facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ใหญ่กว่าที่คิด

ชื่อตอน : ใหญ่กว่าที่คิด

คำค้น : นิยายวาย,นิยายจีนโบราณ,Yaoi,NC20+,ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 264

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ต.ค. 2563 14:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ใหญ่กว่าที่คิด
แบบอักษร

เยว่ฉานกลับมาถึงเรือนได้พักใหญ่ ก็ไม่เห็นซื่ออี้กลับมา จะว่าไปก็ยังไม่เคยได้มีโอกาสถามไถ่กันเสียที ว่าสหายรักมาทำอะไรในเมืองนี้ 

แค่ก ๆ 

หลังจากที่รออยู่จนค่ำ เยว่ฉานก็ผล็อยหลับไป 

 

ยามดึกสงัด 

"อ่า.." 

ภายใต้ผ้าห่ม มีเงาร่างกำลังขยับอยู่ตรงหว่างขา ร่างผอมบางเหยียดเกร็งด้วยความเสียวซ่าน รู้สึกราวกับฝัน 

 

"อะ..อาซื่อ" 

 

ไม่มีเสียงตอบจากอีกฝ่าย มีเพียงเสียงจ๊วบจ๊าบ ดังขึ้นอย่างหยาบโลน ความร้อนจากโพรงปากของสหายรักทำให้รู้สึกดีจนแทบจะทนไม่ไหว 

 

ไม่นานเยว่ฉานก็ปลดปล่อยออกมา 

 

"แฮ่กๆ " 

 

 และสลบไสลไปอีกตามเคย 

 

ซื่ออี้เคลื่อนกายมุดออกจากใต้ผ้าห่ม ส่ายหน้ายิ้มๆ ให้กับคนหลับหนีเขาอย่างนึกเอ็นดู ก่อนจะรั้งร่างผอมบางเข้ามากอดแล้วนอนหลับตามไป 

 

จิ๊บ ๆ 

เสียนกร้องในยามเช้า ปลุกให้เยว่ฉานงัวเงียลืมตาตื่น ความรู้สึกอบอุ่นทำให้เจ้าตัวแทบไม่อยากจะลุกจากเตียง นอนมองใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มในยามหลับไหลด้วยรอยยิ้ม 

แม้จะรู้ดีว่ามันผิด แต่ขอแค่เวลานี้เท่านั้น ชีวิตเขาก็ใช่ว่าจะอยู่ได้นาน หากจะตกนรกหมกไหม้จากนี้ไปก็ยอม 

 

"คิดอะไรเลอะเทอะอีกแล้วสิท่า หืม? " 

 

วงแขนแกร่งกระชับร่างผอมบางเข้ามาแนบชิดจนไร้ช่องว่าง ทำให้อวัยวะที่กำลังตื่นตัวอยู่ใต้ผ้าห่มสัมผัสกัน 

 

"อะ..อาซื่อ วะ..วันนี้เจ้าไม่ไปไหนหรือ? " 

"เจ้าเปลี่ยนเรื่องอีกแล้ว" 

"ขะ..ข้า.. ข้าแค่" 

"อาเยว่ ชีวิตคนเราหาได้ยืนยาวนะรู้ไหม" 

"อืม" 

"เจ้าอยากทำกับข้าหรือไม่" 

ไม่เพียงแค่ถามแต่ซื่ออี้ยังขยับช่วงล่างให้ส่วนนั้นถูไถกันไปมา จนเยว่ฉานสะท้านไปทั้งตัว 

 

ก๊อกๆ 

"อาเยว่ ตื่นหรือยังลูก" 

 

แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ทันทำอะไรเสียงของมือปราบเจียงก็ดังขึ้นเสียก่อน เยว่ฉานใบหน้าร้อนผ่าวรู้สึกอับอายจนเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก 

 

"ขะ..ข้า ตื่นแล้ว ท่านพ่อ" 

"แม่เจ้าเขาตุ๋นยาเอาไว้ให้แล้ว ก่อนไปทำงานอย่าลืมไปกินเสียล่ะ มันครบกำหนดแล้ว เดี๋ยวจะกลับไปป่วยอีก" 

"ขอรับ" 

"พ่อไปล่ะ" 

พอได้ยินเสียงฝีเท้าของบิดาบุญธรรมดังห่างออกไปทุกที เยว่ฉานถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก 

ฟู่... 

 

ซื่ออี้รีบลุกขึ้นไปรินน้ำร้อนในกาผสมน้ำเย็นใส่กระมังยกมาให้สหายลูบหน้าลูบตา ก่อนจะกลับไปเอาเตาพกที่เก็บไว้ในตู้ออกมาเตรียมไว้ แล้วกลับมาช่วยอีกฝ่ายเช็ดเนื้อเช็ดตัว จากนั้นก็ช่วยแต่งเนื้อแต่งตัวให้เหมือนเมื่อตอนเด็ก 

เยว่ฉานมองทุกการกระทำของสหายรักด้วยรอยยิ้ม เพราะอย่างนี้เขาถึงได้เผลอใจไปรักซื่ออี้โดยไม่รู้ตัว "เจ้าไม่ต้องทำเช่นนี้ก็ได้ ข้าโตแล้ว" 

"ก็ข้าชอบทำ มีอะไรหรือไม่" 

กระทั่งวาจาเอาแต่ใจก็ยังเหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน เยว่ฉานได้แต่ส่ายหน้า มองอีกฝ่ายสวมถุงเท้ารองเท้าให้จนเสร็จ 

 

แต่ที่เพิ่มมาก็คือ 

 

"อื้อ" 

 

จุมพิตอ่อนโยน 

 

"อย่าลืมไปดื่มยานะ เข้าใจไหม? " 

"อืม" เยว่ฉานพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย 

เสื้อคลุมกันหนาวสีชาถูกคลุมลงมาบนตัวพร้อมกับผูกเชือกให้อย่างดี จากนั้นซื่ออี้ก็คว้าเสื้ออีกตัวขึ้นมา "แล้วนี่เสื้อผู้ใด" 

"ของแม่ทัพเค่อ" 

"ของแม่ทัพเค่อ? แล้วเหตุใดถึงมาอยู่ที่นี่?" 

"เมื่อวานท่านแม่ทัพคงเห็นข้าหนาวก็เลยให้ยืมมา" เยว่ฉานตอบออกไปอย่างไม่คิดอะไร แต่มันไม่ใช่กับคนฟัง 

ซื่ออี้ย่อมรู้จักนิสัยใจคอของเค่อเหล่าต้าเป็นอย่างดี แม่ทัพกองธงที่สี่ผู้นี้ไม่ใช่ว่าใครจะพูดคุยด้วยได้ง่ายๆ แต่นี่ถึงกับให้เยว่ฉานยืมเสื้อคลุมกันหนาว 

ดวงตาคมเข้มหรี่มองร่างผอมบางของสหายรัก เห็นท่าทางของอีกฝ่ายไม่รู้เรื่องรู้ราวจริงๆ จึงไม่คิดจะซักถามต่อ เพียงแต่ส่งเสื้อให้ 

"เอาไปคืนเขาเสีย หากไม่จำเป็น เจ้าก็ควรอยู่ให้ห่างแม่ทัพผู้นั้นเอาไว้" 

ถึงแม้เยว่ฉานจะไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็ยังพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง "อืม" 

เตาพกถูกยื่นมาตรงหน้า "อาเยว่ดูแลตัวเองด้วย" 

"ได้ เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง" 

"ดี ไปเถิด นี่ก็สายมากแล้ว" 

เยว่ฉานยิ้มให้สหายรัก ก่อนจะสาวเท้าออกจากเรือน ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปในอดีตอีกครั้ง 

 

หลังจากที่ถูกลดขั้นมาเป็นนายอำเภอเมืองเปี้ยนอยู่หลายปี บิดาของซื่ออี้ก็ได้คืนตำแหน่งเดิม ทั้งครอบครัวจึงต้องพากันกลับเมืองหลวง 

และในวันที่ซื่ออี้จากไปเมื่อสี่ปีก่อน เป็นวันที่เขาป่วยหนัก เลยไม่ได้เอ่ยคำล่ำลา แต่ซื่ออี้ยังส่งจดหมายมาไม่เคยขาด 

นอกจากความห่วงใยที่บอกผ่านจดหมายแล้ว ยังมีเรื่องชีวิตส่วนตัวทุกเรื่อง รวมทั้งเรื่องที่เจ้าตัวกำลังมีความรัก จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้ว จดหมายของซื่ออี้ก็มาพร้อมกับเทียบเชิญงานมงคล 

เยว่ฉานตัดสินใจไปร่วมงาน เพื่อจะได้ตัดใจจากความคิดเกินเลย แต่เขาก็คิดผิด จุมพิตคืนนั้นถึงได้เกิดขึ้น เดิมทีคิดว่าคงจะถูกเกลียดแล้ว เพราะคืนนั้นซื่ออี้ไม่ยอมเอ่ยอะไรเลยสักคำ จนเขาต้องรีบออกจากงานด้วยความรู้สึกผิดและอับอาย 

คิดว่าชาตินี้คงจะไม่ได้พบหน้ากันอีกแล้ว แต่ก็ยังได้พบ 

 

ที่ว่าการ 

กว่าที่เยว่ฉานจะมาถึง ก็เจอกับแม่ทัพเค่อที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว เก้าอี้อีกตัวเป็นของร่างอ้วนฉุของนายอำเภอหยู ที่เหมือนจะพยายามทำตัวให้ลีบ ด้วยท่าทางตลกขบขัน 

"คารวะ ท่านแม่ทัพ ท่านนายอำเภอ ขออภัยที่มาช้าขอรับ" 

"อ่า เจ้ามาเสียที เร็วเถิด ท่านแม่ทัพมารออยู่นานแล้ว มาๆ นั่งๆ" ท่าทางนายอำเภอเมืองเปี้ยน แทบอยากจะเข้ามาอุ้มคนไปนั่งเก้าอี้  

เยว่ฉานเห็นแล้วยังอดที่จะยิ้มเล็กน้อยไม่ได้ ก่อนจะสาวเท้าไปหาแม่ทัพเค่อ "เสื้อขอรับท่านแม่ทัพ เมื่อวานต้องขอบคุณท่านแม่ทัพแล้ว" 

"อืม" อีกฝ่ายพยักหน้า รับเสื้อคืนด้วยใบหน้านิ่งเฉย 

ร่างผอมบางลงนั่งเก้าอี้ข้างกายนายอำเภอ กระชับเตาพกบนตักให้เข้ามาชิดร่าง ก่อนจะเอ่ยปากเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา 

"บันทึกผลการชันสูตร ท่านแม่ทัพคงได้อ่านแล้วกระมัง" 

"ข้าอ่านแล้ว แต่นั่นไม่มีตรงไหนที่เกี่ยวข้องกับทหาร เพราะผู้มีวรยุทธหรือกระทั่งจับกังที่มีพละกำลังมากพอก็สามารถลงมือได้" 

"เรื่องนั้นท่านกล่าวได้มิผิดนัก แต่ข้าน้อยยังมีอีกหลายเหตุผลที่ต้องคาดเดาเช่นนั้น" 

คิ้วของแม่ทัพเค่อขมวดเล็กน้อย จับจ้องใบหน้าขาวซีดของผู้ช่วยนายอำเภอหนุ่ม "ว่ามา" 

"อย่างแรกคือน้ำหนักบรรทุกของรถม้า ทหารแปดกองธงมีหน่วยทหารราบที่ชื่อว่าเกราะดำ เป็นหน่วยที่ต้องสวมเกราะหนักในยามออกรบทัพหน้า เพราะฉะนั้นทหารที่จะเข้ามาอยู่ในหน่วยนี้ได้ จะต้องมีร่างกายที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะขนาดของร่างกาย ไม่ทราบว่าข้าน้อยพูดถูกหรือไม่" 

เยว่ฉานหยุดพักหายใจชั่วครู่ เพื่อให้คนทั้งสองภายในห้องได้เรียบเรียงสิ่งที่เขาพึ่งจะอธิบายไป เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดโต้แย้งถึงได้เอ่ยต่อ 

"ร่องรอยจากความลึกบนพื้นดินที่รถม้าวิ่งมาถึงเมืองเปี้ยนค่อนข้างลึกมาก หากจะบอกว่าบรรทุกสิ่งของก็ยิ่งเป็นไปได้ยาก เพราะหนักเพียงนั้นต้องเป็นของจำนวนมาก ซึ่งรถม้าไม่สามารถขนได้หมด ข้าจึงสันนิษฐานว่าเป็นชายฉกรรจ์ห้าคนที่มีรูปร่างและน้ำหนักเท่าๆ กัน" 

"แต่นั่นก็ยังไม่อาจลงความเห็นว่าเป็นทหาร เพราะจับกังท่าเรือหลายคนก็มีรูปร่างเช่นนั้น" 

"แต่เราจะไปหาจับกังท่าเรือที่ร่างสูงใหญ่กำยำถึงห้าคนมารวมกันได้อย่างไร" 

แม่ทัพเค่อนิ่งคิดไปชั่วขณะ ส่วนนายอำเภอหยูได้แต่พยักหน้าตาม หากจะว่าไป ก็ไม่ใช่ว่าเค่อเหล่าต้าจะไม่เชื่อ เพียงแต่เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่จำต้องรอบคอบทุกด้าน และหากเรื่องนี้มีทหารมาเกี่ยวข้อง นั่นก็แปลว่า ศัตรูกำลังมุ่งเป้ามาที่เขา 

เยว่ฉานยกชาขึ้นจิบรออีกฝ่ายอย่างใจเย็น  

"ว่าต่อไป"  

"ข้าพบดินแดงบนหลังคารถม้า" 

ไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรต่อ เพียงเท่านี้ แม่ทัพกองธงที่สี่ก็เข้าใจ 

"ท่านแม่ทัพคงเข้าใจแล้วกระมังขอรับ แล้วอีกอย่างคดีนี้เกินอำนาจของอำเภอเปี้ยน พรุ่งนี้ต้องส่งบันทึกการสืบสวนทั้งหมดไปยังศาลากลาง เพื่อให้ผู้ว่าสองมนฑลเป็นผู้จัดการ" 

ร่างสูงใหญ่ลุกจากเก้าอี้ด้วยใบหน้าเคร่งขรึมจริงจัง หันมาเอ่ยกับเยว่ฉาน "เจ้าควรเดินไปส่งข้า" ก่อนจะสาวเท้านำไป 

และนั่นก็หาใช่คำขอ แต่เป็นคำสั่ง นายอำเภอหยูที่กำลังจะลุกตามต้องหยุดชะงักลง ปล่อยให้ผู้ช่วยหนุ่มก้าวตามท่านแม่ทัพไปเพียงลำพัง 

 

เมื่อร่างผอมบางเดินมาทันเบื้องหลัง แม่ทัพเค่อก็เอ่ยถามทันทีโดยไม่หันกลับไปมอง "ข้าอยากฟังความเห็นของเจ้า 

"ตามการคาดเดาของข้า คนร้ายมุ่งเป้ามาที่ท่าน ในเมื่อท่านแม่ทัพไร้พันธะใดๆ การลงมือกับพี่สะใภ้ของท่านก็เพียงแค่ตักเตือน เรื่องนี้ข้าว่าท่านเองคงรู้ดีกว่าข้า"  

คำตอบของเยว่ฉาน ย่อมแน่นอนว่าตรงกับที่เค่อเหล่าต้าคิด เพราะเวลานี้เขากำลังทำงานลับบางอย่างอยู่ แต่เรื่องนี้ไม่น่าจะรั่วไหลไปได้ ยิ่งคิดคิ้วกระบี่ก็ยิ่งขมวดเป็นปม 

เยว่ฉานเห็นอีกฝ่ายกำลังใช้ความคิด จึงก้าวตามหลังอย่างเงียบๆ พอทั้งคู่เดินมาถึงหน้าประตู ร่างสูงใหญ่ถึงได้หันกลับมา ดวงตาสองคู่มองสบกันนิ่งนาน   

 

"เจ้าว่าข้าควรจะเริ่มสืบตรงไหนก่อนดี"  

"คนข้างกาย" 

 

หลังจากได้คำตอบ เค่อเหล่าต้าก็โหนตัวขึ้นบนหลังม้า ก่อนจะควบม้าจากไป  

 

ตามการคาดเดาของเยว่ฉาน เวลานี้ทหารแปดกองธง น่าจะแบ่งออกเป็นสองฝักสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือผู้ที่สนับสนุนองค์รัชทายาทและฮองเฮา ส่วนอีกฝ่ายคือผู้ที่ยังจงรักภักดีต่อองค์ฮ่องเต้ และถ้าเดาไม่ผิด ที่ซื่ออี้กำลังสืบอยู่ก็คงจะเป็นเรื่องนี้ 

 

แค่กๆ  

 

เยว่ฉานกระชับเตาพกไว้แนบอก กำลังจะหันหลังกลับเข้าไปด้านใน  

 

"เจ้าคงจะเป็นผู้ช่วยนายอำเภอกระมัง" 

 

เสียงของคนแปลกหน้าทำให้ร่างผอมบางต้องหันกลับมาอีกครั้ง "เป็นข้าเอง ไม่ทราบว่าพวกท่านคือ?"  

 

"ท่านผู้ว่าส่งพวกข้ามารับบันทึกคดีฮูหยินใหญ่ตระกูลเค่อ" ป้ายประจำตัวมือปราบของศาลากลางถูกยื่นมาให้ดู  

 

เยว่ฉานมองป้ายแล้วก็ยกยิ้มเล็กน้อย เชื้อเชิญบุรุษร่างสูงใหญ่ทั้งสองให้เข้าไปด้านใน "เชิญด้านในขอรับ ท่านนายอำเภอกำลังรออยู่" 

 

ในสายตาของเยว่ฉาน มองปราดเดียวก็รู้ว่าทั้งสองคนที่มาหาใช่มือปราบตัวจริง เกรงว่าเรื่องนี้คงจะใหญ่กว่าที่คิดเสียแล้ว 

ความคิดเห็น