ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

Hide me ... Prologue

 

Hide me from the moon 

Prologue 

  

ในเหมันตฤดูที่หนาวเหน็บจนเสียดผิวกายลึกเข้าไปถึงกระดูก สิ่งมีชีวิตหนึ่งกำลังใกล้จะสิ้นลมหายใจ ทว่าก็ยังคงมีห่วงให้ไม่สามารถละทิ้งชีวิตไปได้ในทันที ด้วยลูกน้อยที่เพิ่งเกิดมานั้นยังไม่แข็งแรงพอที่จะเติบโตเพียงลำพัง 

แม่สุนัขจิ้งจอกกกกอดห่อตัวเองบดบังลมหนาว ร่างกายบาดเจ็บสาหัสจากการถูกมนุษย์ใจร้ายไล่ล่า ทุกคนต่างรู้ดีว่าสุนัขจิ้งจอกที่สามารถกลายร่างเป็นคนได้ นับเป็นปีศาจ มีค่าหัวสูงเสียดเพดานฟ้า 

เพราะความผิดแปลกไปจากธรรมชาติ ผู้คนเลยต่างคิดว่าพวกเขาคือปีศาจร้ายที่จะมาทำลายล้างมนุษย์ ทั้งๆ ที่พวกเขาแค่ต้องการอยู่กันอย่างสงบสุข ไม่ได้คิดจะไปทำร้ายใคร 

“เวลเวลลูกรัก แม่รักลูกมากนะ” เสียงอ่อนหวาน ทว่าเบาหวิวและสั่นเครือเอ่ยกับลูกน้อยที่นอนซุกตัวอยู่ในอ้อมกอด จนกว่าพายุหิมะจะสงบและสิ้นสุดฤดูหนาว เธอจะต้องแข็งใจเอาไว้ ไม่ให้ชีวิตของตัวเองจบสิ้นลงเสียก่อน 

เธอใช้ร่างกายที่มีขนสีขาวเงินนุ่มฟูที่มีรอยเลือดแดงฉานประดับ โอบกอดให้ความรักและความอบอุ่นแก่ลูกจิ้งจอกตัวน้อย เธอถูกไล่ล่าในช่วงที่เพิ่งคลอด สามีของเธอเสียชีวิตไปหลังจากที่พวกเขาถูกมนุษย์พบเข้าในบริเวณชายป่า 

โชคร้ายที่สามีเธอถูกกับดัก ไม่สามารถหนีเอาชีวิตรอด มีเพียงสายตาอาลัยอาวรณ์ด้วยความรักและความเป็นห่วงหา พร้อมกับส่งเสียงร้องครั้งสุดท้ายพูดกับเธอและลูกว่า ‘ข้ารักเจ้า ดูแลลูกของเราและตัวเองให้ดี’  

เธอไม่มีทางเลือก จำต้องกลั้นใจทั้งที่น้ำตานองหน้าเพื่อที่จะหนีตาย เธอซ่อนลูกเอาไว้ในโพรงไม้ข้างโขดหินใหญ่ ก่อนที่ตัวเองจะล่อพวกพรานป่าไปอีกทาง แม่จิ้งจอกถูกดอกธนูยิงใส่ ถูกก้อนหินขนาดใหญ่ขว้างปาเข้าหา บาดเจ็บหนักเจียนตาย แต่สุดท้ายก็เอาชีวิตรอดมาได้ ก่อนจะกลับมารับลูกน้อยที่เริ่มร้องจ้าเพราะความหิว 

แม่จิ้งจอกหอบลูกข้ามภูเขาขึ้นมาสูงเรื่อยๆ เพื่อให้ห่างไกลจากผู้คน บนเทือกเขาที่ไม่มีมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตใดสามารถอาศัยอยู่ได้ เนื่องจากความหนาวเย็นที่พร้อมพรากลมหายใจของทุกสรรพสิ่ง มีเพียงจิ้งจอกหิมะอย่างเธอเท่านั้นที่จะสามารถมีชีวิตรอดได้ แต่ก็ลำบากเต็มที 

คืนนี้พระจันทร์ลอยเด่น แต่เธอไม่สามารถออกจากอุโมงค์เล็กที่ใช้ซุกซ่อนตัว เพราะเมื่อใดที่ร่างกายต้องแสงจันทร์ ร่างสี่ขาที่มีขนสีขาวบริสุทธิ์เป็นประกายระยิบระยับนั้นจะพลันหายไป กลายเป็นร่างของหญิงสาวแสนสวยบอบบาง ที่ไม่ว่าผู้ใดได้พบเห็นเป็นต้องตกหลุมรัก และเชื่อว่าลูกน้อยที่จะเติบโตในวันข้างหน้า คงงดงามไม่แพ้กัน 

“แม่จะอดทน อดทนจนกว่าเจ้าจะแข็งแรงกว่านี้ จนกว่าพายุหิมะจะสงบ แม่จะไม่ทิ้งเจ้าไปไหน เวลเวลลูกแม่” 

เธอป้อนนมให้ลูกน้อยดื่ม แม้ว่าโลหิตบนร่างกายจะไหลรินไม่หยุดสาย ตอนนี้ไม่หลงเหลืออีกแล้วขนสีขาวเป็นเงินยวง เพราะถูกสีแดงของเลือดอาบชโลมไปทั่วร่าง 

เธอใช้แรงกายแรงใจเฮือกสุดท้ายที่มีฝืนมีชีวิตอยู่ต่อ จนกระทั่งพายุหิมะสลายตัว อากาศอบอุ่นขึ้น และลูกน้อยสามารถที่จะลืมตาใสแจ๋วให้เธอได้เชยชมก่อนลาจาก 

ในคืนนี้พระจันทร์ลอยเด่นกลางฝากฟ้า จิ้งจอกผู้เป็นแม่ก็ออกมาจากโพรงไม้เล็กๆ ที่หลบซ่อนตัว ทันทีที่ร่างกายของเธอต้องแสงสีเหลืองนวล พลันร่างทั้งร่างก็กลับกลายเป็นมนุษย์ เธอกึ่งนั่งกึ่งเอนที่ต้นไม้ใหญ่เหนือโพรงไม้ที่เธอใช้ซ่อนตัว สายตาห่วงหาอาทรมองตรงไปยังดวงจันทร์ 

“ถึงเวลาที่ข้าจะต้องไปแล้ว แต่ข้าเป็นห่วงลูกน้อยเหลือเกิน หากดวงจันทร์มีดวงตา ข้าหวังเหลือเกินว่าท่านจะช่วยดูแลลูกน้อยให้เติบโตรอดพ้นจากความตายแทนข้าที” หญิงสาวพูดไปร้องไห้ไป น้ำตาไหลรินนองหน้า ก่อนที่ดวงตาที่แสนเศร้าโศกจะค่อยๆ ปิดปรือเพื่อจากไป 

แต่ก่อนที่ดวงตาของเธอจะปิดสนิท แสงสีขาวก็สาดจ้าเข้ามาที่ดวงหน้างาม เธอฝืนแรงอีกครั้งเพื่อลืมตามอง ก่อนจะเห็นรูปร่างของมนุษย์ที่ทอประกายแสงสีเหลืองนวลอยู่เบื้องหน้า 

ไม่ใช่มนุษย์แน่แท้ เธอมั่นใจ 

“เจ้าเป็นใคร” เธอถามด้วยเรี่ยวแรงที่ยังคงหลงเหลือเพียงริบหรี่ เริ่มเป็นกังวลจับใจว่าจะถูกทำร้ายอีกครา หากเป็นอย่างนั้น เธอคงไม่สามารถที่จะปกป้องลูกน้อยไว้ได้ เพราะตอนนี้ลมหายใจของเธอใกล้จะหมดลงทุกที 

“ข้าชื่อคาร์มา เป็นเทพแห่งดวงจันทร์” เสียงของชายหนุ่มก้องกังวานขณะเอ่ยตอบ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสงสารและเวทนา 

เขาขับเคลื่อนดวงจันทร์ให้แสงสว่างในทุกค่ำคืน ย่อมเห็นและรับรู้ว่าจิ้งจอกสาวตนนี้กับครอบครัวต้องปรระสบพบเจออะไรมาบ้าง เมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะสิ้นใจ จึงได้ลงมาปรากฏกาย 

“ท่านเป็นเทพแห่งดวงจันทร์อย่างนั้นหรือ” 

“เป็นเช่นนั้น” 

จากที่คิดว่าจะมองแสงจันทร์ก่อนสิ้นใจ ไม่คาดคิดว่าเธอจะได้เจอกับเทพแห่งดวงจันทร์ คล้ายกับเธอได้เจอที่พึ่งสุดท้าย ก่อนที่เธอจะได้จากไปอย่างสงบ 

“ถ้าท่านเป็นเทพ ข้าอยากจะขอพร ได้หรือไม่” เธอเอ่ยขออย่างหมดสิ้นหนทาง ทว่าเต็มไปด้วยความหวัง 

“ข้าไม่มีพรวิเศษอันใดให้เจ้าหรอกนะ” คาร์มาตอบ หากว่าหญิงสาวอยากจะขอพรให้คืนชีวิตหลังความตายให้ เขาคงทำไม่ได้ 

แต่หญิงสาวกลับส่ายหน้า ริมฝีปากฝืนยกยิ้มบางๆ ขณะที่ผินใบหน้ามองไปยังลูกน้อยที่นอนหลับอยู่ในโพรง ก่อนจะหันกลับมามองเทพแห่งดวงจันทร์อีกครั้ง 

“ข้าไม่ได้ต้องการพรอันใด แค่อยากจะฝากให้ท่านช่วยดูแลลูกน้อยให้ข้าที” แววตาของคนเป็นแม่ สื่อสะท้อนความรักความห่วงใยเป็นล้นพ้น จนคาร์มาสามารถสัมผัสและรับรู้ได้ เขามองเข้าไปในโพรงเล็กๆ เห็นประกายแสงสีเงินรำไร ก่อนจะระบายยิ้มแล้วพยักหน้าตอบ 

“เจ้าจากไปให้สบายเถอะ เขาอยู่ตรงนี้ ข้าจะมาดูแลเขาให้ทุกคืน” 

นี่คือสิ่งที่คาร์มาจะทำให้ได้ 

บนยอดเขานี้ ไม่มีมนุษย์ผู้ใดขึ้นย่างกายขึ้นมาได้ เขาเองก็แปลกใจที่พบกับคู่แม่ลูกจิ้งจอกที่หลบหนีขึ้นมาถึงตรงนี้ ด้วยอากาศที่ไม่เพียงพอให้ดำรงชีวิตและความหนาวเหน็บในช่วงเวลากลางคืน พื้นที่แห่งนี้จึงปราศจากไร้ผู้คน 

“เขาชื่ออะไร” 

“เวลเวล เขาชื่อเวลเวล แปลว่าสุนัขป่า” 

“เวลเวล ได้ ข้าจะดูแลให้” 

“ถ้าเช่นนั้น ข้าก็ตายตาหลับแล้ว” หญิงสาววางใจ ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจทิ้งอย่างเชื่องช้า ปิดเปลือกตาแล้วนอนหลับใหล ปลดปล่อยดวงวิญญาณให้ลอยล่องไปยังโลกแห่งความตาย 

แม่ไปก่อนจะจิ้งจอกน้อยของแม่ แม่มีวาสนาที่จะได้มีลูกน้อยที่น่ารักเช่นเจ้า ทว่าไม่มีวาสนาพอที่จะได้ดูเจ้าเติบโต แต่เจ้าจงรู้เอาไว้ ว่าแม่รักเจ้าที่สุด มากยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดในโลก 

ลาก่อนลูกรักของแม่ 

  

#จิ้งจอกของพระจันทร์ 

........... 

มาให้กำลังใจน้องจิ้งจอกกับพระจันทร์กันค่ะ ว่าเราจะครองรักกันยังไง อิอิ 

ไปหวีดติดแท็กกันในทวิตเตอร์ได้นะคะ อยากให้เอ็นดูน้องเวลเวลกันเยอะๆ 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น