facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ท่ามกลางความมืด

ชื่อตอน : ท่ามกลางความมืด

คำค้น : นิยายวาย,นิยายจีนโบราณ,Yaoi,NC20+,ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 278

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ต.ค. 2563 01:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ท่ามกลางความมืด
แบบอักษร

ในโรงเตี๊ยมเล็กๆ แห่งหนึ่งในเมืองหลวง 

ท่ามกลางแสงสลัวในช่วงเช้าวันใหม่ ร่างผอมบางลุกขึ้นจากเตียงอย่างช้าๆ  

"แค่ก ๆ"  

บรรยากาศหนาวเย็นทำให้อู่เยว่ฉานต้องเร่งสวมเสื้อผ้าอาภรณ์ เช้านี้เขาจำต้องรีบเดินทางกลับเมืองเปี้ยนก่อนที่สหายรักจะทันรู้ตัว  

เยว่ฉานรู้ดีว่าการกระทำของเขาอาจทำให้สูญเสียอีกฝ่ายไปตลอดกาลแต่ก็ยังเลือกที่จะทำ เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ นิ้วมือซีดเซียวก็ยกขึ้นลูบริมฝีปากอย่างโหยหา 

รสชาติขมปร่าของสุราในปากของสหายคล้ายยังติดอยู่ที่ปลายลิ้น ถึงแม้อีกฝ่ายจะไม่ได้พูดอะไรสักคำ แต่เยว่ฉานยังจำแววตาคู่นั้นที่มองมายังตัวเขาได้ดี กระทั่งเดินจากมา ซื่ออี้ยังไม่เอ่ยรั้งไว้สักคำ   

 

สุราถูกรินใส่จอก เยว่ฉานยกมันขึ้นหันหน้าไปทางจวนตระกูลเซียว 

 

"สหายข้า เหล้ามงคลจอกนี้ข้าขอดื่มอวยพรให้เจ้า" 

 

"แค่กๆ"  

 

จอกสุราถูกวางลงบนโต๊ะ ก่อนที่ร่างบอบบางพร้อมห่อผ้าจะสาวเท้าออกจากห้อง 

 

ไม่นานรถม้าคันเก่าก็เคลื่อนตัวออกจากเมืองหลวงทางประตูทิศใต้ เป็นเวลาเดียวกับที่เซียวซืออี้ควบม้ามาถึงประตูทางทิศเหนือ 

 

ดวงตาคมเข้มกวาดมองไปรอบๆ แต่กลับไร้เงาใครบางคน ในใจบังเกิดลางสังหรณ์ไม่ดี เซียวซื่ออี้ตัดสินใจควบม้าออกนอกเมืองทางประตูทิศเหนือทันที 

 

บนรถม้า ที่กำลังมุ่งหน้าไปตามเส้นทางทิศใต้ 

"แฮ่ก ๆ" เยว่ฉานยกมือกุมหน้าอกด้วยความทรมาน ผลจากการดื่มสุราทำให้ชายหนุ่มหายใจไม่ออก ร่างผอมบางเริ่มดิ้นทุรนทุราย  

 

ในที่สุดทั้งคู่ก็ต้องจากกันโดยไม่ได้ร่ำลา 

 

หนึ่งปีผ่านไป 

ท่ามกลางชาวบ้านที่กำลังมุงดูพร้อมเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ร่างผอมบางของผู้ช่วยนายอำเภอและเหล่ามือปราบกำลังเดินสำรวจพื้นที่โดยรอบ  

บนรถม้าคันเก่ามีศพหญิงสาวเสียชีวิตอยู่ภายใน จากการสอบปากคำชาวบ้านที่พบศพ ไม่ได้มีข้อมูลอันใดที่เป็นประโยชน์มากนัก 

"อาเยว่ พ่อสอบถามจากชาวบ้านแล้ว ไม่มีใครรู้เลยว่ารถม้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร" 

"ทางข้าก็เหมือนกัน บนพื้นมีเพียงแค่ลอยล้อรถ นอกนั้นยังไม่เจออะไรเลย" 

สองมือปราบเก่าแก่ประจำเมืองเปี้ยนต่างพากันหน้านิ่วคิ้วขมวด เพราะนานมากแล้ว ที่เมืองเล็กๆอย่างเมืองเปี้ยนไม่เคยมีคดีฆาตกรรม 

"พวกเรารอคนมาตรวจสภาพศพก่อนก็ได้ เพื่อจะรู้อะไรเพิ่ม แค่กๆ" 

"อาเยว่ ไหวหรือไม่ เจ้าควรไปนั่งพักก่อนจะดีกว่า"  

"ข้ายังไหว ท่านพ่ออย่าห่วงเลย" 

มือปราบเจียงมองบุตรชายบุญธรรมด้วยความเป็นห่วง ตั้งแต่เด็กน้อยในวันนั้นกลับมาหายใจอีกครั้ง เขาก็ถือว่าเยว่ฉานคือบุตรชายแท้ๆ ของตัวเอง 

"หากไม่ไหวจริงๆ เจ้าห้ามฝืนเป็นอันขาด อย่าลืมว่าพ่อกับแม่เป็นห่วง" 

"ขอรับท่านพ่อ" 

เยว่ฉานยกยิ้มบางเบาเพื่อให้บิดาบุญธรรมวางใจ ก่อนจะมองไปยังร่องรอยของล้อรถ ร่างผอมบางสาวเท้าเข้าไปนั่งคุกเข่าข้างหนึ่ง เพ่งมองสำรวจความลึกบนพื้นดิน หัวคิ้วมุ่นลงเล็กน้อย  

"เจออะไรหรือ?" 

"ข้าก็ไม่แน่ใจ แต่รอยล้อนี่มันดูลึกเกินไปสำหรับน้ำหนักของรถม้า"  

เจียงหงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งข้างกายบุตรชาย "เห.. มันลึกเกินไปจริงๆ ด้วย" ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเดินสำรวจไปตามเส้นทาง "แปลกมาก! อาเยว่ เจ้าคิดเช่นไร?" 

"หากนับเป็นคนก็น่าจะมีถึงห้าคนที่นั่งมากับศพ แต่นั่นก็ยังไม่แน่นัก พวกเราคงต้องตรวจดูบนรถม้าอีกที" 

เยว่ฉานลุกขึ้นยืนมองไปยังผู้คนที่มามุงดูอย่างสำรวจ จนกระทั่งอู่จั้วมาถึง  

"คารวะท่านผู้ช่วย มือปราบทั้งสอง ขออภัยที่ข้ามาช้า" 

มือปราบเจียงพยักหน้าให้คนชันสูตรศพของเมืองเปี้ยน ก่อนจะชี้ไปที่รถม้า "บนนั้น รีบๆ เข้าไปดูศพเถิด อย่ามัวเสียเวลาอยู่เลย แดดเริ่มร้อนแล้ว" 

"ขอรับๆ" 

 

ร่างชายชราผลุบหายเข้าไปในรถม้า ตามด้วยร่างผอมบางของผู้ช่วยนายอำเภอหนุ่ม  

อู่จั้วหรือผู้ชันสูตรศพเริ่มลงมือทำงานด้วยใบหน้าเคร่งขรึมจริงจัง เยว่ฉานเองก็ไม่คิดรบกวน ได้แต่ใช้สายตามองสำรวจบนรถม้าอย่างละเอียด 

รถม้าเก่าคร่ำครา แลดูไม่สมกับเสื้อผ้าบนร่างศพ ชุดสีเขียวอ่อนปักดิ้นทองหรูหรา แม้ทั้งร่างจะไร้เครื่องประดับ 

แต่ดูท่าแล้วก่อนหน้านี้ คงสวมใส่มาจนครบ ทั้งรอยช้ำบนติ่งหู รอยห้อเลือดที่ลำคอ หรือร่องรอยซีดเป็นวงบนนิ้ว เส้นผมสยายระเกะระกะบ่งบอกให้รู้ว่าก่อนหน้านี้บนศีรษะเคยสวมเครื่องประดับผมราคาแพง 

สตรีนางนี้เกรงว่าจะมีฐานะไม่ธรรมดา ไม่แน่ว่าจะเป็นฮูหยินตระกูลใหญ่  

 

"ดูจากสภาพศพเบื้องต้น นางน่าจะเสียชีวิตเมื่อคืน ตามร่างกายไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย โคนลิ้นไม่จุกที่ลำคอ ปากและลิ้นสีปกติ ไม่น่าจะถูกพิษ หากจะบอกว่าเป็นการฆาตกรรม เกรงว่าจะเร็วเกินไปขอรับ คงต้องรอตรวจละเอียดอีกที" 

 

เยว่ฉานพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะก้าวลงจากรถม้า 

 

เมื่อตรวจสอบสภาพแวดล้อมเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว ทางการก็ย้ายรถม้าพร้อมศพกลับไปที่ว่าการ หลังจากที่นายอำเภอเมืองเปี้ยนได้รับรายงานก็รีบสั่งคนไปติดไปประกาศที่หน้าประตูเมืองเพื่อตามหาญาติของศพหญิงสาวนิรนาม 

 

หนึ่งวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว โดยยังไม่มีผู้ใดมายืนยันตัวตนของศพสตรีบนรถม้า 

 

ในห้องเก็บบันทึกของที่ว่าการ ยังมีแสงตะเกียงส่องสว่าง เยว่ฉานนั่งอ่านสำนวนคดีฆาตกรรมในสมัยก่อนจนค่ำมืด กระทั่งมีสายลมกระโชกแรงจนทำให้ตะเกียงดับ ชายหนุ่มถึงได้จุดโคมกลับออกมา 

 

ร่างผอมบางถือโคมไฟสาวเท้าไปทางประตูข้าง อดที่จะหยุดลงตรงจุดที่ได้เจอกับเซียวซื่ออี้ครั้งแรกไม่ได้ เยว่ฉานหลับตาลงสูดหายใจเข้าแรงๆ หนึ่งที พร้อมกระชับเสื้อคลุมกันหนาวบนร่าง ก่อนจะลืมตาขึ้น 

 

พรึบ! 

 

โคมไฟหล่นกระแทกพื้น ทำให้แสงสว่างอันน้อยนิดหายไป 

 

ท่ามกลางความมืดร่างสูงโปร่งยืนอย่างเงียบเชียบ เยว่ฉานตกตะลึงนิ่งค้าง วงแขนที่ชาตินี้ไม่เคยคิดว่าจะได้สัมผัสอีกครั้งถูกสวมกอดเข้ามาจนแน่น 

"แค่กๆ อะ..อาซื่อ ขะ..ข้าหายใจไม่ออก" 

อีกฝ่ายก็ยังทำเหมือนเคย เพียงคลายอ้อมแขนเอาไว้หลวมๆ แต่ไม่คิดที่จะปล่อย 

"อาเยว่! ข้าคิดถึงเจ้ามากแค่ไหน รู้บ้างหรือไม่!? เหตุใดถึงได้จากมาโดยไม่ลา มิหนำซ้ำยังไม่ยอมตอบจดหมายข้าอีก เจ้ายังเห็นข้าเป็นสหายอยู่หรือไม่!!" 

วาจาตัดพ้อต่อว่าของสหายรัก ทำให้เยว่ฉานพูดไม่ออก ได้แต่ก้มหน้านิ่ง ไม่กล้าที่จะสบตา  

"อาเยว่! มองข้า แล้วตอบข้ามาให้ชัดๆ ว่าเจ้ายังเห็นข้าเป็นสหายอยู่หรือไม่!?"  

เมื่อเยว่ฉานยังนิ่ง อ้อมแขนของซื่ออี้ก็ค่อยๆ ผละออกอย่างช้าๆ ร่างสูงโปร่งหันหลังกลับคิดจะเดินจากไป  

"อาซื่อ!"  

ตลอดเวลาที่คบกันมาไม่มีเลยสักครั้งที่เยว่ฉานจะกล้าสวมกอดอีกฝ่าย ไม่ใช่เพราะรังเกียจ แต่เพราะกลัวห้ามใจตัวเองไม่ได้ แต่ความเหงารวมทั้งความรักความคิดถึง ทำให้ค่ำคืนนี้ถือเป็นครั้งแรก ที่แขนผอมบางยกขึ้นกอดเอวสอบจากทางด้านหลัง 

ข้าไม่ได้ฝัน ซื่ออี้อยู่ตรงนี้จริงๆ 

 

ร่างสูงโปร่งหันหน้ากลับมาสวมกอดร่างผอมบางอีกครั้ง 

 

ท่ามกลางความมืดมิดยามราตรี สองร่างยืนกอดกันนิ่งนาน  

 

"อาเยว่เจ้ายังไม่ตอบข้า" 

 

"ไม่มีวันไหนที่ข้าจะไม่คิดถึงเจ้าอาซื่อ" 

 

"แล้วเหตุใดถึงไม่ตอบจดหมายข้า" 

 

"ข้า.. ข้าไม่กล้า" 

 

"หลังจากที่จูบข้า เจ้าก็คิดจะตัดขาดสหายอย่างข้างั้นสิ?" 

 

"ไม่ใช่นะอาซื่อ" เยว่ฉานรีบยกใบหน้าออกจากบ่ากว้างขึ้นมาส่ายหน้าปฏิเสธ 

 

"ไม่ใช่? แล้วที่เจ้ากำลังทำอยู่นี่เรียกว่าอะไร" 

 

สายตาคมเข้มมองมาอย่างคาดคั้น จนเยว่ฉานเริ่มจะทำอะไรไม่ถูก จะให้บอกไปได้อย่างไร ว่าเขาคิดกับอีกฝ่ายมากกว่าคำว่าสหาย 

 

"ช่างเถิด ถึงอย่างไรข้าก็มาถึงนี่แล้ว เจ้าต้องชดใช้ให้ข้า" 

 

"อืม"   

 

เยว่ฉานรู้สึกโล่งอกที่สหายรักเปลี่ยนเรื่อง จึงซบหน้าลงบนบ่ากว้างตามเดิม "ว่าแต่เจ้ามาถึงเมืองนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่หรือ?" 

 

ซื่ออี้ไม่คิดตอบคำถาม โอบประคองร่างผอมบางพาสาวเท้าออกประตูข้างของที่ว่าการ "ข้าทั้งหิว ทั้งหนาว คืนนี้เจ้าต้องดูแลข้าให้ดีเลยนะ ชดเชยที่เจ้าหนีข้าไปในคืนนั้น" 

 

"อืม" เยว่ฉานได้แต่ตอบรับเสียงเบา แต่หัวใจในอกด้านซ้ายกลับเต้นแรงจนเกือบจะหายใจไม่ทัน 

 

วงแขนแกร่งกระชับแน่นขึ้น เพราะอากาศหนาวเย็นในยามค่ำคืน สองร่างค่อยๆ เดินหายไปท่ามกลางความมืดมิดยามราตรี 

ความคิดเห็น