facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : คงฝันไป

คำค้น : นิยายวาย,นิยายจีนโบราณ,Yaoi,NC20+,ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 261

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ต.ค. 2563 01:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คงฝันไป
แบบอักษร

เรือนพักหลังเล็กของอู่เยว่ฉาน แยกออกมาจากเรือนใหญ่ของมือปราบเจียงค่อนข้างไกล ถึงแม้จะเล็กแต่ก็แลดูเงียบสงบและน่าอยู่  

ตระกูลเจียงหาใช่ตระกูลร่ำรวย ทั้งจวนมีข้ารับใช้อยู่เพียงสองคน เรื่องอาหารการกิน เป็นฮูหยินเจียงลงมือทำด้วยตัวเอง 

สองผัวเมียที่ไร้บุตร รักและเอ็นดูเยว่ฉานราวกับลูกแท้ๆ ทุ่มเทเงินทองมากมายหาซื้อหยูกยาราคาแพงมารักษา  

เยว่ฉานเองก็ถือเป็นเด็กกตัญญู ไม่เคยทำให้ทั้งคู่ผิดหวังเลย นอกจากจะเติบโตมาด้วยใบหน้าหล่อเหลาแล้ว ยังมีความฉลาดรอบรู้ เสียอย่างเดียวคือมีร่างกายอ่อนแอ 

 

ภายในเรือนหลังเล็กที่ไม่มีห้องแยก โต๊ะเตียงถูกจัดไว้ในมุมสวยงาม ทั้งเรือนมีแต่กลิ่นสมุนไพรอ่อนๆ เมื่อแสงตะเกียงส่องสว่าง ร่างสูงโปร่งที่พึ่งเข้ามาถึงก็ถอดรองเท้าพร้อมชุดตัวนอกออก กระโดดขึ้นไปนอนเหยียดยาวบนเตียงเหมือนที่เคยทำ 

เยว่ฉานเห็นแล้วต้องส่ายหน้าน้อยๆ ความจริงนิสัยของซื่ออี้ก็แทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นตอนเด็กหรือกระทั่งตอนนี้ จะมีก็เพียงรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาคมเข้มขึ้นเท่านั้น 

"อาซื่อ เดี๋ยวข้าไปดูในครัวก่อนนะ ว่ามีอะไรให้เจ้ากินบ้าง" 

"ไม่ต้องหรอก ข้าอยากนอนมากกว่า เจ้าก็ขึ้นมาห่มผ้านอนเถิด อากาศเริ่มเย็นมากแล้ว" 

ซืออี้พลิกกายนอนตะแคงใช้ผ้าห่มคลุมร่างก่อนจะเปิดชายผ้า ตบฝ่ามือลงบนเตียง "อาเยว่ มาเร็ว" 

ริมฝีปากของเยว่ฉานฉีกยิ้มโดยไม่รู้ตัว จำใจต้องถอดรองเท้าพร้อมชุดตัวนอกออก ปีนขึ้นไปบนเตียงสอดตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนเดียวกัน 

วงแขนแกร่งพาดลงบนเอวบางทันทีที่ร่างของเยว่ฉานนอนราบลงบนฟูก  

"เป็นอะไรไป นอนตัวแข็งเชียว"  

"มะ..ไม่ ขะ..ข้าแค่หนาว" 

"อาเยว่"  

"หืม?" 

"คืนนั้นเหตุใดถึงได้จูบข้า" 

เยว่ฉานไม่นึกว่าจะถูกถามอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ ก็เลยไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร ได้แต่ถามกลับไปด้วยความหวาดหวั่น "กะ..โกรธหรือ?" 

"ข้าถามเจ้าก่อน!" 

น้ำเสียงของซื่ออี้แข็งขึ้นเล็กน้อยอย่างคุณชายที่ไม่ชอบถูกขัดใจ เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังเงียบ วงแขนแกร่งก็รั้งเอวบางให้หันมาเผชิญหน้า 

"อุ๊บ! อื้ออออ" 

จูบที่มาโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้เยว่ฉานตกใจจนแทบสิ้นสติ จุมพิตที่สหายรักเป็นฝ่ายเริ่ม มันช่างแตกต่างจากคืนนั้นโดยสิ้นเชิง ปลายลิ้นสากที่กำลังพัวพันกัน เร้าอารมณ์อย่างบอกไม่ถูก  

กว่าที่อีกฝ่ายจะยอมผละออก ในหัวของเยว่ฉานก็ขาวโพลนไปหมด ดวงตาที่ฉ่ำไปด้วยน้ำจ้องมองริมฝีปากหนาที่ยังเปียกชื้น 

"คราวนี้เจ้าจะตอบข้าได้หรือยัง" ซื่ออี้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า พร้อมกับกระชับอ้อมแขนให้ร่างผอมบางเบียดเข้ามาแนบชิด จนร่างกายสัมผัสกันแทบจะทุกส่วนสัด โดยเฉพาะช่วงล่าง 

"นี่ใช่หรือไม่? คือคำตอบของเจ้า อาเยว่" 

ความเป็นชายที่กำลังแข็งขึงสัมผัสกันผ่านเนื้อผ้าจนสามารถรับรู้ถึงอารมณ์ของกันและกันได้ ทำให้ใบหน้าที่เคยซีดเซียวของเยว่ฉานขึ้นสีระเรื่อ ต้องเสหลบตาด้วยความอับอาย 

"อาซื่อ เจ้าคงเกลียดข้าแล้วกระมัง" 

 

เกิดความเงียบขึ้นระหว่างคนทั้งคู่  

 

แววตาของเยว่ฉานหม่นลง พยายามขยับร่างออกห่างจากสหาย 

 

"อ๊ะ! อะ..อาซื่อ!" 

 

ความแข็งขึงที่พึ่งจะอ่อนตัวกำลังถูกแตะต้อง  

 

"หลังจากคืนนี้ไป ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่เสียใจที่หลังนะอาเยว่" 

 

"อื้อออ" 

 

ริมฝีปากหนาประทับลงมาอีกครั้ง แต่จุมพิตของซื่ออี้ครั้งนี้มันทั้งเร่าร้อนและเอาแต่ใจ สองมือของเยว่ฉานกำอกเสื้อของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น  

 

เอวกางเกงถูกเลื่อนลงไปอย่างรวดเร็ว ฝ่ามือของซื่ออี้ขยับอย่างรู้งาน ไม่นานส่วนนั้นของเยว่ฉานก็กลับมาแข็งขึงอีกครั้ง  

 

ลมหายใจของทั้งคู่เริ่มถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเห็นว่าเยว่ฉานเริ่มหายใจติดๆ ขัดๆ ซื่ออี้ถึงได้ยอมผละออก ใต้ผ้าห่มผืนหนา แก่นกายชูชันกำลังเสียดสีกันไปมาผ่านฝ่ามือของซื่ออี้ 

 

ดวงตาสองคู่มองสบกันนิ่งนาน ลมหายใจถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆ 

 

"ชอบไหม หืม?"  

 

"ดูหน้าตาเจ้าตอนนี้สิ อาเยว่" 

 

เยว่ฉานแทบไม่ได้ยินว่าอีกฝ่ายพูดอะไร ความเร็วของน้ำหนักมือที่กำลังขยับอยู่ใต้ผ้าห่ม ทำให้ร่างผอมบางหดเกร็ง 

 

"อื้มมมม อะ..อาซื่อ" 

 

"สหาย นี่มันแค่เริ่มต้น" 

 

ร่างสูงโปร่งเคลื่อนกายมุดลงไปใต้ผ้า พลิกร่างของเยว่ฉานให้นอนหงาย ซื่ออี้กดจุมพิตตั้งแต่ยอดอกไปจนถึงหน้าท้อง จนกระทั่งถึงส่วนนั้น 

 

"อะ..อาซื่อ ยะ..อย่า" 

 

แม้จะมองไม่เห็นว่าสหายรักกำลังทำอะไรอยู่ตรงหว่างขา แต่ความอุ่นร้อนจากโพรงปากของอีกฝ่าย ก็ทำให้เยว่ฉานรับรู้ได้ น้ำใสหยดจากหางตา ร่วงหล่นลงบนหมอน  

 

จ๊วบ ๆ 

 

เสียงหยาบโลนดังลอดผืนผ้าออกมาเบาๆ สองมือของเยว่ฉานยึดจับฟูกนอนเอาไว้แน่น ช่วงล่างเหยียดเกร็ง แอ่นสะโพกขึ้น 

 

"อ๊าา" 

 

"แฮ่กๆ " 

 

ในที่สุดร่างผอมบางก็ปลดปล่อยออกมาเป็นครั้งแรกในชีวิต พร้อมกับสติที่เริ่มเลือนราง   

 

"อาซื่อ" 

 

เสียงครางแผ่วเบารอดผ่านริมฝีปาก ก่อนที่ดวงตาจะปิดลง  

 

เช้าวันใหม่มาเยือน เยว่ฉานตื่นขึ้นมาก็ไม่พบซื่ออี้แล้ว ใบหน้าถึงกับสลดลง คิดว่าเมื่อคืนตนเองคงฝันไป สหายรักแต่งงานมีภรรยาอยู่ถึงเมืองหลวง ไหนเลยจะเดินทางมาไกลถึงที่นี่เพื่อมาหาสหายที่คิดไม่ซื่ออย่างเขา  

คงเป็นข้าที่คิดถึงเจ้ามากไปสินะ ซื่ออี้ 

ฝ่ามืออันสั่นเทายกขึ้นลูบใบหน้า หวังว่าจะทำให้ลืมความฝันเมื่อยามค่ำคืน 

 

ก๊อก ๆ  

 

"อาเยว่ เจ้าตื่นหรือยัง ท่านนายอำเภอสั่งคนมาตามให้รีบไปที่ว่าการด่วน" 

 

เสียงบิดาบุญธรรม ทำให้เยว่ฉานตั้งสติได้  

 

"ตื่นแล้วขอรับ ข้าขอจัดการตัวเองสักครู่"  

 

"ได้ พ่อจะรอที่หน้าเรือนใหญ่" 

 

ที่ว่าการอำเภอ 

"ท่านแม่ทัพ! โปรดใจเย็นก่อนขอรับ!" 

เยว่ฉานและมือปราบเจียงยังไม่ทันผ่านประตูเข้าไป ก็ต้องหยุดชะงักลงเพราะร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะเหล็กก้าวสวนออกมาพร้อมเสียงของนายอำเภอเมืองเปี้ยน 

"อ่า อาเยว่ เจ้ามาได้เสียที" ร่างอ้วนฉุของท่านนายอำเภอที่วิ่งตามมาทัน รีบเข้ามาคว้าแขนเยว่ฉาน ดึงให้ไปยืนเบื้องหน้าท่านแม่ทัพ 

"นี่คือผู้ช่วยของข้าน้อย นามว่าอู่เยว่ฉานขอรับ เขาเป็นผู้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง ท่านแม่ทัพอยากรู้อะไร ก็สอบถามเขาได้ขอรับ" 

เหงื่อเม็ดเล็กผุดเต็มหน้าผากนายอำเภอหยู แอบสะกิดแขนผอมบางคล้ายต้องการขอความช่วยเหลือ 

 

เค่อเหล่าต้า หนึ่งในแม่ทัพแปดกองธงผู้นี้ ไม่มีผู้ใดไม่รู้ถึงความโหดเหี้ยม นายอำเภอเมืองเล็กๆ อย่างหยูฉีไม่กลัวก็แปลกแล้ว 

ต้องโทษเจ้าพวกคนร้ายบ้านั่น จะทิ้งศพพี่สะใภ้ของท่านแม่ทัพที่ไหนไม่ทิ้ง ดันเอามาทิ้งไว้ที่นี่ ยิ่งคิดหยูฉีก็ยิ่งคับแค้น 

 

บุรุษในชุดเกราะเหล็ก จ้องมองร่างผอมบางเขม็ง  

 

เยว่ฉานยกสองมือประสานค้อมกายคารวะอย่างนอบน้อม "เชิญท่านแม่ทัพกลับเข้าไปด้านในก่อนจะดีกว่าขอรับ" 

 

ร่างสูงใหญ่เริ่มแผ่รังสีอำมหิต แต่มันกลับไม่มีผลกระทบกับเยว่ฉาน 

 

"เชิญขอรับ" 

 

นอกจากไม่หวาดกลัวแล้ว ร่างผอมบางยังผายมือเป็นการเชื้อเชิญ ก่อนจะสาวเท้านำเข้าไปด้านใน 

 

การกระทำของผู้ช่วยนายอำเภอค่อนข้างจะสร้างความประหลาดใจให้แม่ทัพเค่อไม่น้อย เพราะยังไม่เคยมีผู้ใดกล้าสบตาเขาตรงๆ เลยสักคน แต่เด็กหนุ่มไม่เพียงแค่สบตา แต่ในแววตายังไร้ซึ่งความหวาดกลัวโดยสิ้นเชิง 

เค่อเหล่าต้าตัดสินใจสาวเท้ากลับเข้าไปในที่ว่าการอีกครั้ง 

 

ศพสตรีบนรถม้า คือสะใภ้ใหญ่ตระกูลเค่อ นามว่าเค่อจินมู่ ที่หายไปจากบ้านพักในเมืองถงเมื่อสามวันก่อน ซึ่งเมืองถงกับเมืองเปี้ยนห่างกันเพียงยี่สิบลี้  

นั่นเป็นสาเหตุให้แม่ทัพเค่อ ต้องมาดูศพพี่สะใภ้ด้วยตัวเอง ไม่รู้ว่าผู้ใดช่างใจกล้า อาจหาญฆ่าสะใภ้ตระกูลเค่อ งานนี้ไม่ว่าจะเป็นนายอำเภอเมืองถง นายอำเภอเมืองเปี้ยน หรือแม้กระทั่งผู้ว่า คงต้องขนคอลุกไปตามๆ กัน 

 

หลังจากที่ร่างสูงใหญ่หย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้ เยว่ฉานก็รินชาส่งให้อีกฝ่ายอย่างใจเย็น "เชิญท่านแม่ทัพดื่มชาก่อนขอรับ" เมื่อเห็นอีกคนยอมดื่มแต่โดยดี ถึงได้เอ่ยปาก 

"ผู้ที่พบศพคนแรก เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา เวลาที่พบศพคือยามเช้า กว่าจะมาแจ้งทางการ และกว่าที่พวกเราจะไปถึงใช้เวลาราวครึ่งชั่วยาม"  

"ผลจากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบไม่พบหลักฐานอะไร และยังมิอาจยืนยันได้ ว่านางถูกฆาตกรรม" 

 

"เรื่องพวกนี้ นายอำเภอบอกข้าแล้ว ข้าต้องการฟังอย่างอื่นที่นอกเหนือจากนี้" 

 

เค่อเหล่าต้ามองใบหน้าเรียวเล็กอย่างสำรวจ 

เด็กหนุ่มผู้นี้อายุคงราวยี่สิบ รูปร่างหน้าตาหากจะว่าหล่อเหลาก็คงจะไม่ถูก จะคล้ายสตรีก็ไม่น่าจะใช่ ต้องเรียกว่ารูปร่างหน้าตาดึงดูดผู้คน แต่เสียอย่างเดียวในดวงตากลับแฝงไปด้วยความเศร้าหมอง 

 

"จากการคาดเดาของข้าน้อย ตลอดทางที่รถม้าวิ่งมาจนถึงที่เกิดเหตุ น่าจะมีบุรุษร่างสูงใหญ่ ขนาดตัวเท่ากับท่านประมาณห้าคน และผู้ที่จะมีน้ำหนักหรือรูปร่างเช่นนั้นได้ ก็มีอยู่ไม่กี่อาชีพ อย่างเช่น ทหาร" 

 

"หือ.. นี่เจ้ากำลังจะบอกว่า ทหารเป็นผู้ลงมือหรือ?" 

 

"ข้าน้อยไม่ได้บอกว่าทหารเป็นผู้ลงมือ ข้าเพียงแต่บอกว่าชายฉกรรจ์ทั้งห้าที่สามารถสร้างหลุมลึกให้รอยล้อรถม้าได้ขนาดนั้น สมควรมีรูปร่างและน้ำหนักเช่นไร" 

 

คิ้วของแม่ทัพเค่อขมวดเป็นปม ไม่มีชื่อผู้ต้องสงสัยอยู่ในหัวเลยสักคน คนร้ายทำงานอย่างไร้ร่องรอย ใครกันที่กล้าเป็นศัตรูกับตระกูลเค่อ  

 

เยว่ฉานเห็นอีกฝ่ายเริ่มเข้าใจแล้ว จึงเอ่ยอย่างใจเย็น "หากท่านแม่ทัพอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม ก็ขอให้ใจเย็นรอให้ผลชันสูตรอย่างละเอียดออกมาเสียก่อนเถิดขอรับ"   

 

หลังจากแม่ทัพเค่อกลับไป อู่เยว่ฉานก็ไปหาหลักฐานเพิ่มเติมในรถม้า ซึ่งด้านในถือว่าเล็กเกินไปสำหรับชายสามคน น่าจะมีเพียงสองคนที่นั่งมากับศพ ส่วนอีกหนึ่งคนบังคับรถม้า สำหรับอีกสองคนที่เหลือนั้น..... 

คิ้วเรียวขมวดมุ่น ปีนข้ามไปด้านหน้ารถม้า พยายามจะโหนตัวเองขึ้นไปดูบนหลังคา แต่ด้วยความที่ร่างกายอ่อนแอ 

"อ๊ะ!" ทำให้ร่างผอมบางร่วงลงมาอย่างน่าหวาดเสียว 

 

เยว่ฉานหลับตาแน่น รอรับความเจ็บปวดที่กำลังจะมาถึง แต่มันกลับไม่เกิดขึ้น 

 

"ทำบ้าอะไรของเจ้ากันหา! อยากตายหรือไร!?" 

 

มีเพียงเสียงตวาดด้วยความโกรธเกรี้ยว  

 

ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงเข้าปะทะสายตาทันทีที่ดวงตาลืมขึ้น 

 

"อาซื่อ!"  

ความคิดเห็น