ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : THE END

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.2k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ต.ค. 2563 03:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
THE END
แบบอักษร

 

 

 

The end 

 

ไหนละเวทีใหญ่?

 

ไหนละซุ้มดอกไม้?

 

ไหนละแขกคนอื่นๆ?

 

ไหนละเค้กแต่งงาน?

 

ไหนละกลีบกุหลาบโรยทั่วพื้น?

 

ไหนละ..?

ของตกแต่งที่บ่งบอกว่าเป็นงานแต่งงานน่ะ มันอยู่ไหน!?

 

 

 

เข่าผมอ่อนยวบแทบทรุดลงพื้น หลังจากที่ลงจากเครื่องบินส่วนตัวมาที่เกาะส่วนตัวก็เอะใจว่าทำไม พื้นที่เกาะมันว่างเปล่าเหมือนเกาะร้างแบบนี้?

ฮืออออออ

เจอแต่บ้านพักสุดหรูตั้งตระหง่านและเหล่าคนชุดดำเดินกันให้ทั่ว ไอ้เราก็อุตส่าห์ใส่สูทมาอย่างดี เป็นสูทสีขาวนวลสวยมีหูกระต่ายสีแดงตัดสีขาว ตัดมาที่พี่รอนที่ชิวเกิน ไม่สนใจหน้าอันเหลอหลาของผม ลากผมเข้าบ้านแล้วผมก็ได้ตะลึงอีกรอบ

บริเวณในบ้านถูกปกคลุมไปด้วยชายชุดจำนวนมากไม่แพ้ด้านนอก พี่รอนพาผมเดินขึ้นบันไดที่ชั้นสอง คนชุดดำก็อยู่ชั้นหนึ่งเต็มพื้นที่ไปหมด ผมยังงงๆ ก็ทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาสีแดงเลือดหมูตรงกลางชั้นสอง พี่รอนนั่งลงข้างๆ เอนตัวพิงพนักเต็มที่ ขาก็ไขว่ห้าง มือประสานวางไว้ที่เข่า ต่างกับผมที่นั่งตัวหลีบเกร็งสายตาคนชุดดำที่จ้องมาทางพวกเราสองคน คือห้องที่ผมอยู่ตอนนี้ก็เหมือนห้องรับแขกทั่วๆ ไปแต่ที่ไม่เปลกคือคนชุดดำนี่สิ ยืนรอบห้องแถมยังจ้องผมด้วยสายตาสงสัยอย่างชัดเจน ถึงจะถูกจ้องจนเกร็งแต่ผมก็ยืดอกนั่งตัวตรง เชิดหน้าขึ้นด้วยท่าทางมั่นใจในตัวเอง

 

“พี่รอน ที่นี่คือ?” ผมเอ่ยถามเสียงแผ่ว พี่รอนเลิกคิ้วตวัดแขนมากอดเอวผมแน่น แล้วจับหัวผมให้ซบอกแกร่งไอ้ผมก็เขินๆ นะแต่หน้านี่ฟินเอนหัวซบเต็มที่!

พร้อมกับดมกลิ่นหอมๆ นั่นไปฟืดใหญ่!

 

 

“ไหนบอกมางานแต่งเรา~” ผมเริ่มงอแง ทุบอกแกร่งเบาๆ สองสามที

“หืม? บอกตอนไหน?”

“ก็เห็นในกระดาษแผ่นนั้น....”

“ก็ไม่ได้บอกว่าวันนี้นี่?”

 

เออ..ว่ะ

ผมหน้าซีดเผือดเบะปากอย่างขัดใจ! พี่รอนทำกับผมแบบนี้ได้ยังไง มาหลอกให้ผมคิดเองคนเดียวทำไม!? นี่ตื่นแต่เช้ามาใส่สูทอย่างดี เร่งคนขับเครื่องบินหยิกๆ นี่พี่รอนไม่สงสัยบ้างเหรอ!

 

“หึๆ พี่ล้อเล่นครับ แค่อยากแนะนำเวียณให้ลูกน้องรู้จักก่อน”

ผมกอดอกหน้าบึ้งไม่ถึงหนึ่งนาทีก็โดนคนพี่ง้อไม่กี่คำ ผมรีบฉีกยิ้มแป้นแล้วเอนซบนัวเนียคนพี่ต่อ

หึๆๆ ถ้าวันนี้ผมไม่ได้แต่ง ผมจะอาละวาดพี่รอนหนักๆ เลย คอยดู!

แต่ตอนนี้ปัญหาคือคนของพี่รอนไม่รู้ว่าผมอยู่ในสถานะไหน ถึงบางคนจะเคยเห็นหน้าผมมาบ้างเมื่อหลายปีก่อน แต่เราทั้งสองไม่ได้บอกให้ใครรู้ว่าเราเป็นอะไรกัน บางทีแค่การกระทำก็ยังไม่ชัดเจนเท่าไหร่ ผมต้องออกโรงแล้วสินะ

 

“อะแฮ่มๆ”

ผมกระแอมเบาๆ คนชุดดำหันขวับจ้องผมเขม็ง แต่ไม่กลัวหรือตกใจหรอก จ้องมาเป็นพันก็เคยโดนมาแล้ว!

 

“นี่ เมีย ชั้น รู้จักกันเข้าไว้” พี่รอนเอ่ยเรียบๆ ทันใดนั้นก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้น ผมกอดอกเชิดเต็มที่

และดูเหมือนไอ้หัวโจกคนหนึ่งสั่งให้ทุกคนเงียบ เสียงฮือฮาก็สงบทันที มีคนหนึ่งเดินเข้ามาเเล้วโค้งให้พี่รอนก่อนจะเอ่ยถาม

 

“ท่านนี้คือภรรยาของบอสเหรอครับ?”

 

พี่รอนพยักหน้าเบาๆ คนที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นหัวหน้าบอดี้การ์ดหันไปส่งซิกให้คนข้างๆ สักพักก็พากันวิ่งออกไปข้างนอกกลุ่มหนึ่งเหมือนฝูงแร้งพากันกระพือปีกบินหนี ผมเลิกคิ้วสับสนกับความวุ่นวายตรงหน้า สักพักก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ทุกคนไม่ใส่กับการกระทำแปลกๆ เมื่อกี้ พี่รอนดุนหลังผมให้ไปยืนเกาะราวระเบียงข้างๆ หัวหน้าบอดี้การ์ด ผมอิดออดนิดหน่อยเพราะยังไม่ไว้ใจลูกน้องพี่รอนจึงไม่อยากไปอยู่ข้างๆ แต่คนพี่ก็พยักหน้าพร้อมกับยิ้มอ่อนๆ ปลอบโยน ผมจึงจำใจต้องไปยืนอยู่ข้างๆ เขาตรงหน้าระเบียงที่มองเห็นทั่วทั้งเกาะอย่างสวยงาม นับว่าตรงนี้วิวดีใช้ได้

ผมเก็บความสงสัยไวในใจทำหน้านิ่งๆ สบตาผู้ชายตาสีน้ำตาลผมหยักศก มีรอยบาดแผลเป็นขีดเล็กๆ ตรงหางคิ้ว บรรยากาศรอบๆ ตัวก็ดูน่าเกรงขามใช้ได้ พี่รอนคงฝึกมาดี ผมจึงเดาว่าคนนี้คือหัวหน้าบออดี้การ์ดเพราะเขาดูแตกต่างจากคนอื่นนะสิ เราทั้งคู่สบตากันตรงๆ สักพักเขาก็แสยะยิ้มพร้อมกับผมที่คลี่ยิ้มตอบทันใดนั้นหางตาผมเหลือบไปเห็นแสงบางอย่างจากด้านหลังของหัวหน้าการ์ดคนนั้น ผมรีบหลบตามสัญชาตญาณในชั่ววินาทีมีดสั้นก็ลอยข้ามหัวผมไป!

เนื่องจากพื้นที่ระเบียงมันไม่มีที่หลบมากเพราะมีหลายคนยืนขวางทางผมอยู่อย่างจงใจ ผมจึงตัดสินใจกระโดดลงจากชั้นสองไปชั้นหนึ่ง ผู้คนส่งเสียงฮือฮาเมื่อพวกเขาชะโงกหัวลงมา ก็เห็นผมยืนบนพื้นทรายอย่างปลอดภัยไร้การบาดเจ็บ

เหอะผมประเมินจากสายตาแล้วต่างหากว่ามันไม่สูงมากนักถ้าจะกระโดดลงมา แถมยังมีทรายนุ่มๆ รองรับอีก แค่นี้จิ๊บๆ

ผมแก้แค้นตัวหัวหน้าการ์ดทันทีโดยการเล็งเป้าหมายในชั่ววินาทีก่อนจะสะบัดข้อมือให้มีดสั้นที่หยิบออกมาจากกระเป๋ากางเกงขณะที่กระโดดลงมา ขว้างมีดออกไปชนเข้ากับมีดสั้นอีกเล่มของคนด้านบนจนได้ยินเสียงมีดทั้งสองกระทบกันอย่างแรง มีดจึงกระเด็นออกไปคนละทิศละทาง

นับว่าเราใจตรงกันทั้งคู่นะเนี่ยที่ปามีดพร้อมกัน

ผมพยักหน้าชื่นชมลูกน้องพี่รอนเงียบๆ หูได้ยินเสียงตุบเบาๆ ตาเหลือบมองหัวหน้าการ์ดที่กระโดดลงมาจากระเบียง ปรากฏมาอยู่ตรงหน้าผม

ดูท่าจะเป็นคนระงับอารมณ์ไม่เก่งนะ คิ้วขมวดแล้วมองผมตาขวางซะขนาดนั้น

“หึ! แผนตื้นๆ” ผมแสยะยิ้มอย่างกวนๆ หัวหน้าการ์ดที่ผมยังไม่ทราบชื่อเสียงเรียงนามกัดฟันกรอดก่อนจะพุ่งเข้ามาประชิดตัว ผมเบี่ยงตัวหลบด้วยความเร็วกว่าที่เขาจะแตะต้องตัวผม ฉวยโอกาสที่เบี่ยงตัวหลบมาอยู่ด้านหลังหยิบปืนที่พกอยู่ในกระเป๋ากางเกงของเขาออกมาแล้วยกปืนจ่อที่หัวเขา หัวหน้าการ์ดชะงักตัวแข็งทื่อ ผมไม่เห็นสีหน้าของเขาเพราะอยู่ด้านหลัง แต่คงตะลึงในความไวปานแสงของอยู่มั้ง ตัวแข็งค้างเลย ฮึๆ

 

คิดจะมาทดสอบกันแบบปุบปับไม่ให้ตั้งตัวแล้วจะชนะผมเหรอ เหอะ!

คนที่สู้ผมได้ก็มีแค่พี่รอนเท่านั้นแหละ!

 

 

เมียขึ้นมา” พี่รอนกระดิกนิ้วเรียกผมหยิกๆ ผมแหงนหน้ามองสามีที่กอดอกมองลงมาอย่างเบื่อหน่าย ผมฉีกยิ้มกว้างวิ่งขึ้นบันไดดุ่มๆ ไปหาสามี~

 

หมับ!  

 

"ผมเก่งไหม? "

ผมอ้าแขนกอดเอวสอบพร้อมกับใช้แก้มหยุ่นๆ ถูไถที่แผ่นหลังนั้นด้วย พี่รอนจับผมมายืนข้างๆ พร้อมกับเก็บมือที่ซุกซนของผมด้วย

ทำไมหวงตัวแบบนี้อ่ะ!

“ซนเกินไปแล้ว”

ทำไมคนพี่เข้าข้างลูกน้องตัวเองแบบนั้นละ นี่ผมคือภรรยาเขานะ! ผมนะสิโดนลูกน้องพี่รอนแกล้ง เขาจะทำร้ายผมเชียวนะ!

“แต่ผมโดนทำ---!”

ฟรึ่บ!  

“…”

“นี่อะไร?”

ผมยิ้มแห้งเมื่อพี่รอนฉกของในกระเป๋าสูทด้านในผม ในมือพี่รอนมีโทรศัพท์เครื่องหรูสีดำพร้อมกับกระเป๋าสตางค์ขนาดเล็กพกพาด้วย

“แหะๆ เห็นด้วยเหรอครับ?”

พี่รอนหรี่ตามองผมอย่างคาดโทษ ผมนี่รีบฉีกยิ้มยิงฟันสวยๆ พร้อมกับกะพริบตาปริบๆ อย่างออดอ้อน

“ก็สงสัยอยู่ว่าของผมหายไปไหน มือไวจริงๆ ครับ”

เสียงของหัวหน้าการ์ดที่มาตอนไหนไม่รู้ดังขึ้น เขาทำหน้าหงุดหงิดมองผมแวบหนึ่งก่อนจะเดินไปเอาโทรศัพท์และกระเป๋าสตางค์ในมือพี่รอนไป

เฮ้อออ..กลบตาพี่รอนไม่ได้เลยจริงๆ กะจะขอยืม (นี่เรียกขโมย) ไปอย่างเงียบๆ สักสองสามวันค่อยคืนเจ้าของ ก็ใครให้มาแกล้งผมก่อนล่ะ โดนแค่นี้ยังน้อย!

“ผม เลดิน ครับ ทำงานอยู่ที่ฝรั่งเศสเป็นหลัก จากนี้ฝากตัวด้วยนะครับนายหญิง

“…!”

“ฝากตัวด้วยครับนายหญิง!”  

 

หลังจากเลดิน หัวหน้าการ์ดคนนั้นกล่าวจบพร้อมกับโค้งคำนับ บอดี้การ์ดคนอื่นๆ ก็พากันโค้งตามแล้วเอ่ยออกมาเสียงดัง ผมฉีกยิ้มกว้าง ยืดอก ใจเต้นตุบตับเพราะได้ยินคำว่า นายหญิง จากเหล่าลูกสมุนพี่รอนเป็นครั้งแรก

แสดงว่าพวกเขายอมรับผมเป็นนายอีกคนแล้วสินะ

ฮือออ ดีจัง!

ปกติมีแต่ลูกน้องป๋าแหละที่พวกเขาจะเคารพผมและยอมรับผมเข้าแก๊ง มีแต่ฝ่ายลูกน้องพี่รอนนี่แหละที่เขายังไม่แนะนำผมกับคนอื่นๆ อย่างเป็นทางการ วันนี้เพิ่งวันแรกเลยครับ

 

“ทำดีมาก”

พี่รอนก้มลงมากระซิบข้างหูผมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลฉายแววออกมาว่าภูมิใจในตัวผม

“แน่นอนครับ ผมเป็นเมียพี่เชียวนะ ต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้ว”

“ยังมีความผิดอยู่ ไปขโมยของเลดินทำไม”

ผมยู่ปากเมื่อพี่รอนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เหมือนใช้ดุเด็กอนุบาล ผมตาวาววับ ขยับมายืนชิดพี่รอนเอื้อมมือไปจับมือใหญ่วางแปะก้นอันอวบอั๋นและนุ่มนิ่มของผม

“เด็กไม่ดีต้องโดนลงโทษ ใช่ไหมครับ?”

พี่รอนหรี่ตามอง ผมหัวเราะคิกคัก บังคับมือใหญ่ให้บีบก้นนุ่มๆ ของผม

“ลงโทษผมสิ คืนนี้เลย”

“ดื้อ”

ผมหัวเราะออกมาอย่างสนุกที่ได้แหย่คนพี่ ก่อนจะปล่อยให้มือใหญ่เป็นอิสระเมื่อได้แกล้งจนพอใจแล้ว

แกร๊ก!

“อ้าว คุยกันเสร็จแล้วใช่ไหม? ไปกินเนื้อย่างกัน วันนี้บอสเลี้ยงพวกแกทุกคนเลย!” เอริคเปิดประตูเข้ามาเดินไปกอดคอเลดิน หลังจากที่เอ่ยจบบอดี้การ์ดคนอื่นก็พากันกรูออกไปข้างนอกทันที ท่าทางยังกะเด็กน้อยขัดกับหน้าตาที่โหดเหี้ยมแหนะ

 

“เป็นไงเมียบอส”

เอริคกระซิบเม้ามอยกับเลดิน แต่ดันกระซิบดังไปหน่อย ผมได้ยินเต็มๆ สองหูเลย

“ก็ดีครับ ไหวพริบดีมาก”

“แค่นั้นเหรอวะ? มันต้องมีอีกสิ อย่างทีนหนั--!”

“อะแฮ่มแฮ้มมม!”

ผมจงใจส่งเสียงขัดขวางเอริคที่เริ่มใส่ร้ายผมโดยการกรอกหูให้เลดินฟัง เอริคยักคิ้วกวนๆ ไม่สนใจสายตาทิ่มแทงจากผมเลยสักนิด

 

 

 

 

 

เฮฮฮฮฮฮฮ~...ฮู้ววววว...~ 

 

ผมนั่งปั้นหน้าที่ฝืนยิ้มอย่างสุดๆ งานวิวาห์ช่างดิบเถื่อน ไร้ความโรแมนติก เป็นงานแต่งที่แตกต่างจากในละครและชีวิตจริงของคนทั่วไปมากเลยทีเดียว แต่ก็สนุกสุดเหวี่ยงแถมยังได้ความไว้วางใจจากเหล่าสมุนของสามีอีกด้วย

 

เราทำการแลกสร้อยแทนแหวนครับ พอดีตอนสวมแหวนจะลำบากนิดหน่อยตอนจับอาวุธบางชนิดน่ะครับ

แหะๆ เราเลยตัดสินใจที่จะสวมสร้อยคอที่ห้วยแหวนแต่งงานแทน

ของผมจะแหวนเงินที่สลักชื่อพี่รอนไว้ด้านใน แหวนพี่รอนก็เป็นเหมือนกับผมเพียงสลักชื่อผมไว้ด้านในเช่นกัน แค่นี้ผมก็รู้สึกว่ามันโรแมนติกมากแล้วครับ

 

การแต่งงานของเราไม่เหมือนคู่อื่นๆ หรืออาจเหมือนแต่ก็น้อย แต่กลับทำให้ผมประทับใจเป็นความทรงจำที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตผมเลยล่ะ

เราจัดปาร์ตี้เล็กๆ เฉพาะคนในแก๊ง ก็มีบ้างที่บางคนที่ยังไม่ยอมรับผมแต่ก็ไม่ได้ไม่ชอบผมนะ ผมเข้าใจว่าเรื่องแบบนี้มันต้องใช้เวลา และพวกเขาจะทำเป็นเงียบๆ ไม่วุ่นวาย และปฏิบัติตามหน้าที่ ให้เกียรติผมตามมารยาทด้วย แค่นี้ผมก็พอใจแล้ว ใจคนมันบังคับกันไม่ได้หรอก

คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่เราจะอยู่ที่เกาะนี้ พรุ่งนี้ก็แยกย้ายกันไปทำงาน มีอาหารทะเลแบบบุปเฟ่ต์ เนื้ออย่างดีมาจากเมืองนอก และอาหารจานเดียวแต่ราคาไม่ใช่เลขหลักเดียวแน่นอน ทำสดๆ จากครัวที่มีเชฟฝีมือระดับพรีเมี่ยมคอยทำให้ตามออเดอร์ตลอดทั้งคืน!

ผมก็สวาปามเต็มที่ มีสามีรวยนี่มันอิ่มอกอิ่มใจจริงๆ

ระหว่างกินก็ออเซาะพี่รอนให้เช็ดนู้น เช็ดนี้ ป้อนกันบ้าง แสดงความรักให้เหล่าลูกน้องพี่รอนได้เห็นกันพอกรุบกริบ

แน่นอนว่าโดนแซวเบาๆ อย่างเกรงๆ หน้าโหดๆ ของพี่รอน ก่อนจะพากันไปเมาเละเทะกันต่อ คือดื่มแบบไม่เกรงว่าพรุ่งนี้มึงมีงานต่อ แต่แต่ละคนนี่คอแข็งจริงๆนะ ผมดื่มไปกรึ๊บเดียวแทบจะฟุบอ่ะ ของนอกแรงจริงๆ

 

ก่อนหน้านี้ก็ได้วิดีโอคอลจากคุณป๋ากับพี่บิสกิต เปิดมาเจอหน้าใสๆ ของพี่บิสกิตตัวขาวจั๊วะนอนอยู่ ผ้าห่มปิดช่วงบนไว้แต่เห็นรอยแดงๆ จากคอลามลงมาใต้ผ้าห่ม เห็นแขนล่ำๆ ของคุณป๋าที่ใช้แขนแทนหมอนให้พี่บิสกิตหนุนแทน พวกเขาทั้งสองก็มาพูดแสดงความดีใจให้ผมยกใหญ่ มีงอนบ้างที่แต่งกันฟ้าแลบไม่ได้เตรียมของขวัญให้ แถมป๋ายังไม่ว่างีกเพราะพี่รอนไม่ได้บอก น่าจะให้ผมเปิดตัวกับแก๊งพี่รอนก่อนมั้งค่อยๆ จัดงานใหญ่ที่มีผู้หลักผู้ใหญ่อีกที เพราะป๋าเขาออกปากจะจัดงานให้ด้วยเป็นการมอบของขวัญแต่งงานให้ผม เราคุยกันอีกสักพักก็วางสายเพราะพี่บิสกิตง่วงต้องให้ป๋ากล่อมนอนแล้ว

 

กลับมาที่ผม

 

มีคนที่เมาล้มพับกันเรียงระนาด แต่ก็มีบางคนที่ไม่กินช่วยกันลากกลับเข้าห้องพัก จากอาหารจานหรูกลายเป็นเศษซากอาหารพริบตาเดียว มีพนักงานคอยเก็บกวาด ผมลูบพุงตัวเองเบาๆ รู้สึกอิ่มมาก แน่นท้องไปหมด เอื้อมมือสะกิดให้พี่รอนอุ้ม พี่เขาก็อุ้มผมแต่โดยดี พากันเข้าห้อง..

หอ!!

 

ทีนี้ก็มาฉากโรแมนติกของผมซะที! พอหลังผมแตะฟูกนุ่มๆ ปุ๊บ ค่อยๆ ถอดเสื้อออก พร้อมปลดเข็มขัด พี่รอนถอดเสื้อออกหดจนเห็นกล้ามเนื้อสวยงามและแข็งแรง ผมเลื่อนตัวมาปลดซิปกางเกงให้พี่รอน แอบใช้นิ้วโป้งขยี้ที่ส่วนนูนออกมาจากกางเกงได้ยินเสียงซูดปากเบาๆ ผมตะบบมือไปที่’ แก่นกาย’ ที่ตอนนี้สงบนิ่งแต่ก็ยังน่ากินไม่แพ้กัน ไม่ทันจะกิน พี่รอนก็ล้มฟุบลงมาทับผมแบบไม่ออมแรง ผมจุกจนพูดไม่ออกสักพัก อารมณ์ค้างเข้ามาวนเวียนอยู่ในหัว

นี่พี่เขาไปกินมาตอนไหนเนี่ย!

ก็ว่าตอนอุ้มผมมันโงนเงนแปลกๆ แต่ผมก็มึนๆ นิดหน่อยเลยไม่ได้ใส่ใจ ยังอุตส่าห์แบกผมมาได้อีกนะพี่รอนเนี่ย!

ผมย่นจมูกกับกลิ่นเหล้านอกที่คลุ้งออกมาจากตัวพี่รอน รีบยกร่างใหญ่ออกจากตัว พี่รอนหลับตาพริ้มหน้าพี่เขาแดงก่ำ น่าจะโดนเอริคมอมตอนที่ผมมัสแต่กิน แค่เหลือบไปเห็นเอริคผสมเหล้าอะไรไม่รู้เยอะแยะให้พี่รอนดื่มไปตั้งหลายแก้ว ไม่นึกว่าพี่รอนจะฟุบเพราะเหล้าได้!

นี่คอไม่แข็งหรือเหล้าแรงเกินเนี่ย!

(เหล้าหมดเป็นหลังแค่ผมกับบอสสองคน…ถ้าเห็นยี่ห้อที่ดื่มผสมกันแล้วจะหนาว! :เอริค)

ผมได้แต่นั่งเซ็งกับเรือนหอที่ต้องเหงาหงอย ไม่มีอะไรเร่าร้อน ขยับเข้าไปกอดพี่รอนหลังจากที่ถอดชุดเหม็นๆ ออกไปหมดแล้วพร้อมกับเช็ดตัวให้ด้วย!

ฮึ่มๆๆ วันนี้ไม่ได้ พรุ่งนี้ต้องได้กิน!

 

“อืม...รักเวียณนะ”

ผมชะงักการนินทาสามีตัวเองในใจ นอนหน้าแดงกับอกอุ่นๆ เมื่อได้ยินคนพี่ละเมอบอกรัก กระซิบตอบรับพี่รอนเบาๆ

 

"เช่นกันครับ... รักเหมือนกันนะ คุณสามีJ" 

 

THE-END. 

 

 

 

 

-------------------------------------------------------- 

 

มาถึงปลายทางกันแล้วค่ะทุกคน อย่างที่บอกว่าเรื่องนี้เคยแต่งจบไปนานมากๆแล้ว ปีนี้นำกลับมารีไรท์ให้ใหม่นะคะ เนื้อหาอาจดูตัดจบไปบ้าง หรือยังไม่ค่อยโอเค แต่เราพยายามคงเนื้อหาให้เหมือนตามต้นฉบับเพียงแค่ขัดเกลาภาษาให้อ่านง่ายขึ้น เข้าใจง่ายขึ้นและเพิ่มบทบ้างบางตอนให้อรรถรถมากขึ้น  

ขอบคุณที่ติดตามอ่านและให้กำลังใจจนเราเรียบเรียงใหม่มาถึงตอนสุดท้ายแล้ว! เริ่มแต่งนี่ง่ายๆมากๆแต่ตอนจบคือยากมากๆๆๆ อาจจะจบไม่ถูกใจใครบ้าง ก็ขออภัยนะคะ แต่เราอยากให้คงเนื้อหาเดิมมากที่สุด เดี๋ยวจะมาลงตอนพิเศษให้นะคะ!

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านและให้กำลังใจกันตลอดมา ทั้งคอมเมนต์และโดเนท :D

เจอกันเรื่องหน้าค่ะ ฝากติดตาม แมง ป่อง ด้วยนะคะ ><

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว