ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

4.อนาคตที่มืดมน

ชื่อตอน : 4.อนาคตที่มืดมน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 389

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ต.ค. 2563 10:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
4.อนาคตที่มืดมน
แบบอักษร

ชานเมืองหลันหลิน

ครอบครัวของเหย่เตี๋ยนั้นแทบจะไม่เหลือสมบัติอะไรอีกแล้ว นอกจากกี่ทอผ้า เนื่องจากแปลงหม่อนกับโรงเลี้ยงหนอนไหมอสูรถูกทำลายไปแล้ว ถึงจะมีหนอนไหมอสูรบางส่วนที่เหลือรอดก็ตาม แต่เส้นใยไหมก็ไม่น่าเพียงพอที่จะทอผ้าไหมบริสุทธิ์ต่อได้ด้วย เขาจึงตัดสินใจปล่อยหนอนไหมอสูรที่เหลืออยู่กลับเข้าสู่ป่ากัลปพฤกษ์ไปแทน

และเพื่อไม่ต้องการให้ผ้าไหมบริสุทธิ์ที่ตนรักต้องมาแปดเปื้อนอีก เหย่เตี๋ยจึงตัดสินใจเลิกทอผ้าไหมบริสุทธิ์ไปเลย... เหลือไว้แค่การทอผ้าไหมธรรมดาและการปักลายเพื่อที่จะใช้ดำรงชีพต่อ

“พี่เหย่เตี๋ยขอรอรับ พวกเราจะเลิกทอผ้าไหมบริสุทธิ์กันจริง ๆ หรือขอรับ?” เหย่ซวินได้เอ่ยถามญาติผู้พี่ของตนขึ้นทันที เพราะที่ผ่านมาพวกเขานั้นก็ได้ใช้ผ้าไหมบริสุทธิ์ในการเลี้ยงชีพมาโดยตลอดนั่นเอง

“มันก็ช่วยมิได้นะอาซวิน ขืนพวกเราดื้อดึงทอผ้าไหมกันต่อ สุดท้ายก็คงจะมิพ้นเป็นเช่นเดิมอีก” เหย่เตี๋ยได้เอ่ยบอกญาติผู้น้องออกไป

“ด้วยเหตุอันใดหรือขอรับ ตัวข้านั้นยังมิเข้าใจในสิ่งที่ท่านพี่เตี๋ยต้องการบอกเลย?” เหย่ซวินได้เอ่ยถามกลับมาอีกครั้ง

“ก็ผู้ที่ต้องการผ้าไหมบริสุทธิ์นั้น เป็นผู้ที่มีอำนาจ หากพวกเรามิขายให้มิใช่สิต้องบอกว่ามิมอบให้ พวกเขาก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อบีบคั้นเอามันไปจากพวกเรา ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม” เหย่เตี๋ยตอบออกไปอย่างเศร้า ๆ เพราะเขารักในพวกหนอนไหมอสูรมาก ๆ นั่นเอง แต่ตอนนี้ต้องปล่อยพวกมันเข้าป่าไปหมดแล้ว... และยังต้องหาทางเลี้ยงครอบครัวด้วยวิธีอื่นอีกด้วย

“คนพวกนั้นจะฆ่าพวกเรา ดังที่ได้ฆ่าท่านอาทั้ง2คนไหมขอรับ?” เหย่ซวินได้เอ่ยถามขึ้นมาอีก ทำเอาเหย่เตี๋ยกระตุก หยุดกาคเคลื่อนไหวทุกอย่าง และน้ำตาก็เริ่มไกลออกมาจากตาทั้งสองข้างทันที เหย่เตี๋ยพยายามที่จะกลั่นน้ำตาเอาไว้แล้ว... แต่มันก็เหมือนราวกีบว่ามีน้ำจากส่วนไหนในร่างกายก็ไม่ที่รู้ที่มันพยายามจะไหลออกมาอยู่ตลอดเวลาเลยทีเดียว ยิ่งพูดถึงพ่อแม่ของเหย่เซียวขึ้นมาเหย่เตี๋ยก็ยิ่งเจ็บปวด ประดุจมีคนเอามีดมากรีดกลางดวงใจ

ถึงแม้ว่าสาเหตุการตายของพ่อแม่ของเหย่เซียวนั้นจะไม่เกี่ยวข้องกับเขาโดยตรงก็ตาม แต่ส่วนนึงก็เป็นผลมาจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเหย่เตี๋ย และเหย่เตี๋ยเองก็ไม่เคยคาดมาก่อนเลยว่า... มนุษย์ที่เหมือนกันแต่กับเอารัดเอาเปรียบกันจนเรียกได้ว่าแทบจะไม่เหลือความเป็นมนุษย์ ซึ่งทั้งนี้ทั่งนั้นก็เนื่องมาจาก ผลประโยชน์ และอำนาจ ความลุ่มหลงที่อยู่ภายในใจของมนุษย์ผู้ไม่รู้จักพอมันน่ากลัวยิ่งนัก และนั่นมันก็ทำให้เหย่เตี๋ยเสียคนที่เขารักไปถึง2คนมาแล้วนั่นเอง เพราะว่าพ่อแม่ของเหย่เซียวพยายามที่จะออกมาปกป้องพวกหนอนไหมอสูร ทำให้พวกเฒ่าแก่ร้านผ้าไหมใจร้ายได้สั่งให้ลูกน้องของตน ทำการสังหารคนทั่งคู่ทิ้งและเพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เหย่เตี๋ยจึงเลือกที่จะเดินออกมาจากจุดนั้น...

“ข้ามิแน่ใจอาซวิน ข้าถึงเลือกที่จะมาให้ห่างจากพวกคนพาลเหล่า แม้ว่าจะต้องเลิกทำให้ที่ข้ารักอย่างการเลี้ยงหนอนไหมอสูรก็ตาม” เหย่เตี๋ยได้บอกญาติผู้น่องของเขาออกไป เพราะสำหรับเหย่เตี๋ยแล้วนั้นครอบครัวจะต้องมาก่อนสิ่งอื่น ๆ นั่นเอง

ในขณะที่เหย่ได้วางแผนชีวิตใหม่นั้น แม่ของเหย่เตี๋ยก็ดันมามีป่วยหนักขึ้นมาพร้อม ๆ กับพ่อแม่ของเหย่ซวินผู้เป็นอาของเขาในเวลาไล่เลี่ยกัน ซึ่งทางเหย่เตี๋ยได้ให้หมอมาดูแลรักษาและกินยาเท่าไรทุกคนก็ไม่มีอาการที่ดีขึ้นไปกว่าเดิมเลยแม้แต่น้อย... และที่สำคัญนั้นคือทั้ง3คนมีอาการคล้ายกัน คือหน้าซีดขาว ตาคล้ำ ร่างกายไร้เรี่ยวแรง ไอเป็นระยะตลอดเวลา และก็มีอาการทรุดลงอยู่เรื่อย ๆ จากนั้นก็จะกลับมามีอาการเหมือนจะแข็งแรงแต่ก็ทรุดลงอย่างรวดเร็ดเร็วอีกในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน สร้างตกใจให้เหย่เตี๋ยกับเด็ก ๆ ไม่น้อย

ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มทำเอาเหย่เตี๋ยมืดแปดด้าน เพราะวิธีหาเงินก็ไม่มี เนื่องจากการทอผ้าไหมขายก็ต้องหมดไปกับการซื้อยามารักษาญาติรวมทั้งแม่ของเหย่เตี๋ยเองด้วย อีกอย่างเงินทองที่มีอยู่นั้นก็เริ่มร่อยหรอลงไปเรื่อย ๆ จนทำให้เหย่เตี๋ยเองก็เริ่มเครียดมากขึ้นในระดับนึง แต่ก็ไม่อาจจะดื้อดึงทอผ้าไหมบริสุทธิ์ขายต่อไป มันก็อาจจะเกิดเหตุการณ์เดิมซ้ำอีกก็ได้ เป็นสถานการณ์ที่ทำให้เขาต้องหาทางช่วยครอบครัวให้ดำเนินต่อไปให้ได้

บางทีเหย่เตี๋ยก็แอบไปร้องไห้คนเดียวอยู่หลายต่อหลายครั้ง เนื่องจากโชคชะตานั้น ดูเหมือนจะเล่นตลกกับตลอดเวลา เหมือนชีวิตจะดีและก็มีร้าย ๆ เข้ามาตลอด จนบางทีเหย่เตี๋ยก็คิดอยากจะหลุดพ้นจากโลกนี้ไปให้รู้แล้วรู้รอดเลยทีเดียว แต่เขาก็ได้แต่คิดเพราะหากขาดเหย่เตี๋ยไปคนที่เหลืออยู่ข้างหลังก็มีแต่ความตายเท่านั้นที่รอพวกเขาอยู่เช่นกัน

แม่ของเหย่เตี๋ย และพ่อแม่ของเหย่ซวินนั้น หากไร้ซึ่งยาที่กินเข้าไปทุกวันนี้ก็คงยากที่จะยื้อชีวิตของพวกเขาทั้ง3คนเอาไว้ได้ ซึ่งเงินซื้อยานั้นก็ไม่ได้มาจากใครที่ไหนนอกจากเหย่เตี๋ยคนเดียว ส่วนญาติผู้น้องทั้ง2คนก็เด็กเกินกว่าที่จะเลี้ยงดูครอบครัวได้สุดท้าย เด็กอย่างพวกเขาก็คงต้องขายตัวเป็นทาสในท้ายที่สุด ด้วยเหตุจึงทำให้เหย่เตี๋ยต้องต่อสู้กับชะตาชีวิตต่อไปถึงแม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมาเขาก็จะตายไม่ได้เพื่อคนที่อยู่ข้างหลังของเขาทุกคนนั่นเอง...

ข่าวการหายตัวของเถ้าแก่ร้านผ้าไหมได้แพร่ออกไปทั่วเมืองหลันหลินอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่า... เถ้าแก่ร้านผ้าไหมกับลูกน้องนั้นหายไปไหน ทางด้านคนของเจ้าเมืองก็ได้ออกตามหาไปจนทั่ว ถึงจะมีเบาะแสว่าเถ้าแก่ร้านผ้าไหมกับลูกน้องได้มาที่ระแวกบ้านตระกูลเมิ่ง แต่พอคนของเจ้าเมืองมาตรวจดูแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร นอกจากซากพังของโรงเลี้ยงและแปลงกับสิ่งก่อสร้างที่ถูกไฟเผาบางส่วน

ศพของเถ้าแก่ร้านผ้าไหมกับลูกน้องถูกหมาป่าทมิฬฝูงใหญ่คาบเข้าไปในป่ากัลปพฤกษ์เรียบร้อยแล้วหลังต่อสู้ ทำให้ไม่เหลือร่องรอยอะไรให้สาวมาถึงพวกเหย่เตี๋ยได้เลยแม้แต่น้อย... เนื่องจากไม่มีหลักฐานว่าเหย่เตี๋ยเป็นคนฆ่าเถ้าแก่ร้านผ้าไหมกับลูกน้อง ท่านเจ้าเมืองก็เลยต้องปล่อยเหย่เตี๋ยไปเพราะไม่มีหลักฐานมัดตัว และอีกอย่างเหย่เตี๋ยก็ไม่ได้เป็นคนลงมืิอทำด้วย... เขาจึงรู้สึกว่า...ชีวิตก็ยังพอมีความเป็นธรรมอยู่บ้าง ถึงแม้ว่าจะไม่มากก็ตาม

ถึงคนของท่านเจ้าเมืองหลันหลินจะเลิกราคดีความนี้ไป แต่พ่อค้าชาวแดนสวรรค์ก็มีความสามารถที่จะสืบเสาะข้อมูลจนติดตามมาถึงบ้านตระกูลเมิ่ง และได้สืบหาช่างทอผ้าไหมบริสุทธิ์ที่ทอผ้้าส่งร้านผ้าไหมอย่างเหย่เตี๋ยจนเจอ เพื่อที่จะขอทำธุรกิจซื้อผ้าไหมบริสุทธิ์จากเหย่เตี๋ยโดยตรง แต่ทางเหย่เตี๋ยก็ได้ปฏิเสธในทันที อันเนื่องมาจากเขาไม่มีหนอนไหมอสูรเหลือพอที่จะทอผ้าไหมบริสุทธิ์อีกต่อไป

เหย่เตี๋ยก็รู้ว่าพ่อค้าจากดินแดนสวรรค์ผู้นี้ เป็นคนของสภาสวรรค์ที่พ่อแม่ของเหย่เตี๋ยสั่งเอาไว้ว่าห้ามสมาคมด้วยโดยเด็ดขาด เพราะคนเหล่านี้ไม่เคยผูกมิตรกับใครจริง พวกเขาจะหวังแต่ประโยชน์ที่พวกเขาพึงจะได้รับเท่านั้น และเมื่อการเจรจาล้มเหลวลงอีกฝ่ายก็แสดงตนเหมือนจะเป็นภัยคุกคามขึ้นมาทันที

“ข้าก็แค่มาขอซื้อผ้าไหมบริสุทธิ์โดยตรงเท่านั้น เหตุใดพวกเจ้าถึงได้พากันเล่นตัวมากนัก?” พ่อค้าชาวดินแดนสวรรค์ได้เอ่ยขึ้นอย่างมีอารมณ์โมโหนิด ๆ

“ข้านั้นก็ได้แจ้งท่านไปตามความสัตย์จริงแล้วว่า... ข้ามิมีหนอนไหมอสูรในครอบครองอีกแล้ว มันถูกทำลายไปพร้อมเฒ่าแก่ร้านผ้าไหมมาเผาบ้านของข้าแล้ว” เหย่เตี๋ยตอบออกไปแบบไม่ได้โกหกแต่เขาก็ไม่ได้พูดความจริงทั้งหมดเช่นกัน และพ่อค้าจากดินแดนสวรรค์ได้ดูรอบ ๆ ก็รู้ว่ามีเหตุการณ์ไฟไหม้เกิดขึ้นที่นี่จริง ๆ เพราะรอยไหม้ต่างๆ ยังเป็นรอยใหม่ ๆ อยู่เลยรวมทั้งยังมีกลิ่นไหม้จาง ๆ เหลืออยู่ด้วย

“เจ้าก็เลี้ยงพวกมันขึ้นมาใหม่ได้นี่นา ด้วยฝีมือเจ้าแล้ว เรื่องนี้ก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถของเจ้าแต่อย่างใดนี่นา” พ่อค้าจากดินแดนสวรรค์พยายามใจเย็นและเลือกที่จะเกลี้ยกล่อมเหย่เตี๋ยต่อไป เพื่อที่จะให้เหย่เตี๋ยกลับมาทอผ้าไหมบริสุทธิ์ให้ตน ดีไม่ดีหากเกลี้ยกล่อมสำเร็จเหย่เตี๋ยอาจจะเลี้ยงหนอนไหมธาตุและทอผ้าไหมธาตุให้เขาได้ด้วยนั่นเอง

“ข้าจะมิกลับไปเลี้ยงหนอนไหมอสูรอีกแล้ว ท่านมิต้องมามาเสียเวลาเจรจาอีกแล้ว แต่ถ้าอยากได้ผ้าไหมธรรมดาทั่วไปก็เชิญที่ร้านขายผ้าไหมในเมืองหลันหลิน เพราะข้ามีสัญญาต้องส่งผ้าไหมไปขายที่นั่น” เหย่เตี๋ยได้บอกให้พ่อค้าจากดินแดนสวรรค์ตัดใจซะ เพราะอย่างไรเขาก็จะไม่กลับไปเลี้ยงหนอนไหมอสูรให้พวกสภาสวรรค์ได้ใช้ประโยชน์จากเขาอีกเด็ดขาด

“คนตระกูลเมิ่งอย่างพวกเจ้านี่ มันช่างพูดยากเสียจริง ๆ เลย แค่เลี้ยงหนอนไหมอสูรและทอผ้าไหมบริสุทธิ์นั้นมันก็มิได้ยากอะไร พวกเจ้าทำยังกะเป็นเรื่องคอขาดบาดตายไปได้” พ่อค้าจากดินแดนสวรรค์ได้เอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้เหย่เตี๋ยรู้สึกจุกเข้าที่ทรวงอกในทันที

“มันมิใช่เรื่องคอขาดบาดตายเช่นนั้น แต่ข้าว่าเพราะเรื่องผ้าไหมธาตุและผ้าไหมบริสุทธิ์นี่แหละที่ทำเอาข้าแทบจะต้องตายมาถึง2ครั้ง2คราแล้ว ท่านยังมีหน้ามาบอกว่า... มิใช่เรื่องคอขาดบาดตายอีกหรือ?” เหย่เตี๋ยขึ้นเสียงตอบกลับไปทันที ทำเอาพ่อค้าจากดินแดนสวรรค์ตกใจอยู่ไม่น้อยถึงความโกรธที่อยู่ในคำพูดของเหย่เตี๋ย และพลังปราณธาตุความมืดที่เต็มได้ด้วยความกราดเกรี้ยวภายในตัวของเหย่เตี๋ยที่เกิดขึ้น ซึ่งบ่งชี้ให้เห็นว่าเหย่เตี๋ยผู้เขากำลังสนทนาด้วยนั้นมีปราณลี้ลับ ไม่เป็นการดีที่เขาจะอยู่ที่นี่ต่อพ่อค้าจากดินแดนสวรรค์คิดในใจ

“เจ้าจงจำเอาไว้คนตระกูลเมิ่ง พวกเจ้าได้เลือกอนาคตที่มืดมนด้วยตัวเอง การมิให้ความร่วมมือจากสภาสวรรค์จะนำจุดจบมาสู่ตัวของเจ้าและตระกูลเมิ่งอีกครั้งนึงอย่างแน่นอน” พ่อค้าจากดินแดนสวรรค์ได้ขู่ขึ้น ทำให้เหย่เตี๋ยเริ่มที่จะหมดความอดทน

“ก็เพราะว่าพวกท่านเป็นแบบนี้ยังไงล่ะ ถึงมิมีผู้ใดอยากจะช่วยสภาสวรรค์ พวกท่านใช้เป็นแต่อำนาจในการบังคับ จงระวังตัวเอาไว้เถิดสักวัน พวกท่านนั่นแหละที่จะเป็นฝ่ายถูกกำจัดจนมิเหลือตัวตนให้คนได้จดจำ” คำพูดของเหย่เตี๋ยบ่งบอกให้รู้ว่าเขาก็เป็นผู้ที่มีสติปัญญาคนนึง จนทำให้พ่อค้าที่มาจากสภาสวรรค์นั้นไม่กล้าลงมือ เพราะปราณด้านมืดของเหย่เตี้ยได้ก่อตัวขึ้นโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวแต่อย่าง พ่อค้าที่มาจากสภาสวรรค์รู้ดีว่าหากพลังปราณแบบนี้ระเบิดขึ้นมา เหย่เตี๋ยจะทำตามสัญชาตญาณดิบทันที นั่นอาจจะหมายถึงการที่เหย่เตี๋ยอยากให้เขาตายรวมอยู่ด้วย เขาจึงต้องหาทางออกให้ตัวเองรอดจากสถานการณ์นี้ให้ได้

“ก็ได้ถ้าเจ้ามิทอผ้าไหมบริสุทธิ์อีกแล้ว ข้าก็จะรายงานเบื้องบนตามนั้น แต่ถ้าหากเจ้ากลับมาทอแล้วมิขายให้ทางสภาสวรรค์ของเรา วันนั้นเจ้าจะได้รู้จักอำนาจมืดของสภาสวรรค์อย่างแน่นอน” ชายคนที่เป็นตัวแทนสภาสวรรค์และมาในนามพ่อค้าผู้นั้นได้เอ่ยขึ้น ทำให้เหย่เตี๋ยใจเย็นลงมาได้เป็นอย่างมาก

“ข้าจะทอหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของข้า แต่ตอนนี้ข้าไม่มีหนอนไหมอสูรแล้ว ข้าจะจะมิทอผ้าไหมบริสุทธิ์อีก แต่จะทอผ้าไหมธรรมดาแทน” เหย่เตี๋ยได้ตอบไปอย่างเสียงแข็ง จนพ่อค้าจากทางสภาสวรรค์ยอมถอยไปแต่โดยดี อันที่จริงชายผู้นั้นกลัวปราณลี้ลับของเหย่เตี๋ยมากกว่า... แต่ไม่กล้าพูดความจริงออกมาและกลัวจะเสีย และสร้างความเสื่อมเสียต่อสภาสวรรค์ของหาวิธีเอาตัวรอดก็เท่านั้นเอง

ชายผู้นั้นจากไปสักครู่ เหย่ซวินที่ดูแลพ่อแม่อยู่ตามคำสั่งของเหย่เตี๋ยก็ได้ออกมาจากบ้านของตน แล้วถามกับเหย่เตี๋ยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด เหย่เตี๋ยเองก็ไม่คิดที่จะปิดบังญาติผู้น้อง เขาจึงเล่าเรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ ให้ญาติผู้น้องอย่างเหย่ซวินฟังทุกอย่าง...

“ทำชีวิตพวกเราถึงมีแต่ความมืดมนจากคนเห็นแก่ตัวพวกนี้ไม่มีที่สิ้นสุดนะ” เหย่ซวินได้เอ่ยขึ้นอย่างท้อแท้ใจ

“ก็คิดเสียว่าชดใช้กรรมเก่าให้มันหมด ๆ ไป จะได้เจอชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม แค่นั้นก็พอ” เหย่เตี๋ยพยายามมองโลกในแง่ดีเข้าไว้และสอนเหย่ซวินญาติผู้น้องออกไป

“จริงด้วยนะขอรับ เราก็แค่รีบใช้กรรมเก่าให้มันหมด ๆ ไปก็เท่านั้นเอง” เหย่ซวินก็ได้เอ่ยขึ้นพร้อมยิ้มแห้ง ๆ ออกมา จากนั้นทั้งสองคนก็ไปช่วยกันรดน้ำพืชผักกันต่อ...

 

 

 

 

 

_____________________________

作成:令和21028

หายไปหลายวันเพราะงานยุ่งมาก ๆ ครับ เลยอยู่ที่เรื่องเมนแค่เรื่องเดียว แล้วใช้เวลาช่วงพักเที่ยงของแต่ละวันมาเขียนเรื่องนี้ วันละนิดวันล่ะหน่อยจนได้ตอนนี้ออกมา555 ใจรักงานเขียนของจักรวาลนี้มาก ๆ ตอนนี้ก็ยังกินมาม่ากันต่อไปนะครับ

สุดท้ายอย่าลืมกดไลค์👍และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ

ความคิดเห็น