ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

1 : เพียวไผ่ [ Rewrite ]

ชื่อตอน : 1 : เพียวไผ่ [ Rewrite ]

คำค้น : หลงกลรัก, นิยายวาย, Mpreg, เพียวไผ่, นักรบ, ทดลองรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 59.6k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ค. 2564 01:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
1 : เพียวไผ่ [ Rewrite ]
แบบอักษร

Chapter 1 

Lab Love : เพียวไผ่ 

  

“จะบ้าตาย ประชุมวันนี้เหนื่อยชะมัด นึกไม่ถึงเลยว่าโครงการนี้จะถูกอนุมัติจริง ๆเห้อ!ผู้ชายท้องได้เนี่ยนะ บนโลกนี้มันจะมีจริง ๆเหรอ” เห้อ! ถอนหายใจดังเฮือกใหญ่ภายในร้านคาเฟ่ขนาดย่อม ใจกลางเมืองกรุงเทพ 

กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นภายในร้านดูท่าจะไม่ทำให้ชายหนุ่มวัยทำงานในชุดสูทสีเทาเข้มดูผ่อนคลายขึ้นเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจิ้มสักพักใหญ่ก็ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง คิ้วสีอ่อนขมวดเข้าหากันทุกครั้งที่จ้องโทรศัพท์ในมือ พร้อมเสียงถอนหายใจดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า 

“มอคค่าคุณนุครับ” เสียงเรียกดังขึ้น ชายเจ้าของชื่อเงยหน้าแล้วลุกขึ้นไปรับเมนูของตัวเอง ยกยิ้มให้กับพนักงานในร้านเล็กน้อยเมื่อเจ้าของใบหน้าน่ารักส่งยิ้มให้ลูกค้าตามมารยาท แล้วชายหนุ่มก็ไปนั่งที่โต๊ะมุมเดิมอีกครั้ง 

เวลาผ่านไปราว ๆสามสิบนาทีชายหนุ่มก็ลุกขึ้นคว้าซองสีน้ำตาลบนโต๊ะพร้อมกระเป๋าเป้สีดำขึ้นมาหยิบแก้วกาแฟของตัวเองแล้วหันหลังเดินออกจากร้าน ไม่รู้เพราะซองเอกสารชิ้นนั้นที่ถูกเสียบกับเอกสารหนาปึกชุดอื่นมันบางเกินไปรึเปล่า ถึงได้หลุดจากมือของชายผู้นั้น ตกลงบนพื้นแหมะ ไม่ได้ยินเสียงใด ๆและดูท่าว่าเจ้าของเองก็ไม่รู้ตัวเลยว่าตนนั้นได้ทำเอกสารตกหล่นไปเสียแล้ว 

“เอ๊ะ! คุณครับ” ไม่ทันพ้นหลังของชายในชุดสูท ใบหน้าน่ารักกำลังกวาดตามองในร้านเมื่อไม่มีเมนูของลูกค้าต้องทำก็ก้าวออกมาจากเคาน์เตอร์อย่างเร่งด่วน ตรงไปหยิบซองเอกสารดังกล่าวขึ้นมาแล้วรีบสาวเท้าออกไปจากร้าน แต่ดูท่าว่าจะไม่ทันเสียแล้ว ทันทีที่ร่างเล็กผิวขาวผ่องก้าวออกไป กวาดตามองหาเจ้าของซองสีน้ำตาลก็ไม่พบใครที่คลับคล้ายคลับคลาหรือเหมือนชายผู้นั้นเลยแม้แต่คนเดียว ใบหน้าน่ารักก็ก้มมองเอกสารในมืออีกครั้ง 

“เดี๋ยวก็คงกลับมาเอามั้ง” 

ด่วนที่สุด 

ตราปั๊มสีแดงปรากฏบนซองเอกสาร เจ้าของร่างผอมทำปากยู่แล้วก็เดินเข้าไปในร้านพร้อมเอกสารในมือ วางเอกสารไม่ไกลจากเคาน์เตอร์ก่อนจะหันไปกล่าวต้อนรับลูกค้าคนใหม่อีกครั้ง 

“เดี๋ยวที่เหลือพี่ทำเองก็ได้ เพียวกลับไปได้แล้วล่ะ” เสียงใส ๆของรุ่นพี่พนักงานในร้านพ่วงด้วยตำแหน่งผู้จัดการร้านและตำแหน่งเจ้าของร้านเอ่ยบอกชายหนุ่มน้ำเสียงเอ็นดู 

“เหลือแค่ไปทิ้งขยะแล้วครับ เพียวไปทิ้งเองครับพี่มิ้นต์” ใบหน้าใส ผิวขาวผ่อง แก้มกลมน่าหยิกยกยิ้มระบายให้มินตราหรือมิ้นต์อีกครั้ง หยิบถุงดำสองใบ ก้าวยาว ๆไปทิ้งขยะที่ถังขยะใหญ่ไม่ไกลจากร้านก่อนจะกลับเข้ามาในร้านอีกครั้ง 

“ขนมนี่ เพียวเอาไปฝากน้อง ๆกินนะ” 

“ขอบคุณครับ” สองมือยกไหว้ขอบคุณอย่างนอบน้อมชวนน่าเอ็นดูกับกิริยาน่ารักไหนจะใบหน้าน่ารักชวนยิ้มตามอีกด้วย 

“อันที่จริง ช่วงนี้เพียวลางานก่อนก็ได้ ทุกอย่างเพิ่งจะลงตัวเพราะเพิ่งพ้นงานเผาแม่ครู พี่อยากให้เพียวอยู่กับน้องนะ” มินตราเอ่ยพูดขณะที่มองร่างเจ้าตัวที่กำลังคุยด้วยขยับย้ายเก็บสัมภาระของตัวเอง 

“มีน้องแป้งดูแล เพียวก็พอหายห่วงครับ ถ้าให้หยุดงาน ลางาน ก็ไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนให้น้อง ๆอีกไม่กี่วันโรงเรียนน้องนิด น้องแป้งและน้องโฟท์ก็เปิดเทอมแล้ว เพียวอยากเก็บเงินให้เยอะ ๆน่ะครับ” 

“เฮ้อ! ลำบากแย่เลยนะ แล้วนี่เจ้าของบ้านยังมาทวงหนี้กับน้องเพียวอยู่อีกรึเปล่า” คนถูกถามพยักหน้ามินตราก็ถอนหายใจอีกครั้ง 

“ถ้าเขาจะเอาบ้านคืน เพียวกับน้อง ๆจะทำยังไง” มินตราถามต่อ 

“เพียวคงต้องหาที่เช่าที่อื่นครับ ตอนนี้เงินเก็บของแม่ครูก็เอาไปจ่ายหนี้แล้ว แต่ก็ยังไม่พอ ก็คงต้องหางานเพิ่ม แล้วก็หาบ้านเช่าที่อื่นให้น้อง ๆอยู่ครับ” 

“ทุกวันนี้ก็ทำงานสายตัวแทบขาดแล้ว ยังจะเพิ่มงานอีกเหรอ” 

“ทำยังไงได้ล่ะครับ” 

“แล้วคนที่ขับรถชนครูล่ะ เขาไม่รับผิดชอบอะไรเลยเหรอ” ครั้งนี้คนถูกถามส่ายหน้าช้า ๆพลางเม้มปาก 

“เขาจ่ายแค่ค่าทำศพมาห้าพันบาท ตำรวจก็ทำอะไรไม่ได้ เขาเป็นคนรวยนี่ครับ” 

“น่าโมโหจริง ๆพี่น่าจะช่วยอะไรเพียวได้บ้าง” 

“พี่มิ้นต์ช่วยพวกเรามาเยอะแล้วครับ เท่านี้เพียวก็ไม่รู้จะตอบแทนพี่มิ้นต์ยังไงแล้ว” ชายหนุ่มยกยิ้มจาง ๆส่งไปให้ 

“มีอะไรให้พี่ช่วยก็บอกนะ กลับบ้านดี ๆล่ะ” 

“ครับ สวัสดีครับ” มินตรายกมือรับไหว้ชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่าตนถึงเกือบสิบปีอีกครั้งก่อนจะมองตามหลังชายหนุ่มที่ออกจากร้าน 

เพียวไผ่ จันทร์เทวี ชายหนุ่มวัยสิบเก้าปี ผู้ที่อยู่บ้านเด็กกำพร้าขนาดเล็ก เคยมีครูจันทรา เป็นผู้รับอุปการะ แต่เมื่อไม่นานมานี้ผู้อุปการะดูแลโดนรถชนจากคนสะเพร่าเมาแล้วขับจนเสียชีวิต ทิ้งไว้เพียงชีวิตอีกห้าชีวิตในบ้านเด็กกำพร้าจันทร์เทวี 

เพียวไผ่ในฐานะที่เป็นพี่คนโตสุดจึงมีหน้าที่เป็นคนดูแลน้อง ๆอีกสี่คน แป้งพิมพ์ นิตยา โฟกัส และกวินเด็กน้อยที่ครูจันทรารับมาเมื่อไม่กี่เดือนก่อนเสียชีวิต ตอนนี้อยู่ในวัยเพิ่งจะหัดคลาน ชีวิตในบ้านหลังเล็ก ๆเคยสุขสบายและมีความสุขแม้ครูจันทราไม่ได้ร่ำรวยมากมาย แต่ก็มีให้เหล่าลูก ๆที่เธอรับอุปการะอยู่ได้โดยไม่อดอยากขาดแคลนมีเงินส่งทุกคนเรียนได้จนถึงจบ เธอเคยบอกชัดเจนกับเพียวไผ่ เด็กผู้ชายคนแรกที่เธอรับมาเลี้ยง 

แต่แล้วทุกอย่างในบ้านจันทร์เทวีก็กลับตาลปัตร เมื่อครูจันทรา หรือแม่ครูตามที่ทุกคนในบ้านเรียกได้เสียชีวิตลงจากไปกะทันหันไม่ทันได้บอกลาเมื่อหลายเดือนก่อนและเพิ่งผ่านพิธีเผาไปเมื่อไม่นานมานี้ บ้านที่เคยอยู่เวลานี้ผู้ที่บอกว่าเป็นน้องสาวของครูจันทราได้กลับมาเพื่อทวงคืน หากไม่คืนก็ต้องจ่ายเป็นค่าเช่า เมื่อบ้านหลังนี้ยังไม่ได้รับการแบ่งมรดกระหว่างพี่น้องอย่างชัดเจนและแน่นอนเวลานี้ครูจันทราได้จากไปแล้วผู้เป็นน้องสาวจึงถือกรรมสิทธิ์ในบ้านหลังนี้แต่เพียงผู้เพียว 

“ฮึก น้าทิตย์จ๋า อย่าทำน้องโฟท์เลยนะจ๊ะ น้องยังเด็ก” เสียงสะอึกสะอื้นในตัวบ้านทำให้เพียวไผ่ที่เพิ่งกลับมาถึง ต้องเร่งฝีเท้าเข้าไปในบ้าน ไปปลอบน้องชายตัวเล็กที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นกับอกแป้งพิมพ์ 

“วัน ๆก็เอาแต่วิ่งเล่น งานการก็ไม่ทำ แล้วเมื่อไหร่จะจ่ายค่าเช่าบ้านหมด นี่ค้างมากี่เดือนแล้ว ถ้าเดือนนี้ยังไม่จ่ายก็ไสหัวไปจากบ้านฉัน ออกไปให้หมดนั่นแหละ บ้านหลังนี้จะมีคนมาอยู่ต่อแล้ว” เพียงไผ่ขมวดคิ้วหันไปถาม 

“ก็ไหนน้าทิตย์บอกว่าบ้านหลังนี้จะให้เพียวเช่าสามปีนี่ครับ” 

“สามปีอะไรไม่มีแล้ว ขืนรอค่าเช่าจากพวกแก ฉันคงหมดตัวกันพอดี จำไว้นะ อีกห้าวันสิ้นเดือน ถ้าแกยังหาค่าเช่าย้อนหลังมาจ่ายให้ไม่ได้ก็ไสหัวออกไปทั้งหมด!” ประกาศิตที่ดังชัดเจน พร้อมเสียงปิดประตูตามไล่หลังทำเพียวไผ่สติแทบหลุดไปชั่วครู่หากไม่มีมือเล็ก ๆของน้องชายมาจับไว้ 

“พี่เพียวจ๋า แล้วพวกเราจะไปอยู่ไหนกันจ๊ะ” ดวงตากลมโตแดงก่ำหากแต่ก็ต้องกลืนน้ำตา กลั้นหยดน้ำตาไว้ไม่ให้ไหลออกมา มองใบหน้าน้องแล้วยกยิ้มให้บาง ๆหันไปอุ้มเจ้าตัวน้อยที่แป้งพิมพ์อุ้มก่อนจะเอ่ยกับน้องสาวน้องชายของตนอีกครั้ง 

“ไม่ต้องห่วงหรอกนะ น้าทิตย์ไม่ทำจริง ๆหรอก และถึงทำจริง ๆพี่เพียวก็ไม่ปล่อยให้พวกเราไปลำบากหรอกนะ” แม้จะไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน หากแต่ความรักที่มีต่อน้อง ๆที่เห็นหน้ามาหลายปีมานี้ก็ไม่อาจจะทำให้เพียวไผ่ไปจากที่นี่ไปตายเอาดาบหน้าที่อื่นเพียงลำพัง 

“หยุดร้องไห้ได้แล้ว น้องแป้งเช็ดน้ำตาแล้วไปจัดโต๊ะอาหาร วันนี้พี่เพียวเอาขนมอร่อย ๆกลับมาฝากด้วยนะ” เพียวไผ่ยื่นมือไปเช็ดน้ำตาที่หยดป้อย ๆบนแก้มนิ่มของนิตยาเบา ๆแป้งพิมพ์ลุกขึ้นแล้วชวนน้อง ๆไปจัดอาหารสำหรับมื้อค่ำ 

เพียวไผ่ขึ้นไปชั้นสอง จัดการกล่อมให้เด็กชายกวินตัวน้อยหลับปุ๋ยก็กางมุ้งคร่อมสำหรับเด็กบนเปลเหลี่ยมก่อนจะไปอาบน้ำแต่งตัวสำหรับไปทำงานต่อในคืนนี้ ภายใต้แสงไฟสีอ่อนเสียงหัวเราะเล็ก ๆของเหล่าพี่น้องดังครืนขึ้นมาอีกครั้ง 

ยามดึกในบ้านเงียบสงัด ตีหนึ่งเพียวไผ่เพิ่งกลับมาจากร้านอาหารที่เป็นพนักงานเสิร์ฟเช่นทุกวัน กลับมาก็อาบน้ำแต่งตัวเดินไปดูน้อง ๆในห้องของแต่ละคน 

หลังจากที่ต้องเสียแม่ครูไปเพียวไผ่ตัดสินใจไม่ต่อมหาวิทยาลัย อันที่จริงเพียวไผ่เองอยากเรียนแทบใจจะขาด คณะวิศวะชีวการแพทย์คือสิ่งที่เพียวไผ่สนใจมานาน แม่ครูเองก็รู้ถึงความตั้งใจนั้น หากแต่เวลานี้คงต้องทิ้งความฝันนั้นไว้ข้างหลัง ปากท้องของคนในบ้านสำคัญกว่า 

เฮ้อ! เอาน่า บางทีชีวิตเขาคงไม่ได้มีอะไรแย่เกินไปหรอก 

แต่ดูท่าคำอวยพรไม่กี่นาทีก่อนหน้าไม่อาจจะเป็นจริงเมื่อเพียวไผ่คำนวณเงินทั้งหมดที่ตนมี แทบจะทุกบาททุกสตางค์ ไหนจะแคะกระปุกของตัวเองออกมาแล้ว พบว่าถ้าจ่ายค่าบ้านเช่าย้อนหลังไปก็หมดเนื้อประดาตัวเสียแล้ว ไม่สิเรียกว่าไม่พอจ่ายอีกต่างหาก 

‘หากวันหนึ่งแม่ครูไม่อยู่ อย่าให้ใครมาเอาบ้านหลังนี้ไปนะน้องเพียว’ เพียวไผ่เคยตั้งคำถามว่าใครจะมาเอาบ้านหลังนี้ไปในเมื่อมันเป็นของแม่ครู แต่มาวันนี้เขาไม่มีแม้แต่ความรู้ด้านกฎหมาย ไม่มีเงินจ่ายค่าทนายเพื่อสู้เอาบ้านหลังนี้คืน ไม่รู้จะต้องหันหน้าไปหาใคร เมื่อญาติผู้ใหญ่ที่เพิ่งพาได้ทางกฎหมายมีเพียงแม่ครูคนเดียว ซ้ำตัวเองก็ยังมีวุฒิการศึกษาเพียงมัธยมหก ไหนเลยจะหางานที่เงินเดือนสูง ๆมาทันจ่ายภายในห้าวัน 

อีกห้าวันต้องเอาเงินห้าหมื่นมาจ่ายให้น้าอาทิตย์ แต่เวลานี้ทั้งเนื้อทั้งตัว ทั้งในบัญชีทั้งในกระปุกมีแค่สามหมื่น จะไปหาเงินไปหาบ้านเช่าอื่นได้ที่ไหน เวลานี้เพียวไผ่จนปัญญา ขืนจะต่อรองกับน้าอาทิตย์อีกครั้งคงได้ถูกไล่ตะเพิดอย่างไม่ไยดี อันที่จริงเพียวไผ่รับรู้มาได้สักพักใหญ่แล้วว่าบ้านหลังนี้น้าอาทิตย์จะขายให้คนอื่นเร็ว ๆนี้ 

“น้องเพียวจะทำยังไงดีครับแม่ครู น้องเพียวไม่อยากให้น้อง ๆไปอยู่สถานสงเคราะห์ แม่ครูช่วยน้องเพียวด้วยนะครับ” ไม่รู้เลยว่าคำสวดอ้อนวอนขอจากคนที่ลับไปจะเกิดผลรึเปล่า ในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรบ้างเพียวไผ่มืดแปดด้านจริง ๆ 

___________ 

ฮรุก ชีวิตน้องเพียวน่าเอ็นดู 

เรื่องนี้เป็นโรแมนติกดราม่าครับ แต่ดราม่าหนักไหม ก็...อืมมม...ไม่มากครับ 

หากถามว่าทำไมไม่อัพ PDDต่อ เนื้อหาของPDD โปรดวางพล็อตจบแล้วนะครับ เหลือแค่ใส่รายละเอียด ยอมรับว่าหัวไม่ค่อยแล่น เลยเปิดเรื่อง หลงกลรัก มาพลางๆ คาดว่าหลังๆจะพยายามเดินสองเรื่องไปพร้อมๆกันครับ 

พระเอกเรื่องนี้ ชื่อนักรบ เป็นพี่ชาย หมอกองทัพ ในเรื่อง PDD  

หากนักอ่านของโปรดเคยอ่านมาแล้วอาจจะเห็นชื่อน้องเพียวกับคุณนักรบผ่านๆในเรื่องนั้น 

 

ลงครั้งแรก 8 ตุลาคม 2563 

รีไรท์แก้คำผิด 21 ธันวาคม 2563 

รีไรท์ครั้งที่ 2 27 ธันวาคม 2563 

รีไรท์ครั้งที่ 3 11 กรกฎาคม 2564 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว