facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Blood 19

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 612

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ก.ย. 2563 13:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Blood 19
แบบอักษร

ช่วงบ่ายวันถัดมาเอวาและเจคอปก็พากันกลับบ้านของเอวา โดยเจคอปเป็นคนขับรถพาเอวามาที่บ้านของโอเว่น ทั้งสองทักทายอาของเอวาก่อนจะพากันขึ้นไปยังบ้านของเอวาที่อยู่บนเขา

 

“จะว่าไปพี่เคยสงสัยนะว่าทำไมแถวบ้านเอวาแถบไม่มีบ้านคนเลย แล้วก็ภูเขาลูกนี้ทำไมถึงยังดูสมบูรณ์และไม่มีใครเข้ามาเลย” ระหว่างที่ทั้งสองอยู่ในลิฟต์ที่กำลังพาพวกเขาไปยังบ้านของเอวา เจคอปก็หันมาพูดกับเอวา

 

“ภูเขาลูกนี้เป็นของท่านพ่อน่ะครับ แล้วท่านพอได้ตั้งอาณาเขตเป็นเขตหวงห้าม รอบๆนี้เลยมีแค่บ้านของท่านอา ส่วนในภูเขาก็มีเพียงสัตว์ป่า” เอวาว่า

 

ติ๊ง~~~

 

“แสดงว่าครอบครัวเอวาต้องรวยมากๆสินะ” เสียงลิฟต์เปิดพร้อมกับเจคอปที่เอ่ยถามอย่างไม่จริงจังนัก

 

“เราแค่อยู่กันมานานครับ ครอบครัวเราเริ่ททำงานตั่งแต่ช่วงที่เริ่มมาตั้งหลักอยู่ที่นี่ และก็เริ่มทำให้ที่นี่เป็นของเราเพื่อกันการรบกวนจากมนุษย์” เอวาว่า เจคอปก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

 

ทั้งสองเดินออกมายังส่วนห้องรับแขกแต่ก็ไม่เห็นคนในครอบครัวของตนเลย จะมีก็แต่บริวารของผู้เป็นพ่อที่ประจำจุดต่างๆ โดยที่ไม่มีใครสามารถสังเกตุได้หากไม่ใช่คนในครอบครัวของเธอวา

 

“ทุกคนไปไหนกันหมด” เจคอปพูดขึ้นเมื่เห็นว่าไม่ใคร

 

“ท่านอาก็บอกว่าท่านพ่อกับท่านแม่อยู่ ส่วนท่านพี่กับเลนนี่ถ้าไม่อยู่นี่ก็น่าจะอยูอีกโลกนึง” เอวาว่า

 

“แล้วเอาไง”

 

“ท่านพ่อกับท่านแม่อาจจะไปอีกโลกนึงโดยที่ท่านอาไม่รู้ก็ได้ครับ งั้นผมว่าเราขึ้นไปพักที่ห้องเถอะ เดี๋ยวทุกคนก็คงมา” เอวาว่า เจคอปก็พยักหน้ารับแล้วทั้งสองก็พากันขึ้นชั้นบน

 

กึกๆ กึกๆ ปั่บ!! ปั่บๆ ปั่บ!!!

 

“ซี๊ด!! อ๊ะ!!! อ๊ะๆ อื้อ!!! พี่แอล”

 

“ซี๊ด!!! อ๊า~~ ดีมาก อ๊า~~ เมียข้า”

 

ขึ้นชั้นสองมาได้ เอวากับเจคอปก็ต้องชะงักเท้าและหันมามองหน้ากัน เพราะเสียงที่ดังบอดออกมาจากห้องมันทำให้พวกเขารู้ได้ในทันทีว่าคนในห้องนั้นทำอะไรอยู่ และมันยิ่งทำให้เจคอปอึ้งเข้าไปอีกเมื่เห็นว่าห้องที่มีเสียงรอดออกมานั้นมันถูกปิดไว้อย่างแน่นหนา นั่นแสดงว่ากิจกรรมรักของคนในห้องจะต้องหนักหน่วงมากแน่ๆ

 

“ผะ…ผมว่าเรารีบเข้าห้องดีกว่า” เอวาว่าจบก็รีบดึงเจคอปเข้ามาในห้องนอนของตัวเอง

 

แกร๊ก~~ แอ๊ด~~

 

ปั่บ!!! ปั่บ!! ปั่บๆ

 

“อ๊ะๆ อ๊ะๆ อ๊า!! ท่านอีคอน”

 

“ซี๊ด~~ อ๊า~~ ตอดอีกเด็กดี” เพี๊ยะ!! เพี๊ยะ!!

 

“อ๊ะ!! อ๊ะ!! พะ..พอแล้ว อื้อ!!! เดี๋ยว อ๊ะ!! อ๊า~~ ท่าน…เอวา…”

 

“ท่านพี่!!!!”

 

ช็อตที่ขึ้นมาได้นินเสียงพีอกับแม่ตนกำลังรักกันอยู่ว่าหนักแล้ว แต่ช็อตนี้มันยิ่งกว่า!!! เพราะเมื่อเอวาเปิดห้องจองตัวเองเข้ามาเขาก็เห็นว่าพี่ชายของเขากำลังรังแกคนรักของตนอยู่ข้างๆ เตียงของเขา เอวานิ่งตกใจไปพักนึงพอตั้งสติได้เอวาก็เรียกพี่ชายของตนเสียงดังลั่น

 

“เอวา!!! / ท่านเองวา”

 

“ท่านพ่อกับท่านแม่ก็ทีนึงแล้ว นี่ท่านพี่ก็เอาด้วยหรอ” เอวาว่าเสียงดัง

 

“เอวาใจเย็น” เจคอปรีบกอดเอวาไว้แล้วลูกแขนเบาๆ เพราะตอนนี้ตาของเอวาเริ่มเปลี่ยนสีเสียแล้ว

 

พรึ่บ!! พรึ่บ!!

 

เพียงเสี้ยววิทั้งเลนนี่และอีคอนก็มีชุดอยู่บนตัวเรียบร้อยด้วยความไว้ของพวกแวมไพร์ พอทั้งสองแต่งตัวเสร็จเลนนี่ก็ยืนก้มหน้าอย่างคนสำนึกผิดเพราะคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างมาก

 

“ท่านเอวา…”

 

“เลนนี่ไม่ต้องพูดเลย เรารู้ว่าเรื่องแบบนี้ท่านพี่เป็นคนเริ่ม ท่านพี่ข้าเคยบอกท่านแล้วนี่ว่าถ้าจะมีอะไรกันอย่ามามีห้องคนอื่นและที่ส่วนรวม!!! ให้เกียรติเลนนี่หน่อยสิ เจาเป็นคนรักของท่านพี่นะ” เอวาพูดกับอีคอนอย่างดุๆ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรก อีคอนเคยจับคนรักของตนกินในห้องนอนของเจามาแล้วหนนึง

 

“โถ่เอวา เจ้าก็รู้ว่าเลนนี่สำหรับข้านั้นน่าจับฟัดวันละหลายๆ รอบ พอข้าเห็นเมียข้าจัดห้องให้เจ้าอย่างตั้งใจข้าก็อดใจไม่ไหว” อีคอนว่า

 

“ ท่านพี่นี่จริงๆ เลยถ้าเลนนี่ไม่ใช่แวมไพร์ข้าว่าเลนนี่คงตายคาอกท่านพี่ไปแล้ว!!! หัดอัดอั้นบ้างเถอะข้าสงสารเลยนี่” เอวาว่า

 

“ครับๆ นี่น้องหรือแม่”

 

“ท่านพี่!!!”

 

“เอาเป็นว่ามีเรื่องอะไรค่อยคุยกันนะ ตอนนี้ข้ายังอึดอัดอยู่เลยขอไปจัดกับเมียต่อก่อนนะ”

 

พรึ่บ!!! พรึ่บ!!!

 

“ท่านพี่!!!” สิ้นสุดเสียงของอีคอนเจ้สตัวก็รีบอุ้มเลนนี่แล้วหายตัวไปทันทีโดยไม่ใครได้ตั้งตัว

 

“เอวา” เจคอปมองไปที่เอวาที่ดวงตาของเจ้าตัวยังแดงอยู่เพราะอารมณ์ขุ่นมัวน้อยๆ

 

“เฮ้อ~~ แวมไพร์จะมีความต้องการมากกว่ามนุษย์หลายเท่านะครับ เพราะงั้นผมอยากให้พี่ชินกับอะไรแบบนี้” เอวาหลับตาสักพักก่อนจะลืมตาขึ้นมาด้วยสีดวงตาที่ปกติก่อนจะพูดกับเจคอป

 

“พี่เข้าใจมันเป็นธรรมชาติ ว่าแต่เอวาเองก็เป็นแวมไพร์ เอวาไม่…” เจคอปมองไปที่เอวาก่อนจะพูดยิ้มๆ

 

“ทำไมครับ อยู่ๆ ก็หื่นขึ้นมาหรอ” เอวาว่า

 

“ทั้งเสียง ทั้งภาพ พี่เห็นแล้วก็อยากทำแบบนั้นกับเมียพี่บ้างนะ” เจคอปว่าก่อนจะขยับเข้าไปกอดเอวา ซึ่งเอวาก็ไม่ได้ปัดป้องอะไร

 

“หื่น!!!”

 

“แล้วรักได้มั้ยครับ?”

 

“ไปล็อกประตูดีๆ ครับ”

 

เอวาไม่ได้ตอบอะไร แต่ให้เจคอปไปล็อกประตูห้องนอนของตน เจคอปก็เข้าใจในทันทีเขารีบเดินไปล็อกประตูแล้วเดินกลับมาหาเอวาและดึงเอวามาจูบทันที

 

จากนั้นบทรักสุดแสนจะร้อนแรงของทั้งสองก็เริ่มขึ้น และมันก็กินเวลานานหลายชั่วโมง แต่ก็ไม่มีใครมาตามหรือสนใจอะไรนักเพราะแต่ละคนก็ทำกิจกรรมอยู่กับคู่ของตัวเอง กว่าทุกคนจะมารวมตัวกันได้ก็เล่นเอาตะวันตกดิน

 

ช่วงอาหารค่ำ

 

“ตัดสินใจได้หรือยังเจคอป” ระหว่างที่ทุกคนที่กินอาหารได้กำลังนั่งกินอาหารอยู่ แอลพ่อของเอวาก็เอ่ยถามเจคอป

 

“ท่านพ่อ….” เอวาไม่อยากให้พ่อของตนคาดคั้นเจคอปนักเลยจะพูดเรื่องการเปลี่ยนเจคอปให้เป็นแวมไพร์

 

“ทุกอย่างอยู่ที่การตัดสินใจขแงคู่ชีวิตเจ้าเอวา” แอลมองไปที่ลูกของตนแล้วพูดขึ้น

 

“แต่ในตอนนี้ข้าว่ามันยังเร็วเกินไป พี่เจเขาเรียนหมอนะครับ เขาต้องเตรียมตัว….”

 

“เอวาครับ ใจเย็นๆ ให้พี่คุยกับท่านพ่อนะ” เจคอปที่เห็นความกังวลของเอวาพูดขึ้นยิ้มๆ พลางส่งมือไปลูบที่หลังมือของเอวา

 

“แต่….”

 

“ไม่ดื้อสิเอวา แล้วก็เราจะคุยเรื่องนั้นกันหลังมื้อค่ำนะครับ เข้าใจตามนั้นนะครับ”

 

 เสียงของมีแอลเอ่ยดุลูกคนเล็กของตน ก่อนจะหันไปพูดกับสามีของตนและลงมือทานมื้อค่ำต่อ คนอื่นๆ ก็ไม่ได้พูดอะไรรวมถึงแอลด้วย พวกเขานั่งกินอาหารของตัวเองจนกระทั่งมื้อค่ำจบลงทุกคนก็พากันมานั่งที่ห้องนั่งเล่นและแอลก็เริ่มเปิดประเด็นต่อ

 

“ผมตัดสินใจที่จะเป็นแวมไพร์อยู่แล้วครับ แต่ผมขอถามหน่อยได้หรือเปล่าครับ” เจคอปว่า

 

“ว่ามาสิ”

 

“ผมต้องใช้เวลานานมั้ยกับการปรับสภาพให้ตัวเองไม่คลั่งเวลาเจอเลือดหรือได้กลิ่นเลือด”

 

“โดยปกติแล้วใช้เวลาเป็นปีกว่าความอดทนของแวมไพร์เกิดใหม่จะมีมากพอที่จะทำให้พวนนั้นไม่เข้าไปกัดมนุษย์ และก็มีแบบที่ไม่สามารถควบคุมได้จนต้องกำจัด” แอลพูดขึ้น

 

“ถ้าอย่างนั้นผมก็จะไม่สามารถกับไปเรียนหมอต่อได้ใช่มั้ยครับ”

 

“ไม่ถึงกับขนาดนั้นหรอก หากแวมไพร์เกิดใหม่ได้รับการฝึกดีๆ ไม่ถึงปีพวกเขาก็สามารถทนต่อกลิ่นเลือดและสามารถยับยั้งตัวเองได้ อย่างเช่นโอเว่น” แอลว่า

 

“ท่านอาจะหนักกว่าเจ้าหน่อยตรงทีเขามีภรรยาเป็นหมาป่า สิ่งที่เขาจะต้องทนคือหนึ่งความกระหายเลือด สองกลิ่นของหมาป่าที่จะค่อนข้างแรงสำหรับพวกเกิดใหม่ แต่เมื่อชินกับมันแล้วเขาก็จะอยู่ในชีวิตแบบแวมไพร์ได้” อีคอนพูดขึ้น

 

“ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าผมจะสามารถฝึกตัวเองให้อดทนกับเลือดและทำตัวเองให้เป็นเหมือนคนปกติได้เพียงแต่ต้องใช้เวลา และถ้าผมเริ่มเปลี่ยนตัวเองในช่วงนี้ ผมจะยัวไม่สามารถไปเรียนได้ตามปกติ เพราะจากระยะเวลาที่ทุกคนบอกคือมันจะไม่ทันช่วงที่ผมเปิดเทอม”

 

เจคอปคิดตามที่แอลพูดและนึกถึงเวลาที่เขาจะต้องทำตัวเองให้ชินกับกล่นเป็นแวมไพร์ และการทำตัวเองให้เหมือนกับว่าตัวเองยังเป็นมนุษย์อยู่ ซึ่งแน่นอนว่ามันใช้เวลาเกือบปีเลยทีเดียว แน่นอนว่ามันไม่ทันช่วงปิดเทอมอยู่แล้ว และมันก็จะทำให้การเรียนแพทย์ของเขายากขึ้นด้วย

 

“ก็ประมาณนั้น” อีคอนว่า

 

“ท่านพ่อ เราเปลี่ยนพี่เจคอปช้าหน่ยก็ไม่เป็นอะไรนี่ครับ ให้พี่เจคอปเรียนจบก่อนก็ได้นะครับ” เอวาพูดขึ้น

 

“มันได้อยู่แล้วแหละเอวา เพียงแต่ทุกๆ ปีเจ้าจะต้องพาเจคอปกลับมาที่นี่ทุกๆ เดือน แม้ไม่ใช่คืนพระจันทร์เต็มดวง แต่ในคืนที่ฟ้าเปิด กลิ่นเลือดของเจคอปจะหอมหวานจนดึงดูดพวกแวมไพร์มาหาเขา และยิ่งพระจันทร์เต็มดวงก็จะยิ่งกว่าเพราะจะดึงพวกเกิดใหม่ด้วย” อีคอนพูดขึ้น

 

“ผมไม่อยากให้ทุกคนต้องลำบากเพราะผม” เจคอปพูดขึ้น เพราะรู้ดีว่าหากตนยังไม่เป็นแวมไพร์ทุกคนที่นี่จะต้องคอยดูแลเขาทุกเดือนและทุกครั้งที่วันพระจันทร์เต็มดวงมาถึง

 

“แต่ท่านพ่อหากเปลี่ยนพี่เจในตอนนี้แล้วเรื่องเรียนล่ะครับ” เอวาพูดขึ้นบ้าง

 

“ถ้าเขาตัดสินใจที่จะเปลี่ยนตัวเองในตอนนี้ ข้าจะจัดการให้สามีเจ้าเอง” แอลพูดขึ้น เอวามองไปที่พ่อของตนก่อนจะหันกลับมามองเจคอป

 

“ถ้าผมเปลี่ยนตัวเองเป็นแวมไพร์แล้ว ผมจะสามารถกลับไปหาพ่อของผมได้มั้ยครับ”

 

“ได้ แต่เจ้าจะไม่สามารถอยู่กับมนุษย์ได้นาน ขีดจำกัดของเจ้าคือตอนเจ้าอายุเข้า 40 เจ้าจะต้องตีจากจากทุกคน” แอลว่า

 

“ถือว่าผมยังมีเวบาอีกหลายปีที่จะเก็บความทรงจำต่างๆ” เจคอปว่ายิ้มๆ

 

“พี่เจ…”

 

“พี่ตัดสินใจแล้วครับ ผมจะเปลี่ยนตัวเองให้เป็นแวมไพร์ในช่วงนี้ครับ” เจคอปว่า

 

เมื่อเจคอปตัดสินใจแล้ว ทุกคนก็ยอมรับในการตัดสินใจของเจคอแม้เอวาเองที่ไม่ค่อยเห็นด้วยเสียเท่าไหร่ แต่ก็ต้องยอมรับในการตัดสินใจเพราะนั่นคือสิ่งที่คู่ชีวิตของเขาเลือกแล้ว หลังจากที่เจคอปตัดสินใจแอลก็เริ่จัดการเรื่องต่างให้กับเจคอป เขาจะต้องเตรียมความพร้อมทุกอย่างให้กับเจคอปก่อนจึงจะสามารถเปลี่ยนเจคอปได้

 

“พี่เจตัดสินใจดีแล้วใช่มั้ยครับ” ตอนนี้ทั้งสองขึ้นมาอยู่บนห้องของตัวเองแล้ว เอวาทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงก่อนจะเอ่ยถามเจคอป

 

“พี่ตัดสินใจดีแล้วครับ อีกอย่างพี่ก็ไม่อยากเป็นแวมไพร์ตอนแก่หรอกนะ เดี๋ยวโดนแวมไพร์หนุ่มอย่างเราทิ้ง” เจคอปพูดติดตลก

 

“ทำเป็นพูดเล่น นี่มันคือการเปลี่ยนชีวิตของพี่ทั้งชีวิตเลยนะครับ ผม….”

 

“พี่เคยพูดกับเราหลายรอบแล้วนะ อย่าโทษตัวเอง และให้รู้ไว้ว่าทุกอย่างที่พี่ทำก็เพราะรักเรา และพี่ก็เชื่อว่าถึงแม้พ่อพี่จะรู่ความจริง พ่อพี่ก็จะเข้าใจพวกเรา เพราะตอนนี้เราคือครอบครัวของพี่อีกครอบครัวนึง” เจคอปดึงเอวาเข้ามากอดก่อนจะพูดกับเอวา

 

“ขอบคุณนะครับ สำหรับทุกอย่างเลย ขอบคุณที่พี่ให้ผมมากขนาดนี้” เอวากอดเจคอปและพูดขึ้น

 

“พี่รักเอวานะ จุ๊บ!!!” เจคอปว่าพลางก้มลงจุ๊บปากของเอวาเบาๆ

 

“ผมก็รักพี่เจคอป จุ๊บ!!” เอวาก็พูดกับเจคอปแล้วขยับขึ้นจุ๊บที่ปลายคางก่อนจะส่งยิ้มหวานไปให้เจคอป

 

ทั้งสองกอดกันอยู่พักนึกก่อนตะพากันล้มตัวลงนอน ทั้งสองนอนกอดกันอย่างที่ชอบทำไม่นานเจคอปก็หลับไป ส่วนเอวาที่ยังไม่หลับก็หันมามองหน้าคนรักของตนก่อนจะส่งมือไปลูบแก้มจองเจคอปอย่างแผ่วเบา ก่อนจะขยับเข้าหาเจอและกอดเจคอปให้แน่นกว่าเดิม ทางเจคอปก็ขยับกอดตอบเอวาไม่นานเอวาก็หลับไปในอ้อมกอดของเจคอป….

 

 

 

 

 

 

 

มาแล้วจ้า~~~ ขอโทษที่หายไปนานน๊า~~~ ตอนนี้ยังไม่ได้แก้คำผิดนะคะ

 

ปล. ตอนหน้าจบแล้วจ้า~~ คิดว่านะ 5555 เจอกันตอนหน้าจ้า

 

 

 

ความคิดเห็น