ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 10.ความเสียใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 233

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ม.ค. 2564 20:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
10.ความเสียใจ
แบบอักษร

เมืองหลันหลิน

เหย่เตี๋ยได้รับแจ้งจากเหย่ซวินว่า... พ่อแม่ของเหย่ซวินนั้น มีอาการป่วยที่หนักกว่าเดิม ซึ่งอยู่ ๆ อาการมันก็ได้กำเริบขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ เหย่เตี๋ยตกใจมากเมื่อได้ยินข่าวดังกล่าว และขออนุญาตฮูหยินใหญ่เพื่อที่จะไปนอนค้างที่บ้านของตัวเองสักหนึ่งอาทิตย์ ซึ่งทางฮูหยินใหญ่ก็ได้อนุญาตตามที่เหย่เตี๋ยเอ่ยขอ

เหย่เตี๋ยได้ทำงานตอนกลางวันที่จวนตระกูลหานตามปกติ หากงานไม่เสร็จก็จะหอบเอางานปักลายผ้าที่ยังค้างอยู่กับมาทำที่บ้านด้วยในตอนเย็นเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่องานที่ตัวเองดูแลอยู่เลยแม้แต่น้อย ส่วนตอนกลางคืนก็ทำงานในส่วนของตัวเองที่จะใช้ขายเป็นรายได้จุนเจือครอบครัวต่อไป

 

บ้านของเหย่ซวิน

หลังจากที่เหย่เตี๋ยได้ดูแลท่านแม่เสร็จแล้ว ก็ได้เดินมาที่บ้านของเหว่ซวินเพื่อดูอาการของท่านอาทั้งสองในทันที ซึ่งน่าแปลกมากทั้ง ๆ ที่ท่านอาทั้งสองคนต่างก็กินยาที่หมอเจียดให้โดยตลอดและสม่ำเสมอ แต่อาการนั้นก็ไม่ไเ่ทุเลาขึ้นมาเลยจากการมองด้วยสายตาแล้ว

“ท่านอาอาการของพวกท่านเป็นเช่นไรบ้างหรือขอรับ?” เหย่เตี๋ยเอ่ยถามขึ้นทันทีที่มีโอกาส เพราะเป็นห่วงคนทั้งสองเป็นอย่างมาก

“อาก็เจ็บกระเสาะกระแสะอย่างที่เจ้าเห็นนี่แหละ ไอ้โรคที่เป็นอยู่นี่มันก็มิทุเลาลงเลยนับวันมีแต่ยิ่งจะหนักขึ้น และหนักขึ้นเรื่อย ๆ ” พ่อของเหย่ซวินได้ค่อย ๆ เล่าอาการที่เป็นอยู่ให้เหย่เตี๋ยฟังอย่างช้า ๆ จนจบ

“ท่านอาอย่าได้ห่วงเลยนะขอรับ อย่างไรก็ตามพวกท่านก็ต้องหายแน่ ๆ เพราะข้าจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อรักษาพวกท่านให้จงได้ขอรับ” เหย่เตี๋ยได้เอ่ยออกไปทันที ถึงจะรู้ว่ายากแต่ก็ต้องพยายามต่อไปเรื่อย ๆ

“ลำบากเจ้ามานานแล้ว หากมิมีพวกเราเจ้าน่าจะมีสมาชิกที่ดีกว่านี้ได้” พ่อของเหย่ซวินได้เอ่ยออกมาพร้อมน้ำตาเนื่องจากสงสารหลานชายที่ต้องมาดูแลตัวเองแบบนี้ จนต้องเสียโอกาสที่จะใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง แต่ต้องมาดูแลคนป่วยที่ไม่รู้ว่าจะตายวันตายพรุ่งอย่างพวกตนแบบนี้

“ท่านอา หากท่านพูดแบบนี้ก็มิต่างไปจากว่าท่านนั้นมิได้เห็นข้าเป็นหลานเลยนะขอรับ และอีกอย่างข้สก็มิได้ลำบากอะไรเลยแม้แต่น้อยด้วย” เหย่เตี๋ยได้เอ่ยออกไปเพื่อให้ท่านอาของตัวเองได้เลิกคิดเรื่องฟุ้งซ่านทันที และเตรียมพักผ่อน

“ก็มันคือความจริงนี่นา พวกข้าแค่อยากเห็นเจ้ามีความสุขบ้าง มิใช่เอาแต่หาเงินมาคอยซื้อยาและจ่ายค่าหมอรักษาพวกเราแบบนี้” แม่ของเหย่ซวินได้เอ่ยออกมาบ้าง นางรู้ดีว่าเหย่เตี๋ยเป็นคนเช่นไรจึงพูดไปตามความจริง

“ท่านอาหญิงท่านก็ว่าไปนะขอรับ ข้าเองก็มีความสุขเกี่ยวกับงานที่ข้าทำ แค่มันมิเป็นตัวของตัวเองเท่านั้นเองขอรับซึ่งอย่างอื่นนั้นข้าสามารถพูดได้เต็มปากว่า... ข้าพอใจกับสิ่งที่ข้าทำอยู่ในตอนนี้เป็นอย่างมากขอรับ” เหย่เตี๋ยได้ตอบแม่ของเหย่ซวินออกไปตามตรง ถึงเหย่เตี๋ยจะเป็นบ่าวไพร่ในจวนตระกูลหาน แต่นายท่านหานชงกับฮูหยินก็เป็นคนดีมีเมตตา เหย่เตี๋ยที่ทำงานอยู่ด้วยนั้นจึงสามารถได้อย่างมีความสุขนั่นเอง

“ถ้าเจ้าว่าดี และมีความสุขอาก็จะเชื่อเจ้านะ เตี๋ยเอ๋อ” แม่ของเหย่ซวินได้เอ่ยขึ้นมาพร้อมยิ้ม เป็นจังหวะที่เหย่ซวินยกยาต้มเข้ามา และได้เห็นรอยยิ้มของแม่ทำให้เหย่ซวินดีใจเป็นอย่างมาก อย่างที่เหย่ซวินได้คิดเอาไว้เลยว่า... ทุกคนในครอบครัวต่างคิดถึงเหย่เตี๋ยกัน ที่เสียสละทุกอย่างเพื่อทุก ๆ คนในตระกูลเมิ่งที่เหลืออยู่

“ท่านพ่อ ท่านแม่ถึงเวลากินยาแล้วขอรับ” เหย่ซวินได้ได้เรียกพ่อและแม่ของตนให้ลึกขึ้นมากินยากัน

“ท่านอา ท่านอาหญิงกินยากันก่อนนะขอรับ อาซวินพึ่งต้มยาเสร็จแล้วยกเข้ามาให้พวกท่านดื่มกันทันทีเลยนะขอรับ” เหย่เตี๋ยเอ่ยขึ้นจากนั้นก็ประคองท่านอาผู้เป็นพ่อเหย่ซวินกินยาต้มจนหมดถ้วย ส่วนเหย่ซวินเองนั้นก็ได้ป้อนยาที่ต้มมาให้กับแม่ของตน และในวันนี้ทั้งคู่ก็ได้กินยาที่ต้มจนหมดอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะปกติแล้วพ่อแม่ของเหย่ซวินจะกินยาต้มไม่ค่อยหมดกัน จากนั้นเหย่เตี๋ยกับเหย่ซวินจึงปล่อยให้ทั้งคู่ได้นอนพักผ่อนกันต่อไป

เหย่เตี๋ยกับเหย่ซวินได้ย้ายมาคุยกันที่ด้านหน้าบ้านของเหย่ซวินถึงเรื่องอาการที่แท้จริงของท่านอาทั้งสองคน เหย่ซวินก็เลยเล่าความจริงให้เหย่เตี๋ยฟังทั้งหมด เพื่อที่จะให้ให้เหย่เตี๋ยรับรู้ข้อมูลที่แท้จริง เหย่เตี๋ยที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดก็ยิ่งหนักใจ เพราะถ้าหากสามารถช่วยได้ล่ะก็...มีหรือที่เหย่เตี๋ยจะไม่ทำ ต่อให้เป็นการยื้อชีวิตออกไประยะสั้น ๆ ก็ตาม ทั้งสองคนคุยกันต่อจนดึกเหย่เตี๋ยจึงต้องขอตัวกลับไปนอนก่อน เพราะพรุ่งนี้เข้าเขายังไปทำงานที่ตระกูลหานต่อนั่นเอง

วันต่อมา เหย่เตี๋ยได้คุยกับหมอที่เชิญมาดูอาการของท่านอาทั้งสองคน เกี่ยวกับหนทางและวิธีการรักษา แต่หมอก็ส่ายหน้าทันที เหย๋เตี๋ยก็เลยเข้าใจแล้วว่า... หมายความว่าเช่นไร ซึ่งทำแต่เตรียมใจและก็ยื้อชีวิตของทั้งคู่ออกไปให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ และแน่นอนว่า... ครั้งนี้น่าจะมีรายจ่ายที่สูงขึ้นไปอีกเพราะว่าสมุนไพรต่าง ๆ ที่ต้องใช้นั้นคงยากที่จะเลี่ยงสมุนไพรชั้นดีที่มีราคาสูงไปไม่ได้ แต่เพื่อการยื้อชีวิตของทั้งคู่ออกไป เหย่เตี๋ยก็เลยต้องยอมจำใจหาเงินให้มาก ๆ และนำมาซื้อสมุนไพรมาใช้ในการนี้

 

 

3เดือนผ่านไป

ความโศรกเศร้าเสียใจก็ได้กลับมายืนตระกูลเมิ่งอีกครั้ง เมื่อท่านอาของซื่อหมิงทั้งสองคนได้จากไป ถึงแม้ว่าทุกคนจะเตรียมใจเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่พอเอาเข้าจริงความเสียใจมันก็ชนะทุกอย่าง โดยความตั้งใจและสัญญาที่ให้เอาไว้กับท่านพ่อและท่านแม่ของเหย่ซวินว่า... ทุกคนจะไม่ร้องไห้กับการจากไปของทั้งคู่ ซึ่งท้ายที่สุดนั้นก็ไม่มีผู้ใดทำได้...

ฮูหยินใหญ่ตระกูลหานโปรดปราณเหย่เตี๋ยมากเพราะทำให้ลูกสาวคนเล็กผู้สุดที่รักของนางได้กลายเป็นพระชายาของอ๋องซีสุ่ยไป รวมถึงทั้งรู้ว่าเหย่ซวินนั้นคือเด็กที่เคยมาช่วยเหย่เตี๋ยในการย่อมผ้าส่งให้พระชายามู่ตานหลายครั้ง ก็เลยเมตตาพี่น้องตระกูลเมิ่ง ฮูหยินใหญ่จึงช่วยออกเงินค่าจัดงานศพของท่านอาทั้งสองคนของเหย่เตี๋ยให้ทั้งหมด เหย่เตี๋ยเลือกที่จะจัดเป็นพิธีเล็ก ๆ ที่ไม่ได้ใช้เงินมากมายแต่อย่างใด แต่เหย่เตี๋ยนั้นจะเน้นไปทางต้องจัดงานศพให้ถูกต้องตามประเพณีเสียมากกว่า...

จากการที่เสียพ่อแม่ไป ทำให้เหย่ซวินเองนั้นก็คิดที่จะตัดสินใจขายตัวไปเป็นบ่าวอยู่ที่จวนตระกูลหานด้วยอีกคน แต่ได้ถูกเหย่เตี๋ยห้ามเอาไว้ก่อน ด้วยเหตุผลที่ว่าจะต้องมีคนดูแลเหย่เซียวญาติผู้น้องซึ่งยังมีอายุไม่มากและท่านแม่ของเหย่เตี๋ยที่ป่วยอยู่ด้วย

เหย่ซวินก็เข้าใจสิ่งที่เหย่เตี๋ยญาติผู้พี่ต้องการจึงได้ล้มล้างความคิดที่จะขายตัวไปเป็นบ่าวเข้าไปอยู่ในตระกูหานกับเหย่เตี๋ยทันที เพราะเหย่ซวินนั้นรู้ดีว่า...ที่ผ่านเหย่เตี๋ยยอมเหนื่อยคนเดียว เพื่อที่จะหาเงินมารักษาทุกคนในตระกูลเมิ่งทุกคนรวมทั้งท่านพ่อท่านแม่ของตนด้วย ดังนั้นครั้งนี้เหย่ซวินจึงจะขอดูแลท่านแม่ของเหย่เตี๋ยเพื่อเป็นการตอบแทนญาติผู้พี่บ้าง...

หลังจากที่งานศพท่านพ่อและท่านแม่ของเยว่ซวินได้ผ่านพ้นไป1เดืิอนแต่ความเสียใจที่เกิดขึ้นกับตระกูลเมิ่งนั้นยังคงอยู่และได้เริ่มทุเลาลงไปบ้างตามกาลเวลา...

เหย่ซวินนั้นได้ไปหาเหย่เตี๋ยที่จวนตระกูลหานบ่อยครั้งมากขึ้นเพื่อเอาผ้าที่ตัวเองทอไปให้เหย่เตี๋ยปัก ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นฮูหยินใหญ่นี่แหละที่เป็นผู้เหมาซื้อผ้าไหมที่เหย่ซวินทอมาส่งเหย่เตี๋ยด้วยสาเหตุที่ว่าเป็นผ้าที่มีสีสันสวยงามและเนื้อผ้าที่ทอออกมาก็จัดได้ว่า มีความประณีตเป็นอย่างมากจนยากที่จะหาผู้ตัวช่างทอผ้าฝีมือดีแบบนี้ได้

การไปมาของเหย่ซวินกับเหย่เตี๋ยที่จวนตระกูลหานนั้นเกิดขึ้นบ่อยมาก ๆ จนเหย่ซวินได้รู้จักกับฮุ่ยหรงบ่าวตัวน้อยในตระกูลหานอีกคนที่มีอายุอานามไล่เลี่ยกับตัวของเหย่ซวินเอง ฮุ่ยหรงนั้นเด็กรับใช้คอยติดตามคุณชายเล็กแห่งตระกูลหานที่สุขภาพร่างกายไม่ค่อยจะแข็งแรงและสู้ดีมากนัก ดังนั้นฮุ่ยหรงจึงไม่ค่อยได้ออกไปไหนเพราะต้องดูแลคุณชายเล็กผู้เป็นเจ้านายอย่างใกล้ชิด แต่ก็เป็นข้อดีด้วยที่ทำให้ฮุ่ยหรงได้เรียนหนังสือเป็นเพื่อนคุณชายเล็กแห่งตระกูลหาน เขาก็เลยกลายเป็นบ่าวไพร่ที่มีความรู้สูงจนสามารถอ่านออกเขียนได้... และทำได้ดีเกิดคาดในหลายต่อหลายครั้งครั้งด้วย

เหย่ซวินที่ไปถึงจวนตระกูลหานแต่ไม่เจอกับเหยาเตี๋ยโดยตรง บางทีก็อาศัยฝากผ้าที่ทอแล้วไปให้เหย่เตี๋ยผ่านทางฮุ่ยหรงนั่นเอง เพราะว่าบางทีเหย่ซวินนั้นก็ต้องรีบกลับไปดูแลท่านป้าผู้เป็นแม่ของเหย่เตี๋ยกับญาติผู้น้องอย่างเหย่เซียวที่ยังเป็นเด็กอยู่ จึงทำให้ทั้งคู่ได้พูดคุยกันบ่อยขึ้น ทั้งเหย่ซวินกับฮุ่ยหรงก็จึงมีความสนิทกันในระดับนึง

ฮุ่ยหรงนั้นเป็นเด็กกำพร้า เป็นลูกของนายพรานที่นำทางนายท่านหานชงเข้าไปในป่ากัลปพฤกษ์แล้วได้ตายเพราะใช้ร่างกายของตัวเองบังการโจมตีจากพยัคฆ์อสูรไม่ให้โจมตีหานชงได้ จนตัวเองต้องถึงแก่ชีวิตตายจากไปก่อน หานชงนั้นซึ่งในน้ำใจครั้งนี้เป็นอย่างมาก จึงนำบุตรคนเดียวของนายพรานที่กำพร้าแม่มาแต่เด็กผู้ที่มีนามว่า...ฮุ่ยหรง มาเลี้ยงเอาไว้อีกคนและให้ติดตามบุตรชายคนเล็กของเขาโดยเฉพาะตั้งแต่นั้นมา...

 

ภายในแวดวงขุนนางนั้น เมืองหลันหลินเองก็นับว่าเป็นเมืองที่มีการทุจริต มากเป็นอันดับต้น ๆ ของแคว้นซีอาน

และยังได้เกิดเหตุการณ์ที่อาจจะส่งผลต่อความรุนแรง ด้วยความที่ว่าขุนนางในเมืองหลันหลินอื่น ๆ ต่างมีการทุจริตเกิกขึ้นกันมากจนถูกหยางชงจับได้และเปิดโปงจนทำให้มีขุนนางใหญ่ ๆ ในเมืองหลันหลินไม่ค่อยชอบขี้หน้าหานชงสักเท่าไร แต่คนเหล่านั้นก็ไม่กล้าที่จะชนซึ่ง ๆ หน้ากับหานชงจึงเตรียมแผนเอาไว้ทำลายล้างหานชง

ส่วนหานชงเองนั้นก็ไม่ได้เบามือลงเลยแม้แต่น้อย ถึงแม้จะรู้ว่ามีผู้ปองร้ายในภายหลัง แต่ก็หานชงก็ดวงแข็งสามารถรอดมาได้หลายครั้งแล้ว ทำให้หานชงคิดว่าฟ้าน่าจะเข้าข้างตน ทั้ง ๆ ที่มันเป็นแค่ความบังเอิญเท่านั้น

ตระกูลหานเติบโตขึ้นมาอีกระดับนึงทันทีเมื่อคุณชายใหญ่แห่งตระกูลหานได้กลายเป็นปราชญ์ในราชสำนักเทียนสุ่ย ทำให้อำนาจบารมีของตระกูลหานนั้นทัดเทียมตระกูลหลินและตระกูลหวังแห่งหลันหลิน

ความสงบในเมืองหลันหลินที่เห็นนั้น ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็จริง แต่แท้ที่จริงนั้น... คลื่นใต้น้ำกำลังเริ่มก่อตัวขึ้นท่ามกลางความเงียบงันนั่นเอง เพราะหานชงนั้นเป็นคนที่มีนิสัยเถนตรง หักได้แต่งอไม่ได้ และดันไปมีเรื่องกับหวังฮั่วผู้เป็นประมุขตระกูลหวังสาขาเมืองหลันหลินเข้าให้อีก ซึ่งหวังฮั่วนั้นเป็นคหบดีคุมเสบียงกันภัยทางธรรมชาติที่หลวงส่งมาให้เตรียมภัยแล้งหรือภัยหนาว และหวังฮั่วยังมีธุรกิจเป็นหอการค้าสีชาดที่นับว่าเป็นหอการค้าที่ดีที่สุดและใหญ่ที่สุดในเมืองหลันหลินแล้ว

นอกจากนั้นยังมีข่าวลืออีกว่า... หวังฮั่วนั้นเป็นผู้บริหารชั้นสูงขององค์การนักฆ่าเงาทมิฬสาขาเมืองหลันหลินอีกด้วย ซึ่งในข้อเท็จจริงว่าณ จุดนี้ยังไม่มีคนเชื่อ

1ปีได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ชีวิตของเหย่เตี๋ยในจวนตระกูลหานนั้นผ่านมาได้อีก1ปีเต็ม ซึ่งหน้าหนาวปีนี้ผ่านไปแล้วล่ะก็... เหย่เตี๋ยจะมีอายุย่างเข้า20ปีทันที ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหย่เตี๋ยรู้สึกว่ามันช่างบีบรัดหัวใจของเขาเหลือเกิน และหากว่าในปีนี้ท่านแม่ของเหย่เตี๋ยเกิดเสียไปจริง ๆ หลังหน้าหนาวปีนี้ จะเท่ากับว่า...หญิงชราที่เหย่เตี๋ยได้เคยเจอนั้น สามารถทำนายชะตาชีวิตของเหย่เตี๋ยได้ถูกต้องในส่วนแรกนั่นเอง และในส่วนที่สองที่บอกว่าเหย่เตี๋ยจะเจอเคราะห์ใหญ่ก็อาจจะเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ และคำทำนายทั้งหมดก็อาจจะเกิดขึ้นมาก็ได้หากว่าคำทำนายแรกมีความแม่น...

 

 

 

 

 

_____________________________

作成:令和030119

หายไปเดือนครึ่งกับเรื่องนี้เพราะเอาเวลาไปลงที่เทพยุทธหมดเลย แต่ก็มาต่อให้แล้วนะครับ

สุดท้ายอย่าลืมกดไลค์👍และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ

ความคิดเห็น