facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 85 อาจารย์ทั้งสี่ของข้า...

ชื่อตอน : ตอนที่ 85 อาจารย์ทั้งสี่ของข้า...

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 320

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ต.ค. 2563 16:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 85 อาจารย์ทั้งสี่ของข้า...
แบบอักษร

ตอนที่ 85 

 

หอวายุ... 

 

สถานที่ตั้งของหอแห่งนี้อยู่บนยอดเขาลูกที่ 4 ติดกับหน้าผาเสียดฟ้า ที่หากไม่ระมัดระวังสามารถดิ่งลงสู่ทะเลสาบใจกลางสำนัก ผิวของหน้าผาแห่งนี้เรียบเนียนเกินกว่าธรรมชาติสรรค์สร้าง ประหนึ่งว่าเป็นรอยภูเขาที่ถูกตัดผ่าครึ่งด้วยของมีคมก็มิปาน!!  

 

น่าแปลกที่โดยปกติแล้วเขตพื้นที่ช่วงบนของภูเขาจะไม่ได้รับอนุญาตให้ศิษย์สายนอกได้ขึ้นมา เพราะเป็นเขตของศิษย์สายใน ถึงแม้ว่าศิษย์สายในจะได้รับให้ไปยังพื้นที่ของศิษย์สายนอกได้อย่างอิสระก็ตามที จากชั้นสถานะที่สูงส่งกว่า... 

 

แต่ หอวายุ กลับมาตั้งตระหง่านด้านบนยอดเขาเช่นนี้ หากให้คาดคะเนคิดว่าคงเป็นเพราะยอดเขาลูกที่ 4 คือตำแหน่งที่สูงที่สุดของสำนักสายลมประจิม พื้นที่ด้านบนมีสายลมพัดกรรโชกรุนแรงตลอดเวลา ซึ่งเมื่อได้มายืนหยัดในพื้นที่ความสูงระดับนี้และมองกลับเข้าไปในทิศทางของเมืองหลวง สิ่งปลูกสร้างเดียวที่สามารถมองเห็นได้ถนัด คือหอคอยสุสานเทพอสูรพยัคฆ์ขาว... 

 

“ที่นี่แหละศิษย์น้องเหยา หอวายุ... แต่ขอบอกไว้ก่อนนะว่า หอวายุ แตกต่างไปจากหอธาตุอื่น ๆ จำนวนผู้มีพรสวรรค์ปราณวายุนั้นมีน้อยมาก ดังนั้นจึงส่งผลให้หอวายุ มีสมาชิกทั้งศิษย์สายนอกและศิษย์สายในรวมกันไม่ถึงหนึ่งร้อยคนด้วยซ้ำ...” ตงเหยียน กล่าวอธิบายท่ามกลางแรงลม จนต้องยกแขนต้านแรงปะทะตลอดเวลา 

 

เหยาซาน แสดงสีหน้าครุ่นคิด พลางลูบปลายคางเบา ๆ 

“แปลว่า หอวายุ อ่อนแอกว่าหอธาตุอื่น ๆ งั้นสินะ” 

 

ตงเหยียน ได้เช่นนั้นก็พลันส่ายหน้าทันที... 

“ผิดถนัดเลย… หอวายุ แม้จะมีจำนวนศิษย์ที่น้อย แต่นั่นเป็นเพราะผู้มีพรสวรรค์ในปราณธาตุวายุบนโลกนี้มีอยู่น้อยต่างหาก ทว่าในด้านเคล็ดวิชานั้น หอวายุ ถูกนับเป็นหอธาตุที่มีเคล็ดวิชาน่ากลัวที่สุดก็ว่าได้!! เพราะมีสมดุลในทุก ๆ ด้าน ทั้งการโจมตี การป้องกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการเคลื่อนไหว 

 

เรื่องรายละเอียดนั้นข้าก็ไม่แน่ใจนัก เนื่องด้วยข้ามิใช่คนของหอวายุแห่งนี้... ผนวกกับสมาชิกในหอวายุ ไม่ค่อยได้ลงไปวุ่นวายที่ด้านตีนเขา แต่มักจะฝึกฝนอยู่บนยอดเขานี้ ทั้งหมู่ศิษย์สายนอก และศิษย์สายใน จึงไม่ค่อยจะมีการติดต่อกับหมู่ศิษย์สายอื่น ๆ” 

 

ขณะที่กล่าว จู่ ๆ ใบหน้าของ ตงเหยียน ก็มืดดำ พร้อมกับเดินแนบชิดเข้ามากระซิบใกล้ ๆ หู ประหนึ่งหวาดหวั่นว่าจะถูกผู้อื่นได้ยิน... 

 

“ศิษย์น้องเหยาไม่คิดว่ามันแปลกหรือ?! ที่หอธาตุอื่น ๆ ล้วนตั้งอยู่ตีนเขา แต่ที่นี่กลับสร้างขึ้นบนยอดเขา?! สภาพหอก็ดูเหมือนผ่านการเวลามาอย่างยาวนานไม่อาจประเมิน จนทำให้หอธาตุแห่งอื่น ๆ ดูเอี่ยมอ่องไปเลย เท่าที่ได้ยินมารู้สึกว่าหอวายุแห่งนี้จะเป็นสิ่งปลุกสร้างที่เก่าแก่ที่สุด ถูกก่อตั้งมาพร้อม ๆ กับสำนักสายลมประจิม!! 

 

มีข่าวลือมาอีกว่า หอวายุแห่งนี้ได้แอบซ่อนพลังบางอย่างเอาไว้ด้วย!! เจ้ามิได้สังเกตหรือว่า ทำไมสำนักนี้จึงได้ถูกเรียกว่า สำนักสายลมประจิม ทั้งที่มีการฝึกฝนครอบคลุมในทุก ๆ สายวิชา!! มีเพียงกลุ่มผู้อาวุโสระดับสูงสุดเท่านั้นจึงจะทราบถึงสาเหตุ แต่จากข่าวลือในหมู่ศิษย์ดูเหมือนว่ามันจะเกี่ยวพันกับ หอวายุ แห่งนี้ด้วย...” 

 

เหยาซาน ได้ยินเช่นนั้น ก็อดไม่ได้ที่ตื่นตะลึง... 

“งั้นหรือ?! ขอบคุณมากศิษย์พี่ตง ที่ช่วยชี้แนะหากเมื่อใดข้าคิดจะย้ายไปหอธาตุอื่น คงต้องไหว้วานท่านให้ช่วยเหลือต่อไป...” 

 

ตงเหยียน ได้ยินเช่นนั้นพลันใบหน้าบิดงอ... 

“นะ...นี่เจ้ายังคิดจะย้ายอีกงั้นหรือ?!” 

 

เหยาซาน ใบหน้านิ่งขรึม ก่อนจะเผยรอยยิ้มน้อย ๆ ออกมา มิได้กล่าวอันใด... 

 

ตงเหยียน ถอนหายใจยาวพืดหนึ่ง... 

“เข้าใจแล้ว ข้าก็คงจะอยู่แถว ๆ ถ้ำอัคคีนั่นแหละ เวลานี้ดูเหมือนกว่าศิษย์ทุกคนในสายปราณอัคคี จะเริ่มมีสายตาแปลก ๆ กับข้าบ้างแล้ว ทั้งในช่วงเช้าวันนี้ศิษย์สายในชื่อเสียงโด่งดังอย่าง ศิษย์พี่เฟิงอี้จุน ยังออกมาประกาศหน้าถ้ำอัคคี ว่าให้ข้า ตงเหยียน ถือเป็นศิษย์สหายน้องอีกคนหนึ่ง ห้ามผู้ใดข่มเหงรังแกข้า 

 

เชื่อว่าคงเป็นเพราะศิษย์น้องเหยา ช่วยกล่าวไว้สินะ... บอกตามตรงว่าตลอด 2 ปีที่เข้าสำนักมา ข้าไม่เคยเกิดความรู้สึกยิ่งใหญ่เทียบเท่าตอนนี้มาก่อน ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!” ตงเหยียน ประหนึ่งร่างกายพองใหญ่ขึ้นอีกขั้น เมื่อมีศิษย์สายในระดับสูงคอยหนุนหลัง... 

 

เหยาซาน ได้ยินเช่นนั้นก็ยินดีด้วย... ที่ เหยาซาน เอ่ยปากฝากฝั่ง ตงเหยียน เอาไว้กับ เฟิงอี้จุน ก็เพราะหวั่นเกรงว่า ต้วนไห่ จะกลับมาแก้แค้น ตงเหยียน อีกครั้ง ในตอนที่ตนไม่อยู่ หากเป็นภายใต้การดูแลของ เฟิงอี้จุน ก็คงไม่มีอะไรต้องกังวลอีก... 

 

ตัวของ ตงเหยียน ที่ไม่ใช่ศิษย์สายปราณวายุของ หอวายุ จึงไม่อาจเข้าไปใกล้ได้มากกว่านี้ ขอตัวกลับลงเขาก่อน ปล่อย เหยาซาน ไว้เพียงลำพัง เด็กหนุ่มจึงก้าวเดินมุ่งหน้าสู่หอวายุ ด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความมุ่งมาด 

 

แน่นอนว่าการที่ เหยาซาน เลือกศึกษาปราณวายุเป็นลำดับถัดมา เพราะมีเป้าหมายสำคัญบางอย่างแฝงเอาไว้... ตัวของเด็กหนุ่มมีจุดอ่อนสำคัญที่อยากจะรีบลบเลือนให้หายไป และสิ่งนั่นก็คือ [วิชาตัวเบา] อีกหนึ่งในปัจจัยหลักแห่งการต่อสู้ที่มิอาจขาดได้... 

 

เหยาซาน มีความในการเคลื่อนไหวที่สูงมาก จากกำลังขาที่ฝึกฝนมาอย่างหนัก ดังนั้นมันย่อมส่งผลต่อพลังในการพุ่งทะยานในชั่วพริบตา แต่ทว่า... สิ่งนี้ก็ยังมิอาจนำมาเปรียบวัดกับวิชาตัวเบาได้!! 

 

พลังในการพุ่งทะยาน เป็นพลังที่จะส่งผลสูงสุดในระยะสั้น ๆ แค่เพียง 10 ก้าว เท่านั้น... แต่หากเป็นการหลบหนีหรือไล่ล่าศัตรู เหยาซาน ที่ไม่มีพื้นฐานวิชาตัวเบาย่อมไม่อาจทำสิ่งเหล่านั้น และปราณวายุก็ขึ้นชื่อในด้านเสริมส่งการเคลื่อนไหว  

 

จากข้อมูลที่ ตันเหมา ได้เล่าให้ฟังเมื่อคืน ทำให้ เหยาซาน ได้ทราบว่าสำนักสายลมประจิม มีเคล็ดวิชาตัวเบาอยู่หลากหลายเคล็ดวิชาให้ได้เลือกฝึก... หากแต่วิชาตัวเบาที่ดีที่สุดของสำนักสายลมประจิม ก็คือเคล็ดวิชาตัวเบา วายุทะยานเหยียบเมฆา ที่ฝึกฝนได้เฉพาะผู้ใช้ปราณวายุเท่านั้น!! 

 

“กล่าวว่าเคล็ดวิชาตัวเบา วายุทะยานเหยียบเมฆา แห่งสำนักสายลมประจิม สามารถเหยียบยอดหญ้าคราหนึ่ง พุ่งร่างไกลหนึ่งร้อยก้าวไม่แตะพื้น จัดเป็นเคล็ดวิชาตัวเบาอันดับต้น ๆ ของยุทธภพ อยากรู้เช่นกันว่ามันจะสมคำเล่าลือหรือไม่...” เหยาซาน กล่าวพึมพำขึ้นก่อนจะก้าวเข้าไปในหอวายุ 

 

บรรยากาศภายในหอวายุ ดูแตกต่างไปจากหออัคคีอย่างมิอาจเปรียบเทียบ นอกเหนือจากผู้อาวุโสด้านหน้าหอแล้ว ภายในหอวายุ กลับไม่ปรากฏศิษย์ร่วมสำนักเดินขวักไขว่เฉกเช่นหออัคคี คาดว่าคงเป็นเพราะจำนวนศิษย์ในสายปราณวายุ มีน้อยกว่าสายปราณอัคคีร่วมสิบเท่า... 

 

ผู้อาวุโสด้านหน้าดูมีอายุไม่มากนัก จากการประเมินคาดว่าคงอายุไม่เกิน 60 ปี เส้นผมบางส่วนยังเป็นสีดำแทรกแซมสีขาว... เหยาซาน พอจะทราบว่าผู้อาวุโสคนดังกล่าวถูกเลือกขานในนามผู้อาวุโสม่อ และตอนนี้ก็ได้เหลือบมองมายัง เหยาซาน แล้ว...  

 

พื้นฐานลมปราณสีน้ำเงินขั้นที่ 2 แต่สวมเครื่องแบบสีน้ำเงินเข้มของศิษย์สายนอก ในสำนักเวลานี้คงมีไม่มากนัก จึงไม่ยากต่อการเจาะจงระบุตัว... “เจ้าคือศิษย์ใหม่ เหยาซาน ที่ผู้อาวุโสจาง หัวหน้าแผนกวรยุทธประยุกต์กล่าวถึงงั้นสินะ... ไฉนได้ยินว่าเจ้าเลือกเข้า หออัคคี เมื่อวันก่อน ใยมาปรากฏตัวที่นี่ได้?!” 

 

เด็กหนุ่ม ประสานมือสุภาพ... 

“ศิษย์ตัดสินใจย้ายมาที่ หอวายุ แห่งนี้ตามสิทธิ์ที่ได้รับ ขอผู้อาวุโสม่อช่วยชี้แนะด้วย...” 

 

ผู้อาวุโสม่อ หางคิ้วกระตุกแผ่วเบา... 

“อืม... เจ้ามีสิทธิ์ที่จะทำเช่นนั้นจริง เจ้าคงจะรู้ระเบียบแล้วสินะ ว่าศิษย์สายนอกเลือกตำราในหอได้แค่ชั้น 1-3 ส่วนตำราพื้นฐานให้มารับกับตัวข้า...” 

 

เหยาซาน ยิ้มรับ ก่อนจะเริ่มเลือกตำราปราณวายุ... แม้ว่าเด็กหนุ่มจะเคยฝึกฝนเพลงขวานวายุตระกูลซ่งมาก่อน ทว่านั่นก็มิอาจนับเป็นสายปราณวายุแท้ แต่เป็นสายวรยุทธดั้งเดิมที่ใช้การควบคุมกระแสลมจากการฟาดฟันมาเปลี่ยนเป็นพลังของตนเอง 

 

ดังนั้นแล้ว หากไม่มีการกวัดแกว่งขวานหรือร่างกายส่วนใด ๆ ย่อมไม่อาจสร้างคลื่นลมเป็นกระแสพลังได้โดยตรง... หากแต่ผู้ใช้ปราณวายุนั้นจะแตกต่างออกไป สามารถสร้างกระแสลมขึ้นมาได้แม้ร่างกายจะยืนนิ่งสงบ จึงจะนับเป็นผู้ใช้ปราณสายวายุที่แท้จริง... 

 

เหยาซาน พลิกตำราเกือบทุกเล่มใน 3 ชั้นแรกเหมือนเดิม ในเวลาร่วม ๆ 2 ชั่วยาม... โดยมีสายตาของ ผู้อาวุโสม่อ ที่จดจ้องเป็นระยะ เนื่องจากไม่เคยมีผู้ใดเลือกสรรตำราเนิ่นนานถึงเพียงนี้มาก่อน... 

 

สุดท้าย เหยาซาน ก็เดินตัวเปล่ากลับมาหาชายชรา พร้อมสีหน้าไม่สู้ดีนัก... 

“ผู้อาวุโสม่อ... ในหอวายุสามชั้นแรก ไม่มีเคล็ดวิชา วายุทะยานเหยียบเมฆา งั้นหรือ?!” 

 

“อ่อ... ที่แท้เจ้าก็อยากฝึกฝนเคล็ดวิชาตัวเบาอันเป็นสุดยอดของสำนักนี่เอง นับว่ามีเป้าหมายที่สูงส่งดี แต่น่าเสียดายที่เคล็ดวิชาดังกล่าวอยู่บนหอวายุชั้นที่ 9 ในระดับสุดยอดเคล็ดวิชา... การจะฝึกฝนได้ เจ้าจะต้องเป็นศิษย์หลักของสำนักเท่านั้น...” ผู้อาวุโสม่อ กล่าวอธิบาย 

 

เหยาซาน ได้ยินเช่นนั้นก็แสดงสีหน้าวิตกกังวลอย่างยิ่ง แววตาบังเกิดความสลดหดหู่ ดุจความคาดหวังทั้งหมดได้มลายสิ้น... ทั้งยังทรุดเข่าลง พลางกำหมัดชกทุบไปบนพื้น ออกอาการเกินกว่าความผิดหวังสามัญ... 

 

“ผู้อาวุโสม่อ ไม่มีหนทางอื่นที่จะทำให้ศิษย์ ได้ศึกษารวบรัดเลยอย่างงั้นหรือ?! ศิษย์ยังไม่เคยฝึกเคล็ดวิชาตัวเบาใด ๆ เลย ทั้งที่ต้องยากลำบากเป็นล้นพ้น กว่าจะทะลวงมาถึงชนชั้นลมปราณสีน้ำเงิน!! ในชนบทรกร้างที่ศิษย์จากมาช่างน่าอาภัพนัก ทั้งหมู่บ้านมีอาจารย์สอนฝึกยุทธเพียงแค่ 4 คนเท่านั้น... 

 

อาจารย์คนแรก ศิษย์ก็ขอร้องให้ช่วยฝึกฝนวิชาตัวเบาเฉกเช่นเดียวกับขอร้องท่านนี่แหละ แต่สุดท้ายอาจารย์ผู้นั้นก็ปฏิเสธ โดยอ้างเหตุผลว่าศิษย์ยังไม่พร้อม... พอเช้าวันต่อมาปรากฏอาจารย์ถูกศัตรูเก่าลอบสังหาร นอนตายอย่างอเนจอนาถกลางหมู่บ้าน!!” 

 

ระหว่างที่ เหยาซาน เล่าอดีต หางคิ้วของ ผู้อาวุโสม่อ พลันเริ่มกระตุก... 

 

“อาจารย์คนที่สอง ศิษย์ก็ขอร้องให้ช่วยฝึกฝนวิชาตัวเบาเฉกเช่นเดียวกับขอร้องท่านเช่นกัน แต่ก็ถูกปฏิเสธเพราะตอนนั้นศิษย์บาดเจ็บที่ขาจึงยังไม่อาจฝึกได้... พอเช้าวันต่อมาเกิดอาเพศในหมู่บ้าน ฟ้าดินแปรปรวน และอาจารย์ผู้นั้นก็ถูกฟ้าผ่าตาย!! เป็นความอับโชคที่น่าเศร้ายิ่งนัก...” 

 

ใบหน้าของ ผู้อาวุโสม่อ เริ่มยับย่น... 

 

“อาจารย์คนที่สาม ศิษย์ก็ไปขอร้องให้ช่วยฝึกฝนวิชาตัวเบาอีกเช่นกัน แต่ก็ยังถูกปฏิเสธอีกคราด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ... ผ่านไปหนึ่งราตรี เช้าวันต่อมาปรากฏอาจารย์ผู้นั้นถูกธาตุไฟเข้าแทรก โลหิตอาบไหลไม่หยุด ออกมาจากทวารทุกรูทั่วร่าง ตกตายอย่างอนาถอีกเช่นกัน...”  

 

ใบหน้าของ ผู้อาวุโสม่อ เริ่มบิดเบี้ยวอัปลักษณ์... 

 

“อาจารย์คนสุดท้ายในหมู่บ้าน... ศิษย์ก็ไปขอร้องให้ช่วยฝึกฝนวิชาตัวเบา เฉกเช่นเดียวกับที่มาข้อร้องท่านอีกเช่นกัน...” 

 

“มันเป็นยังไง!!” ผู้อาวุโสม่อ โพล่งเสียงแทรกขึ้นด้วยความร้อนรนใจ 

 

เหยาซาน ถอนหายใจและส่ายหน้า... 

“อาจารย์ผู้นั้น วิ่งหนี!! พลางก่นด่าหาว่าข้าเป็นศิษย์ผู้ถูกสาป หากอาจารย์คนใดมิยอมสอนสั่งจะถูกฟ้าดินลงโทษ จนทำให้อาจารย์ผู้นั้นตัดสินใจหนีออกจากหมู่บ้านไป...” 

 

ผู้อาวุโสม่อ ถอนหายใจโล่งอก... 

“แปลว่ารอดผู้หนึ่งงั้นสินะ...” 

 

เหยาซาน ยิ้มหน้าเจื่อน... 

“ไม่รอด... สุดท้ายพบเจอภัยพิบัติแผ่นดินสั่นไหว จนแผ่นดินเกิดการแยกตัว อาจารย์ผู้นั้นถูกธรณีสูบหายไป ไม่มีแม้แต่ศพจะนำกลับมาประกอบพิธี...” 

 

ผู้อาวุโสม่อ อ้าปากแน่นิ่ง ประหนึ่งขากรรไกรถูกสาปเป็นหิน... 

 

เด็กหนุ่ม ถอนหายใจหนักหน่วง ก่อนจะประสานมือสุภาพขึ้น... 

“ในเมื่อท่านผู้อาวุโสไม่ให้ข้าเรียน ข้าก็คงต้องขอย้ายไปฝึกฝนที่หอธาตุแห่งอื่น... ศิษย์ขอให้ผู้อาวุโสสุขภาพแข็งแรงอย่าได้เจ็บไข้ และตายอย่างอนาถเฉกเช่นอาจารย์ทั้ง 4 ของข้าเลย...” 

 

กล่าวจบ เหยาซาน พลันหันหลังกลับทันที... 

 

“ชะ...ช้าก่อน!!” ผู้อาวุโสม่อ แผดเสียงก้องกังวานด้วยความร้อนรน 

 

ก่อนจะระเบิดท่าร่างวิชาตัวเบาพุ่งหายขึ้นไปยังด้านบน หอวายุ ไม่เกินสิบลมหายใจเข้าออก ก็พลันวิ่งกลับลงมาด้วยสีหน้าวิตกกังวล... หยิบยื่นตำราเคล็ดวิชาตัวเบา วายุทะยานเหยียบเมฆา ให้กับ เหยาซาน ชัดเจนมากว่าการหายไปเมื่อครู่ ชายชราทะยานขึ้นไปจนถึง หอวายุชั้นที่ 9 และรีบวิ่งกลับลงมาส่งมอบเคล็ดวิชานี้... 

 

“หากเจ้าอยากฝึกก็จงเอาไปฝึก!! ถือว่าข้าหยิบยื่นเคล็ดวิชาให้กับเจ้าแล้ว แต่หากเจ้าไร้ความสามารถ ไม่อาจอาจฝึกฝนเคล็ดวิชานี้ได้สำเร็จ ถือว่ามิใช่ความผิดข้าแต่เป็นความอ่อนหัดของเจ้า ตกลงหรือไม่!!” ผู้อาวุโสม่อ เค้นเสียงดุดัน 

 

เหยาซาน เผยรอยยิ้มเขินอายขึ้น... 

“ผู้อาวุโสม่อ ช่างมีเมตตายิ่งนัก...” 

 

............................................... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว