email-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : วุ่นวาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 74

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ต.ค. 2563 02:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
วุ่นวาย
แบบอักษร

- หลายเดือนผ่านไป –

ฉันจะมาอัพเดทชีวิตให้ฟังคะ เรา6คนไม่สิ 7 คนรวมทั้งแจฮวานด้วย ไปมายังไงมันเข้ามาอยู่ในแชทกลุ่มได้ก็ไม่รู้ พวกเขาทั้ง5 คนมาที่ร้านบ่อยขึ้นถ้ามีเวลาว่างนะ พวกเขามักจะมาคลุกอยู่ที่นี่ แต่ตอนนี้พวกเขาเตรียมตัวคัมแบล็คอัลบั้มใหม่กำลังเดินสายโปรโมทเพลงอยู่ ทำให้พวกเขามาบ่อยไม่ได้ จะว่าไปพวกเขาไม่ได้เข้ามาที่ร้านฉันจะสามอาทิตย์แล้วนะ แต่แชทกลุ่มของเราก็ยังเคลื่อนไหวตลอด ฉันเริ่มสนิทกับพวกเขามากขึ้นและหลังจากที่เรารู้จักกันมา มินกยูเป็นคนขี้อายมากแถมยังซื่อบื้ออีกต่างหาก ซอกมินเป็นคนที่ตลกมากหลายครั้งที่เขามักจะทำให้ฉันประหลาดใจกับคำพูดและความคิดของเขาอยู่เสมอ ส่วนซึงกวาน... ทุกคนคงคิดว่าเขาอารมณ์ดีตลอดเวลา ตลก และสนุกสนาน แต่ความจริงเขามีมุมที่แอบขรึม เจ้าระเบียบมาก! ทุกคนเคยโดนเขาดุมาทุกคนไม่เว้นแม้แต่แจฮวานหรือเมเนมยองคะ 😂 ส่วนชานเป็นคนที่ขี้กลัวมากระแวงเก่งด้วย เขาก็เคยดุฉันเรื่องที่มีลูกค้าผู้ชายมาจีบด้วยนะคะ 😂 ชานสนิทกับแจฮวานมากเพราะเป็นคู่หูเล่นเกมส์บางครั้งเขาก็ทะเลาะกันเรื่องเกมส์บ่อยๆ ส่วนแจฮวานเขาก็สนิทกับทุกคนอย่างไวเลยคะ อาจจะเป็นเพราะว่ามันเข้ากับคนง่ายก็เป็นได้ ส่วนเวอร์น่อนช่วงแรกๆไม่ค่อยคุยกับฉันหรอกคะแต่พอสนิทกันนี่เล่นกันตีกันกระจาย ชอบเล่นมุกที่คนอื่นคาดไม่ถึงด้วยคะ และที่สำคัญเมเนมยองก็อยู่ในกลุ่มแชทด้วยคะ อีกอย่างก็คือเมเนมยองเป็นอาแท้ๆของฉันคะ เราเคยเจอกันตอนที่ฉันมาที่นี่ใหม่ๆตอนเด็กๆ พอฉันอยู่เกาหลีได้ 2 เดือนพ่อก็ซื้อบ้านใหม่ให้ก็คือบ้านปัจจุบันที่ฉันอยู่แล้วพ่อฉันก็ต่อเติมเพิ่มทีละเล็กๆน้อยๆ จนเป็นร้านคาเฟ่ให้ฉันทุกวันนี้ ฉันไปเยี่ยยมน้าฮันซอไม่บ่อยตั้งแต่คุณย่าเสียก็แทบจะไม่ได้ไปอีกเลย ส่วนคุณน้าฮันซอตั้งแต่มี มินฮยอกก็แทบจะไม่ว่างมาหาฉันสักเท่าไหร่ เมเนมยองเองตั้งแต่เด็กฉันก็ไม่ค่อยได้เห็นเขาอีกเลยเพราะตารางงานเขาค่อนข้างยุ่งมาก หลังจากนี้เมเนมยองก็ไว้ใจฉันมากขึ้นถ้าพวกเขาไม่มีตารางงานเมเนมยองกับเมเนโบก็จะพาพวกเขามาทิ้งไว้ที่ร้านฉันคะ เมเนมยองมีศักดิ์เป็นอาของฉันแท้ๆ แต่ด้วยความที่ฉันไม่ค่อยได้คุยได้เจอเท่าไหร่ ทำให้ฉันคอยจะเรียกอาว่าเมเนตลอดจนเมเนมยองบอกว่า

“เรียกอาว่าพี่ก็ได้ อาจะได้ดูไม่แก่ ฮ่าๆ”

ฉันก็เลยเรียกอาตัวเองว่าพี่แทน น้าฮันซอหลังรู้ว่าฉันกับพี่มยองเริ่มสนิทกัน น้าฮันซอก็พามินฮยอกเข้ามาเล่นมาช่วยที่ร้านบ่อยขึ้น น้าฮันซอจะคอยให้คำปรึกษาฉันเสมอเล่นเอาว่าตอนนี้แม่ฉันไม่โทรตามกลับไทยมาหลายเดือนแล้ว อิอิ อาจจะเป็นเพราะว่าฉันมาอยู่เกาหลีตัวคนเดียวถึงจะมีน้าฮันซอแวะเวียนมาหาแต่ก็คงห่วงฉันอยู่ดี น้าฉันเองก็โทรคุยกับคุณพ่อฉันให้หายห่วงได้แล้วเพราะมีน้ามาคอยอยู่ด้วยแทบตลอด พี่มยองมาบ่อยมากตอนแรกก็คุ้นๆกับทางอยู่แต่นึกไม่ออกว่าเคยมาตอนไหน พอรู้ว่าฉันเป็นลูกพ่อแจซอกก็อ้อทันที และตอนนี้ร้านฉันเริ่มเป็นแฟนคลับเซเว่นทีนแบบเต็มตัวแล้วคะ ฉันอยากสนับสนุนพวกเขาเลยจัดโปรดใครพกอัลบั้มที่นับเข้าชาตท์มาฉันให้เค้กฟรีหนึ่งชิ้น ชิ้นไหนก็ได้แฟนคลับทุกคนมาใช่บริการไม่ขาดสาย แชร์ต่อกันไปเรื่อยๆจนฉันรู้สึกว่า ..

‘ ฉันอาจจะขาดทุนได้ ... =_= ’

ส่วนตรงทางขึ้นบันไดและตามผนังห้องโถงทางเดินก็ยังมีรูปทั้ง13คนติดอยู่มีทั้งรูปเล็กรูปใหญ่ติดเต็มไปหมด แต่รูปทั้ง 5 คนจะเยอะกว่าหน่อยเล่นถ่ายกันเองติดกันเองไม่มีใครยอมใคร ฮ่าๆ รูปหลุดๆเอ๋อๆร้านเรามีเยอะคะ

20 :22 PM

“เหงามั้ยเจ๊ ทำไมช่วงนี้เขาไม่เข้ามาที่ร้านกันบ้างเลยอ่ะ”

แจฮวานยืนพิงประตูห้องครัวด้วยหน้าหมดอะไรตายอยาก

“เขามีงานทำกันนิ ที่นายเหงาเพราะนายไม่ทำงานต่างหาก มาช่วยฉันปั้นขนมเลย” ฉันนั่งปั้นคุกกี้อยู่ก็เรียกแจฮวานทางสายตา

“โห่ เจ๊ ~” มันเดินมากอดแขนฉันอย่างออดอ้อน

“ไม่ต้องมาอ้อนเลย” มันยังคงเอาหน้าถูแขนฉันอยู่ ฉันยังคงปั้นขนมไปเรื่อยๆโดนไม่มองว่ามันจะทำหน้ายังไง

แชะ!

“เฮ้ย แกถ่ายรูปทำไม” ฉันหันไปดุแจฮวานที่นั่งกดมือถืออยู่พักหนึ่งไม่สนใจคำพูดของฉัน

“ถ่ายไปให้พวกเขาดูไง รูปน่ารักดีออก เจ๊ดูสิ” มันเปิดรูปให้ฉันดูเป็นรูปตอนที่มันเอาหน้าไม่ถูแขนฉันนั้นแหละ

“น่ารักตายแหละ”ฉันผลักหัวมันไปทีหนึ่งด้วยความหมั่นไส้ล้วนๆ

ติ๊ง ติ๊งๆ ติ๊ง

“ใครส่งอะไรมาให้แก ทำไมรัวๆขนาดนั้น” ฉันเอ่ยถามแจฮวานด้วยความสงสัย

“ก็พวกพี่เขานั้นแหละครับเจ๊”มันตอบหน้าตาย

“เขาว่ายังไงหรอ อ่านให้ฟังบ้างสิ”

“พี่ซึงกวานบอกว่าอยากกินเค้กฝีมือเจ๊ ส่วนพี่เวอร์น่อนบอกว่าอยากซบไหล่เจ๊บ้างจังแต่ตอนนี้ไหล่เขาไม่ว่าเพราะบัดซบอยู่... มุกหรอว่ะ” จู่ๆแจฮวานก็หัวเราะในลำคอเพราะมุกของเวอร์น่อน

“คริคริ.. หมดแล้วหรอ” ฉันถึงกับหลุดขำกับมุกเวอร์น่อนเหมือนกัน

“ยังเจ๊ ใจเย็นๆ ผมกำลังงงกับมุกพี่น่อนอยู่”

“แกมันซื่อบื้อ”มันเบ้ปากใส่ฉันที่หนึ่งก่อนจะเริ่มอ่านต่อ

“มินกยูฮยองส่งสติ๊กเกอร์หมีทำท่าหัวใจมา พี่ซอกมินบอกว่าหิว ส่วนชาน.. เห้อ~”

“ชานทำไม..” จู่ๆมันก็ยื่นโทรศัพท์มาให้ฉันดู

“ดูมันว่าผมสิ”

“อ่านให้ฟังหน่อย มองโทรศัพท์ไม่ค่อยเห็น”

“มันบอกว่า แจฮวานไอ้ภาระ ชอบหลอกแต๊ะอั๋งสาว ไอ้คนไม่เอาอ้าว ไอ้สมองกลวง..”

“พอเถอะ ฉันรู้สึเหมือนกำลังอยู่ในสงครามยังไงก็ไม่รู้”

“โอ๊ะ ลูกค้ามา ผมไปดูลูกค้าก่อนนะเจ๊”

พูดจบมันก็วิ่งออกไป

#ในรถตู้เซบ

เซบจะแบ่งออกเป็นสองทีมในการนั่งรถตู้ไปด้วยกันคือ เรียงตามอายุนั้นเอง ส่วนคันเมเนมยองขับจะเป็นคันน้อง เมเนโบขับจะเป็นคันพี่

“พี่มยองผมอยากกินเค้ก ไปร้านบีกันเถอะ” มินกยูเอ่ยขึ้นหลังจากที่นั่งรถตู้ออกจากเวที Bank เพื่อกลับที่พัก

“ผมเห็นด้วยครับ”ซอกมินเห็นดีเห็นงามด้วย

“ใครคือบีว่ะ” อูจีถามด้วยความสงสัย

“พวกแกมีความลับอะไรกันวะ”วอนวูถาม

“พี่สองคนอย่าพึ่งรู้เลย ไปถึงเดี๋ยวพวกพี่ก็เข้าใจเองแหละ” ชานพูดขึ้นขณะนั่งอยู่ข้างๆอูจี อูจีหันไปมองหน้าชานแบบขวางๆ

“สรุปไปร้านบีนะ พี่จะได้ยิงยาวไปเลย”เมเนมยองสรุป

“พี่สองคนจะไปกับพวกเรามั้ยหรือจะเข้าหอเลย” ซึงกวานหันหลังไปถามสองคนที่นั่งอยู่เบาะใน

“ไปดิ อยากรู้เหมือนกัน” วอนวูตอบส่วนอูจีพยักหน้าให้คำตอบ

“ไปร้านบีเลยพี่ ”เวอร์น่อนเอ่ยขึ้นก่อนจะหลับตาลงเพราะความเหนื่อยอีกครั้ง

“ฉันถามแกว่าบีเป็นใครไม่ใช่ให้แกมายอกย้อนถามฉันกลับนะไอ้ชาน” อูจีที่นั่งอยู่เบาะกลางระหว่างวอนวูกับชานก็เกิดอาการหมั่นไส้ชานขึ้นมา เขาใช้แขนล็อกคอชานพร้อมกับใช้มือเคกหัวชานไปหลายที

“โอ้ย พี่อูจีผมเจ็บ ปล่อยผมน๊า”

“แกมันยอกย้อนเก่งนัก” อูจียังคงสั่งสอนคนเป็นน้องเล็กอยู่

“โอ๊ยๆ พี่ผมยอมแล้ว”

“ไอ้ซึงกวานดูนี่ ร้านบีสนับสนุนเซเว่นทีนเว้ย เห็นคนติดแฮทแท็กร้านบีเยอะเลย แกดู” มินกยูที่นั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ก็เข้าทวิตเพื่อเช็คข่าว ก็เจอแฮ็ทแท๊กที่ชื่อว่า #Wannabecafexseventeen

“ไหนๆมึงอ่านสิ”ซอกมินตะโกนมาจากเบาะในสุด

“ข่าวไรว่ะ”เวอร์นอนที่นั่งหลับอยู่ข้างมินกยูก็ตื่นมาเพราะความสงสัยเช่นกัน วอนวูและอูจียิ่งสงสัยหนักขึ้นว่าบีคือใคร

“มึงอ่านเร็วๆสิไอ้มิง” ซึงกวานเร่งมินกยู

“ทุกคนถึงร้านบีแล้วนะ ถ้ายังไม่ลงกัน พี่จะลงไปก่อนแล้วนะ พี่หิวน้ำ”

“ผมไปด้วย” ชานขานรับเมเนมยองแต่ยังไม่ทันที่เขาจะเปิดประตูรถก็มีมือมาดึงชานไว้จากเบาะใน

“รอไปพร้อมกันดิไอ้ชาน”ซึงกวานดึงแขนชานไว้ ชานยอมนั่งอยู่ที่เดิมพร้อมกับทำหน้าบูดบึ้ง

“อ่านเลยไอ้มิง” เวอร์น่อนสกิดมินกยูให้อ่านต่อ

“แฮ็ทแท๊กนี้บอกว่า ใครที่นำอัลบั้มเซเว่นทีนที่นับเข้าชาตท์เข้ามาที่ร้านWannaBe café รับฟรีเค้ก1ชิ้นเลือกได้ตามสบาย แล้วแฟนคลับเราก็ไปกันเยอะด้วย มีบางคนบอกว่าที่ร้านบีเหมาะที่จะจัดงานแฟนไซส์มากเลย”

“บีเรานี่สุดยอดเลยเนอะ ~”ชานพูดขึ้น

21:45 PM

บีที่กำลังนั่งจดบัญชีรายรับรายจ่ายอยู่นั่นก็ได้ยินเสียงรถตู้ที่แล่นมาจอดข้างหลังร้านจึงรีบวิ่งออกไปดูลานด้านหลังร้านก็เห็นชายร่างท่วมเดินลงมาท่าทางใจดี บีจำได้ดีว่าเป็นเมเนมยอง อาแท้ๆของเธอนั้นเอง

“บีเป็นไงบ้าง” พี่มยองทักทายบี

“สบายดีคะพี่มยอง เหนื่อยมั้ยคะหนูพึ่งโทรหาน้าฮันซอกับน้องมินฮยอกเมื่อกี้เอง”

“พี่สบายดี มินฮยอกคงนอนแล้วมั้ง”

“ใช่คะ น้าฮันซอกำลังจะไปส่งตัวแสบเข้านอนเลย พี่คงเหนื่อยแย่แล้ว พี่ขึ้นไปพักก่อนนะคะ เดียวบีจะเอาขนมกับน้ำขึ้นไปให้”

“ขอบใจมากนะบี” พี่มยองลูบหัวฉันหนึ่งทีก่อนเดินขึ้นบันไดไป

ฉันจึงค่อยๆเดินไปที่รถตู้อย่าตื่นเต้น ฉันค่อยๆมองๆส่องๆกระจกรถตู้ ก่อนจะเคาะกระจกทักทายพวกเขา

#WooziTalk

ก๊อกๆ

จู่ๆก็มีเสียงเคาะกระจกชานหันไปเปิดประตูรถตู้ ก็เจอหญิงสาวที่ยืนยิ้มน่ารัก

“พี่บี~” ชานตะโกนเรียกชื่อเธอพร้อมกับกระโดดลงรถไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับเธออย่างสนิทสนมซึงกวาน ซอกมิน มินกยูและเวอร์น่อนเห็นแบบนั้นก็รถจากรถไปกอดเธอเล่นกับเธออย่างเอ็นดู อูจีกับวอนวูเห็นภาพนี้ก็อดที่จะเอ็นดูพวกเขาไม่ได้ถึงแม้ว่าพวกเขาจะงงว่าเธอเป็นใครก็ตาม

“พี่อูจี พี่วอนวู เข้าข้างในเถอะ ผมจะแนะนำบีให้รู้จัก” มินกยูโผล่หน้ามาเรียกทั้งสองคนที่นั่งมองพวกเขาอยู่ในรถ มินกยูพูดจบเขาก็วิ่งไปกอดคอบีอย่างสนิทพวกเขาพากันเดินหอมล้อมบีเข้าข้างใน

“ใครว่ะ?” วอนวูถามอย่างสงสัย

“ฉันก็อยู่กับแก จะรู้มั้ยเนี่ย..”

อูจีกับวอนวูลงมาจากรถก็เดินตามหลังพวกเขามาแบบเงียบๆ

หลังที่อูจีเดินเข้ามาในร้าน เข้าใช้สายตาสอดส่องบริเวณรอบๆร้านอย่างระเอียด กินหอมของเค้กและการจัดร้านตกแต่งร้านนี้ถือว่าใช่ได้เลย สีเขียวอ่อนที่ตัดกับไฟสีส้มทำให้มองแล้วสบายตา สะอาดเป็นระเบียบมาก เรียกได้ว่าดูดีมากเลย เขาอดที่ชมเจ้าของร้านไม่ได้ ถ้ารู้ว่ามีคาเฟ่ที่ดีขนาดนี้อยู่เขาคงเป็นลูกค้าประจำไปแล้วหล่ะ

“ฮยองเป็นไงบ้าง ชอบมั้ยนี่คือร้าน Wannabe cafe เป็นร้านของพี่บีนั้นเอง ” ชานเดินมาหาอูจีที่กำลังใช้สายตาสำรวจร้าน

“อือ ใช้ได้”อูจีตอบความจริง

วอนวูเองก็เดินไปสมทบกับเวอร์น่อน ซอกมินที่ตอนนี้กำลังเดินดูเค้กที่หลากหลาย วอนวูเองก็ชอบร้านนี้อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะเค้กมะพร้าวที่เค้าพึ่งลองชิมจากแจฮวาน หวานน้อยแต่อร่อยหอมและนุ่มมาก

“ขึ้นข้างบนเถอะคะ เดียวบีจะยกน้ำกับขนมขึ้นไปให้”

“ไปเถอะไอ้ชาน ตอนนี้มีเกมส์ใหม่มา”แจฮวานกอดคอชานพากันเดินขึ้นไปข้างบนอย่างตื่นเต้น

อูจีกับวอนวูก็เดินตามพวกเขาไปติดๆ วอนวูก็แอบแปลกใจกับรูปที่จัดเรียงกันอย่างสวยงานเพราะมีรูปหลุดชนิดที่เห็นแล้วขำก๊ากออกมาทันที อูจีก็แอบขำกับรูปพวกนี้เหมือนกัน ซอกมินและมินกยูก็แซวรูปตัวเองกันใหญ่เพราะพวกเขาถ่ายกันเอง ส่วนเวอร์น่อนกับซึงกวานก็เป็นลูกมือเธอคอยช่วยยกขนมขึ้นไป

“พี่เลี้ยวซ้ายมีห้องน้ำสองห้อง ถัดมาคือห้องคาราโอเกะ ส่วนห้องตรงหน้าเราคือห้องทำงานบี และผมขอแนะนำห้องนี้ให้รู้จัก” เมื่อเดินขึ้นบันได้มาถึงหน้าห้องห้องหนึ่งชานก็ได้แนะนำห้องแต่ละห้องให้พวกเขารู้จักกัน ก่อนจะจับที่เปิดประตูอีกห้องแล้วหันมามองเขาสองคนอย่างตื่นเต้น อูจีและวอนวูก็แปลกใจว่าในห้องมันมีอะไรกันแน่ทำไมทุกคนถึงภูมิใจนำเสนอนัก

เมื่อประตูได้เปิดออกกว้างๆพอให้อูจีและวอนวูได้เห็นพวกเขาก็ตะลึงกับความสะดวกที่ครบครัน จนอูจีแอบระแวงไม่ได้แต่พวกเขาก็เข้ามาในห้องอย่างเงียบๆ อูจิีมองรอบๆห้องอย่างระแวงแต่ก็เห็นเมเนมยองนั่งดูหนั่งอยู่

“ห้องนี้บียกให้เป็นห้องของพวกเราครับ เย้ๆ” ซอกมินพูดขึ้นทุกคนก็เฮ้ตาม

“แกคิดว่าเขายกห้องนี้ให้เขาจะไม่หวังผลประโยชน์กับแกหรอว่ะ” อูจีพูดขึ้นทำให้ทุกคนตกอยู่ในความเงียบ

“พี่ .. พวกเราคบกับบีมา 4-5 เดือนแล้วครับ แล้วอีกอย่างเธอให้ห้องนี้เพราะเราเริ่มมากันเยอะขึ้น เธอไม่อยากให้เราลำบากใจเพราะข้างล่างลูกค้าเธอเยอะตลอด เธอมาดูเราตลอดไม่ได้ เธอเลยยกห้องนี้ให้เรา เราจะได้ขึ้นมาได้เลย ไม่ต้องรอเธอมาส่ง” ซึงกวานอธิบายยาวแต่อูจีก็ยังไม่สบายใจ

“ถ้าบริษัทเรารู้หล่ะ เมเนมยองจะรับกับปัญหาไหวหรอ”

“ถ้าถามพี่ พี่ว่ามันโอเคนะ แล้วพี่ก็รายงานเรื่องนี้กับ CEO บริษัทไปแล้วหล่ะ พวกเขาอนุญาตให้ทุกคนได้พักผ่อนที่นี่ด้วย อีกอย่าง.. พี่ก็เป็นอาแท้ๆของบีด้วย ” เมเนมยองเดินมาตอบคำถามอูจีอย่างจริงจังเพราะเขารู้ว่าอูจีเป็นคนยังไง

“แล้วแฟนคลับคนอื่นหล่ะครับเขาจะไม่คิดมากกันหรอ”อูจียังคงไม่สบายใจ

“อูจีอ่า ตอนนี้แฟนคลับเรารักกันดีสนับสนุนร้านนี้แถมยังส่งเมลไปที่บริษัทเพราะอยากให้จัดแฟนมีตติ้งที่ร้านนี้อีกต่างหาก เพราะร้านนี้สนับสนุนพวกนายอย่างเป็นทางการด้วย สบายใจได้แล้วนะอูจีอ่า~”เมเนมยองตบบ่าอูจีหนึ่งทีก่อนจะเดินไปหยิบขนมมาเดินไปกินที่โซฟาอย่างผ่อนคลาย

“อยากคิดมากเลยพี่พวกเราไปมาร้านนี้บ่อยๆไม่มีทางที่พวกเราจะไม่รู้ว่าบีจะทำอะไร แล้วเธอไม่ใช่คนเกาหลีแท้อย่างพวกเราด้วยซ้ำ” ซึงกวานพูดขึ้น อูจีทำหน้างง

“เธอไม่ใช่คนเกาหลีหรอ”วอนวูถามอย่างสงสัย

“เธอเป็นลูกครึ่งน่ะ ไทย-เกาหลี แต่เธอก็มีความฝันอยากจะเปิดร้านคาเฟ่เล็กๆที่เกาหลีคนเดียวถึงแม้ว่าแม่ของเธอจะไม่เห็นด้วยก็ตาม” มินกยูอธิบายเสริม

“แล้วพวกเราที่เหลือล่ะ?” อูจียังคงตั้งคำถามมากมาย

“เราจะค่อยบอกพวกเขาไปทีละคนครับ ตอนนี้ที่นี่ยังคงต้องการความสงบ” ซอกมินพูดจบก็เดินไปหาเมเนมยองที่นั่งดูหนังอยู่

“ไปดูหนังกันเถอะพี่ คิดมาก” ซึงกวานกอดคออูจีเดินไปดูหนัง ส่วนวอนวูก็เดินดูบริเวณรอบๆอย่างตื่นเต้น

“ย๊าห์ ไอ้น่อนแกทำเค้กล้มอีกแล้วนะ” ซึงกวานเดินไปตีแขนเวอร์น่อน

“ซึงกวาน นายบ่นตั้งแต่มาแล้วนะ ฉันปวดหูไปหมดแล้ว อย่าไปดุเวอร์น่อนเยอะเลย” ฉันห้ามปรามทั้งสองที่กำลังจะเปิดศึกกันในร้านฉัน

“อย่าไปเข้าข้างมันนะบี เธอดูสิ มันทำเค้กล้มนะ”

“โอเค ฉันจะอยู่เงียบๆละกัน ” ฉันคงต้องยอมแพ้ให้กับความเจ้าระเบียบของเขา

“มีแต่บีที่เข้าใจฉัน” พูดจบไม่ถันขาดคำเวอร์น่อนก็ทำเค้กล้มอีกครั้ง

“ไปให้ไวเลย ไสหัวไปไหนก็ไปไอ้น่อน แกทำเค้กล้มอีกแล้วเห็นมั้ย” ซึงกวานไล่เวอร์น่อน

“เค้กล้มแค่นี้เอง แกชอบดุฉันจัง ฉันไปช่วยบีก็ได้”ว่าแล้วเวอร์น่อนก็เดินมาช่วยบีเอาแก้วใส่น้ำแข็งเพื่อทำน้ำกระเจี๊ยบเย็นๆ

“เอ่อ...เวอร์น่อนนายอยู่เฉยๆก็ได้นะ ฉันทำเองได้”ฉันบอกเวอร์น่อนก่อนจะเทน้ำกระเจี๊ยบใส่แก้วทีละแก้ว

“ฉันทำได้น่า เธอทำของเธอดีๆเถอะ” แล้วทุกคนดูคำตอบเขาสิ =.=

“งั้นฉันยกเค้กไปข้างบนก่อนนะ” ซึงกวานจัดเค้กเสร็จก็ยกถาดขนมไปไม่รอ

“ฉันใกล้เสร็จแล้ว เดียวตามไป” ซึงกวานพยักหน้าตอบ

“เวอร์น่อนนายเทน้ำหก =.=‘ ฉันว่านายอยู่เฉยๆดีกว่านะ” หันไปตอบซึงกวานแป๊บเดียวหันกลับมาก็เจอเจ้ายุ่งทำหน้าหกเต็มโต๊ะ

“นี่เธอว่าฉันอีกคนแล้วหรอ” เวอร์น่อนว่างของทุกอย่างก่อนยืนกอดอกมองฉันอย่างนอยๆ

“ฉันไม่ได้ว่า แล้วนายก็อย่าคิดว่าจะแกล้งฉันด้วยหล่ะ”

ฉันชี้หน้าเวอร์น่อนก่อนจะเทน้ำใส่แก้วสุดท้าย

“อ๊ายยยยยย!!” พูดไม่ทันขาดคำ เวอร์น่อนก็จับก้อนน้ำแข็งมาใส่หลังฉัน การแต่งตัวของฉันคือชอบเอาเสื้อใส่ในกางเกงไง เย็นวาบไปทั้งหลัง พยายามเอามันออกก็ไม่ออก

“หึ” เวอร์น่อนหัวเราะในลำคอ

“นาย!” มันอดที่จะแก้แค้นไม่ได้จริงๆ

เธอล็อกคอเวอร์นอนจากด้านหลังก้อนจะใช้น้ำแข็งถูไปที่หน้าแล้วก็หัวเวอร์น่อนอย่างเมามันส์

“ยัยบ้าปล่อยนะ” เวอร์นอนเอือมไปหยิบน้ำแข็งมาถูกหน้าเธอกลับอย่างมันมือ

= บรรยายกาศด้านบน =

“ทำไมน้ำมาช้าขนาดนี้นะ เขาไม่ได้ทะเลาะหรือตีกันอยู่ใช่มั้ยไอ้บู”

ซอกมินเอ่ยถามขณะดูหนัง

“ไม่รู้ว่ะ ไอ้มิงไปดูดิตีกันไปแล้วมั้ง” ซึงกวานใช้มินกยูขณะที่เขากำลังเล่นเกมส์

“โห่ ทำไมแกไม่ลงไปเองวะ” มินกยูหันมาเถียง

“เขาเคยทะเลาะกันด้วยหรอ” วอนวูถามซึงกวานที่นั่งดูหนังด้วยกันข้างๆ

“ถ้าเวอร์น่อนไม่แกล้งเธอ ไม่ไปแหย่ให้เธอโกรธ” ซอกมินอธิบายแทนซึงกวาน

“เอ้า เมื่อไหร่แกจะลงไปดูว่ะ”ซึงกวานหันไปไล่มินกยูอีกครั้ง

“โอ้ย ถ้าเขาตีกันนะ มันต้องมีของตกแตกบ้างแหละ”

เพล้ง!

ความคิดเห็น