email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : SAD 01

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 559

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ค. 2564 22:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
SAD 01
แบบอักษร

วันนี้เป็นเช้าของวันจันทร์ เป็นวันที่เร่งรีบของใครหลายๆ คน หนึ่งในนั้นรวมถึงเด็กหนุ่มที่กำลังแต่งตัวอยู่ในชุดของนักเรียนคนนี้ด้วย

 

“ตื่นรึยัง!! มันจะสายเอานะโปรด"

 

" ตื่นแล้วครับป๊า โปรดกำลังแต่งตัวอยู่เดี๋ยวเสร็จแล้วจะรีบลงไปนะครับ” เสียงใสของคนที่อยู่บนชั้นสองตอบรับกลับมา

 

 

สวัสดีครับผมนายคิรากร บำรุงเรือง ป๊าเรียกผมว่าคนโปรด อายุจะ16ปีเต็มในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ผมอาศัยอยู่ที่บ้านเช่าสองชั้นคล้ายกันกับบ้านทาวน์เฮาส์ทั่วไปกับป๊าสองคน บ้านของเราตั้งอยู่ในจังหวัดหนึ่งทางภาคอีสาน

 

 

หลังจากที่เด็กหนุ่มแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยเขาก็ได้เดินออกมาจากห้องนอน เจ้าตัวไม่ลืมที่จะหยิบเอากระเป๋าเป้นักเรียนสีดำที่วางอยู่บนโต๊ะอ่านหนังสือแบกใส่หลังมาพร้อมด้วย คนโปรดก้าวเท้ายาวเดินลงมาที่ชั้นล่างเพื่อจะรีบไปทานอาหารเช้าพร้อมกันกับป๊าที่ตอนนี้น่าจะกำลังรอเขาอยู่ได้สักพักแล้ว

 

พอคนโปรดลงมาถึงชั้นล่างก็พบเข้ากับป๊าที่กำลังยืนกอดอกทำหน้าเก๊กหล่อรอเขาอยู่จริงๆ ป๊าของคนโปรดยืนอยู่ข้างๆ ตู้เย็นติดกันกับฝาผนังกั้นห้องครัว

 

ไม่รอช้าเด็กหนุ่มเดินเข้าไปหาคนตัวสูงกว่าทันที พอเดินมาถึงคิรากรได้เอ่ยประโยคหนึ่งขึ้นมาต่อหน้าคนเป็นพ่อด้วยความตื่นเต้นและดีใจ

 

“ขอบคุณนะครับป๊าที่ให้โปรดไปทัศนะศึกษากับทางโรงเรียนในวันนี้" ยิ้มหวานฉีกกว้างจนเห็นฟันขาวถูกส่งไปให้พร้อมๆกันหลังจากที่ประโยคจบลง

 

จากนั้นเด็กหนุ่มได้เอาใบหน้าหล่อของตนซบลงมาที่กลางอกแกร่งของชายใจดีตรงหน้า ยังไม่พอเด็กหนุ่มได้เอาแขนทั้งสองข้างที่ว่างอยู่ กอดหมับเข้ามาที่เอวหนาของคนเป็นพ่อไปพร้อมด้วย ฝ่ายที่ถูกกระทำไม่ได้พูดหรือเอ่ยอะไรออกมา เขาเพียงแค่ยิ้มบางๆ แล้วยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาสัมผัสลงบนศีรษะของลูกชายอย่างนึกเอ็นดู

 

ในใจจริงๆแล้วแสงเหนือไม่ค่อยอยากจะให้คนโปรดไปทัศนศึกษาที่กรุงเทพฯ ในครั้งนี้เท่าไรนัก เพราะปกตินั้นคนโปรดไม่เคยไปไหนไกลห่างอกเขาเลย วันๆ เด็กน้อยก็อยู่แต่บ้าน ไปเรียนกลับบ้าน กินข้าว อาบน้ำ นอน แล้วก็ไปเรียนวนอยู่อย่างนี้ซ้ำๆ

 

แสงเหนือรู้ดีว่าเมืองหลวงที่คนโปรดจะไปเผชิญนั้น มันแฝงไปด้วยอันตรายที่ซ่อนกายอยู่รอบๆ ตัวเต็มไปหมด ไม่ว่าที่ไหนๆ ก็อันตรายกับพวกเขาทั้งนั้น....

 

ที่แสงเหนือไม่ค่อยอยากให้เด็กหนุ่มไปไหนไกล ไม่ใช่เพราะว่าเขาห่วงหรือหวงอะไรคนโปรดมากมายขนาดนั้น แต่ทุกคนย่อมมีเหตุและผลของตัวเองเสมอ

 

 

พอพูดไปแล้วสิ่งๆ นี้ก็คือความต้องการของคนโปรดที่เจ้าตัวอยากจะได้ไปพบเห็นโลกกว้างมากกว่าที่เคย อีกอย่างเด็กหนุ่มก็ไม่เคยเรียกร้องหรือขอสิ่งใดจากแสงเหนือเลย นี่คือความต้องการครั้งแรกที่คิรากรเอ่ยปากขอกับเขา ถ้าห้ามไม่ให้ไปก็จะยังไงๆ อยู่ โดยนิสัยส่วนตัวแล้วแสงเหนือไม่ได้เป็นคนใจแคบหรือใจร้ายอะไร (เขายังดีกว่าใครบางคนเสียอีก…?)

 

 

คนโปรดมีนิสัยและจิตใจดีเหมือนกับแสงเหนือ แต่หน้าตาและรูปร่างผิวพรรณของเด็กหนุ่ม เหมือนกับถูกถอดแบบออกมาจากอีกคนๆ นึง คนที่ทำให้แสงเหนือทุกข์ระทมจมอยู่กับเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมา กว่าจะฟื้นตัวจากความเจ็บปวดในครั้งนั้นคืนมาได้ มันไม่ง่ายเลย

 

 

ใบหน้าคมเข้ม ตากลมสวย คิ้วดกเชิดได้องศา ริมฝีปากล่างกับบนรับกันอย่างลงตัว จมูกโด่งรั้นเป็นสันยาว บวกกับผิวสีน้ำผึ้งนิดๆ ทำให้ดูหล่อเอาเรื่องกันเลยทีเดียว พอมองดูดีๆ แล้วจะรู้ว่าสองคนนี้เหมือนกันมาก เหมือนมากจริงๆ อย่างกับคนๆ เดียวกันไม่มีผิดเพี้ยน แต่ก็เหมือนกันได้แค่เพียงรูปร่างหน้าตาเท่านั้น เพราะเขาคนที่ว่ามีจิตใจที่หยาบทรามชั่วร้ายอย่างกับซาตาน ต่างจากนิสัยและจิตใจที่ดีของคนโปรดลิบลับ

 

 

“ปะ... ไปกินข้าวเช้ากันก่อน เสร็จแล้วเดียวป๊าจะไปส่งเราที่โรงเรียน”

 

หลังจากที่ทั้งสองคนยืนมอบความรักให้แก่กันอยู่สักพักผู้พ่อก็ได้เอ่ยปากชวนคนลูกให้ไปกินข้าวก่อนที่จะเสียเวลาและสายไปมากกว่านี้

 

“ได้ครับป๊า”

 

เด็กหนุ่มที่กอดเอวหนาอยู่ก่อนหน้าค่อยๆ คลายวงแขนที่กอดกุมอยู่นั้นออกแล้วเดินไปนั่งลงที่โต๊ะกินข้าวที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งของห้องครัว คนโปรดนั่งลงแล้วตั้งใจกินข้าวต้มหมูร้อนๆ ในชามใบใหญ่ที่แสงเหนือตักเตรียมไว้ให้จนหมด

 

หลังจากที่สองคนพ่อลูกทานอาหารเช้ากันจนอิ่มแล้ว ทั้งคู่ก็ได้ออกเดินทางไปยังโรงเรียนของคนโปรดด้วยรถเครื่องคู่ใจคันเก่า แสงเหนือตั้งใจเก็บเล็กผสมน้อยซื้อรถมอเตอร์ไซค์มือสองคันนี้มาด้วยน้ำพักน้ำแรงอย่างภาคภูมิใจ

 

 

ขับรถออกมากันได้ไม่นานทั้งคู่ก็มาถึงที่หมาย

 

พอมาถึงก็พบเข้ากับนักเรียนและผู้ปกครองมากหน้าหลายตายืนอยู่กันเต็มสนามของโรงเรียนเยอะไปหมด

 

ที่วันนี้มีผู้ปกครองมาที่โรงเรียนมากมายขนาดนี้ก็คงจะมาส่งลูกๆ หลานๆ เหมือนกับที่แสงเหนือกำลังทำอยู่นี้แหละ

 

 

ใกล้จะแปดโมงเช้าแล้วเด็กๆ นักเรียนต่างทยอยพากันขึ้นไปบนรถทัวร์ด้วยความตื่นเต้น

 

ก่อนที่คนโปรดจะก้าวเท้าตามคนอื่นขึ้นไปบนรถเป็นคนสุดท้าย แสงเหนือได้เรียกเด็กหนุ่มเอาไว้ก่อนที่เขาจะยื่นเงินจำนวนหนึ่งไปให้กับคิรากร

 

"เดียวก่อนโปรด"

 

“อะไรครับป๊า”

 

พอเด็กหนุ่มหันหน้ากลับมามองตามเสียงที่ป๊าเรียก จู่ๆ ป๊าของเขาก็ยื่นเงินแบงค์ร้อยจำนวลสามใบมาให้กับตน คนโปรดตกใจตาโต

 

“เอาไว้ใช้นะ ป๊าให้”

 

“แต่ว่า”

 

“รับไปเถอะน่า”

 

“แต่มันเยอะไปนะครับป๊า”

 

เด็กหนุ่มหนักใจที่จะรับเงินนั้นไว้ เพราะเขารู้ดีว่าการเงินที่บ้านนั้นเป็นอย่างไร ป๊าของคนโปรดทำงานคนเดียว

 

แสงเหนือทำงานอยู่ที่ร้านmewcafeที่ตั้งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้านเช่ามากนัก เงินเดือนของแสงเหนือได้แค่ค่าแรงขั้นต่ำ ตกเดือนๆ หนึ่งก็ไม่ถึงหมื่น ไหนจะต้องเอาเงินที่ได้มาจากตรงนี้ไปใช้จ่ายในส่วนต่างๆ มีทั้งค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ไหนจะค่าเล่าเรียนของคนโปรดอีก

 

รายได้เสริมที่มาจากสองคนพ่อลูกช่วยกันเพราะปลูกต้นแคคตัสขาย ก็ได้แค่ใช้จ่ายในส่วนของค่ากับข้าวในบางมื้อเท่านั้น เงินออมของแสงเหนือคงมีเก็บอยู่ไม่มากนัก

 

คนโปรดเคยบอกกับป๊าว่าจะขอเรียนจบแค่ชั้นมัธยมต้น แล้วจะผันตัวออกมาหางานทำเพื่อช่วยเหลือแบ่งเบาภาระ แต่ป๊าของเขาไม่ยอม แสงเหนือบอกกับคนโปรดว่า ถ้าเจ้าตัวไม่ยอมเรียนต่อก็ไม่ต้องมาคุยกับตนเองอีกต่อไป คิรากรทำอะไรไม่ได้นอกเสียจากต้องยอมทำตามคำที่ป๊าบอก ที่คนโปรดเชื่อฟังอีกคนมากขนาดนี้เพราะเขารักป๊ามาก อะไรที่ทำให้ป๊าสบายใจและมีความสุข เขายินดีปฏิบัติตามเสมอ

 

 

คนโปรดไม่เคยรู้เลยว่าแม่ของตัวเองนั้นเป็นใคร เขาโตมากับป๊าเหนือสองคน แต่แค่นี้ก็ทำให้คนโปรดมีความสุขมากพอแล้ว เจ้าตัวไม่เคยหวังหรือต้องการอะไรเข้ามาเพิ่มอีก

 

“ถ้าอย่างงั้นโปรดจะรับเอาไว้ก็ได้ครับ'แต่ว่า...โปรดขอเก็บเอาไว้แค่ร้อยเดียวพอนะครับที่เหลือป๊าเก็บไว้นะ”

 

หลังจากที่รับเงินนั้นมาคนโปรดได้โผลเข้ากอดชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างเต็มรักด้วยความทราบซึ้งใจ น้ำตาแห่งความปราบปลื้มหยดแหมะลงบนเสื้อของแสงเหนือเป็นดวงๆ

 

 

"หยุดร้องไห้ได้แล้วเราเป็นหนุ่มละนะ...ไม่อายเพื่อนๆ หรอฮึ**" ผู้พ่อเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆ บนใบหน้าบวกกับลูบหลังคนที่กอดซบตัวเองอยู่อยางถนุถนอม

 

พอเด็กหนุ่มได้ยินเช่นนั้นเจ้าตัวก็รีบผลักตัวเองออกจากแสงเหนือเบาๆ แล้วรีบเอามือขึ้นมาปาดซับน้ำตา

 

หลังจากที่คิรากรขึ้นไปนั่งอยู่บนรถได้ไม่นาน รถทัวร์คันใหญ่ที่เปิดเพลงเสียงดังสนั่นก็ขับเคลื่อนขบวนออกไปจากรั้วของโรงเรียน แสงเหนือมองตามหลังรถทัวร์พวกนั้นไปจนลับสายตา

 

 

แสงเหนือคิดถูกแล้วใช่ไหมที่ปล่อยให้คนโปรดไปทัศนศึกษาในครั้งนี้ โลกใบนี้กว้างใหญ่มากนักคงจะไม่บังเอิญไปเจอเข้ากับสามคนนั้นหรอกนะ...

 

 

ผ่านไปกว่ายี่สิบนาทีเห็นจะได้ รถเครื่องคันเก่าของแสงเหนือก็กลับมาจอดลงที่เดิมที่ประตูรั้วหน้าบ้านของตน

 

 

 

วันนี้เป็นวันหยุดของร้านmew แสงเหนือเลยไม่ต้องไปทำงาน ศิลาคิดเอาไว้ก่อนล่วงหน้า หลังจากที่เขาไปส่งคนโปรดแล้ว เจ้าตัวจะรีบกลับมาที่บ้านเพื่อเพราะปลูกแคกตัสที่ทำค้างเอาไว้เมื่อวันก่อนให้เสร็จ

 

 

 

 

ความคิดเห็น