ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

3.ผ้าไหมและความซวย

ชื่อตอน : 3.ผ้าไหมและความซวย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 477

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ย. 2563 18:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
3.ผ้าไหมและความซวย
แบบอักษร

บ้านตระกูลเมิ่ง

นอกจากเหย่เตี๋ยจะหัดทอผ้าไหมต่าง ๆ จนชำนาญแล้ว เขายังต้องเรียนศาสตร์การมัดไหม และศาสตร์การย้อมสีด้วย ซึ่งแต่ละขั้นตอนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลยสำเด็กวัย12ปีแต่เหย่เตี๋ยก็ตั้งใจศึกษาและพยายามทำมันออกมาให้ดีที่สุด เท่าที่เขาจะทำได้

การมัดไหม เป็นการทำลวดลายของผืนผ้า โดยการใช้วัสดุกันน้ำมามัดกลุ่มเส้นใยไหมให้เป็นลวดลายตามต้องการ ก่อนนำผ้าไหมนั้นย้อมน้ำสี เมื่อแก้วัสดุกันน้ำออกจึงเกิดสีแตกต่างกัน ถ้าต้องการเพียง2สี จะแก้วัสดุมัดใยไหมเพียงครั้งเดียว หากต้องการหลายสีจะมีการแก้มัดวัสดุกันน้ำหลายครั้ง ซึ่งวัสดุกันน้ำที่นิยมใช้กันคือเชือกฝ้ายเส้นแบนชุบยางไม้

ก่อนมัดไหม จะต้องค้นเส้นใยไหมก่อน โดยการนำเส้นเส้นไหมพันรอบหลักลาย1คู่ นับจำนวนเส้นใหมให้สัมพันธ์กับลายไหมที่จะมัด จากนั้นจึงทำการมัดไหมกลุ่มเส้นไหมในหลักลาย ตามลวดลายไหมที่ต้องการ เมื่อถอดไหมที่มัดออกจากหลักลาย แล้วนำไปย้อมสี บิดให้หมาดแล้วผึ่งลมให้แห้ง จากจึงแก้เชือกฝ้ายเส้นแบนชุบยางไม้ที่มัดเส้นไหมออก ทำให้เกิดลวดลายตรงที่แก้เชือกฝ้ายเส้นแบนชุบยางไม้ออก

นำไหมที่แก้เชือกฝ้ายเส้นแบนชุบยางไม้ออกแล้วนี้ไปพันรอบหลอดไม้ไผ่เรียกว่า การปั่นหลอด ร้อยหลอดไหมลวดลายตามลำดับก่อน-หลัง จากนั้นก็ให้เก็บไว้อย่างดี ระวังไม่ให้เชือกร้อยขาดเพราะจะทำให้ลายไม่เป็นลายเวลาทอ และจะให้ไหมที่ได้นี้ใส่ในกระสวยทอผ้าเพื่อใช้เป็นเส้นพุ่งในการทอ

 

วิธีการมัดไหมมีหลายวิธีแต่ที่ตระกูลเมิ่งนิยมกันมาก ๆ คือการใช้เชือกฝ้ายเส้นแบนชุบยางไม้ในการมัด ซึ่งมีวิธีการคร่าว ๆ ดังนี้

1. มัดกลุ่มไหมแต่ละลวดลายด้วยเชือกฝ้ายเส้นแบนชุบยางไม้จนครบหลักลาย ทำเป็นเชิงผ้า

2. การเริ่มต้นลายมัดไหม อาจมัดจากด้านบนไล่เรียงลงข้างล่าง หรือมัดข้างล่างก่อนจึงไล่เรียงขึ้นข้างบน บางคนอาจเริ่มมัดจากตรงกลางก่อน จึงขยายออกไปเต็มหลักลายที่จะทำ

3. เริ่มมัดปลายเชือกฝ้ายเส้นแบนชุบยางไม้ด้านหนึ่งกับมัดไหมก่อน จึงพันอีกปลายหนึ่งซ้อนทับกันให้แน่นเพื่อไม่ให้สีย้อมซึมเข้าข้อต่อของไหม เมื่อพันทับกันไปจนได้ความยาวตามลายไหมแล้ว มัดปลายเชือกฝ้ายเส้นแบนชุบยางไม้กับมัดไหมให้แน่นเช่นกัน โดยเหลือปลายเชือกฝ้ายเส้นแบนชุบยางไม้ไว้ เมื่อเวลาแก้มัดจะทำได้ง่าย

4. เอาเชือกเส้นหนึ่งสอดเข้าไปในช่องหลักลายข้างใดข้างหนึ่ง ผูกกลุ่มไหมไว้เป็นวงไม่ให้ไหมที่มัดลวดลายแล้วหลุดออกจากกัน และใช้เป็นหูหิ้วสำหรับจับเวลาย้อม เมื่อเสร็แล้วให้ถอดไหมที่มัดหลายออกจากหลักลาย

หลังจากนั้น ก็จะนำไปสีต่าง ๆ ตามต้องการ เมื่อย้อมสีเสร็จก็จะนำมาแก้เชือกฝ้ายเส้นแบนชุบยางไม้ที่มัดลายไว้ ก็จะได้ลวดลวยตามต้องการ เหย่เตี๋ยใช้เวลาหลายปีกว่าจะชำนาญเรื่องการมัดไหม และนาน ๆ ทีถึงจะทอผ้าไหมมัดลาย เพราะขึ้นตอนการทอที่ยุ่งยากนั่นเอง

 

ในการย้อมสีนั้นจะมีความยุ่งยากมากขึ้นไปอีก เพราะเหย่เตี๋ยจะต้องเรียนรู้ถึงแหล่งที่มาและให้กำเนิดสีต่าง ๆ ด้วยนั่นเอง โดยหลัก ๆ ที่ย้อมกันประจำคือสีดำจากผลมะเกลือ สีแดงจากครั่ง สีเขียวจากเปลือกต้นเพกา สีเหลืองจากขมิ้น และสีน้ำเงินจากต้นคราม เป็นต้น

 

การเตรียมทำความสะอาดเส้นไหม เส้นไหม จะมีขี้ผึ้งเกาะอยู่ทำความสะอาดโดยการต้มเส้นไหมในน้ำเปล่าเพื่อละลายขี้ผึ้ง โดยสังเกตดูว่าจากเส้นไหมสีเหลืองจะเปลี่ยนเป็นไหมสีเหลืองอ่อน ยกหม้อลงจากนั้นแช่ไหมต่อไปทิ้งไว้ให้เย็น ซักให้สะอาดบิดให้หมาดกระตุกให้ตึง2- 3ครั้ง เตรียมนำไปย้อม ถ้ายังไม่ย้อมให้นำไปผึ่งให้แห้งเก็บไว้อย่าให้โดนฝุ่น

เลือกขนาดหม้อให้เหมาะสมกับการย้อมผ้า หรือเส้นใยไหมกับไม้กวนผ้า โดยไม้ควรมีขนาดใหญ่พอที่จะรับน้ำหนักเส้นใยไหมที่เปียกอยู่ในหม้อย้อมได้ และต้องเตรียมอ่างไม้สำหรับล้างผ้าหรือเส้นใยไหมก่อนย้อมและหลังย้อมด้วย

จากนั้นจะเป็นการเตรียมวัสดุเช่น เปลือก เนื้อ แก่น ราก กิ่ง หรือใบไม้ทุกชนิดควรสับให้ละเอียด ผล เมล็ด หรือเหง้าใต้ดิน และครั่ง ต้องนำมาตำให้ละเอียด จากนั้นนำมาใส่ในหม้อย้อมเติมน้ำให้ท่วมวัตถุดิบและกะให้น้ำท่วมผ้าหรือเส้นใยไหมด้วยในตอนย้อม แช่น้ำทิ้งไว้1คืน จะช่วยทำให้การสกัดสีได้ง่ายขึ้น พืชสดให้ใช้น้ำหนักประมาณ 4เท่า ถ้าเป็นพืชแห้งใช้ประมาณ 2เท่าของน้ำหนักผ้าหรือเส้นใยไหม

 

ต้มให้เดือดประมาณครึ่งชั่วยามเป็นอย่างต่ำระวังไฟให้แรงอยู่ตลอดเวลา สังเกตดูว่าน้ำสีในหม้อย้อมเข้มข้นได้ที่แล้วหรือยัง จากนั้นก็ให้กรองเอาแต่น้ำสีเพื่อไปใช้ย้อมผ้า ขั้นตอนนี้ถ้าต้องการใส่สารประกอบในการย้อมผ้า ก่อนการย้อมทำโดยการเลือกสารประกอบในการย้อมผ้าที่ต้องการใช้เช่น เกลือแกง สารส้มป่น น้ำด่าง น้ำกรดจากพืชที่มีรสเปรี้ยว ใส่ในน้ำสะอาดอุ่นให้พอร้อน จากนั้นคนให้ละลายนำผ้าหรือเส้นใยไหมที่ทำความสะอาดแล้ว ต้มในน้ำเดือดต่อไปประมาณ2เค่อ นำมาบิดให้หมาดกระตุกให้ตึง2-3 ครั้งเช่นเคย จากนั้นจึงนำลงไปย้อมในหม้อสีต่อไป...

การย้อมให้นำน้ำสีที่กรองเรียบร้อยไปต้มอีกครั้งหนึ่งด้วยไฟร้อนและรักษาอุณหภูมิเอาไว้ให้คงที่ และเริ่มย้อมผ้าหรือเส้นไหมลงในหม้อ ควรแช่น้ำให้เปียกแล้วบิดให้หมาดก่อนย้อมทุกครั้ง เพราะจะทำให้เส้นใยสามารถดูดสีน้ำย้อมได้ดีและเร็วขึ้น และทำให้สีติดที่เส้นใยได้ง่าย ใส่ลงไปต้มนานประมาณครึ่งชั่วยามเป็นอย่างต่ำ หรือสังเกตดูว่าสีติดที่ผ้าหรือเส้นไหมเข้มอย่างที่ต้องการหรือยัง แต่ต้องคอยหมั่นกลับผ้าบ่อย ๆ เพื่อให้สีซึมเรียบสม่ำเสมอและคอยยกให้ผ้าโดนอากาศ จากนั้นยกหม้อ ลงแช่ทิ้งไว้ให้เย็น พืชบางอย่างแช่ทิ้งไว้1คืน จะช่วยให้สีติดดีขึ้นด้วย ทุกอย่างนี้เหย่เตี๋ยก็ต้องเรียน และหัดทำจนชำนาญ และกลายเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดในตระกูลเมิ่งที่ได้เรียนศาสตร์ทุกอย่างเกี่ยวกับการทอผ้าจะเรียกได้ว่าบรรลุ

 

 

 

 

5ปีผ่าน

พวกคนรุ่นก่อนของตระกูลเมิ่งที่ประกอบไปด้วย ท่านแม่ของเหย่เตี๋ยและท่านอาทั้ง2คน เริ่มมีอาการผิดปกติทางร่างกายเกิดขึ้น คือร่างกายของทุกคนนั้นไร้เรี่ยวแรง เหมือนจะเป็นไข้ตลอดเวลา จนคนรุ่นก่อนทั้งหมดไม่สามารถทำงานได้ ต้องนอนโทรมอยู่กับที่นอนกัน

และเป็นสาเหตุที่ทำให้เหย่เตี๋ยในวัย17ปี ต้องทำหน้าที่ออกไปขายผ้าไหมบริสุทธิ์แทนอาชายที่นอนป่วยอยู่และก็เริ่มถูกเอาเรียบมาเรื่อย ๆ จนในที่สุด เหย่เตี๋ยก็ทนไม่ไหวเปลี่ยนร้านรับซื้อผ้าไหมบริสุทธิ์ไป เงินที่เคยมีจำนวนมากก็เริ่มร่อยหรอลงเรื่อย ๆ เพราะคนอื่น ๆ ต้องให้หมอมารักษาตลอด ทั้งค่ายาและค่าหมอทำให้ตระกูลในตอนนี้แทบจะมีเงินไม่พอใช้ และคนที่ทำงานได้จริง ๆ ในตอนนี้มีก็มีแค่เหย่เตี๋ยคนเดียวเท่านั้น

ฝั่งเถ้าแก่เจ้าของร้านผ้าไหมร้านเดิมนั้นเมื่อได้รู้รับว่าเหย่เตี๋ยเปลี่ยนร้านขายผ้าไหม ไม่ยอมมาขายให้กับตนดังเดิม มันจึงส่งคนมาสั่งสอนเหย่เตี๋ยถึงบ้านตระกูลเมิ่ง จนทำให้เหย่เตี๋ยที่มีพลังปราณอันน้อยนิดไม่สามารถต้านทาน คนของเถ้าแก้ร้านผ้าไหมร้านเก่าได้... ทำให้เหย่เตี๋ยนั้นโดนรุมกระทืบและต้องนอนโทรมไปหลายวัน

แต่เหย่เตี๋ยก็ไม่เข็ดยังขายผ้าไหมบริสุทธิ์ให้กับเถ้าแก่ร้านใหม่ที่ไม่ได้เอารัดเอารัดเอาเปรียบตนต่อ ส่วนเถ้าแก่ของร้านผ้าไหมที่เคยทำการค้าขายกันมานั้นไม่ยอมง่าย ๆ คราวนี้พวกมันหนักข้อมาก ตามมาหาเรื่องเหย่เตี๋ยถึงบริเวณบ้านของพวกเหย่เตี๋ยอยู่เลย และเข้ามาทำลายโรงเลี้ยงไหมและแปลงหม่อนทิ้งไปต่อหน้าต่อตาเหย่เตี๋ยด้วย แต่เหย่เตี๋ยมีหรือจะยอมอยู่เฉย ๆ เขาคิดในใจแค่ว่า ‘สู้ไม่ได้ก็ตายเท่านั้น!!’ จากนั้นก็วิ่งเข้าไปต่อสู้กับคนที่มาระรานครอบครัวของเขาในทันที

“จัดการเผาทุกอย่างให้สิ้นซาก ตามที่เถ้าแก่ได้สั่งมา!!” ชายชุดดำทั้งโพกหัวและใส่หน้าปิดหน้าคนนึงได้เอ่ยขึ้น

“ถึงกับต้องเผาเลยหรือ? ข้าว่ามิต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้... เจ้ามิสงสารพวกเขาเลยหรือ?” ชายชุดอีกคนนึงได้เอ่ยคัดค้านออกไปบ้าง เพราะเขาเห็นว่าการกระทำนี้ป่าเถื่อนเกินไป

ฉัวะ!!!!!!!! ชายคนที่คัดค้านนั้น ได้ถูกแทงเข้าที่ข้างหลังในทันที ท่ามกลางความตกใจของซื่อหมิง

“ริอ่านขัดคำสั่งของข้ามันต้องเท่านั้น!!” เถ้าแก่ร้านผ้าไหมร้านเก่าได้ปรากฏขึ้น พร้อมใช้กระบี่แทงผู้ทรยศต่อตัวเองจนตายคาที่ไป

“อย่าเผาโรงไหมของข้านะ” เหย่เตี๋ยวิ่งเข้าปะทะพร้อมกระชากผ้าปิดหน้าของอีกฝ่ายออกมาได้...

“จ... จ... จ...เจ้ามันเถ้าแก้ร้านผ้าไหมที่เอาเปรียบข้ามาโดยตลอดนี่!! เจ้ามันเป็นคนเลว เจ้าจะมิได้ตายดีแน่ ๆ ” เหย่เตี๋ยรีบวิ่งไปขวางทางเถ้าแก่ร้านผ้าไหมอีกครั้งทันที เพราะมันกำลังจะเผาโรงเลี้ยงไหมของเหย่เตี๋ย

“เจ้าน่ะมันโง่ ขายผ้าไหมให้ข้าอยู่ดี ๆ มิชอบ ดันไปเปลี่ยนเจ้ารับซื้อซะได้ ทำให้สภาสวรรค์เพ่งเล็งร้านข้าที่ไม่มีผ้าไหมบริสุทธิ์ส่งขาย” เถ้าแก่ร้านผ้าไหมคนนั้นได้เอ่ยขึ้น ซึ่งเป็นคำพูดที่น่ารังเกียจมาก ๆ

“ก็ใครบอกให้เจ้าโกงข้าก่อนล่ะ? ถ้าเจ้าให้เงินข้าตามปกติ ข้ามีหรือที่จะเปลี่ยนร้านรับซื้อผ้าไหมร้านใหม่ แต่เจ้าค้าขายมิสุจริตเองมิใช่หรือ!?” เหย่เตี๋ยได้เถียงออกไป และเป็นคำด่าที่แสบเอาการด้วย

“ช่วยมิได้... ใครบอกให้ผ้าไหมที่เจ้าส่งไปมันงดงามจนถูกหมายตาเอาได้ล่ะ ข้าก็แค่ขายเอากำไรงาม ๆ เฉย ๆ ” เถ้าแก่ร้านผ้าไหมยังเอ่ยวาจาที่น่ารังเกียจขึ้นอย่างไม่หยุด เพราะว่าเถ้าแก่ร้านผ้าไหมเองไปรับปากทำสัญญาส่งผ้าไหมระยะยาวกับทางสภาสวรรค์เอาไว้ว่าจะส่งผ้าไหมบริสุทธิ์ของตระกูลเมิ่งไปให้ทุกเดือนยาวนาน2ปีเพื่อเอาเงินก้อน พอเห็นว่าทางตระกูลเมิ่งเปลี่ยนคนขายเป็นเหย่เตี๋ยที่ยังเด็กแค่17ปี ก็เกิดความชั่วร้ายเข้าครอบงำ ใจคดคิดกลโกงออกมา เนื่องจากเห็นว่าเหย่เตี๋ยนั้นยังไม่มีประสบการณ์การค้าขาย คงจะไม่สามารถโต้ตอบอะไรตนได้

แต่เถ้าแก่ร้านผ้าไหมผู้นั้นก็คิดผิด เนื่องจากเหย่เตี๋ยนั้นก็ฉลาดพอตัวจึงเลือกไปขายกับร้านผ้าไหมร้านอื่นให้รับซื้อสินค้าแทน เพราะความประณีตของผ้าไหมตระกูลเมิ่งนั้น ไม่วาฝ่าขายร้านใดย่อมมีแต่ผู้ต้องการเป็นธรรมดา จนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น...

“ทุกอย่างมันเกิดจากเจ้านั่นแหละเถ้าแก่ชั่ว ผู้มิรู้จักพออย่างเจ้า มันก็สมควรโดนภัยที่เจ้าก่อขึ้นมาจากความโลภของเจ้าเอง” เหย่เตี๋ยเถียงออกไปอย่างตรงประเด็นทันที

บึ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!! เถ้าแก่ได้ระเบิดปราณขึ้น

ผลัวะ!!!! ผลัวะ!!!! เหย่เตี๋ยได้ถูกเถ้าแก่ใจร้ายตบปากไปสองฉาดจนเลือดกลบปาก แต่เขาก็ยังมองเถ้าแก่คนนั้นด้วยสายตาอาฆาตแค้น

พลั้กกกกกกกกกกกกกกกกก!! ก่อนที่จะถีบร่างของเหย่เตี๋ยด้วยพลังปราณเต็มกำลังจนกระเด็นออกไปไกล

โคร้มมมมมมมมมมมมมมม!! ร่างของเหย่เตี๋ยได้กระเด็นไปชนถูกโรงเลี้ยงหนอนไหมอีกโรงจนพัง

“เผาให้หมด!! อย่าให้เหลือ!!” เถ้าแก่ร้านผ้าไหมได้สั่งออกลูกน้องออกไปทันที

///ขอรับ/// ชายชุดดำอีก9คนที่เหลือรับคำสั่งทันที

“อย่านะไอ้เลว ไสหัวออกไปไอ้ชาติชั่ว ออกไปจากบ้านของเราเดี๋ยวนี้นะ” เหย่ซวินที่พึ่งจะมีอายุได้10ขวบเองนั้น ก็ได้วิ่งถือไม้หน้าสามวิ่งออกไปกะจะไปโจมตีเถ้าแก่ร้านผ้าไหมให้ออกไปจากบ้านของพวกเขาด้วยอีกคน

พลั้กกกกกกกกกกกกกกกกก!! เหย่ซวินเองก็ถูกเถ้าแก่ร้านผ้าไหมใจร้าย ถีบจนกระเด็นออกไปอีกทางในทันที

โคร้มมมมมมมมมมมมมมม!! ร่างของเหย่ซวินได้กระเด็นถูกแปลงม่อนอีกฝั่งจนพังเป็นระนาบเลย

บึ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!! ท่ามกลางเปลวไฟได้ลุกโชนไปทั่วบริเวณ เหย่เตี๋ยได้ระเบิดพลังปราณขึ้นแบบไม่รู้ตัวทันที หนอนไหมอสูรจำนวนมากมายพร้อมใจกันพ่นใยออกมาเพื่อมัดเอาพวกเถ้าแก่ร้านผ้าไหมกับลูกน้องจนไม่สามารถขยับได้ และฟ้าก็คงเห็นใจคนดีอย่างเหย่เตี๋ย เพราะฝนได้ตกลงมาดับไฟรอบบริเวณจนหมด

จากนั้นฝูงผีเสื้อไหมฟ้าสีเขียวมรกตบินมาจากทางป่ามรกต ทำให้เห็นเหมือนเป็นเมฆสีมรกตกำลังเคลื่อนตัวมาทางบ้านตระกูลเมิ่ง และตรงเข้าไปหาเหย่เตี๋ยทันที

ฝูงผีเสื้อเสื้อไหมฟ้าสีแดงประกายเพลิงบินมาจากทางป่ากัลปพฤกษ์ ทำให้เห็นเหมือนเป็นเมฆสีเพลิงกำลังเคลื่อนตัวมาทางบ้านตระกูลเมิ่ง และตรงเข้าไปหาเหย่เตี๋ยทันทีเช่นกัน

ฝูงผีเสื้อไหมฟ้าสีนิลบินมาจากทางเทือกเขาบรรพกาล ทำให้เห็นเหมือนเป็นเมฆสีนิลกำลังเคลื่อนตัวมาทางบ้านตระกูลเมิ่ง และตรงเข้าไปหาเหย่เตี๋ยทันทีด้วย

ฝูงผีเสื้อไหมฟ้าสีตะแบกได้บินมาจากป่าบุปผานิรันดร์ ฝูงผีเสื้อไหมฟ้าสีเงินบินมาจากทางป่่ารัชโยธิน ทำให้เห็นเหมือนเป็นเมฆสีเงินประกายกำลังเคลื่อนตัวมาทางบ้านตระกูลเมิ่ง และตรงเข้าไปหาเหย่เตี๋ยไม่ต่างจากผีเสื้อไหมฝูงอื่น ๆ

ฝูงผีเสื้อไหมฟ้าสีทองเองได้บินลงมาจากดินแดนสวรรค์ ทำให้เห็นเหมือนเป็นเมฆสีทองจากสวรรค์กำลังเคลื่อนตัวลงมาทางบ้านตระกูลเมิ่ง และตรงเข้าไปหาเหย่เตี๋ยอีกเช่นกัน

และฝูงผีเสื้อไหมฟ้าสีชมพูที่ได้ถือกำเนิดใหม่จากหนอนไหมอสูรที่เหย่เตี๋ยได้เลี้ยงไว้ ทั้งหมดพุ่งตรงเข้าไปในตัวเหย่เตี๋ยทุกตัวในทันที...

จากนั้นก็ผงมายาสีต่าง ๆ ก็ค่อยฟุ้งออกมาจากตัวของเหย่เตี๋ย และพุ่งไปจับตามตัวหนอนไหมอสูรที่ได้ตายไปแล้ว จนพวกมันได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งกลายเป็นฝูงผีเสื้อไหมฟ้าวิญญาณที่มีความสามารถล่องหนได้ในทันที พวกมันก็มุ่งเข้าเล่นงานศัตรูที่ถูกมัดเอาไว้ด้วยเส้นใยไหม เนื่องจากพวกมันเป็นผีเสื้อไหมฟ้าวิญญาณ ซึ่งปกติมันจะดูดกินแก้วดวงจิตของสัตว์อสูรต่าง ๆ เป็นอาหาร...

แต่ครั้งนี้พวกเลือกที่จะดูดวิญญาณมนุษย์เป็นอาหารแทน ทำให้พลังปราณทั้งหมดถูกผีเสื้อไหมฟ้าวิญญาณดูดเข้าไปด้วย

“โอ๊ยยยยยยย!! อย่าฆ่าข้าเลย โอ๊ยยยยยยย!!” เสียงโอดครวญร้องอย่างเจ็บปวดทรมานได้ดังขึ้นราว2เค่อเสียงก็สงบลง ทำให้พวกเถ้าแก่ร้านผ้าไหมนั้นกลายเป็นโครงกระดูกห่อด้วยเส้นใยไหมบริสุทธิ์ทันที เพราะส้นใยไหมนั้นดูดเอาเลือดออกจากตัวพวกเถ้าแก่ชั่วจนหมด และเส้นใยก็กลายเป็นสีแดง จากนั้นมันก็ไหม้เผาตัวเองจนเป็นผุยผงไป...

พอเหตุการณ์นั้นจบลงพวกผีเสื้อไหมฟ้าทั้งหมดก็ได้บินจากไปตามแหล่งที่มาของมันในทันที... เหย่เตี๋ยก็สลบไปด้วยเช่นกัน แต่ที่น่าแปลกก็คือแผลตามตัวของเหย่เตี๋ยนั้นไม่เหลือร่องรอยการโดยทำร้ายอยู่เลยแม้แต่น้อย... ตลอดจนตัวของเหย่ซวินเองด้วย...

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะปลอดภัยแต่โรงเลี้ยงไหมและแปลงหม่อนนั้นพังหมดแล้ว เหย่เตี๋ยจึงต้องคิดหาวิธีหาเงินด้วยวิธีใหม่ เพราะหากปล่อยเอาไว้แบบนี้ เขาจะถูกตามราวีไม่มีที่สิ้นสุดอย่างแน่นอน...

เหย่เตี๋ยรีบเข้าไปดูท่านแม่ของเขาในทันทีซึ่งนางไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด... แต่เคราะห์ร้ายที่พ่อแม่ของเหย่เซียวนั้นไม่รอดทั้งคู่ ทำเอาเด็กน้อยร้องไห้ไม่หยุดเลย เหย่เตี๋ยเลยต้องรับผิดชอบเหย่เซียวมาดูแลเพิ่มอีกคน เพื่อไม่ให้เด็กน้อยวัย5ขวบต้องอยู่คนเดียว...

 

 

 

 

 

_____________________________

作成:令和21018

มีดราม่าไม่เยอะครับ แต่จะเป็นเรื่องที่ไปเกี่ยวกับตัวละครหลักในเรื่องหลัก ทำให้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นครับ วันนี้เขียนนิยายทั้งวันจริง ๆ 555

สุดท้ายอย่าลืมกดไลค์👍และคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ

ความคิดเห็น