facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 93 ข่าวลือที่แพร่สะพัด

ชื่อตอน : ตอนที่ 93 ข่าวลือที่แพร่สะพัด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 322

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ต.ค. 2563 16:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 93 ข่าวลือที่แพร่สะพัด
แบบอักษร

ตอนที่ 93

 

“ด้วยการเพิกเฉยต่อกฎในบัญญัติข้อนี้ ก็น่าจะทำให้ศิษย์สามารถเข้าร่วมกับทั้งสองแผนกพร้อมกันได้แล้ว มิใช่หรอกหรือ?!” เด็กหนุ่ม เผยแววตาที่ใสซื่อมีประกายวูบวาบออกมา  

 

สี่ชายชรา รู้สึกราวกับถูกซัดโครมโหมกระแทกด้วยละลอกคลื่นยักษ์ที่มองไม่เห็น หนังศีรษะด้านชาในชั่วพริบตา!! เข้าใจได้โดยพลันหลังสบตากัน ว่าเป้าหมายแท้จริงของ เหยาซาน มิใช่เพียงแค่ต้องการเงื่อนไขการประชันของกำนัลตนเองให้สูงขึ้นตามลำดับเท่านั้น แต่ยังคาดหวังที่จะกวาดสิ่งของจากทั้งสองแผนกโดยไม่เลือกเพียงแผนกใดแผนกหนึ่ง!! 

 

“นะ...นี่เจ้า?!” ผู้อาวุโสจาง ถึงกับคำพูดติดขัดในลำคอ อยากจะกล่าวก็กล่าวไม่ออก อยากจะเงียบก็เงียบมิได้... ความคาดหวังที่จะดึงตัวศิษย์ระดับพิเศษแห่งความภาคภูมิใจเช่นนี้เข้าร่วม ได้รับการตอบสนองก็จริง แต่ไหนเลยจะคาดคิดว่ามันกลายเป็นการแบ่งสลับพร้อมกับทั้งสองแผนก!! หากเป็นเช่นนี้การแข่งขันของทั้งสองผู้อาวุโสจะมีความหมายอันใดกัน?! 

 

เด็กหนุ่ม ราวกับอ่านสีหน้าของทุกคนออก...  

เผยรอยยิ้มเขินอายขึ้น ก่อนจะประสานมือสุภาพ... 

 

“ผู้ศิษย์นั้นเป็นลูกผู้ชายคนหนึ่ง ในเมื่อรับปากจะเข้าร่วมกับทั้งสองแผนกแล้ว แม้จะเสียขวัญกับเหตุการณ์ความเป็นตายที่เกิดขึ้นเป็นอันมาก หวาดกลัวต่อความมุ่งร้ายแห่งสายลมสีเขียวปานใด แต่ก็จะสะกดสิ่งเหล่านั้นไว้สำนัก!! ทำตามความคาดหวังของสองผู้อาวุโสอย่างสุดความสามารถ!!” เหยาซาน ประกาศกล้าออกมาน้ำเสียงแน่นหนัก ทั้งยังเน้นย้ำความเป็นลูกผู้ชายในถ้อยประโยค ว่าเมื่อรับปากแล้วจะต้องทำให้ได้ 

 

แน่นอนว่าวาจาเน้นย้ำไปเช่นนั้น เท่ากับเป็นการตอกย้ำ ผู้อาวุโสเถิง และผู้อาวุโสจาง ให้ใบหน้าเขียวคล้ำ!! ในฐานะผู้อาวุโสสูงสุด การที่ลั่นวาจาโพล่งออกไปแล้วว่าจะมอบสิ่งของที่เสนอยื่นให้ เหยาซาน เมื่อเข้าร่วมแผนกตน ไหนเลยที่จะบิดเบือนคำพูดคำกล่าวนั้นได้ หากทั้งสองพยายามกลับกลอกหรือแปรเปลี่ยนเป็นเงื่อนไขใหม่ นั่นจะมิเท่ากับว่าทั้งสองผู้อาวุโสมิใช่ลูกผู้ชายหรอกหรือ?! 

 

วาจาที่คล้ายกำลังจะเปล่งออกจากลำคอ พลันถูกกลืนหายลงท้องไปในพริบตา... 

 

เจ้าสำนักอวิ๋น และ รองเจ้าสำนักเตีย ทำได้เพียงแค่กระแอมไอเสียงแห้งออกมา ไหนเลยที่จะกล่าวอันใดออกมาได้ เพราะสองผู้อาวุโสสูงสุดเป็นผู้หยิบยื่นข้อเสนอเหล่านั้นให้กับ เหยาซาน ด้วยตนเอง อีกทั้งเด็กหนุ่มก็อยู่ภายใต้เงื่อนไขทั้งหมดเหล่านั้นจริง ๆ โดยไร้ข้อกังขา แม้จะค่อนข้างเป็นวิธีการที่คดโกงอยู่บ้างก็ตามที... 

 

สุดท้าย อวิ๋นหยางหลิ่ง ก็ได้ตัดสินใจลุกยืนขึ้น ในฐานะเจ้าสำนักจำเป็นต้องออกหน้าเพื่อสรุปเรื่องราวเหล่านี้ทั้งหมด... 

“เอาล่ะ... เช่นนั้นก็ให้เป็นไปตามนั้น เหยาซาน ได้รับการเสนอ สิทธิ์พิเศษนอกเหนือกฎ จากสองผู้อาวุโสสูงสุด ดังนั้นข้าในฐานะเจ้าสำนักก็ไม่อาจทัดทานได้ จากไปนี้ไป เหยาซาน จะไม่ถูกผูกติดกับแผนกใดแผนกหนึ่ง สามารถเข้าร่วมกับทั้งสองแผนกได้อย่างอิสระ แม้จะเลื่อนเป็นศิษย์สายใน หรือศิษย์หลักก็ตามที... 

 

แต่เพื่อป้องกันความวุ่นวาย หากเจ้าสลับแผนกไปมามั่วซั่วทุกวี่วันก็อาจถูกครหาได้ ทั้งยังจะทำให้การสอนสั่งหรือเรียนรู้จากแผนกนั้น ๆ ไม่มีความต่อเนื่องเชื่อมโยง... ดังนั้นในแต่ละเดือนเจ้าต้องกำหนดให้แน่ชัดไปเลยว่าจะฝึกฝนกับแผนกใด แล้วตลอดเดือนนั้นก็ไม่อาจสลับแผนกได้จนกว่าจะถึงต้นเดือนถัดไป ตกลงหรือไม่?” 

 

เหยาซาน ประสานมือสุภาพขึ้น... 

“ผู้ศิษย์ก็ตั้งใจเช่นนั้น...” 

 

สองผู้อาวุโสถอนหายใจหนักหน่วง ทำได้เพียงยอมรับตามเงื่อนไขไหลตามสายธาร... 

 

“ตกลงตามนั้น ข้าน้อมรับเงื่อนไขดังกล่าว...” 

“ข้าก็เช่นกัน ยังจะสามารถกล่าวอันใดได้อีก...” 

 

อวิ๋นหยางหลิ่ง พยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะเพ่งมองไปยังเด็กหนุ่มอีกครั้งหนึ่ง... 

“เหยาซาน... เรื่องของ ความมุ่งร้ายแห่งสายลมสีเขียวอะไรนั่นของเจ้า จงวางใจได้ เพราะสิ่งนั้นไม่อาจออกไปจากเขตหวงห้าม ไม่สิ! หากกล่าวให้ถูกคือสิ่งนั้นไม่มีทางยอมออกมาเสียมากกว่า เจ้าจงจดจำไว้เพียงแค่ว่า สิ่งนั้นคือภูติผู้พิทักษ์สำนักสายลมประจิมของเรา...  

 

การที่เผอิญเล่นงานเจ้าไปครั้งนั้น น่าจะเป็นเหตุที่เจ้าส่งวิญญาณข้ารับใช้ เข้าไปรบกวนความสงบด้านใน ดังนั้นจากนี้ไปเจ้าก็ไม่ต้องไปหวาดกลัวอันใด แล้วก็ห้ามเข้าไปยุ่มย่ามที่นั่นอีกโดยเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่?!” 

 

สายตาและน้ำเสียงของชายชรา เป็นการกำชับที่แฝงไว้ทั้งการขอร้องและการออกคำสั่งในเวลาเดียวกัน... ราวกับว่า อวิ๋นหยางหลิ่ง ก็ลำบากใจเช่นกัน ในเรื่องที่เด็กหนุ่มไปบังเอิญรู้ความลับนี้เข้า แต่เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วก็ย่อมไม่อาจย้อนกลับไปแก้ไข... 

 

“ท่านเจ้าสำนักโปรดวางใจ... ข้าคงไม่มีงานอดิเรกโดดลงมาจากหน้าผาเสียดฟ้า ทำเรื่องเสี่ยงตายเพียงเพราะความอยากรู้อยากเห็นเป็นแน่...” เด็กหนุ่มกล่าวออกไปตามตรง แม้จะยังค้างคาใจอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่คิดจะเอาชีวิตไปเสี่ยงทำอะไรโง่ ๆ อีกแน่นอน 

 

จากนั้นก็มีการสนทนาอีกเล็กน้อย เกี่ยวกับเรื่องของเงื่อนไขที่ เหยาซาน จะได้รับ... สำหรับอาวุธอักขระ 3 ชิ้น จากผู้อาวุโสเถิง เด็กหนุ่มจะได้รับก็ต่อเมื่อได้เริ่มหยิบจับฝึกฝนศาสตราต่าง ๆ ให้คล่องมือสียก่อน เพื่อที่จะได้อาวุธอักขระที่เหมาะสมกับตนเองที่สุด 

 

ส่วนเรื่องของสิทธิ์การใช้โอสถในตำหนักหมื่นโอสถ จากผู้อาวุโสจางนั้น เหยาซาน ได้รับเป็นป้ายสิทธิ์ชั่วคราวในการขอเบิกโอสถในปริมาณสำหรับใช้งานจริงทุก ๆ 10 วัน ใช่ว่าจะสามารถได้รับในปริมาณมากมายคราเดียว ป้องกันมิให้เด็กหนุ่มนำไปจำหน่ายต่อได้ 

 

จากนั้น เหยาซาน ก็ได้รับป้ายโลหะแปลกตาอีกป้ายหนึ่ง... ซึ่ง เหยาซาน ได้ทราบภายหลังว่านี่คือ ป้ายกำกับอสูร เป็นป้ายที่ผูกติดกับจิตวิญญาณของวิหคพาหนะ โดยชายชราได้ชี้แนะวิธีการใช้งานมันอย่างคร่าว ๆ ที่เหลือก็ต้องขึ้นอยู่กับการฝึกฝนเรียนรู้ของ เหยาซาน เอง  

 

เด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ ประสานมือขอบคุณอย่างสุภาพ ก่อนจะถูกปล่อยตัวออกจากตำหนักสายลมเหนือ จากนั้นเจ้าสำนักอวิ๋น ก็ได้มีคำสั่งเรียกตัวเหล่าผู้อาวุโสประจำหอธาตุ และหอศาสตราทั้งหมด เข้ามาประชุมเรื่องราวอันเป็นข้อสรุป เกี่ยวกับเส้นทางหลังจากนี้ของ เหยาซาน ให้ทุกคนได้รู้กันเกี่ยวกับ สิทธิ์พิเศษนอกเหนือกฎที่ได้รับ... 

 

ที่ด้านนอก... 

 

เด็กหนุ่ม ก้าวเดินเนื่องช้าพลันครุ่นคิด ตนยังมีเวลาอยู่ในแผนกวรยุทธประยุกต์อีกร่วมครึ่งเดือน ก่อนจะได้สลับไปแผนกวรยุทธดั้งเดิม... เหยาซาน จึงกล่าวพึมพำกับตนเองในใจตั้งมั่นขึ้น 

“ในช่วงครึ่งเดือนจากนี้ ต่อให้มิอาจเรียนรู้เคล็ดวิชาปราณธาตุต่าง ๆ แต่อย่างน้อยข้าจะต้องสำเร็จตำราเคล็ดวิชาพื้นฐานทั้ง 8 ธาตุหลักให้จงได้...”  

 

ระหว่างเส้นทางที่กำลังก้าวเดิน เหยาซาน สัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่แปลกประหลาดบางอย่าง... ตลอดเส้นทางที่ผ่านหมู่ศิษย์ ไม่ว่าจะเป็นศิษย์สายนอกหรือศิษย์สายใน เด็กหนุ่มต่างก็พบเจอกับสายตาที่มิอาจอธิบายเป็นคำพูดได้ ทั้งยังเมื่อเดินผ่านเด็กหนุ่มไปสักระยะแล้ว ก็จะสังเกตเห็นหมู่ศิษย์เหล่านั้น ซุบซิบนินทากันภายในกลุ่มท่าทีออกรสออกชาติอย่างยิ่ง 

 

ช่วงแรก ๆ ยังไม่นับเป็นอย่างไร คิดว่าคงเพราะตนนั้นเป็นที่จดจำในการตกจากหน้าผาเสียดฟ้า 800 จั้งลงมาถึงทะเลสาบได้โดยที่ไม่ตาย ตอนนั้นเด็กหนุ่มมองเห็นผู้คนมากมายที่ริมทะเลสาบ กลุ่มศิษย์เหล่านี้อาจจะเป็นหนึ่งในจำนวนผู้ที่เฝ้ามุ่งดู 

 

คิดได้เช่นนั้นแล้ว เหยาซาน ก็มีรอยยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะยืดอกขึ้นเดินอย่างสง่างาม... 

“เฮ้อ... ในเมื่อความร้ายกาจของข้ามันเป็นที่โด่งดังแพร่กระจายไปแล้ว การจะหยุดยั้งข่าวลือก็ใช่ว่าจะทำได้ ดังนั้นก็คงทำได้เพียงยืดอกรับความยิ่งใหญ่อย่างภาคภูมิใจเท่านั้น... เป็นผู้มีความสามารถนี่ช่างน่าเหนื่อยหน่ายต่อชะตากรรมยิ่งนัก...”  

 

เหยาซาน มีความคิดเอนเอียงไปยังทิศทางนั้น... 

 

แต่ทว่า... 

 

สองสามกลุ่มแรกยังไม่นับเป็นอย่างไร... หากแต่พอเริ่มมีมากขึ้นเป็นกลุ่มที่เจ็ด กลุ่มที่แปด หลังจากนี้ทั้งหมดล้วนแล้วแต่แสดงสีหน้าประหลาดขึ้น ทั้งยังเป็นกันทุกผู้ทุกคนไม่มีศิษย์แม้แต่กลุ่มเดียวที่เดินผ่านแล้วไม่มองมายัง เหยาซาน ด้วยสีหน้าแปลกประหลาด 

 

น่าตกใจยิ่งกว่านั้น คือการที่อากัปกิริยาที่ทุกคนแสดงล้วนมีความแตกต่าง... บางคนประสานมือให้กับ เหยาซาน ประหนึ่งเป็นศิษย์พี่น่าเกรงขามผู้หนึ่ง... แต่บางคนกลับแสดงสีหน้าหวาดกลัว จนหันหลังวิ่งหนีไป!! บ้างก็หลบเลี่ยงเส้นทางห้อทะยานประหนึ่งเจอสัตว์ร้าย 

 

เหตุการณ์เหล่านี้มีอย่างต่อเนื่องระหว่างทางที่ เหยาซาน ก้าวเดิน...  

“นี่มันอะไรกัน?! ชักจะแปลกขึ้นทุกที...” 

 

มีสิ่งหนึ่งที่ เหยาซาน สังเกตได้... นั่นคือเสียงหัวเราะสะใจอย่างสนุกสนานของดวงวิญญาณ เฒ่าชีเปลือย ราวกับว่ามันพบเจอเรื่องขบขันที่มิอาจอดกลั้น แน่นอนว่าสัมผัสของ เฒ่าชีเปลือย เฉียบคมกว่าของ เหยาซาน นับร้อยนับพันเท่า เฒ่าชีเปลือย ย่อมได้ยินคำซุบซิบนินทาได้อย่างถนัดหู แม้หมู่ศิษย์จะห่างออกไปไกลหลายร้อยก้าวแล้ว... 

 

ยิ่งสร้างความประหลาดใจ จนใบหน้าของ เหยาซาน เริ่มมืดดำ… เป็นความบังเอิญอย่างยิ่ง ที่เบื้องหน้าของ เหยาซาน มีศิษย์สายในกลุ่มหนึ่งเดินผ่านมา และเมื่อสังเกตให้แน่ชัด ก็พบว่ากลุ่มศิษย์สายในที่มานั้น คือกลุ่มของ เปียวเฟยฟง ศิษย์สายปราณอัคคีที่เคยถูก เหยาซาน เล่นงานไปเมื่อวันก่อน... 

 

พริบตาที่ เปียวเฟยฟง หันเหลือบมองมาเจอ เหยาซาน... ใบหน้าของชายหนุ่มก็ซีดเผือดราวกับเจอภูติผีวิญญาณที่น่าหวาดกลัว ก่อนที่ เปียวเฟยฟง จะระเบิดท่าร่างวิ่งหนีไปในทันที!! โดยไม่สนใจแม้แต่เหล่าผู้ติดตามที่รายล้อมรอบกาย 

 

เหยาซาน เห็นเช่นนั้นพลันจิตใจกระตุกวูบ... กัดฟันแยกเขี้ยวขึ้นในบัดดล... 

“หน่อย!! ข้าต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น!!” 

 

หากเป็นระยะประชิด เหยาซาน คงสามารถระเบิดความเร็วพุ่งทะยาน จัดการกับ เปียวเฟยฟง ได้อย่างง่ายดาย แต่เวลานี้ทั้งสองอยู่ในระยะที่ห่างกันไกลนับร้อยก้าว... เหยาซาน ย่อมไม่มีเคล็ดวิชาตัวเบา ที่จะสามารถไล่ตามศิษย์สายในพื้นฐานแข็งแกร่งอย่าง เปียวเฟยฟง ได้  

 

หากแต่ก็นับเป็นโอกาสอันดีที่เด็กหนุ่มจะหยิบใช้ของเล่นใหม่ที่เพิ่งได้รับมา... ป้ายกำกับอสูร ถูกหยิบยกขึ้น ก่อนที่เด็กหนุ่มจะทำการส่งลมปราณเข้าไปกระตุ้นในแผ่นโลหะ เชื่อมโยงจิตของตนเองกับจิตของวิหคพาหนะ ที่ถูกอำนาจสะกดลงบนแผ่นป้าย 

 

เพียงอึดใจเดียว ก็ได้ยินเสียงกู่ร้องของสัตว์ปีกจากบนยอดเขาลูกที่ 3 ทันใดนั้นก็มองเห็นเงาร่างของวิหคหัวล้านขนาดใหญ่ตนหนึ่ง ถลาบินลงมาจากยอดเขาด้วยความเร็วที่น่าตกตะลึง!! เด็กหนุ่มดวงตามีประกายเจิดจรัสด้วยความตื่นเต้น พลันกระโดดทะยานขึ้นสูง จิตวิญญาณที่เชื่อมต่อกันผ่าน ป้ายกำกับอสูร ทำให้เด็กหนุ่มมีความคิดในทิศทางเดียวกับวิหคหัวล้านตนนี้ เหยียบย่างไปบนแผ่นหลังของวิหคด้วยความแม่นยำ... 

 

ท่ามกลางสายตาของหมู่ศิษย์โดยรอบที่จับจ้อง ทุกคนเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง ทั้งยังมีเสียงตะโกนอีกมากมายแว่วตามทิศทางลม จากข่าวลือมากมายก่อนหน้านี้ที่ถูกแพร่สะพัด เวลานี้จึงยิ่งเกิดการจุดประกายให้หัวข้อล่ำลือใหม่ ปรากฎขึ้น!! 

 

“ดูนั่นสินะ!! สมกับเป็นแมวสวรรค์!! มันสามารถควบคุมได้แม้แต่นกตัวนั้น!!” 

“ไม่ผิดแน่... ด้วยความโหดเหี้ยมของ แมวสวรรค์ อันเป็นที่ครั่นคร้าม มันจะต้องจับเอาลูกของนกตัวนั้นเอาไว้เป็นตัวประกัน และบีบบังคับให้แม่ของมันกลายมาเป็นลูกสมุนใช้งาน!!” 

“เหอะ!! นั่นไม่ใช่ลูกสมุน... นกตัวนั้นเป็นอาหารสำรองของเจ้าแมวปีศาจตนนั้นต่างหาก!!” 

“ดูนั่นสิ!! ทิศทางที่ติดตามไปนั้นมีศิษย์สายในระดับสูงสุด เปียวเฟยฟง กำลังวิ่งหนีอยู่!! ที่แท้เจ้าแมวปีศาจกำลังจะเล่นงาน เปียวเฟยฟง ที่กล้าปรากฏตัวต่อหน้ามันอีกเป็นครั้งที่สอง อย่างงั้นสินะ!!” 

 

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ดังกระหึ่มขึ้นเบื้องล่าง ไม่มีทางที่ เหยาซาน ซึ่งขึ้นไปอยู่บนหลังวิหคหัวล้านจะได้ยิน... จะมีก็แต่ เฒ่าชีเปลือย ที่ได้ยินทุกสิ่งอย่างแจ่มชัด อดไม่ได้ที่จะแผดเสียงหัวเราะราวกับฟ้าผ่า มือกุมท้องเกลือกกลิ้งกลางอากาศด้วยความชอบอกชอบใจ... 

 

................................................... 

**วันนี้อัพแค่ 1 ตอนนะครับ ไรท์ไม่สบายนิดหน่อย ขออภัยสำหรับผู้ติดตาม** 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว