ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 10...

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 98

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 มิ.ย. 2564 15:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10...
แบบอักษร

เวลาประมาณยี่สิบนาทีต่อมา...

ณฐมนเดินทางมาถึงจุดหมายปลายทางคือห้องทำงานของชายหนุ่มรุ่นพี่ในสำนักงานพิมพ์ใหญ่

จากนั้นทั้งสองจึงเริ่มต้นปรึกษาหารือถึงเรื่องราวของแต่ละคนรู้กันมาทุกสิ่งรวมถึงสาเหตุที่หญิงสาวโดนยิงก็อาจเป็นเพราะศัตรูของพฤกษ์และยังมีอีกหนึ่งข้อมูลสำคัญที่ชายหนุ่มรุ่นพี่เพิ่งจะได้รับมาใหม่ล่าสุด

“อ้ะ พี่มีบางอย่างอยากให้ขิงดู...”

ชลจักรนั่งตรงเก้าอี้ประจำตำแหน่งกล่าวพร้อมวางกระดาษสีขาวลงบนโต๊ะตรงหน้าหญิงสาวรุ่นน้องที่ไม่รอช้ารีบหยิบเอามันขึ้นมาเพ่งสายตาอ่านให้ครบถ้วนทุกตัวอักษรกระทั่งลามลงมาสะดุดตรงที่วรรคหนึ่ง

ซึ่งมันเป็นประวัติชีวิต รูปถ่ายรวมถึงความเป็นมาทั้งหมดของคนที่ขับรถตู้พุ่งชนภิรมนจนเสียชีวิตคือ

นายประถม สมบัติมากหรือถม...

ในวัยสี่สิบสองปีที่ตอนนี้ราวกับเป็นเคราะห์กรรมรวดเร็วติดจรวดเพราะเขาก็เพิ่งจะเสียชีวิตอยู่ในคุกอย่างกระทันหันเช่นกัน

 

“สองปีก่อน... นายประถมคนนี้เคยทำงานเป็นพนักงานขับรถบรรทุกอยู่ในบริษัทของพี่พฤกษ์!!!”

ณฐมนเว้นวรรคครู่หนึ่งพยายามนั่งครุ่นคิดไตร่ตรองก่อนจะพูดขึ้นมาอีกครั้ง

“ขิงว่ามันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแล้วล่ะคะ ยังไง... การตายของพี่ขิมก็จะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับพี่พฤกษ์แน่นอน”

“พี่ก็คิดแบบนั้นแหละ แต่ตอนนี้... เราสองคนยังไม่มีหลักฐานมายืนยันอะไรได้เลยนะขิง”

ชลจักรบอกกล่าวอย่างคนกำลังมืดแปดด้านขณะที่หญิงสาวรุ่นน้องกลับมีแววตาเรืองโรจน์จับจ้องข้อความบนกระดาษในมือแน่นิ่งราวกับคนที่เพิ่งค้นพบบางสิ่ง

“มีสิค่ะ มันจะต้องมี!!!”

 

 

 

□□□□□□□□□□□□□

 

 

ณฐมนก้าวลงจากรถแท๊กซี่สีเขียวเหลืองเพียงลำพังพร้อมถือกระดาษสีขาวแผ่นนั้นที่ติดมือออกมาจากห้องทำงานของชายหนุ่มรุ่นพี่และเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงบริเวณหน้าบ้านชั้นเดียวค่อนข้างโทรมเก่าแห่งหนึ่ง

“บ้านเลขที่... สี่สี่สองทับสองศูนย์... ไม่ผิดแน่!!!”

สายตาคู่งามเงยขึ้นจับจ้องตัวเลขที่ติดอยู่บริเวณเสาด้านบนจากนั้นรวดเร็วเท่าความคิดมือเรียวเล็กจึงเอื้อมไปกดกริ่งหน้าบ้านหลายสิบครั้งก็ยังคงความเงียบสนิท

“ตึง! ตึ่งงงง!!! ตึง! ตึ่งงงง!!!”

กระทั่งเวลาผ่านมาได้ราวสิบห้านาทีก็มีหญิงวัยกลางคนหนึ่งแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าธรรมดาทั่วไปสีหน้าท่าทางใจดีเดินตรงเข้ามาถามไถ่ตามประสาชาวบ้านที่ชอบสอดรู้สอดเห็นคนอื่นอยู่เป็นประจำ

“แม่หนูมาหาคนบ้านหลังนี้หรอจ้ะ?”

“ใช่ค่ะ พอดีหนูเป็นญาติของพี่ประถมไม่ได้เจอกันนานแล้ว... ผ่านมาทางนี้หนูก็เลยอยากแวะเข้ามาเยี่ยมแกนะคะ”

ณฐมนจำต้องพูดจาโกหกแอบอ้างออกมาแบบนั้นเพราะชาวบ้านคนนี้จะได้ไม่คิดสงสัยหรือบางทีเธออาจจะโชคดีได้ข้อมูลเพิ่มเติม

“ตอนนี้... ไม่มีใครอยู่สักคนหรอกหนู”

“เอ่ออ... แล้วพวกเค้าไปไหนกันหมดค่ะ?”

“หนูคงยังไม่รู้เรื่องอะไรล่ะสิ... มานี่!!! แม่หนูเห็นเป็นญาติของไอ้ประถมนะ ป้าถึงจะเล่าให้ฟัง... หลายวันก่อนไอ้ประถมมันขับรถไปชนคนตายจนถูกตำรวจจับเข้าคุกแล้วเมื่อคืนมันก็โดนคนในคุกด้วยกันฆ่าตาย ส่วนเมียกับลูกมันสองพอได้ข่าวก็พากันหนีหายไปตั้งแต่ตอนเช้ามืดเลย...”

เพราะทนอาการคันปากของตัวเองไม่ไหวหญิงวัยกลางคนจึงรีบฉุดแขนดึงร่างณฐมนเข้าหลบมุมหนึ่งก่อนจะบอกทุกสิ่งที่เกี่ยวกับนายประถมให้หญิงสาวรับฟังรวมถึงเรื่องสำคัญที่นางแอบเห็นด้วยสองตาตัวเองและณฐมนคาดว่ายังไม่มีใครรู้ก็คือ...

เหตุการณ์สามวันก่อนหน้าที่นายประถมจะขับรถชนภิรมนจนเสียชีวิตมีรถยนต์คันหรูขับมาจอดหน้าบ้านหลังนี้พร้อมปรากฎร่างชายฉกรรจ์สามคนตรงเข้ามาลากตัวนายประถมเข้าไปในบ้านก่อนที่ชายคนหนึ่งท่าทางเสมือนเจ้านายจึงก้าวลงจากรถแล้วติดตามเข้าไปสมทบจนกระทั่งคนพวกนั้นพากันกลับไปนายประถมจึงก้าวเดินออกมาด้วยอาการสะบักสะบอมช้ำทั้งร่าง

ซึ่งหญิงกลางคนบอกยังจดจำหน้าของชายเสมือนเจ้านายคนนั้นได้เป็นอย่างดีขณะที่ณฐมนพอได้รับฟังแล้วก็ยิ่งอยากรู้ว่าจะเป็นคนที่เธอคาดคิดเอาไว้จริงหรือไม่...

ณฐมนจึงจะเอารูปของคนเป็นพี่เขยให้นางลองดูเทียบกันหากแต่ทำไม่สำเร็จเพราะโทรศัพท์มือถือแบตดันหมดเสียก่อนฉะนั้นเธอจึงนัดหมายวันพรุ่งนี้จะมาพบเจออีกครั้ง

 

 

 

เวลาสองทุ่มกว่าๆ

หลังแยกจากหญิงวัยกลางคนช่วงเย็นแล้วทันทีที่หญิงสาวเดินทางกลับมาถึงและย่างเท้าเข้ามาในบ้านธนภูดิลก คนที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของก็ก้าวตรงมายืนกอดอกขวางทางเดินพร้อมทั้งสายตาเข้มเขม็งจับจ้องมายังเธอราวกับโกรธกันมาตั้งแต่ชาติปางไหน...

“ไปไหนมาขิง!!!”

“ไปหาเพื่อนค่ะ”

คำว่าเพื่อนจากปากของณฐมนพาให้พฤกษ์คิดเป็นคนอื่นไม่ได้เลยนอกจากผู้ชายที่เขาเคยเห็นอยู่กับเธอในร้านอาหารวันก่อนนั้น

“พี่โทรไปหลายครั้งก็ไม่ติด... ขิงจงใจปิดเครื่องหลบพี่ใช่มั้ย?”

“ขิงจะทำอย่างนั้นทำไมค่ะ? แบตโทรศัพท์ขิงหมด...”

ถึงแม้จะรู้สึกค่อนข้างคลางแคลงใจในตัวของพฤกษ์กับสิ่งที่เพิ่งจะรับรู้มาอย่างมากหากแต่หญิงสาวก็พยายามทำตัวเองให้เป็นปกติ

“พี่ไม่รู้... เรื่องแบบนี้ใครก็อ้างกันได้ทั้งนั้น”

ความจริงวันนี้พฤกษ์ตั้งใจยกเลิกงานช่วงเย็นทุกอย่างเพื่อจะได้รีบกลับบ้านเร็วกว่าปกติด้วยเป็นห่วงอาการคนป่วยแต่พอถึงบ้านแล้วเขาต้องพบเจอเพียงความว่างเปล่า

“พี่พฤกษ์ว่าขิงโกหก!!! อ่อ... พี่คงชินกับการทำอะไรลับหลังคนอื่นแล้วคิดว่า... ขิงจะทำเหมือนกันล่ะสิ”

สุดท้ายหญิงสาวก็อดไม่ได้ต้องกล่าววาจายอกย้อนพร้อมเงยหน้าสบตาคนเป็นพี่เขยอย่างไม่ยอมแพ้เช่นเดียวกัน

“พี่ทำอะไรหรอ? ขิงพูดแบบนี้จะหมายความว่ายังไง...”

เพราะถูกคนตรงหน้าอวดดีท้าท้ายฉะนั้นพฤกษ์จึงลืมตัวเอื้อมมือหนายกขึ้นบีบแขนข้างที่ณฐมนโดนยิงทำให้เธอส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บจนน้ำตารื้นสองข้าง

“โอ้ยย!!! พี่พฤกษ์... ขิงเจ็บบบ...”

ขณะที่คนเป็นพี่เขยเห็นอย่างนั้นแล้วหัวใจแข็งแกร่งถึงกับหล่นวูบลงก่อนจะรีบปลดปล่อยมือจากหญิงสาวทันที

ซึ่งพอหลังจากเป็นอิสระแล้วณฐมนจึงไม่รอช้ารีบวิ่งหนีคนใจร้ายขึ้นบันไดเข้าห้องนอนของเธอที่อยู่บนชั้นสองพร้อมทั้งเสียงปิดประตูดังลั่น

 

 

ทางด้านพฤกษ์ก็ได้แต่ยืนแน่นิ่งมองตามแผ่นหลังหญิงสาวอย่างคนรู้สึกผิดเพราะเป็นครั้งแรกที่เขาสติหลุดถึงเพียงนี้และมันไม่ใช่แค่อาการโมโหธรรมดา

หากแต่มันคือความขุ่นข้องหมองใจอย่างมากที่ได้รับรู้ว่าณฐมนค่อนข้างจะให้ความสำคัญกับผู้ชายคนนั้นมากยิ่งกว่าเขาถึงได้ออกไปหาทั้งตัวเองยังป่วยอยู่แบบนี้...

“คุณพฤกษ์คิดหรือรู้สึกยังไงก็พูดกับคุณขิงตามตรงสิค่ะ”

จังหวะนั้นนมจันทร์ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดจึงตัดสินใจก้าวเข้ากล่าวเตือนสติชายหนุ่มที่เปรียบเสมือนลูกชาย

“ไม่มีทางครับนม... ผมไม่ได้คิดอะไรกับขิง!!!”

พอกล่าวสิ้นสุดพฤกษ์ก็รีบหลบเลี่ยงสายตาจากแม่นมสุดที่รักและเร่งเดินหนีออกไปอีกทาง

 

 

 

 

😚😚😚😚😚😚😚😚😚😚😚😚

 

 

 

 

..............................................................................................

ความคิดเห็น