะดักตีหัวโปรด ทุบโปรดให้เละเป็นกระท้อน จะไปเผาบ้านโปรด เหมือนนิยายเรื่องที่ผ่านมาคิดดีๆนะ5555555555555 ตอนจบมันอยู่ในกำมือโปรด5555555555555555555\\หัวเราะด้วยน้ำเสียงชั่วร้าย  

แก้ไขครั้งแรก วันที่ 28 ธันวาคม 2563 

แก้ไขครั้งที่ 2 11 กรกฎาคม 2564 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว