facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : มือปราบปลอม

คำค้น : นิยายวาย,นิยายจีนโบราณ,Yaoi,NC20+,ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 196

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ต.ค. 2563 21:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
มือปราบปลอม
แบบอักษร

นายอำเภอเมืองเปี้ยนเห็นสัญญาณที่เยว่ฉานส่งผ่านสายตา ตั้งแต่เจ้าตัวพาบุรุษร่างสูงใหญ่ทั้งสองเข้ามาภายในห้องรับรอง หยูฉีเองก็หาใช่คนโง่ ย่อมรู้ว่าควรจะต้องพูดอะไร พูดแค่ไหน 

"นี่เป็นบันทึกคดีทั้งหมดแล้ว?" 

ท่าทางข่มขู่ของผู้ที่อ้างตัวเป็นมือปราบ สร้างความไม่พอใจให้กับนายอำเภอหยูเป็นอย่างมาก เพราะถึงอย่างไรก็มีตำแหน่งสูงกว่า จึงตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงกระด้าง 

"ใช่!" 

ความจริงก็หาใช่ทั้งหมด หยูฉีมอบเพียงบันทึกหลักฐานผลการชันสูตรให้เท่านั้น แต่เก็บข้อสันนิษฐานของเยว่ฉานเอาไว้ 

มือปราบของศาลากลางทั้งสองพากันลุกขึ้นยืนโดยไม่กล่าวอะไร เหลือบมองไปที่ผู้ช่วยนายอำเภอ ก่อนจะสาวเท้าออกจากห้องรับรอง 

 

พ้นหลังคนทั้งคู่ นายอำเภอหยูก็รีบเอ่ยถามทันที "คนพวกนี้เป็นใคร ถึงได้กล้าอ้างตัวเป็นมือปราบ?" 

ก็อย่างที่บอก หยูฉีหาใช่คนโง่ เป็นนายอำเภอมาจนอายุปูนนี้ ย่อมเห็นมือปราบมามาก แล้วจะมีมือปราบที่ไหนบ้าง ที่ทั้งร่างมีแต่รัศมีฆ่าฟัน ถ้าเป็นทหารก็ว่าไปอย่าง 

"บางทีก็อาจเป็นหนึ่งในคนร้าย" 

"หา!" 

เยว่ฉานตอบออกไปด้วยเสียงเฉื่อยชา ก่อนจะสาวเท้าออกจากห้อง ตรงไปยังห้องเก็บบันทึกคดี ทิ้งท่านนายอำเภอให้ยืนอึ้งอยู่อย่างนั้น 

 

ห้องบันทึกคดี 

ผลการชันสูตรศพของอู่เมิ่งเมื่อสิบกว่าปีก่อน ถูกนำมาพลิกดูอีกครั้ง บันทึกคดีของบิดา เยว่ฉานอ่านมันมาไม่รู้กี่รอบ ตั้งแต่เข้ามาเป็นผู้ช่วยนายอำเภอ 

ในที่สุดก็มีเบาะแสเสียที 

ลักษณะการตายของอู่เมิ่งเหมือนกับสะใภ้ตระกูลเค่อไม่มีผิดเพี้ยน ซึ่งมีความเป็นไปได้สูง ว่าน่าจะถูกสังหารด้วยน้ำมือคนคนเดียวกัน แต่สาเหตุการตายนี่สิ 

 

นานมากแล้วที่เยว่ฉานไม่เคยกลับไปบ้านเก่าสมัยอยู่กับบิดา เรียกได้ว่าตั้งแต่ถูกพาออกมา ก็ไม่เคยกลับไปอีกเลย แต่วันนี้เขาจำเป็นต้องกลับไป เพื่อสืบหาสาเหตุ ว่าทำไมคนรับจ้างเลี้ยงวัวอย่างบิดาของเขาถึงได้ถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม 

 

บ้านไม้ซ่อมซ่อมีรั้วไม้ไผ่สูงแค่เอวล้อมรอบ ตั้งอยู่ไม่ห่างตีนเขา สิบกว่าปีมานี่มันสมควรจะเป็นบ้านร้างที่เก่าผุพังไปตามกาลเวลา แต่เหตุใดถึง.. 

เยว่ฉานมองเข้าไปภายในด้วยความประหลาดใจ ลานบ้านถูกกวาดจนสะอาดเอี่ยม ต้นไม้ถูกตกแต่งดูแลอย่างดี มีทั้งเล้าไก่และบ่อเลี้ยงปลา กระทั่งฝาบ้านยังมีไม้ใหม่มาซ่อมแซม 

"แค่ก ๆ" 

ที่ดินใกล้เขาแถบนี้ถือว่าอากาศเย็นกว่าในตัวอำเภอมากนักจนต้องกระชับเตาพกให้แน่นขึ้น  

 

"มาหาใคร?"  

 

จู่ๆ ก็มีเสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นที่เบื้องหลัง ทำให้เยว่ฉานรีบหันกลับไปมองด้วยความสงสัย 

 

ดวงตาสองคู่มองกันไปมาอย่างสำรวจ 

 

"ข้าถามว่าเจ้ามาหาใคร?" ชายผู้มีรอยปะบนใบหน้า เอ่ยถามเสียงเข้ม 

 

"ที่นี่เป็นบ้านของข้า แค่กๆ" 

 

"เยว่ฉาน?" 

 

แขนผอมแห้งถูกดึงรั้งโดยไม่ทันตั้งตัว ชายผู้นั้นลากเยว่ฉานก้าวผ่านประตูไม้ไผ่มุ่งสู่ตัวบ้าน หลังจากเข้ามาภายใน ประตูก็ถูกลงกลอนอย่างแน่นหนา  

"เจ้ากลับมาที่นี่ทำไม?" 

"...." 

คำถามของชายแปลกหน้า ทำให้เยว่ฉานไม่รู้ว่าควรจะตอบอย่างไรดี ได้แต่ลอบมองสำรวจอีกฝ่ายอย่างเงียบๆ 

คนผู้นี้ดูแล้วช่างมีบุคลิกไม่เข้ากับรูปร่างหน้าตาเอาเสียเลย ทั้งร่างดูสง่างามแต่กลับมีหน้าตาอัปลักษณ์ ซ้ำยังมีผิวพรรณกระดำกระด่าง สายตาของเยว่ฉานมองเลยไปยังคันธนูด้านหลัง พร้อมกับกระต่ายป่าอีกสองตัวในมือของอีกฝ่าย 

 

"มองพอหรือยัง! ถ้ามองพอแล้วก็ตอบข้ามา!" 

 

เอาแต่ใจจริง 

 

"จะให้ข้าตอบว่าอะไร ก็ข้ายังไม่รู้เลยว่าเจ้าเป็นใคร" 

 

"ข้าคือพี่ชายของเจ้าชื่ออู่จี้ ตอนข้ามาถึงเจ้าก็ถูกมือปราบผู้นั้นพาไปเสียแล้ว ข้าก็เลยอาศัยอยู่ที่นี่ พี่จี้ตอบเจ้าแล้ว คราวนี้ถึงตาเจ้าตอบพี่บ้าง" 

อีกฝ่ายตอบรวดเดียวจบโดยไม่รอให้เยว่ฉานได้เรียบเรียงความคิด ซ้ำยังแทนตัวเองเสร็จสรรพ 

 

"พี่ชาย?" 

 

ตั้งแต่เกิดมาเยว่ฉานก็อยู่กับบิดาเพียงสองคน แล้วเขาไปมีพี่ชายตอนไหน ดวงตาคู่เรียวกะพริบปริบๆ สมองมึนเบลอไปชั่วขณะ เขารู้ว่าคนผู้นี้โกหก แต่เพราะอะไรนั้นคงต้องค่อยๆ หาคำตอบ  

 

"ข้าไม่เคยรู้มาก่อน ว่ามีพี่ชาย" 

"ตอนนี้เจ้าก็รู้แล้ว และก็สมควรจะเรียกข้าว่าพี่" 

"..." 

 

ผู้ช่วยนายอำเภอผู้ฉลาดเฉลียว พอมาเจอเช่นนี้ ถึงกับหมดคำพูด  

 

"เยว่เอ๋อ เจ้ายังไม่ตอบพี่ ว่ากลับมาที่นี่ทำไม?" 

"ห๊ะ!" 

 

นี่เขาฟังอะไรผิดไปหรือไม่ เยว่เอ๋อเนี่ยน๊ะ นั่นมันคำที่บิดาใช้เรียกเขาสมัยเป็นเด็ก  

 

"แค่กๆ" 

 

นอกจากตกตะลึงแล้ว เยว่ฉานก็ทำอะไรไม่ถูก จนกระทั่งเสื้อคลุมหนังสัตว์ถูกคลุมลงมาบนหัวไหล่ 

 

"เยว่เอ๋อ ฟังพี่นะ หยุดตามสืบเรื่องของบิดา แล้วรีบกลับไปเสีย อย่าได้มาที่นี่อีก และก็ห้ามบอกใครว่าเจ้ามีพี่ชาย เดี๋ยวพี่จี้จะไปหาเจ้าเอง" 

 

ร่างผอมบางถูกอุ้มลอยขึ้นจากพื้นราวกับสตรี ก่อนจะถูกพาออกมาส่งหน้าประตูบ้าน กว่าจะทันได้รู้ตัวก็ถูกวางลงนอกรั้วเสียแล้ว 

"ที่พี่พูดเข้าใจหรือไม่?"  

"อืม เข้าใจแล้ว" 

ผู้ที่พึ่งถูกยัดเยียดสถานะน้องชายหมาดๆ จำต้องรับคำอย่างช่วยไม่ได้ ทั้งสองมองสบตากันครู่ใหญ่ เยว่ฉานถึงได้ตัดใจหันหลังเดินจากมา พร้อมกับข้อสงสัยมากมาย 

 

แต่ที่แน่ๆ คนผู้นั้นต้องรู้สาเหตุการตายของบิดา  

 

ทางด้านที่ว่าการ หลังจากที่เยว่ฉานออกมา นายอำเภอหยูก็รีบส่งคนไปรายงานแม่ทัพเค่อเรื่องมือปราบปลอม ทำให้ห้องรับรองในเวลานี้ เค่อเหล่าต้ากำลังนั่งจิบชารอใครบางคนอยู่ 

 

เยว่ฉานลงจากรถม้ารับจ้างในตลาด กำลังแวะซื้อซาลาเปาเจ้าประจำ แต่สายตาเหลือบไปเห็นบางอย่าง  มือที่กำลังจะรับซาลาเปาจึงถูกเก็บกลับมา "ท่านลุงรบกวนช่วยส่งซาลาเปาไปให้ท่านพ่อของข้าที่ว่าการที อย่าลืมบอกว่าข้าเป็นคนซื้อให้" 

"อ่าได้ ข้าจะรีบให้ลูกชายไปส่งเดี๋ยวนี้ ท่านไม่ต้องเป็นห่วง" 

 

และเป็นจังหวะเดียวกับชายร่างสูงใหญ่กำยำสองคนเดินเข้ามาหาเยว่ฉานพอดี 

 

 "ผู้ช่วยอู่!" 

"อ่า ท่านมือปราบทั้งสองนี่เอง ยังไม่กลับหรือขอรับ" 

"พวกข้ามีข้อสงสัยต้องการสอบถามเจ้า เชิญไปคุยกับเราหน่อย" 

"อ้อ ได้ เชิญ" ใบหน้าซีดเซียวยกยิ้มเล็กน้อย ก้าวตามทั้งคู่ไปโดยไม่อิดออด 

 

เยว่ฉานถูกพามายังโรงน้ำชาด้านหลังตลาดที่ไม่มีคนพลุกพล่าน ก่อนจะพาไปนั่งยังโต๊ะด้านในที่เป็นมุมอับ  

"พวกท่านมีอะไรอยากสอบถามข้าหรือ?" 

"ข้อมูลในบันทึกมันน้อยเกินไป ข้ายังไม่อาจเอากลับไปมอบให้ท่านผู้ว่าได้ เจ้ายังมีอะไรที่ยังไม่ได้บอกพวกเราอีกหรือไม่" 

ท่าทางคุกคามของทั้งสองไม่มีผลต่อเยว่ฉาน ร่างผอมบางเพียงกระชับเตาพกในอ้อมแขน ก่อนจะทำหน้าซื่อไร้เดียงสา 

"เท่าที่ข้าสืบได้ ข้ารายงานท่านนายอำเภอไปหมดแล้ว ท่านพี่มือปราบทั้งสองช่วยเจาะจงหน่อยได้หรือไม่ ว่าต้องการทราบเรื่องอะไร เผื่อข้าพอจะนึกออก" 

 

ในขณะที่ทั้งสามกำลังพูดคุยกันอยู่ในร้านน้ำชา เด็กส่งซาลาเปาก็รีบมาที่ว่าการด้วยท่าทางแตกตื่น เมืองเปี้ยนถือเป็นเมืองเล็ก เมื่อมีคนแปลกหน้าท่าทางน่ากลัวปรากฏตัวขึ้น ย่อมตกเป็นที่สนใจของชาวบ้าน  

ไหนจะสัญญาณที่ผู้ช่วยนายอำเภอส่งให้พ่อค้าซาลาเปานั่นอีก  

การที่จู่ๆ เยว่ฉานสั่งให้นำซาลาเปามาส่ง ทั้งยังย้ำว่าให้บอกบิดาว่าตนเองเป็นผู้ซื้อ ย่อมไม่ใช่เรื่องปกติสำหรับลุงเจ้าของร้าน เมื่อเห็นเยว่ฉานถูกคนแปลกหน้าท่าทางน่ากลัวพาไป ย่อมปะติดปะต่อสัญญาณขอความช่วยเหลือได้ 

"ท่านนายอำเภอ!ๆ แย่แล้วขอรับ!" เด็กน้อยวัยสิบเอ็ดสิบสองวิ่งหน้าตาตื่นมาถึงหน้าประตู จนยามเฝ้าประตูต้องสกัดเอาไว้เพราะเกรงเจ้าตัวจะหกล้ม 

"เจ้าหนู! มีอะไร? ใจเย็น เดี๋ยวจะหกล้มไป!"  

เสียงโวยวายของเด็กส่งซาลาเปาทำให้มือปราบเจียงและมือปราบคนอื่นๆ ต้องชะโงกหน้าออกมามอง 

"แฮ่กๆ พ่อข้าสั่งให้มาบอกว่า ผู้ช่วยอู่เกิดเรื่องแล้วขอรับ!" 

เจียงหงได้ยินว่าเป็นเรื่องของบุตรชายก็เร่งสาวเท้าออกมาหน้าประตูอย่างรวดเร็ว พร้อมมือปราบอีกสองคน 

"พูดใหม่สิเจ้าหนู" 

"นะ..นี่ขอรับ" เด็กน้อยยื่นถุงซาลาเปาให้ดูด้วยท่าทางหอบเหนื่อย 

ไม่จำเป็นต้องถามให้มากความ เพราะโดยปกติเยว่ฉานมักซื้อซาลาเปามาแจกจ่ายทุกคนด้วยตัวเอง ไม่เคยมีครั้งใดที่จะให้ทางร้านเอามาส่ง  

"เจ้ารีบไปรายงานนายอำเภอ ข้าจะออกไปดูที่ร้านซาลาเปาก่อน" ด้วยความเป็นห่วงบุตรชาย มือปราบเจียงไม่รอช้ารีบอุ้มเด็กน้อยขึ้น "ไป! พาข้าไปหาพ่อเจ้า" 

 

หลังจากที่หนึ่งในมือปราบเข้ามารายงาน แม่ทัพเค่อก็ไม่รอช้า เร่งสาวเท้าออกจากที่ว่าการไปพร้อมกับมือปราบที่เหลือ 

 

ร้านน้ำชาหลังตลาด 

"ข่าวว่าผู้ช่วยนายอำเภอเป็นคนมากความสามารถ เจ้าอย่าได้มาเสแสร้ง! การปิดบังข้อมูลคดีสำคัญ ข้าสามารถจับเจ้ากลับไปขังที่คุกศาลากลางได้นะ!" 

"พวกท่านทำข้ากลัว ข้าหาได้ปิดบังอันใด คดีนี้แทบจะไร้เบาะแส ท่านก็เห็นแล้ว ข้าเองก็เป็นแค่ผู้ช่วยนายอำเภอในเมืองเล็กๆ จะเก่งกาจได้สักเท่าไหร่กัน พวกท่านก็เห็นสภาพร่างกายของข้า" 

เยว่ฉานแสร้งทำท่าทางหวาดกลัว รีบเอ่ยปฏิเสธอย่างรวดเร็ว  

ดูท่าแล้วคนเหล่านี้จะใจคอโหดเหี้ยมไม่น้อย ซ้ำยังลงมือโดยไม่กลัวอาญา ขนาดกล้าปลอมตัวเป็นมือปราบ แล้วเหตุใดจะไม่กล้าฆ่าคนปิดปาก  

เรื่องใหญ่โตอะไรกัน ถึงกับต้องทำขนาดนี้  

 

คนทั้งสองมองสบตากันไปมา ก่อนจะหันมามองเยว่ฉาน คล้ายกำลังตัดสินใจ แต่ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้ทำอะไร ร่างสูงใหญ่ของแม่ทัพเค่อก็ปรากฏกายขึ้นที่หน้าร้านเสียก่อน 

 

หากจะบอกว่าบุรุษสองคนที่นั่งอยู่กับเยว่ฉานน่ากลัวแล้ว เมื่อมาอยู่ต่อหน้าแม่ทัพเค่อทั้งสองกลับแลดูเหมือนเด็กหัดเดินไปเลย 

รัศมีความน่าเกรงขามของแม่ทัพกองธงที่สี่ หาใช่ใครจะเทียบได้ บรรยากาศในร้านน้ำชาเริ่มเปลี่ยนเป็นอึมครึม 

เยว่ฉานรีบส่งสายตาไปให้เค่อเหล่าต้า เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเปิดเผยข้อมูลโดยไม่รู้ตัว  

 

"ผู้ช่วยอู่?"  

ยังดีที่อีกคนเข้าใจความหมาย จึงเอ่ยทักทายราวกับเป็นเรื่องบังเอิญ 

"ท่านแม่ทัพเค่อ ช่างบังเอิญจริง" เยว่ฉานลุกขึ้นคารวะด้วยรอยยิ้ม ทำให้อีกสองคนบนโต๊ะต้องลุกขึ้นคารวะตาม "ท่านแม่ทัพเค่อ" 

ความคิดเห็น