เมื่อผมท้องกับคู่อริ
chapter 1 แก้คำผิดแล้ว
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
chapter 1 แก้คำผิดแล้ว

Chapter 1

“ไอ้เม” ปลายสายเกริ่นขึ้นด้วยน้ำเสียงติดเครียดทันทีที่ผมกดรับสาย

“ว่าไง” ผมตอบกลับอย่างสนใจ

“ตอนนี้กูอยู่ร้าน BBB แล้วก็เจอโม แฟนมึง” น้ำเสียงของเพื่อนสนิทสั่นเครือราวกับกำลังลำบากใจกับสิ่งที่ตัวเองเผชิญ

“...”

“โมกำลังนอกใจมึง มันกำลังนั่งนัวเนียอยู่กับไอ้โอบดิน” ไม่ใช่แค่

ข้อกล่าวหาลอยๆ สิ้นเสียง ไอ้สันต์ก็เบนกล้องไปที่โต๊ะเหล้าโต๊ะหนึ่งที่มีชายหญิง

คู่หนึ่งกำลังซุกไซ้กันท่ามกลางความมืด แต่ถึงจะมืดแค่ไหนมือถือรุ่นใหม่ล่าสุดราคาหลายหมื่นของไอ้สันต์ก็ทำให้เห็นภาพบาดตานั้นได้อย่างชัดเจน

“กูกำลังไป” ผมคว้ากุญแจรถแล้วรีบวิ่งออกจากคอนโดฯ พี่ชาย เพื่อมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่แฟนสาวที่คบกันมาตั้งแต่มัธยมฯ กำลังนัวเนียกับชายอื่นต่อหน้าต่อตาเพื่อนสนิทผม!

................................................................................................

“ไอ้เมทางนี้โว้ย” ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง ในที่สุดผมก็มาถึงผับ BBB สถานที่

ที่เพื่อนผมบอกไว้

“มันอยู่ไหน” ผมเดินตรงมาที่โต๊ะของกลุ่มเพื่อนที่กำลังกวักมือเรียก ก่อนจะถามหาตัวต้นเหตุที่ทำให้ผมเจ็บช้ำในอกจนแทบจะระเบิดออกมา

“ชั้นสอง” ไอ้บีตอบคำถามก่อนจะชี้มือไปยังชั้นสองของผับชื่อดัง

“เฮ้ย ไอ้เม มึงจะทำยังไงวะ จะไปโต้งๆ แบบนี้เลยหรอ”

ผมตอบคำถามเพื่อนก่อนจะหันหลังเดินตรงไปขึ้นบันไดเพื่อขึ้นไปชั้นสอง

ที่เป็นโซน VIP เพื่อไปถามให้แน่ชัดว่าเธอนอกใจผมไปคบคนอื่นเพราะอะไร

“เออ กูจะพูดกับมันให้รู้เรื่อง มันจะเลิกกูไม่ว่า แต่แม่งนอกใจกูต่อหน้า

ต่อตาแบบนี้มันหยามกันเกินไป” ผมสะบัดแขนเพื่อนสนิทออก ก่อนจะมุ่งหน้าขึ้นไปชั้นสองเพื่อไปเผชิญหน้ากับความจริงที่แสนเจ็บปวด แต่พอขึ้นมาชั้นสองได้ไม่ทันไร

ก็เห็นภาพบาดตาบาดใจเข้าทันที

 

หญิงสาวในชุดเดรสรัดรูปสีนู้ดกำลังนั่งคลอเคลียกับผู้ชายคนหนึ่งกลางวงเหล้า ไม่เกรงใจเหล่าเพื่อนชายที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่

“โม! มึงกำลังทำอะไร!” ผมตรงเข้าไปฉุดแขนแฟนสาวออกจากตักของผู้ชายอีกคน

“เม! เมมาอยู่ที่นี่ได้ไง” เธอตาโต จ้องมองผมด้วยความตกใจ

“เรื่องนั้นไม่สำคัญ แต่กูกำลังถามว่ามึงทำเหี้ยอะไร!” ผมจับข้อมือเธอแน่น ก่อนจะตะโกนถามเสียงดังแข่งกับเสียงเพลง จนแขกคนอื่นๆ บนชั้นสองหันมามองกันอย่างสงสัย

“เม โมเจ็บนะ ออกไปคุยกันข้างนอก” เธอพยายามบิดตัวออกจากการจับกุมของผมพร้อมมองไปรอบๆ อย่างอายๆ

“ไม่ กูจะคุยกับมึงให้รู้เรื่องตรงนี้!” ผมเพิ่มแรงบีบข้อมือจนเธอหลุดเสียงร้องออกมา

“นึกว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็คุณเมฆา เดือนวิศวะฯ คนดังนั่นเอง” แต่ก่อนที่เธอโวยวาย เสียงทุ้มของใครบางคนก็ดังขึ้น ร่างสูงในชุดไปรเวทแบรนด์เนมตั้งแต่หัวจรดเท้าลุกขึ้นยืน ก่อนจะเดินตรงมาหาผมด้วยใบหน้าวอนตีน

“ไอ้เหี้ยดิน! มึง” ผมปล่อยมือออกจากแฟนสาว ก่อนจะพุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อชู้รักของเธอด้วยความโกรธ

“เมอย่านะ!” ยังไม่ทันได้ลงมือผู้หญิงที่ผมเคยรักก็พุ่งมาห้ามผมไว้ ไม่ให้

ทำร้ายชู้รักของเธอทันที

“ไอ้เม ใจเย็น” เพื่อนผมที่เดินตามมาสมทบ ช่วยกันห้ามเพราะพนักงานเสิร์ฟของร้านเริ่มแตกตื่น

“ใจเย็นเหี้ยอะไร มันจงใจหยามกู! มึงไม่เห็นหรือไง” ผมตะโกนบอกอย่างเดือดดาล

“เฮ้ อย่ามากล่าวหากันลอยๆ ซิ ก็โมบอกเองว่าโสด แล้วจะมาหาว่ากูจงใจแย่งแฟนมึงได้ไง” ไอ้โอบดินเหยียดยิ้มมุมปาก จ้องผมกลับอย่างสะใจ

“โมนี่มึง...” ผมยอมปล่อยมือจากคอเสื้อคู่อริ ก่อนจะหันกลับถามแฟนสาวตัวต้นเหตุ

“ออกไปคุยข้างนอก เมกำลังทำให้คนอื่นเดือดร้อนนะ” เธอหน้าหงิก

ไม่พอใจ ก่อนจะดึงแขนผมให้เดินตามเพื่อออกไปเคลียร์นอกร้าน

“เมไม่ไป! มีอะไรเคลียร์กันตรงนี้แหละ หรือโมกลัวมันจะรู้ว่าเราจะยังคบกันอยู่ฮะ!” ผมสะบัดแขนออกไม่ยอมเดินตามเธอ

“เมอย่างี่เง่าได้ปะ โมบอกให้ไปคุยกันข้างนอก ไม่อายคนอื่นหรือไง”

เธอตวาดกลับแบบไม่ยอมรับความผิด

“อาย อายทำไม ทีมึงไซร้คอกับมันกลางร้านเมื่อกี้ มึงไม่เห็นจะอาย!”

ผมเริ่มคุมสติไม่อยู่ คบกันมาตั้งสามปี พอจับได้ว่านอกใจ นอกจากเธอจะไม่ขอโทษหรือพยายามอธิบายอะไรแล้ว เธอยังมาบอกว่าอายในสิ่งที่ผมกำลังทำอีก

“เม! ถ้าจะงี่เง่าแบบนี้ก็เลิกกันไปเลย” เหมือนใครบางคนเอามีดมาแทง

ที่อก ความรู้สึกโกรธจากการถูกคนรักหักหลังยังไม่เท่ากับถูกคนที่เป็นฝ่ายนอกใจอย่างเธอบอกเลิก

“เลิก มึงกล้าพูดคำนี้มาได้ไง” ผมถามอย่างสุดจะทน ไม่องไม่อายใครหน้าไหนทั้งนั้นที่ต้องถูกแฟนที่นอกใจบอกเลิกต่อหน้าต่อตาชู้รักของเธอแบบนี้

“......” เธอนิ่ง มองผมเหมือนกำลังสับสน

“กูต่างหากต้องเป็นคนพูดคำนั้น ผู้หญิงหลายใจแบบมึง กูไม่เก็บไว้ข้างตัวให้เป็นเสนียดหรอก เชิญมึงเอากันให้สาแก่ใจ นับจากนี้ต่อไปมึงกับกูขาดกัน” ผมพูดออกไปด้วยความเจ็บปวดและผิดหวัง หายไปแล้ว เวลาสามปีที่ผมคบกับมันมา ช่วงเวลาดีๆ ทั้งหมดหายไปเพียงเพราะมัน ไอ้โอบดิน ศัตรูหมายเลขหนึ่งที่ผมเกลียดเข้าไส้ ชาติทั้งชาติก็อย่าได้หวังจะมาญาติดีกันอีกเลย!!

....................................................................... 

 

ก๊อกๆๆ

“เมตื่นได้แล้ว วันนี้มีเรียนเก้าโมงไม่ใช่หรอ จะแปดโมงแล้วนะ” เสียงเคาะประตูบวกกับเสียงร้องเรียกของพี่ชาย เป็นกิจวัตรประจำวันที่ผมต้องเจอทุกเข้าที่

มีเรียน

“อื้มมม ผมปวดหัวพี่นะ วันนี้ไม่ไป” ผมดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง เมื่อคืน

ไปกินเหล้าปรับทุกข์ที่ห้องไอ้สันต์จนเกือบตีสอง เมาจนอ้วกแตก ถูกไอ้กวาดแบกมาส่งที่คอนโดฯ พี่ชายนอนได้ไม่เท่าไหร่ก็ถูกปลุกซะแล้ว

“ไม่ได้ นี่สามวันแล้ว แกขาดจนจะหมดสิทธิ์สอบอยู่แล้ว ลุกขึ้นมา” เพราะผมไม่ตอบรับคำสั่งของพี่ชาย เจ้าตัวเลยถือวิสาสะเปิดประตูบุกรุกเข้ามาในห้องผม ก่อนจะดึงผ้าห่มผืนนุ่มออกจากตัวด้วยแรงมหาศาล

“พี่นภา!” ผมลุกขึ้นนั่งอย่างหัวเสีย ต่อว่าพี่ชายที่อายุต่างกันเกือบเจ็ดปีอย่างไม่พอใจ

“หึ ตื่นไปเรียน วันนี้มีเรียนแค่ช่วงเช้า บ่ายค่อยกลับมานอนก็ได้” พี่นภา

ถือแก้วน้ำขิงร้อนๆ หอมฟุ้งส่งให้ผมดื่มแก้แฮ้ง

“น้องชายกำลังเฮิร์ต ไม่เห็นใจบ้างหรือไง” ผมต่อว่า รับแก้วน้ำขิงร้อนๆ จากมือพี่ชายมาดื่ม ร้อนคอไปหมดเลย

“เฮิร์ตอะไรนาน สามวันก็พอแล้ว รีบลุกไปอาบน้ำ ข้าวเช้าอยู่บนโต๊ะ วันนี้พี่จะไปส่ง” พี่นภาขยี้หัวผมอย่างมันเขี้ยว ก่อนจะเดินยิ้มทำท่วงท่าสุภาพบุรุษออกไปจากห้อง

“โห คบกันมาสามปี พี่ให้ผมเฮิร์ตแค่สามวันเนี่ยนะ!” ผมตะโกนตามหลังพี่ชายอย่างไม่สบอารมณ์

พี่นภา พี่ชายแท้ๆ ที่อายุห่างจากผมเกือบเจ็ดปี ตอนนี้ทำงานเป็นทนายความที่บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง พวกเราสองคนพี่น้องเสียแม่ไปตั้งแต่ผมเกิด

ได้ไม่นาน เหลือแต่พ่อที่ทำหน้าที่เลี้ยงดูพวกเราสองคนพี่น้องมาตั้งแต่เล็กๆ พ่อผมเป็นตำรวจ ยศจ่าเอกประจำอยู่ที่สน.แห่งหนึ่งที่จังหวัดลพบุรี ตอนนี้ก็อายุห้าสิบกว่าแล้ว อีกไม่กี่ปีก็จะเกษียณ จริงๆ บ้านเกิดเราอยู่ที่ลพบุรีนั่นแหละครับ แต่ก่อนหน้านี้พ่อประจำอยู่สน.ในกรุงเทพฯ พอผมจบมอหก พ่อก็ทำเรื่องย้ายกลับไปบ้านเกิด ส่วนผมสองคนพี่น้องก็เรียนอยู่ที่กรุงเทพฯ นานๆ ทีก็แวะกลับไปหาพ่อที่ลพบุรีเหมือนกัน

“ส่งผมตรงนี้ก็ได้นะ แปดโมงกว่าแล้ว พี่จะสายเอา” ผมบอกเมื่อพวกเราขับรถออกจากคอนโดฯ มาติดไฟแดงที่สถานีรถไฟฟ้าแห่งหนึ่ง พวกมีรถยนต์คันเดียว ปกติผมจะติดรถพี่นะมาลงที่ BTS แล้วไปมหา’ ลัยเอง

“ไม่เป็นไร วันนี้มีนัดพบลูกความตอนสิบเอ็ดโมง ไม่รีบ พี่จะไปส่งที่มอเอง” พี่นะหันมาตอบก่อนจะเปลี่ยนเกียร์เมื่อสถานะไฟเปลี่ยนสี ช่วงเช้ารถติดมาก

กว่าพวกเราจะเดินทางมาถึงที่มหา’ ลัยผมก็ปาไปเก้าโมงกว่าแล้ว ผมมีเรียนเก้าโมงครึ่ง ทันเวลาแบบเฉียดฉิว

“วันนี้เลิกเรียนก็กลับห้องพักผ่อนเลยนะ กินเหล้าติดกันสามวันแล้ว

พักบ้าง” พี่นะสั่งตอนที่เราขับรถมาจอดที่หน้าคณะของผม

“รับทราบ แต่ถ้าเพื่อนมันเลี้ยงนี่ไปนะ ของฟรี” ผมปลดเข็มขัดนิรภัย

ก่อนจะหันมาคุยกับพี่ชาย

“เดี๋ยวเหอะ อยากโดนตัดค่าขนมหรือไง ลงไปได้แล้ว ถ้าจะกลับดึกไลน์มาบอกด้วย” พี่นภาเป็นคนใจดี อาจจะเพราะตั้งแต่เด็กๆ พี่อยู่กับผมมาตลอด

ค่อยป้อนข้าวป้อนนมช่วยพ่อเลี้ยงผมตั้งแต่ทารก เราเลยสนิทกันมาก แต่ส่วนหนึ่ง

ก็อาจจะเพราะพี่นภารู้สึกสงสารที่ผมเกิดมาก็ไม่มีแม่ค่อยดูแลเรื่องต่างๆ ให้เหมือนตัวเอง ตลอดเวลาที่ผ่านมาเกือบยี่สิบปี พี่นะเลยเอาแต่ดูแลผมจนไม่มีชีวิตส่วนตัวบ้างเลย แฟนสักคนก็ไม่เคยมีกับเขา คิดๆ ไปก็แอบเห็นใจพี่ชาย ต้องตั้งใจเรียนให้จบสามปีครึ่ง จะได้พอช่วยเหลือตัวเองได้ พี่นภาจะได้ใช้ชีวิตของตัวบ้าง

“ขับรถดีๆ นะ” ผมเปิดประตูลงรถก่อนจะยืนส่งพี่ชายจนรถขับออกไป จากนั้นก็มุ่งหน้าขึ้นตึกเรียน

“โอ้โฮ น้ำท่วมแหง ไอ้เมมาเรียน” ยังไม่ทันจะก้าวเข้าประตู เสียงเห่าของกลุ่มเพื่อนสนิทก็ดังขึ้น

“ปากดี กูต่างหากต้องพูดคำนี้ ไอ้สันต์” ผมเดินตรงไปนั่งหลังไอ้สันต์ที่ติดกับไอ้กวาด

“พอกันอะพวกมึง เมาทีไรเดือดร้อนกูตลอด วันนี้กูไม่แบกพวกมึงไปส่งแล้วนะสัส” ไอ้กวาดว่าเหน็บดักทางปาร์ตี้หลังเลิกเรียน

“หึหึ กูบอกแล้ว ปล่อยแม่งไว้ข้างถนนนั่นแหละ ไม่มีใครอุ้มมันไปหรอก”

ไอ้บีหันมาแขวะ

“ไอ้บี มึงนี่เชี่ยจริงๆ รูปหล่อแบบกูเนี่ยมึงกล้าทิ้งไว้ข้างถนนได้ไง เกิดมี

สาวใหญ่จับกูไปขืนใจทำไง” ไอ้สันต์ว่า

“ถุย!!” พวกผมสามคนเลยพร้อมใจถุยใส่มัน ถ้าแบบมึงหล่อ เดือนคณะแบบกูก็เทพบุตรดีๆ นี่แหละ

“ว้ายยย นั่นโอบดินไม่ใช่หรอ” ระหว่างที่กำลังนั่งรออาจารย์เข้าคลาส จู่ๆ เสียงร้องเรียกของเพื่อนผู้หญิงร่วมคณะก็ดังขึ้น

“เออ จริงด้วยนั่งเดือนสถาปัตย์ฯ พ่วงตำแหน่งเดือนมหา’ ลัย ผู้ที่ล้มสถิติคณะเราที่เป็นแชมป์มากว่าหกสมัยอย่างขาดลอย” ไม่ว่าเปล่าพวกเธอยังหันมามองเดือนคณะวิศวะฯ ที่ถูกพาดพิงแบบผมอีก

“หน็อย อีส้มเน่า ปากดีนะมึง ที่มันได้เดือนมหา’ ลัยเพราะพวกมึงทรยศไปโหวตให้มันไม่ใช่หรอ” ไอ้สันต์ปาซองหมากฝรั่งไปใส่หัวเพื่อนผู้หญิงที่นั่งอยู่หน้าห้อง

“โหยยยยอีดอก!! คะแนนพวกกูก็ห้าหกคะแนน จะไปมีผลอะไร ได้ข่าวว่าเขานำมึงเป็นร้อย” คนถูกต่อว่าลุกขึ้นโวยกลับ

“แต่เค้าโหวตให้เมฆานะตัวเอง” เพื่อนในกลุ่มอีกคนว่าเสริม

“ขอบคุณ” ผมส่งยิ้มให้ตามมารยาท พูดถึงเรื่องนี้ก็อดโมโหไม่ได้ เพราะ

การประกวดเดือนมหา’ ลัยนี่แหละที่เป็นจุดเริ่มต้นของสงครามประสาทระหว่างผมกับไอ้เหี้ยโอบดิน ถึงผมจะไม่ได้ซีเรียสอะไรกับตำแหน่งเดือนนี่ก็เหอะ แต่พอแข่งแพ้แล้วถูกมันเยาะเย้ยหลังจากลงเวทีแบบนั้น เป็นใครก็รับไม่ได้

“อ๊ายยย ยิ้มหล่อให้ด้วย” หลังจากนั้นก็เกิดศึกย่อมๆ ของเพื่อนร่วมคณะ

กันอยู่พักหนึ่ง ไอ้ตัวต้นเหตุที่ผมไม่อยากจะเจอหน้าที่สุดก็เดินเข้ามา ให้ตายสิ วิชานี้ดันเป็นวิชาพื้นฐานต้องเรียนรวม อุตส่าห์หยุดเรียนไปหลายวัน กลับมาเรียนวันแรกก็ดันเจอหน้ามันเลย ซวยจริงๆ

“อ๊ายยยย เดือนคณะสถาปัตย์ฯ กับเดือนวิศวะฯ อยู่คลาสเดียวกัน”

เสียงหนึ่งดังขึ้นเมื่อพวกไอ้เหี้ยโอบดินเดินเข้ามาในคลาส

“เดือดชนเดือนปะ อุ๊ยย กูอยากอยู่ตรงกลาง” พอพวกมันเดินเข้าห้อง มันก็ตรงมาที่ที่พวกผมนั่งอยู่ก่อนจะจงใจหย่อนก้นนั่งลงติดกับพวกผม

“ไง ไม่เจอหน้าหลายวัน ตาหายบวมแล้วหรอ” พอมันนั่งลงมันก็หันมาเยาะเย้ยผมทันที

“ไอ้เหี้ยดินมึง!” ผมเลือดขึ้นหน้า เตรียมตัวลงไปต่อยปากหมาๆ นั่นทันที แต่โชคดีที่ไอ้กวาดรั้งห้ามไว้ทัน

“อย่าอ้อนตีนให้มากนักไอ้ดิน อย่าคิดว่าเพื่อนมึงใหญ่แล้วจะไม่มีใครกล้ากระทืบมึงได้” ไอ้กวาดพูดอย่างเดือดดาลไม่แพ้ผม ก่อนจะหันไปส่งสายตาให้เพื่อนพวกมัน

“เกี่ยวอะไรกับกู” เลออน เพื่อนไอ้โอบดินที่ถูกพาดพิงหันมาเลิกคิ้วถามอย่างไม่พอใจ

“ก็มาดิครับ” ไอ้โอบดินส่งสายตาท้าทาย

“ไอ้....” ยังไม่ทันที่ผมจะได้ประเคนฝ่าเท้าเข้าปากหมาๆ ของไอ้เหี้ยนั่น อาจารย์ก็วิ่งเข้าคลาสซะก่อน ผมเลยได้ขบเคี้ยวระงับอารมณ์อยู่แบบนั้นจนจบ

คลาสเรียน

“ไอ้เม วันนี้เอาไง ต่อปะ” พอเลิกเรียน พวกผมก็รีบลุกออกจากห้องอย่างไว เพราะไม่อยากทนหายใจใช้ ออกซิเจนร่วมกับพวกไอ้เหี้ยโอบดิน พอลงมาข้างล่าง

ไอ้บีก็ถามขึ้นเหมือนรู้ใจ

” ไปดิวะ แต่ตอนนี้กูง่วงว่ะ ไปนอนหอมึงก่อน เย็นๆ ค่อยไป” ผมบอก

กอดคอไอ้กวาดออกจากตึกเพื่อแวะไปนอนที่หอมันที่อยู่หลังมอ

ดันมาเจอคู่อริกวนตีนต่อหน้าต่อตาแบบนี้ ไม่ดื่มย้อมใจคืนนี้คงนอนไม่หลับแน่นอน

 

 

TBC.

มาอีกแล้ว55555 เปิดเรื่องใหม่แล้วจร้า จริงๆว่าจะลงเรื่องของเควินลูกแม่กล้วยพ่อคาซิสก่อน แต่เปลี่ยนใจอ่ะ อยากแต่งไกลๆครอบครัวหรรษานั้นหน่อย

เรื่องนี้มีทั้งหมด30ตอนเช่นเคย 1-5ตอนแรกไม่ติดเหรียญ ตั้งแต่ตอนที่6ขึ้นไปจะติดเหรียญนะจ๊ะ ราคาต่อตอนก็เช่นเดิมจะอยู่ที่2-3แล้วแต่เนื้อหา หรือจำนวนหน้าของนิยาย ยังไงก็ฝากคิดตามด้วยนะ 

เรื่องนี้จะเป็นแนวแบบฟิวส์กู๊ดขึ้นมาหน่อย แต่ก็อาจจะยังรุนแรง18+เช่นเคย NCบ้างตอน อาจจะ25+อันนั้นก็แล้วแต่อารมณ์ล้วนๆ 55555 

ปล.นี่เป็นนิยายเรื่องแรกที่นายเอกไม่เสียตัวตั้งแต่ตอนแรกอ่ะยังไงก็ฝากติดตามเป็นกำลังใจให้ด้วยนะ 

ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น