ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

3 : หาคุณดร.ได้จากที่ไหนครับ [Rewrite]

ชื่อตอน : 3 : หาคุณดร.ได้จากที่ไหนครับ [Rewrite]

คำค้น : หลงกลรัก, นิยายวาย, Mpreg, เพียวไผ่, นักรบ, ทดลองรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 25.2k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ค. 2564 01:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
3 : หาคุณดร.ได้จากที่ไหนครับ [Rewrite]
แบบอักษร

Chapter 3 

Lab love : หาคุณด็อกเตอร์ได้จากที่ไหนครับ 

  

ร่างสูงโปร่งร้อยเจ็ดสิบกว่า ๆในชุดกางเกงขายาวสีดำ เสื้อยืดสีขาว ผิวขาว ๆกระทบแสงแดดดูเปล่งปลั่งเป็นประกาย ดวงตากลมโตมองตึกสูงตรงหน้าตัวเอง ใจดวงน้อยก็เต้นตุ้บตั้บไม่เป็นจังหวะ ไม่รู้จะเรียกว่าตื่นเต้นหรือประหม่า 

"สวัสดีครับ"เพียวไผ่ตรงไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เป็นที่แรกเมื่อทำตัวไม่ถูก เข้ามาภายในตึกแล้วพบว่าความหรูหราภายนอกเทียบไม่ได้กับความหรูหราและใหญ่โตภายใน ไม่มีผู้คนเดินไปมาให้รกตา มุมหนึ่งไกล ๆเห็นมีเด็กนักเรียนในชุดนักเรียนของสถาบันที่ค่าเทอมสูงลิบลิ่วจับกลุ่มก้อน 

"สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่ามาติดต่อเรื่องอะไรคะ"เพียวไผ่ละสายตาจากสิ่งแวดล้อมโดยรอบเมื่อได้ยินเสียงสุภาพสตรีหลังเคาน์เตอร์เอ่ยทักทายขึ้นพร้อมรอยยิ้ม 

"เอ่อ..คือผมมาขอติดต่อเข้าพบด็อกเตอร์นักรบ อิศรศวรครับ"ดวงตากลมโตเป็นประกายเมื่อเอ่ยวัตถุประสงค์ในการมาที่นี่ของตนครั้งแรก หากเพียงแต่หญิงสาวตรงหน้ากลับทำสีหน้านึกฉงน แววตาของเธอมีรอยขบขันเล็กน้อยราวกับว่าความต้องการของเพียวไผ่ดูตลกเสียอย่างนั้น 

"ไม่ทราบว่าได้นัดหมายท่านไว้ไหมคะ ดิฉันจะได้ติดต่อทางเลขาของท่านให้"แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคงทำหน้าที่ของเธออย่างมีมารยาท 

"ม..ไม่ครับ"เพียวไผ่ปฏิเสธ 

"อืม.. ถ้าอย่างนั้นทางเราต้องขอโทษ.."ไม่ทันที่เธอจะได้พูดจบประโยคเพียวไผ่ก็แทรกขึ้นมาเสียก่อน 

"แต่ว่าผมมีเรื่องสำคัญกับด็อกเตอร์นักรบจริง ๆนะครับ"แม้จะรู้ว่าค่อนข้างเสียมารยาท หากแต่เพียวไผ่รู้อยู่แล้วว่าการมาขอพบด็อกเตอร์นักรบครั้งนี้คงจะไม่ได้พบโดยง่าย แต่เขาก็ไม่รู้จะหาวิธีไหนเหมือนกัน 

"ขอโทษจริง ๆค่ะ แต่ถ้าไม่ได้นัดหมายท่านไว้ดิฉันก็ไม่สามารถให้คุณเข้าพบท่านได้ค่ะ"หญิงสาวที่เป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์บอกเสียงอ่อน เมื่อเห็นแววตามุ่งมั่นจากดวงตากลมโต 

"คุณลองติดต่อไปก่อนได้ไหมครับ ติดต่อเลขาของเขาก็ได้ ผมมีเรื่องสำคัญจริง ๆที่จะต้องพบเขา"เพียวไผ่บอกอีกครั้ง 

"ขอโทษด้วยจริง ๆค่ะแต่ว่า..." 

“ผมต้องพบเขาให้ได้ครับ พี่ช่วยผมหน่อยได้ไหมครับ” เพียวไผ่เปลี่ยนสรรพนามคุยกับหญิงสาวเผื่อว่าเธอจะใจอ่อนให้ได้บ้าง แต่คงไม่ง่ายขนาดนั้น 

“ขอโทษด้วยค่ะ การจะติดต่อเข้าพบด็อกเตอร์ดิฉันไม่มีสิทธิ์ทำ 

จริง ๆค่ะ” 

“พี่ครับ” 

“ขอโทษด้วยจริง ๆค่ะ” 

“แต่ว่าผมมีเรื่องด่วนจริง ๆนะครับ พี่พอจะบอกหนทางที่ผมจะได้เข้าไปติดต่อเขาได้ไหมครับ” เพียวไผ่ไม่นึกยอมแพ้ อย่างไรเสียเขาก็ต้องเข้าพบกับด็อกเตอร์นักรบคนนั้นให้ได้ 

“น้องคงต้องติดต่อไปทางเลขาของ...” 

"ผมเข้าพบเพราะผมเป็นคนที่ด็อกเตอร์นักรบจะเอามาทำการวิจัยที่สถาบันทำการวิจัยตอนนี้ครับ" 

"ทำการวิจัย? "เธอขมวดคิ้วอีกครั้ง กวาดมองใบหน้าของเพียวไผ่ 

อย่างพินิจพิจารณาอย่างถี่ถ้วนจนเพียวไผ่นึกอึดอัด 

"เอ่อ...จริง ๆมันเป็นเรื่องสำคัญ ผมบอกคุณไม่ได้ แต่ว่าผมเคยเจอ 

ด็อกเตอร์นักรบแล้ว ถ้า..ถ้า เขาบอกว่าถ้าผมตัดสินใจได้ให้มาที่สถาบันแล้วจะได้พบเขา" 

"เอ่อ..." 

"คุณติดต่อไปทางเลขาของเขาก่อนก็ได้ครับ" 

"...." 

"นะครับ" 

"งั้นรอสักครู่นะคะ ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรคะ" 

"นายเพียวไผ่ จันทร์เทวีครับ” เพียวไผ่บอกชื่อของตัวเองออกไป ดวงตากลมเผยเป็นประกายความหวังเล็ก ๆมองหญิงสาวที่คุยโทรศัพท์อยู่ได้ประมาณสิบนาที เธอก็วางสายแล้วหันมาทำสีหน้าผิดหวัง 

“ดิฉันคงช่วยได้เท่านี้จริง ๆค่ะ หากคุณเป็นแขกของด็อกเตอร์นักรบ คุณคงจะรู้ว่าต้องติดต่อท่านทางไหนไม่ใช่เหรอคะ”เพียวไผ่นิ่งเงียบ 

“โกหกอย่างนี้ไม่น่ารักเลยนะคะ” เธอดุ แม้ในน้ำเสียงนั้นจะดูเอ็นดูชายหนุ่มอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เห็นด้วยกับคำพูดโกหกก่อนหน้านี้ของเพียวไผ่ 

“ผมแค่อยากเจอด็อกเตอร์นักรบครับ” เพียวไผ่พูดเสียงอ่อน 

“น้องเป็นนักศึกษาเหรอ จากมหาวิทยาลัยไหนเหรอคะ ปกติก็มักจะมีหนังสือเชิญท่านไปพูดคุยกับนักศึกษาเรื่องที่ท่านทำวิจัยเยอะแยะ น้องมาจากคณะวิทยาศาสตร์เหรอคะ” เธอถามเพียวไผ่ต่อ 

“เปล่าครับ” เพียวไผ่ส่ายหน้า 

“งั้นก็ยากหน่อยนะคะ เท่าที่พี่รู้มาท่านไม่ใช่คนที่จะหาตัวเจอได้ง่าย ๆด้วยค่ะ ขนาดพี่ทำงานที่นี่มาเกือบสามปีแล้วพี่เคยเห็นตัวจริงของ 

ด็อกเตอร์แค่ครั้งเดียวเองค่ะ” เพียวไผ่เม้มปาก ความหวังดูริบหรี่เต็มทีจะทำอย่างไรถึงจะเจอกับด็อกเตอร์นักรบ อิศรศวรคนนั้น 

“เขาไม่ได้มาที่สถาบันบ่อย ๆเหรอครับ” 

“แหะ ๆเอาความจริงไหมคะ” 

“....” 

“ท่านมาไม่มา บางครั้งพี่ก็ไม่ทราบค่ะ พี่เป็นแค่พนักงานฝ่ายประชาสัมพันธ์ตัวเล็ก ๆไม่รู้เรื่องที่ด็อกเตอร์ท่านไปไหนมาไหนหรอกค่ะ” อีกครั้งที่เพียวไผ่คอตก เป็นอย่างนี้แล้วเขาจะไปตามหาด็อกเตอร์นักรบคนนั้นได้จากที่ไหน 

“ช่วงนี้ที่สถาบันมีนักวิจัยนักวิทยาศาสตร์หลายท่านมาประชุม แต่พี่ไม่รู้ว่าด็อกเตอร์ท่านได้เข้าร่วมรึเปล่า” 

“อย่างนั้นเหรอครับ แล้ววันนี้ล่ะครับมีประชุมรึเปล่า” 

“อันที่จริงที่นี่ก็มีประชุมทุกวันแหละจ้า ประชุมเรื่องเล็ก ๆใหญ่ๆ” เพียวไผ่ยิ้มแห้งแล้วขอตัว ดูเหมือนยิ่งสนทนาก็ยิ่งไม่ได้อะไร เพียวไผ่ถอนหายใจออกมาอีกครั้งก่อนจะเดินเข้าไปในมุมที่เปิดไว้ให้ประชาชนได้เข้าไปศึกษา ภายในโอ่อ่าใหญ่โต มีร่างกายของมนุษย์ อวัยวะชิ้นส่วนที่ถูกดอง 

เรียงรายมากมาย อีกทั้งสัตว์ต่าง ๆนา ๆตั้งแต่ขนาดเล็กและขนาดใหญ่ที่ถูกสตั๊ฟฟ์ไว้และหุ่นจำลอง เรียกได้ว่าเป็นศูนย์การเรียนรู้อนาโตมีของมนุษย์และสัตว์ที่ครบถ้วนเลยทีเดียว 

เพียวไผ่เดินดูหุ่นและอวัยวะมากมายที่ถูกจัดเก็บโชว์ไว้อย่างดีมีประชาชนเดินดูอยู่ด้วยไม่มากนัก ประมาณสิบ ยี่สิบคนเห็นจะได้ แต่เพราะที่นี่ใหญ่มากจึงดูโล่งไปถนัดตา 

สองขาสะดุดกึก มองภาพโฮโลแกรมสามมิติที่ฉายภาพดีเอ็นเอจำลองของมนุษย์ ดวงตากลมมองอย่างสนอกสนใจ เขาไม่เคยมองภาพโฮโลแกรมใกล้ ๆแบบนี้เลยสักครั้ง เพราะในโรงเรียนไม่มีให้ดู 

เพียวไผ่ลองยื่นมือแตะไปที่เปลี่ยนภาพ ภาพโฮโลแกรมดีเอ็นเอค่อย ๆเปลี่ยนเป็นระบบเส้นเลือดในร่างกายมนุษย์ทั้งร่าง ข้าง ๆมีโลหะทรงสูงสี่เหลี่ยมมีชื่อบอกปุ่มและการใช้งาน เพียวไผ่ลองปรับไปที่คำสั่งมือ แล้วลองหมุนมือตัวเองช้า ๆหน้าโฮโลแกรมสามมิตินั้น ปรากฏว่าโฮโลแกรมดังกล่าวก็หมุนช้า ๆให้เห็นอีกด้าน 

ใบหน้าน่ารักยกยิ้มกว้างอย่างมีความสุข ดวงตากลมโตเป็นประกายปิดไม่มิด ราวกับว่าเจ้าตัวจะลืมความตั้งใจของตัวเองไปแล้ว กระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้ารีบร้อนกับเสียงกระซิบเบา ๆที่เดินผ่านตัวเอง 

“เอ๊ะ คนนั้นนี่” แผ่นหลังของผู้ชายคนหนึ่งเดินผ่านเพียวไผ่จนต้องเดินตาม ชายคนนั้นตรงไปยังห้องน้ำ เพียวไผ่ก็เดินตามไปแต่ก็หาไม่เจอแล้ว ครั้นจะเดินออกก็ได้ยินเสียงจากห้องน้ำห้องหนึ่งจึงหยุดนิ่งเพื่อฟัง 

“ผมทำเอกสารหาย คุณกันครับ...คือ” 

“ผมขอโทษครับ ยังไงผมจะหาเอกสารคืนด็อกเตอร์โดยเร็วครับ” 

“คุณกันครับ ด็อกเตอร์...ด็อกเตอร์จะไล่ผมออกจากงานไหมครับ” 

“ค..ครับ ๆๆยังไงผมต้องหาให้ได้ภายในวันนี้แน่นอนครับ” 

เสียงบทสนทนาในห้องน้ำเงียบไปครู่ใหญ่แล้ว เพียวไผ่ยิ้มกว้างออกมา เมื่อเห็นคนที่ตนรอเดินออกจากห้องน้ำด้วยสีหน้าหมดอาลัย ตายอยากก็เริ่มเห็นความหวังของตัวเองมากขึ้น 

“เอกสารที่ว่าน่ะ คือการวิจัยด้านพันธุกรรมมนุษย์กับการตั้งครรภ์ของบุรุษเพศรึเปล่าครับ” จบประโยคของเพียวไผ่ชายคนดังกล่าวก็หันควับพร้อมเบิกตากว้างราวกับเห็นผีอย่างไรอย่างนั้น 

“เธอเป็นใคร แล้วรู้เรื่องการวิจัยนั่นได้ยังไง” เพียวไผ่ไม่ตอบทำเพียงยกยิ้มบางๆ 

“เอ๊ะ เธอ...หน้าคุ้น ๆ” 

“ผมเก็บเอกสารที่คุณทำหล่นได้ครับ” อีกครั้งที่ชายคนนั้นเบิกตากว้าง สีหน้าที่หมดอาลัยตายอยากเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น ค่อย ๆคลี่ยิ้มอย่างมีความหวัง ปรี่มาหาเพียวไผ่ 

“เอกสารนั้นอยู่ไหน เอาเอกสารนั้นมาคืนให้ฉัน แล้วฉันจะจ่ายค่าตอบแทนที่เธอเก็บเอกสารมาเอง” เพียวไผ่ส่ายหน้า 

“ผมไม่ต้องการครับ” 

“แล้วเธอต้องการอะไร คืนเอกสารมาเถอะ มันสำคัญมากถ้าหายไปฉันคงถูกเรียกร้องค่าเสียหายเป็นล้านเลยนะ” 

“เอกสารพวกนั้นมีค่ามหาศาลขนาดนั้นเลยเหรอครับ” 

“ก็ใช่น่ะสิ รู้ไหมว่าการวิจัยนั่นด็อกเตอร์บอกว่าหากมีผู้ชายตั้งครรภ์ได้จริง ๆมันจะเป็นงานวิจัยชั้นเยี่ยมของด็อกเตอร์ โอ้ย! ให้ตายเถอะ ฉันพูดอะไรให้เธอฟังเนี่ย มันเป็นความลับทั้งนั้นนะ” 

“ความลับเหรอครับ” 

“ก็ใช่น่ะสิ ที่นี่จะทำการวิจัยและทดลองผู้ชายตั้งครรภ์เป็นที่แรกในเอเชีย อีกแล้ว... เธออย่ามาจ้องตาใสแล้วล้วงข้อมูลจากฉันนะ เอาเอกสารนั้นมาคืนเถอะ” คราวนี้แววตาของชายคนนั้นอ้อนวอนเพียวไผ่อย่างเห็นได้ชัด เพียวไผ่เม้มปาก กระพริบตาปริบ ๆสองสามครั้ง 

“จะคืนให้ครับ” 

“ดี” 

“แต่จะคืนให้ด็อกเตอร์นักรบด้วยตัวเองครับ” ชายดังกล่าวไม่คิดว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าล้อเล่นกับเขาตั้งแต่แรกในเมื่องานวิจัยนี้เป็นความลับสุดยอดมีไม่กี่คนในสถาบันที่รู้เรื่องนี้ และแน่นอนมันไม่ควรถูกเปิดเผยหากผู้ที่เปิดเผยไม่ใช่เจ้าของโครงการวิจัยและทดลองเสียเอง 

“เธอว่ายังไงนะ” 

“ผมจะเอาเอกสารพวกนั้นคืนด็อกเตอร์นักรบเอง หากผมเข้าไปพบเขาไม่ได้ ผมก็จะไม่คืนให้ครับ” 

“ไม่ได้หรอก คืนให้ฉันเถอะ” 

“ไม่ครับ พี่พอจะบอกได้ไหมว่าพอมีวิธีไหนเข้าไปหาด็อกเตอร์นักรบได้บ้าง” แววตามุ่งมั่นและคาดเค้นทำให้ชายที่มีอายุเยอะกว่าได้แต่มองดวงตาใสนิ่ง ตากลมใส ใบหน้าขาวผ่องและน่ารักช้อนเงยหน้าจ้องตนไม่ละสายตา ดูใสซื่อน่าทะนุถนอมไปเสียหมด แต่เวลานี้คนที่อายุเยอะกว่ากลับเขินดวงตากวางนั้นเอาเสียดื้อ ๆ 

“อะ...เอ่อ..” 

“ด็อกเตอร์โกรธพี่มากเลยใช่ไหมครับที่ทำเอกสารสำคัญของด็อกเตอร์หาย” ชายคนนั้นพยักหน้า ดวงตาไม่ละจากใบหน้าน่ารักราวกับตกอยู่ในภวังค์ โอ๊ย!พ่อแม่ปู่ย่าตายายเกิดมายังไม่เคยเจอผู้ชายน่ารักจนเขินขนาดนี้ 

“พี่ชื่ออะไรครับ” 

“วิษนุ เรียกฉันว่านุก็ได้”เขินตากลม ๆคนอื่น ๆที่อยู่ใกล้กับผู้ชายน่ารักคนนี้มีชีวิตรอดจากความน่ารักอย่างรุนแรงนี้มาได้อย่างไรกันนะ 

“พี่นุทำงานกับด็อกเตอร์นักรบเหรอครับ” คราวนี้วิษนุก้าวเท้าตามเพียวไผ่ที่เดินออกจากห้องน้ำ 

“เปล่าหรอก พี่เป็นเลขาของเลขาด็อกเตอร์อีกทีน่ะ” 

“พี่นุไม่ต้องห่วงนะครับ ถ้าผมเอาเอกสารคืนให้ด็อกเตอร์ด้วยตัวเองได้จริง ๆผมจะทำให้ด็อกเตอร์หายโกรธพี่นุให้ได้เลย” 

“ฮะ ๆๆตลกแล้ว ไม่รู้เหรอว่าเวลาด็อกเตอร์โมโหน่ะ น่ากลัวขนาดไหน ไม่ต้องโมโหหรอก ขนาดเวลาปกติยังน่ากลัวเลย” คนพูดทำท่าขนลุกขนพอง 

“เขาน่ากลัวมากเลยเหรอครับ” 

“น่ากลัวสิ” 

“แต่ผมไม่กลัว ผมดูรูปด็อกเตอร์ในกูเกิ้ลไม่เห็นน่ากลัวสักนิด หล่ออีกต่างหาก” เพียวไผ่พูดพลางระบายยิ้มแล้วหยุดเท้า หันไปทางวิษนุพูดน้ำเสียงจริงจังอีกครั้ง 

“ทีนี้พี่บอกผมได้แล้วหรือยังครับว่าผมจะเข้าไปหาด็อกเตอร์ได้ยังไงบ้าง” 

“น้องเอาจริงเหรอ” เพียวไผ่พยักหน้า 

“เอาจริง ๆพี่ก็ไม่รู้ แหะๆ” 

“ว่ายังไงนะครับ” เสียเวลาอีกแล้วเหรอเนี่ย 

“ไม่ใช่ใครก็จะเข้าพบด็อกเตอร์ได้ง่าย ๆแม้แต่พี่เอง ก็ไม่เคยติดต่อด็อกเตอร์โดยตรง” เพียวไผ่คอตกอีกครั้งก่อนจะเบิกตากว้างอย่างดีใจกับประโยคถัดมา 

“แต่ว่าหัวหน้าของพี่เคยพูดว่า ด็อกเตอร์ชอบไปที่ที่หนึ่ง” วิษนุก้มกระซิบเบา ๆบอกสถานที่ดังกล่าว อีกครั้งที่ตากวางเบิกกว้าง 

“ผับเหรอครับ” วิษนุพยักหน้า 

“น้องคงต้องเสี่ยงดวงเอาว่าคืนนี้ด็อกเตอร์จะไปผับนั้นไหม แต่ผับนั่นเป็นที่เดียวที่ด็อกเตอร์ไปเวลาเขาเลือกที่สังสรรค์ พี่เองก็เคยตามหัวหน้าไปที่นั่น แต่ก็ไม่เคยได้คุยกับด็อกเตอร์เลยสักครั้ง” 

  

เพียวไผ่ถอนหายใจเบา ๆตอนนี้เกือบสองทุ่มแล้ว เขามาอยู่หน้าร้านกึ่งผับกึ่งคลับกึ่งบาร์เพียวไผ่แยกไม่ออก หลังจากที่ตกลงกับวิษนุว่าเอาเอกสารมาคืนด็อกเตอร์นักรบได้เมื่อไหร่จะติดต่อกลับไป แม้อีกฝ่ายจะพยายามหว่านล้อมให้ส่งเอกสารคืนกลับไปก็ตาม 

เหล่าผีเสื้อราตรีเริ่มเข้าสู่สถานบันเทิงมากขึ้นเรื่อย ๆเพียวไผ่ไม่เคยเข้ามาก่อนได้แต่ยืนกำชายเสื้อตัวเองแน่น วิษนุให้นามบัตรของหัวหน้าตัวเอง ซึ่งเป็นเลขาของด็อกเตอร์นักรบ บอกว่ามันจะช่วยให้เขาเข้ามาที่นี่ได้ง่ายขึ้น 

ด็อกเตอร์กันทิมา ดาวพุ่ม 

เพียวไผ่มองนามบัตรเล็ก ๆในมือของตัวเอง ก็ถอนหายใจออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า เดินเตะฝุ่นไปมาไม่กล้าเข้าไป เปิดโทรศัพท์ดูเวลาก็ปาเข้าสี่ทุ่มแล้ว เสียเวลาตั้งมากมายหลายชั่วโมงแล้วไม่ควรปอดแหก ตัดสินใจได้แล้ว ขาเล็กก็ก้าวเข้าไปอย่างไม่รีรอราวกับบัตรวิเศษ แค่เพียวไผ่ยื่นนามบัตรใบนั้นที่วิษนุให้มาเขาก็เข้ามาที่นี่ได้ง่าย ๆ เข้ามาแล้วก็ไม่รู้แล้วว่าตัวเองมาอยู่มุมไหนของร้าน เพราะจู่ ๆก็โดนผู้ชายกับผู้หญิงสองคนลากตัวมาอย่างงุนงง ถามอะไรไปทั้งสองก็ไม่ตอบ ดูวุ่นวายราวกับมีงานมากมายเหลือเกิน 

“นี่น้องเอาชุดนี้ไปเปลี่ยนเร็ว ๆเข้า มาก็สาย รู้ไหมคุณนักรบมารอนานแค่ไหนแล้ว” เพียวไผ่ย่นคอ สีหน้างุนงงอย่างแท้จริงไม่ได้เสแสร้ง เสื้อผ้าสีขาวชมพู เนื้อผ้าบาง ๆถูกยัดใส่มือ 

“คือ..ผมแค่ถามว่าคุณนักรบเขา....” 

“ก็นี่ไง เร็ว ๆเข้า ต้องเข้าไปพบคุณนักรบไม่ใช่รึไง มาก็สาย รอให้คุณตรีมาบ่นรึไง รีบไปเปลี่ยนซะ” 

“แต่นี่มันเสื้อผู้หญิงนะครับ” 

“ก็นี่คือเสื้อที่คุณตรีบอกว่าต้องใส่ ขืนช้าอีกหนึ่งนาทีเดี๋ยวส่งให้คนอื่นไปพบคุณนักรบแทน” 

“คะ..ครับ ๆผมไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้” 

  

“คือพี่ครับ...เสื้อนี่มัน” ตอนนี้เพียวไผ่เองก็มึนงงกับสถานการณ์ที่เกิดกับตนเองจับต้นชนปลายไม่ถูก ใช้บัตรที่วิษนุให้มาเพื่อเข้ามาที่นี่ เข้ามาก็ถูกส่งตัวมาเป็นทอด ๆจนมาถึงห้องแต่งตัวนี้และตอนนี้เขาก็ต้องสวมชุดเดรสสั้นเหนือเข่า เกาะอก สีชมพูขาวเพื่อเข้าไปพบด็อกเตอร์นักรบ ผู้ชายกับผู้หญิงที่ลากเขาพร้อมยัดเสื้อผ้าเดรสนี้ให้ มองเขาแล้วอ้าปากค้างไปครู่ใหญ่ 

ไม่ใช่แล้ว! นี่มันแปลกเกินไปแล้ว หรือว่าวิษนุจะแจ้งคุณเลขาของ 

ด็อกเตอร์ที่ชื่อกันทิมา แล้วคุณเลขาคนนั้นก็อาจจะแจ้งด็อกเตอร์ว่าเขาขอพบ เพราะคนที่ให้เขาไปเปลี่ยนชุดถามว่ามาที่นี่เพื่อพบด็อกเตอร์ไม่ใช่เหรอ อ่า...อาจจะเป็นอย่างนั้น เขามาที่นี่เพื่อมาพบด็อกเตอร์นักรบ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องใส่ชุดเดรสเกาะอกอันนี้ด้วย เขาอายจะแย่อยู่แล้วนะ! 

  

ขาเรียวยืนสั่นอย่างประหม่าในห้องกว้าง ไม่ไกลนักมีเตียงกว้าง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากมายที่โซฟาอีกฝั่ง หากแต่ไม่เห็นร่างของคนที่ชื่อด็อกเตอร์นักรบเลยแม้แต่เงา จู่ ๆก็มีคนบอกว่าด็อกเตอร์นักรบรออยู่ที่ห้องนี้ ให้เขารีบเขามาพบได้แล้ว 

‘ไม่คิดว่าคุณนักรบจะเปลี่ยนรสนิยมแล้ว เขายังดูเด็กเกินไป’ นี่คือเสียงตามไล่หลัง หลังจากที่เพียวไผ่ได้แต่งุนงง รสนิยมให้คนเข้าพบกับชุดเดรสเนี่ยนะเหรอ พึลึกคนแท้ 

_________ 

เอ้ะ น้อนเพียว เดี๋ยวนะ ทำไมหนูต้องใส่ชุดเดรสสสส 

แงงงงงหวงงงง 555 

แก้ไขครั้งที่ 1 27 ธันวาคม 2563 

แก้ไขครั้งที่ 2 11 กรกฎาคม 2564 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว