ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หงส์หวน บทที่ 3 หลินเยว่หว่านกับองค์รัชทายาท (2)

ชื่อตอน : หงส์หวน บทที่ 3 หลินเยว่หว่านกับองค์รัชทายาท (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 211

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ย. 2563 21:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หงส์หวน บทที่ 3 หลินเยว่หว่านกับองค์รัชทายาท (2)
แบบอักษร

บทที่ 3 

หลินเยว่หว่านกับองค์รัชทายาท (2) 

 

หลังจากเดินตรงมายังเรือนทิศตะวันตกตามที่ฮูหยินหลินบอก องค์รัชทายาทถังจวิ้นเซียนก็หยุดอยู่ตรงต้นไม้ใหญ่ของจวนพลางพินิจพิเคราะห์ว่าในเรือนทิศตะวันตกประมาณสามถึงสี่เรือนนี้เรือนใดเป็นของคุณหนูสกุลหลิน 

ทว่าเขาก็จำต้องขมวดคิ้วมุ่ยเมื่อจู่ๆ กลับได้ยินเสียงของอะไรบางอย่างที่คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นเสียงเสียดสีกันระหว่างใบไม้และกิ่ง เมื่อเงยหน้าขึ้นมองบนต้นไม้ที่ตนยืนอยู่ ก็พบกับร่างของดรุณีน้อยนางหนึ่งที่กำลังจะ...ร่วงลงมาใส่เขา 

“เหวอ!” 

เขาเผลออุทานออกมาด้วยความตกใจ ทว่ามือทั้งสองข้างนั้นกลับตั้งท่าและรับร่างของนางไว้ในอ้อมอกได้อย่างสวยงาม ถังจวิ้นเซียนใช้มือข้างหนึ่งปัดเส้นผมที่ปิดบังใบหน้าของนางออกเบาๆ ก็พบว่าผู้ที่ร่วงหล่นลงมาจากต้นไม้นี้น่าจะเป็นหลินเยว่หว่าน คู่หมั้นคู่หมายตัวน้อยของเขานั่นเอง 

หลินเยว่หว่านตอนนี้อาการไม่ค่อยสู้ดีนัก ลมหายใจของนางหอบถี่ แก้มกลมราวกับซาลาเปาสองลูกสีขาวเนียนบัดนี้กลับขึ้นสีแดงระเรื่อพร้อมด้วยหยาดเหงื่อที่ผุดซึม 

อัปลักษณ์สิ้นดี 

นั่นคือสิ่งที่ถังจวิ้นเซียนคิดในใจหลังจากที่ได้เห็นใบหน้าของนาง 

“องค์รัชทายาท!” 

ถังจวิ้นเซียนมองตามเสียงเรียกนั้น ก็พบกับฮูหยินหลินพร้อมด้วยหญิงรับใช้อีกจำนวนหนึ่งที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามา และเมื่อหลินจินอิ๋งทอดสายตาเห็นบุตรีของตนอยู่ในอ้อมอกขององค์รัชทายาทก็แทบจะเป็นลมจับ 

“เอ่อ...หม่อมฉันจะจัดการนางเองเพคะ ถ้าเช่นไรองค์รัชทายาทไปรอที่...” 

“มิต้อง” เขายกมือขึ้นปรามหญิงรับใช้สองคนที่ตรงมาหมายจะรับช่วงต่อเขา “ข้าจะพานางไปเอง ฮูหยินหลินช่วยนำทางด้วย” 

“...” หลินจินอิ๋งยืนมองอย่างชั่งใจครู่หนึ่ง จากนั้นจึงตัดสินใจที่จะให้องค์รัชทายาทอุ้มบุตรีของตนไปด้วยตนเอง ส่วนนางนั้นก็เดินนำเขาไปยังเรือนของบุตรี 

 

ถังจวิ้นเซียนวางร่างของหลินเยว่หว่านลงบนเตียงของนางอย่างเบามือ จากนั้นจึงถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว ยืนไพล่หลังมองเหล่าหญิงรับใช้ที่กำลังเช็ดหน้าเช็ดตาให้กับคุณหนูน้อยของตนอย่างไม่วางตา 

“เอ่อ...องค์รัชทายาทเพคะ เมื่อครู่บุตรีของหม่อมฉัน...” 

“นางปีนต้นไม้แล้วตกลงมา” 

ถังจวิ้นเซียนเอ่ยสั้นๆ ตรงๆ อย่างไม่ปิดบัง หลินจินอิ๋งที่ได้ยินเช่นนั้นจึงแทบอยากจะวิ่งเอาหัวตนไปโขกสับกับเสาให้ตาย บุตรีของนางปีนต้นไม้ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะกับกุลสตรีว่าหนักแล้ว ยังจะตกลงมา... ซ้ำยังตกใส่องค์รัชทายาทอีก! เช่นนั้นองค์รัชทายาทจะมองบุตรีของนางเป็นสตรีเช่นไรเล่า! 

“หม่อมฉันจะลงโทษนางเองเพคะ ขออภัยแทนนางด้วยที่เสียมารยาทกับท่านไป” 

“ช่างเถิด มิใช่เรื่องใหญ่โตอะไรขนาดนั้น” ถังจวิ้นเซียนเอ่ย ทว่านัยน์ตาทั้งสองยังคงจดจ้องไปยังร่างของหลินเยว่หว่าน... รูปโฉมงดงามเช่นนั้นหรือ แก้มกลมราวกับซาลาเปาอวบอ้วนเช่นนี้เรียกว่ารูปโฉมงดงามได้อย่างไรกัน จะมีดีก็แต่แค่เนื้อหนังที่จับดูก็รู้ว่ามิใช่ชั้นเนื้อไขมันแต่เป็นร่างกายของผู้ที่มีสุขภาพดี มีดีก็แต่เส้นผมสีดำขลับนุ่มลื่นราวกับเส้นไหม... มีดีก็แต่ริมฝีปากเล็กบางสีหวานราวกับผลอิงเถาเท่านั้น 

...แต่ถึงจะมีดีเยอะแล้วอย่างไร ในสายตาของเขาอย่างไรเสียนางก็ยังอัปลักษณ์อยู่ดี! 

“อื้อ...” 

เสียงอื้ออึงในลำคอเบาๆ เรียกให้ถังจวิ้นเซียนหลุดออกจากภวังค์ความคิดของตน หลินเยว่หว่านกะพริบตาถี่ๆ จากนั้นจึงค่อยๆ ยันตัวขึ้นนั่ง หญิงรับใช้ที่เห็นว่านางฟื้นแล้วจึงปลีกตัวไปยืนอยู่ไกลๆ ตอนนี้ที่ยืนอยู่จึงเหลือแค่องค์รัชทายาทกับฮูหยินหลินเท่านั้น 

หลินเยว่หว่านยกมือน้อยๆ ของตนขึ้นมาขยี้ตาเบาๆ จากนั้นจึงเหลือบมองไปยังผู้ที่ยืนอยู่ใกล้เตียง นางแทบจะไม่เชื่อสายตาว่านอกจากมารดาของนางแล้วยังมีเขา... 

องค์รัชทายาทยังอยู่ที่นี่! 

“อะ...!” หลินเยว่หว่านอุดปากตนไม่ให้เผลอกรี๊ดราวกับเห็นผีออกมาได้ทัน สมองของนางกำลังคิดวิเคราะห์ว่าในสถานการณ์ชวนกระอักกระอวนที่มีองค์รัชทายาทจ้องตนอยู่โดยยากที่จะเดาความคิด กับมารดาของนางที่ราวกับพร้อมที่จะฟาดหวายลงก้นตนได้ทุกเมื่อ นางจะทำเช่นไรให้หนีรอดไปได้ดี 

คิดสิหลินเยว่หว่าน คิด! 

“?” ถังจวิ้นเซียนขมวดคิ้วราวกับมีคำถามมากมายในหัว เมื่อเห็นเช่นนั้นคำพูดที่บิดาของนางเคยพูดเอาไว้ก็หลั่งไหลเข้ามาในหัวทันท่วงที 

‘ราชโองการนี้มิใช่สิ่งที่จะยกเลิกได้โดยง่าย หากมิใช่ราชวงศ์อยากจะยกเลิกมันเอง’ 

เมื่อเรียกสติของตนกลับมาได้แล้วว่าตอนนี้ตนเป็นเพียงแค่เด็กน้อยผู้หนึ่ง ดังนั้นสิ่งที่เด็กพึงกระทำเมื่ออยู่ในสภาวะตกใจขั้นสุดนั่นก็คือ ... “อะ...แงงงงงง้งงงงง!!!” 

หลินเยว่หว่านร้องไห้ออกมาลั่นเรือนแม้กระทั่งบ่าวที่ยืนอยู่ด้านนอกยังได้ยิน ถังจวิ้นเซียนสะดุ้งเบาๆ เมื่อจู่ๆ นางก็ร้องไห้ออกมา ส่วนหลินจินอิ๋งที่เห็นบุตรีของตนเป็นเช่นนั้นจึงปรี่เข้าไปเช็ดน้ำตาให้ทันที 

“เสี่ยวเยว่ เจ้าจะร้องไห้ไปใยกัน” หลินจินอิ๋งกล่าวด้วยน้ำเสียงปนดุ เพราะตอนนี้ดูเหมือนว่าบุตรีของนางจะเสียมารยาทกับองค์รัชทายาทอีกแล้ว 

“เสี่ยวเยว่...ฮึก... เสี่ยวเยว่กลัวเขา!” นางใช้มือข้างหนึ่งชี้หน้าถังจวิ้นเซียน มืออีกข้างแอบหยิกขาตนเองเพื่อที่จะได้ร้องไห้ได้อย่างสมจริง “พี่ชายคนนั้นน่ากลัว!” จากนั้นนางจึงมุดใบหน้าสู่อ้อมอกของมารดาตน 

“เหตุใดเจ้าถึงได้กลัวพระองค์กัน” หลินจินอิ๋งหุบนิ้วบุตรีของตนที่ชี้หน้าองค์รัชทายาทลง “พระองค์คือคู่หมั้นของเจ้า ซ้ำเรื่องในวันนี้พระองค์ก็ยังช่วยชีวิตเจ้าไว้ หากมิมีพระองค์เจ้าจะเป็นเช่นไร” 

“ตะ...แต่เขาก็ยังน่ากลัว ฮึก” หลินเยว่หว่านยังสู้ไม่ถอย “เขามาด้อมๆ มองๆ หาอะไรไม่รู้อยู่ในจวน เขาเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเสี่ยวเยว่ ท่านแม่เคยบอกกับเสี่ยวเยว่เองว่าคนแปลกหน้านั้นน่ากลัว!” 

หลินเยว่หว่านพยายามสรรหาข้อแก้ตัวไร้สาระที่เด็กวัยสี่หนาวพอจะพูดได้ออกมาร่ายยาว หลินจินอิ๋งถอนหายใจออกมาเบาๆ จากนั้นจึงเหลือบมององค์รัชทายาทที่ยังคงยืนไพล่หลังสงบนิ่ง ไร้ท่าทีสะทกสะท้านแม้ตนจะทำให้คู่หมั้นเสียขวัญไปแล้วก็ตาม 

“ฮึก...ฮึก” หลินเยว่หว่านสะอื้นเบาๆ แต่นัยน์ตายังคงเหลือบมองถังจวิ้นเซียนเป็นระยะอย่างไม่วางตา และเมื่อเผลอไปสบตาเข้านางก็จำต้องหลุบตาต่ำตามเดิม 

รีบๆ บอกว่ารำคาญแล้วไปสักทีสิ! 

“ถอยไป” และในที่สุดถังจวิ้นเซียนที่ยืนเงียบมานานก็เอ่ยขึ้นพลางก้าวเท้าตรงมายังนาง หลินจินอิ๋นมองหน้าองค์รัชทายาทด้วยความงุนงงเล็กน้อย จากนั้นจึงยอมปล่อยอ้อมกอดบุตรีของตนแล้วลุกไปยืนห่างๆ แต่โดยดี 

“ท่านแม่...อย่าทิ้งเสี่ยวเยว่!” หลินเยว่หว่านอยากจะร้องไห้ออกมาจริงๆ แล้วในตอนนี้ เมื่อถังจวิ้นเซียนจ้องมองมานางโดยไม่ละสายตา ส่วนมารดาของตนก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ทิ้งให้นางอยู่กับมัจจุราชโหดเหี้ยมผู้นี้แต่โดยลำพัง! 

“เอ่อ...” หลินเยว่หว่านหน้าซีดขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อเผลอไปสบตาเข้ากับแววตาคู่นั้น 

...แววตาที่ครั้งหนึ่งเคยมองนางด้วยความเกลียดชัง 

...แววตาที่สั่งตัดชีวิตของนางโดยไม่รู้สึกผิดใดๆ 

หลินเยว่หว่านรู้สึกวูบวาบในท้องคล้ายกับจะอาเจียนออกมา นัยน์ตาดอกท้อกลมโตเริ่มมีน้ำสีใสคลอเบ้าโดยไม่รู้ตัว นางอยากจะเบือนหน้าหลบสายตาใจแทบจะขาด แต่ร่างกายของนางกลับไม่เชื่อฟังมันเอาเสียเลย 

...น่ากลัว ใครก็ได้ช่วยด้วย 

“อ้าปาก” 

“?” 

“ข้าบอกให้อ้าปาก” 

หลินเยว่หว่านเหมือนจะได้สติกลับมาส่วนหนึ่งเมื่อได้ยินประโยคคำสั่งนั้น นางอ้าปากออกอย่างกล้าๆ กลัวๆ พลางหลับตาแน่นปี๋ เขาจะทำอะไรนางน่ะ หรือว่าเพราะมิพึงใจที่นางเสียมารยาทใส่ก็เลยจะกรอกยาพิษให้นางอย่างนั้นหรือ!? 

ถังจวิ้นเซียนหยิบห่ออะไรบางอย่างออกมาจากในกระเป๋าอกเสื้อของตน เปิดห่อออกและส่งอะไรบางอย่างเข้าไปในปากของดรุณีน้อยตรงหน้า 

“อื้อ...” 

หลินเยว่หว่านสะดุ้งเบาๆ เมื่อรับรู้ถึงรสชาติหวานๆ ตรงปลายลิ้นของตน นางยกมือขึ้นป้องปาก เมื่อรู้แล้วว่าไม่ใช่ยาพิษตามที่นางตีโพยตีพายในใจจึงมองหน้าถังจวิ้นเซียนด้วยความรู้สึกสงสัย “คาเคา?” 

“มีคนเคยกล่าวเอาไว้ว่าหากอารมณ์ไม่ดี กินคาเคาแล้วจะหาย” 

อีกฝ่ายตอบนางด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย จากนั้นจึงพับเก็บห่อคาเคาไว้ในกระเป๋าอกเสื้อตามเดิม 

....ไอ้กินคาเคาแล้วจะทำให้อารมณ์ดีน่ะนางก็พอจะเข้าใจ 

แต่องค์รัชทายาทที่พกคาเคาติดตัวไปไหนมาไหนตลอดเวลา...นั่นต่างหากที่นางไม่เข้าใจ! 

------- 

คาเคา = โกโก้นั่นเองค่ะ บริบทในที่นี้ก็คือช็อคโกแลตนั่นแหละ 

ความคิดเห็น