facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

มีความสุขที่สุด

ชื่อตอน : มีความสุขที่สุด

คำค้น : นิยายวาย,นิยายจีนโบราณ,Yaoi,NC20+,ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 492

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ต.ค. 2563 18:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
มีความสุขที่สุด
แบบอักษร

หลังจากที่พบแม่ทัพกองธงที่สี่ มือปราบปลอมก็รีบจากไปทันที เยว่ฉานถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก  

"พวกนี้เป็นทหารหน่วยเกราะดำ" แม่ทัพเค่อมองปราดเดี๋ยวก็รู้ถึงตัวตนคนทั้งสอง "พวกเขาใช่คนร้ายหรือไม่?" 

"เรื่องนี้ข้ายังบอกท่านไม่ได้ แค่กๆ" จากที่เหนื่อยมาเกือบทั้งวัน ร่างกายของเยว่ฉานก็เหมือนจะรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่   

"ข้าว่าเจ้าควรกลับไป...." เค่อเหล่าต้าเอ่ยยังไม่ทันจบ มือปราบเจียงและมือปราบคนอื่นๆ ก็มาถึงพอดี 

"อาเยว่ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง เกิดอะไรขึ้นหรือ?" 

"แค่กๆ ขะ..ข้าไม่เป็นอะไร เพียงแค่เหนื่อยไปหน่อยเท่านั้น เอาไว้กลับไปค่อยเล่าให้ท่านฟัง" 

เจียงหงเข้ามาประคองบุตรชายด้วยความเป็นห่วง "เจ้าควรกลับบ้านไปพัก ไปเถิดพ่อจะพากลับเอง" 

เยว่ฉานพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ก่อนจะหันไปค้อมศีรษะให้แม่ทัพเค่อ "ต้องขอบคุณท่านแม่ทัพมากนะขอรับ วันนี้คงต้องขอตัวก่อน" 

อีกฝ่ายก็พยักหน้าให้เหมือนเช่นเคย ทุกคนเลยพากันออกจากร้านน้ำชา  

 

เจียงหงพาบุตรชายกลับมาพักที่เรือน ฮูหยินเจียงก็รีบต้มยาสมุนไพรธาตุร้อนให้เยว่ฉานดื่ม จากนั้นร่างบอบบางก็หลับใหลไปจนกระทั่งเย็น  

 

ซื่ออี้ที่พึ่งกลับมาถึง นั่งอยู่บนขอบเตียงมองใบหน้าซีดเซียวของสหายรักด้วยความเป็นห่วง กดจุมพิตลงบนหน้าผากของอีกคนเบาๆ ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปหลังฉาก 

 

ก๊อกๆ  

"อาเยว่ ตื่นหรือยังลูก แม่เข้าไปได้ไหม" 

 

เสียงเคาะประตูและเสียงของเจียงฮูหยินทำให้เยว่ฉานค่อยๆ ลืมตาตื่น  

 

"อาเยว่" 

 

"ขะ..ขอรับ ท่านแม่เข้ามาเถิด" 

 

เจียงฮูหยินเปิดประตูเข้ามาพร้อมสาวใช้ ข้าวต้มและยาถูกวางลงบนโต๊ะริมหน้าต่าง 

สตรีวัยราวสี่สิบนั่งลงบนขอบเตียง กุมมือเยว่ฉานด้วยความเป็นห่วง "อาเยว่รู้สึกอย่างไรบ้าง ให้แม่ตามหมอดีไหม?"  

"ข้าดีขึ้นแล้วขอรับ ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วง" 

"เจ้าควรพักผ่อนให้มากหน่อยนะช่วงนี้ พอหน้าหนาวทีไร อาการป่วยของเจ้ามักกำเริบทุกที" 

"ขอรับ"  

"เอาล่ะ ทานข้าวเถิดจะได้ทานยา เดี๋ยวแม่ให้ป้าจูอยู่ดูแลเจ้า" 

"อย่าลำบากป้าจูเลยขอรับท่านแม่ ข้าดูแลตัวเองได้" 

"ลำบากอะไรกันเจ้าคะ ป้าเต็มใจ" 

ไม่เพียงแต่สองผัวเมียตระกูลเจียงเท่านั้นที่รักและเป็นห่วงเยว่ฉาน ข้ารับใช้ทั้งสองก็เช่นกัน แต่ด้วยความที่เยว่ฉานมักชอบดูแลตัวเอง จึงเอ่ยปฏิเสธอีกครั้ง เจียงฮูหยินก็เลยจำใจต้องพาสาวใช้กลับไป  

 

ซื่ออี้อาบน้ำเสร็จก็สาวเท้าออกมาจากหลังฉาก เยว่ฉานเห็นแล้วยังรู้สึกแปลกใจ "อาซื่อ เจ้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน" 

"มาถึงครู่ใหญ่แล้ว พอดีตอนป้าเจียงเข้ามาข้าอาบน้ำอยู่ ก็เลยไม่ได้ออกมาคารวะ" ซื่ออี้ใช้ผ้าซับน้ำบนเส้นผมที่ปล่อยยาวสยายพร้อมกับยืนมองใบหน้าซีดเซียวของคนบนเตียง 

"รอข้าแต่งตัวเดี๋ยว จะได้ป้อนข้าวป้อนยาให้เจ้า" 

"ไม่ต้องลำบากก็ได้ เดี๋ยวข้ากินเอง" 

"อย่าดื้อ!" 

เยว่ฉานจะไปทำอะไรได้ ก็ซื่ออี้เอาแต่ใจอย่างกับอะไรดี ได้แต่นั่งพิงหัวเตียง มองร่างสูงกึ่งเปลือยที่กำลังสวมเสื้อผ้าอาภรณ์ 

รูปร่างของซื่ออี้แม้ไม่ได้สูงใหญ่กำยำเฉกเช่นแม่ทัพเค่อ แต่มัดกล้ามที่มีพอดีตัวก็ทำให้น่ามองไม่น้อย ยิ่งบั้นท้ายแข็งแกร่งที่รับกับช่วงขายาวก็ยิ่งน่ามอง  

ความคิดของเยว่ฉานเริ่มเลยเถิดไปถึงเรื่องอย่างว่า จนทำให้ใบหน้าร้อนผ่าว ต้องเสมองไปทางอื่น 

"เหตุใดไม่มองต่อเล่า"  

วาจาหยอกล้อของสหายรักยิ่งพาให้รู้สึกอับอายจนต้องหาทางเปลี่ยนเรื่อง "อาซื่อ เจ้าพอจะบอกข้าได้หรือไม่ว่าเจ้ามาทำอะไรที่นี่" 

ซื่ออี้ยกชามข้าวต้มมานั่งลงบนขอบเตียง ก่อนจะตักขึ้นมาเป่า เมื่อป้อนเยว่ฉานไปหนึ่งคำถึงได้ตอบออกมา "ข้ามาทำงานลับให้ฝ่าบาท" 

เยว่ฉานพยักหน้าอย่างเข้าใจ และไม่คิดจะถามต่อ เพราะบางเรื่องรู้มากไปก็หาใช่เรื่องดี "ระวังตัวด้วยนะอาซื่อ" 

"อืม ข้าจะระวัง แต่ความจริงอากาศเริ่มหนาวแล้ว พวกเราควรจะหยุดทุกอย่างแล้วนอนกกกอดกันจะดีกว่า"  

"ข้าไม่นึกเลยว่าจะได้ยินวาจาไร้ความรับผิดชอบเช่นนี้จากปากองครักษ์ขั้นสี่"  

"ไม่ชอบ?" 

เยว่ฉานได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆ ไม่คิดจะพูดอะไร เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายเพียงแค่ล้อเล่น แต่ซื่ออี้กลับไม่ได้คิดอย่างนั้น "ข้าพูดจริงนะอาเยว่ ข้าอยากใช้เวลาอยู่กับเจ้าและทำให้เจ้ามีความสุขที่สุด ก่อนที่ข้าจะจากไป" 

ซื่ออี้เอ่ยด้วยสีหน้าจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็น จนเยว่ฉานรู้สึกวูบโหวงในอก เขาย่อมเข้าใจความหมายในคำพูดนั้นดี   

"อาซื่อ ความจริงเจ้าไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นก็ได้" 

"ข้าอยากทำ! แล้วก็จะทำด้วย! อ้าปากกินข้าวได้แล้วอาเยว่" 

"เอาแต่ใจจริง" 

เยว่ฉานได้แต่บ่นอุบอิบ อ้าปากรับข้าวต้มที่สหายป้อนให้  

 

หลังจากทานข้าวทานยา เช็ดเนื้อเช็ดตัวเสร็จ ซื่ออี้ก็ทำอย่างที่พูด นอนกกกอดร่างบอบบางบนเตียง ทั้งคลอเคลียหยอกล้อ จนเยว่ฉานเกิดอารมณ์ 

"หึหึ ใบหน้าเจ้าตอนนี้ช่างดูลามกจริงๆ เลยอาเยว่" 

"อื้อ.. อะ..อาซื่อ มะ..ไม่เอา" 

 ฝ่ามืออันไร้เรี่ยวแรง พยายามห้ามปรามร่างสูงโปร่งที่กำลังจะมุดหายเข้าไปใต้ผ้าห่ม แต่มีหรืออีกฝ่ายจะฟัง ศีรษะของซื่ออี้มุดไปตรงหว่างขา ใช้ปากปรนเปรอให้เยว่ฉานจนกระทั่งปลดปล่อยและหลับใหลไปเช่นเคย 

 

สามวันเต็มซื่ออี้ทำตามที่พูดเอาไว้ คือทำให้เยว่ฉานมีความสุขที่สุด จนกระทั่งร่างกายของเยว่ฉานกลับมาแข็งแรงดังเดิม ถึงได้ยอมปล่อยให้ลุกออกจากเตียง 

ซื่ออี้สวมรองเท้าให้เสร็จก็ลุกขึ้นมารั้งเอวบางเข้าไปกอด "อาเยว่ ข้าขออะไรเจ้าอย่างหนึ่งได้หรือไม่" 

"ย่อมได้อยู่แล้ว" 

"สัญญากับข้า ว่าเจ้าจะหยุดสืบคดีของบิดา" 

คำขอของซื่ออี้ ทำให้เยว่ฉานนิ่วหน้าด้วยความประหลาดใจ จะว่าไป ก็มีสองคนแล้วที่ห้ามเข้าสืบเรื่องนี้ เพราะอะไรกัน 

"รับปากข้า อาเยว่" 

"อืม ข้ารับปาก" เยว่ฉานจำใจต้องรับคำเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ  

"ดีมาก"  

จุมพิตอ่อนโยนถูกประทับลงมาเป็นรางวัล กว่าที่เยว่ฉานจะได้ก้าวออกจากเรือนก็ใช้เวลาคลอเคลียกันอีกพักใหญ่ 

 

บนเส้นทางจากจวนตระกูลเจียงไปที่ว่าการ ร่างบอบบางกระชับเตาพกแน่นขึ้นไปอีก สามวันที่เยว่ฉานไม่ได้มาทำงาน มือปราบเจียงกลับไปเล่าความคืบหน้าของคดีให้ฟังทุกวัน 

ซึ่งตามการคาดเดาของเยว่ฉาน มือปราบตัวจริงจากศาลากลางน่าจะมาถึงวันนี้ 

 

ในห้องรับรองที่ว่าการอำเภอ นายอำเภอหยูพยายามที่จะทำร่างอ้วนฉุของตัวเองให้ลีบลง เพราะแขกที่พึ่งมาถึง 

การคาดเดาของเยว่ฉานนั้นเกือบจะถูกต้อง เพียงแต่ผู้ที่มาหาใช้มือปราบ แต่เป็นผู้ตรวจการพิเศษ  

 

"เจ้าบอกว่ามีคนปลอมเป็นมือปราบของศาลากลางมารับเอาบันทึกไปงั้นหรือ?" น้ำเสียงคล้ายสตรีเอ่ยถามอย่างเนิบช้า ใช้ปลอกเล็บจุ่มชาร้อนในถ้วยมาขีดเขียนบนโต๊ะ ราวกับเป็นเรื่องสนุก 

แต่การกระทำเช่นนั้นมันกลับไม่สนุกสักนิดเลยในสายตาของหยูฉี ฟู่จวิ้นขันทีคนสนิทของฮ่องเต้ผู้นี้ ว่ากันว่ามีอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ไม่แน่นอน โดยปกติแล้วจะอยู่แต่ข้างพระวรกายฮ่องเต้ตลอดเวลา แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดถึงได้มาโผล่ที่นี่  

หยูฉียิ่งคิดก็ยิ่งอยากจะลาออกให้รู้แล้วรู้รอด แค่เรื่องศพบนรถม้า ใครจะไปคาดคิดว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่โตถึงเพียงนี้  

 

"ท่านนายอำเภอ อาเยว่มาถึงแล้วขอรับ" เสียงมือปราบเจียงทำให้หยูฉีรู้สึกเหมือนสวรรค์มาโปรด 

"รีบเรียกเข้ามาเร็ว!" 

 

ท่าทางของผู้ตรวจการพิเศษ เหมือนจะไม่ให้ความสนใจกับเรื่องอื่น เพียงรอคำตอบอย่างใจเย็น ปลอกนิ้วก็ยังขยับเคลื่อนไหวขีดเขียนไปเรื่อยเปื่อย 

 

ร่างผอมบางในชุดเสื้อคลุมกันหนาวสีชาพร้อมผ้าพันคอแน่นหนาเดินอุ้มเตาพกผ่านประตูเข้ามาด้านใน เยว่ฉานยังไม่ทันได้คารวะ นายอำเภอหยูก็รีบลุกขึ้นมาพาคนไปนั่งเก้าอี้ข้างกาย 

"อาเยว่ นี่คือผู้ตรวจการพิเศษฟู่จวิ้น เมื่อครู่ท่านผู้ตรวจการถามเรื่องผู้ที่ปลอมเป็นมือปราบ เจ้าช่วยอธิบายแทนข้าที" 

"อู่เยว่ฉาน คารวะผู้ตรวจการขอรับ" 

 

ถึงแม้อีกฝ่ายจะไม่ให้ความสนใจ แต่เยว่ฉานก็ต้องเอ่ยรายงานอยู่ดี 

"สองคนที่ปลอมตัวเป็นมือปราบของศาลากลาง น่าจะเป็นทหารของหน่วยเกราะดำขอรับ" 

 

คำบอกเล่าของเยว่ฉานทำให้ปลอกนิ้วที่กำลังขีดเขียนหยุดชะงักลง ใบหน้าที่ค่อนไปทางงดงาม หันมาจับจ้องร่างผอมบางอย่างสำรวจ 

 

ไม่เพียงแค่ผู้ตรวจการที่มองมาอย่างสำรวจ แต่เยว่ฉานเองก็กำลังประเมินคนทั้งสามที่อยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยเช่นกัน 

 

ชายสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง แม้ไม่สวมชุดประจำตำแหน่ง แต่เยว่ฉานก็พอเดาได้ว่าน่าจะเป็นคนของกรมสืบสวนภายในที่ขึ้นตรงต่อฮ่องเต้ ซึ่งถ้าหากเป็นเช่นนั้น คนเหล่านี้ก็น่าจะได้ข้อมูลจากซื่ออี้ไปบ้างแล้ว  

 

"เจ้ายังรู้อะไรอีก" เป็นครั้งแรกตั้งแต่มาถึง ที่ผู้ตรวจการพิเศษเอ่ยถามพร้อมกับมองหน้าตรงๆ 

"ข้าพบดินแดงละเอียดบนรถม้าที่พบศพ" 

 

ในเมื่อเป็นคนของกรมสืบสวนภายใน เยว่ฉานก็ไม่จำเป็นต้องปิดบัง  

 

"กองธงที่สอง?" 

 

ปลอกเล็บถูกเคาะลงบนโต๊ะเป็นจังหวะอย่างใช้ความคิด ผ่านไปพักใหญ่ถึงได้หยุดลง จู่ๆ ร่างสูงระหงของผู้ตรวจการพิเศษก็ลุกขึ้นยืน 

"เขียนรายงานและการคาดเดาของเจ้าส่งมาให้ข้าอย่างละเอียด ข้าจะพักที่จวนรับรอง" 

"ขอรับ" 

 

เยว่ฉานและนายอำเภอหยูยืนค้อมกายส่งคนทั้งสามออกจากห้องจนกระทั่งลับตา 

 

ฟู่! 

หยูฉีถึงกับระบายลมออกจากปากอย่างแรง เป็นนายอำเภอเล็กๆ มาก็หลายปี ก็พึ่งจะมีปีนี้ที่เจอแต่คนใหญ่คนโต มิหนำซ้ำแต่ละคนยังแผ่บารมีจนน่าเกรงขามไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นแม่ทัพเค่อ หรือผู้ตรวจการพิเศษ 

ไม่รู้ว่ายังมีใหญ่กว่านี้มาอีกหรือไม่ หรือเขาควรจะรีบชิงลาออกก่อนดี 

 

ใบหน้าดูไม่ได้ของนายอำเภอหยูทำให้เยว่ฉานต้องยกยิ้ม ชายหนุ่มย่อมเข้าใจความรู้สึกของนายอำเภอผู้นี้ดี  

"ท่านนายอำเภอ ไม่ใช่ว่าควรสั่งคนไปเตรียมจวนรับรองหรือขอรับ" 

"หา! แย่แล้ว! เหตุใดเจ้าพึ่งมาบอกเล่า!" 

ร่างอ้วนฉุไม่รอฟังให้จบก็สาวเท้าออกไปอย่างเร่งรีบ จนเยว่ฉานเห็นแล้วต้องส่ายหน้ายิ้มๆ ก่อนจะสาวเท้าตามออกไป 

ความคิดเห็น