ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หงส์หวน บทที่ 2 หลินเยว่หว่านกับองค์รัชทายาท (1)

ชื่อตอน : หงส์หวน บทที่ 2 หลินเยว่หว่านกับองค์รัชทายาท (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 182

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ย. 2563 18:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หงส์หวน บทที่ 2 หลินเยว่หว่านกับองค์รัชทายาท (1)
แบบอักษร

บทที่ 2 

หลินเยว่หว่านกับองค์รัชทายาท (1) 

 

วันรุ่งขึ้นหลังจากที่เมื่อวานหลินเยว่หว่านได้ฝึกกระบี่กับหนิงอี้หยางไป วันนี้เป็นวันที่นางไม่มีเรียน จึงตั้งใจที่จะตื่นเช้ามาเพื่อไปอ่านหนังสือในห้องหนังสือ แม้ในชีวิตก่อนนางจะอ่านหนังสือจนจบไปหลายร้อยพันเล่มแล้ว ทว่าสิ่งเหล่านั้นกลับไม่เข้าหัวนางเลยแม้แต่น้อย เพราะหนังสือส่วนมากที่นางเคยได้อ่านคือหนังสือเกี่ยวกับการเมืองการปกครอง หรือจรรยาบรรณจารีตต่างๆ ที่นางโดนบังคับให้อ่าน หลินเยว่หว่านเกลียดการโดนบังคับให้ทำเป็นที่สุด ดังนั้นในชีวิตนี้เมื่อนางได้เลือกอ่านด้วยตนเองจึงทำให้นางรู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก  

“ตื่นแล้วหรือเจ้าคะคุณหนู” 

หลินเยว่หว่านเปรยตามองหญิงรับใช้คนสนิทที่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าแววตาที่เรียบเฉย นางผู้นี้เป็นพี่เลี้ยงให้กับนางตั้งแต่อายุหนึ่งหนาว ดังนั้นในชีวิตก่อนหลินเยว่หว่านจึงเชื่อใจนางมาก ทว่าเมื่อถึงช่วงเวลาที่ตกต่ำที่สุดในชีวิต นางผู้นี้กลับขายเรื่องของนางแล้วหอบทรัพย์สินที่ได้หนีออกไปก่อนที่นางจะถูกตัดสินโทษประหารเพียงไม่กี่วัน 

หลินเยว่หว่านไม่เคยรู้ตัวเลยว่าตนนั้นได้เลี้ยงงูเห่าไว้ข้างกายนานนับหลายสิบปี และดูเหมือนว่าในชีวิตครั้งที่สองนี้นางต้องรีบจัดการอีกฝ่ายออกไปให้โดยเร็วที่สุดแล้ว 

“จาวจี หลังจากนี้เจ้ามิต้องมาทำงานให้ข้าแล้วนะ” หลินเยว่หว่านเอ่ยสั้นๆ พลางลุกขึ้นจากเตียงตรงไปยังห้องอาบน้ำ หญิงรับใช้จาวจีเบิกตาโพล่งราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่คุณหนูน้อยพูดออกมา 

“คะ...คุณหนูหมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ” 

“เจ้าไปทำงานที่ส่วนอื่นของจวนซะเถิด ข้ามิชอบเจ้าแล้ว” หลินเยว่หว่านเอ่ยตรงๆ เพราะในตอนนี้นางเป็นเพียงเด็กวัยสี่หนาว พูดออกไปเช่นนี้คงจะไม่ทำให้อีกฝ่ายระแคะระคายขนาดนั้นกระมั้ง  

“คุณหนูเจ้าคะ... บ่าวทำเรื่องอันใดให้คุณหนูมิพึงใจหรือเจ้าคะ บ่าวยินดีรับโทษเจ้าค่ะ เพียงแค่--” 

“หยุด” หลินเยว่หว่านหันไปเผชิญหน้ากับจาวจีที่ทำทีจะเข้ามาคุกเข่าขอร้องตน “ข้ามิได้ไล่เจ้าออก เพียงแค่อยากให้เจ้าไปทำงานส่วนอื่นเฉยๆ ออกไปได้แล้ว” 

“คุณหนู...” 

“ออกไป!” 

เมื่อโดนตะคอกใส่ จาวจีจึงรีบโค้งศีรษะแล้วเดินออกไปทันที หลินเยว่หว่านถอนหายใจยาวออกมาหนึ่งรอบ จาวจีเป็นสตรีที่น่าสงสารไร้ญาติขาดมิตร ขายตัวเองเข้ามาทำงานในจวนเพื่อหาเงินไว้กินไว้ใช้ คงจะมิแปลกใจถ้าในชีวิตก่อนจาวจีจะทรยศนางเพื่อทรัพย์สินก้อนโต 

...แต่แม้จะพยายามเข้าใจมากเพียงใด หลินเยว่หว่านก็ยังคงรู้สึกจุกในอกอยู่ดี จาวจีคือผู้ที่หลินเยว่หว่านมองเป็นพี่สาวคนสำคัญ ตั้งแต่ตอนที่นางอยู่ในจวนหลิน ตอนไปเรียนในวังหลวง จวบจนแต่งเข้ารับบรรดาศักดิ์ฮองเฮาและตราหงส์ ข้างกายนางก็ยังคงมีจาวจีอยู่ด้วยเสมอในทุกๆ ครั้ง 

ดังนั้นเพื่อตอบแทนสิ่งดีๆ ที่จาวจีเคยมอบให้นางครั้งหนึ่ง หลินเยว่หว่านจึงเลือกที่จะไม่ไล่นางออก แต่ให้นางไปทำงานส่วนอื่นแทน หากเป็นเช่นนี้หากเกิดว่าสักวันหนึ่งในอนาคตหลินเยว่หว่านไม่สามารถหนีบ่วงพันธะที่ต้องแต่งเข้าวังหลวงได้ จาวจีจะได้ไม่ต้องเข้าวังไปกับนาง 

ในชีวิตนี้หลินเยว่หว่านตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของทุกคน รวมไปถึงชะตากรรมอันแสนน่าเวทนาของตนด้วย 

 

ตกยามซื่อ (09.00-10.59) ฮูหยินเอกของจวนสกุลหลิน หลินจินอิ๋ง ได้นั่งปักเย็บผ้าอยู่กับหญิงรับใช้คนสนิท ณ ศาลากลางน้ำของจวนที่รายล้อมไปด้วยเหลียนฮวาที่กำลังผลิบาน ลมฤดูร้อนพัดโชยเข้าปะทะกับใบหน้าเนียนขาวของนางเบาๆ หลินจินอิ๋งสูดลมกลิ่นเหลียนฮวาเข้าเต็มปอด จากนั้นจึงละมือจากงานตรงหน้าแล้วเหม่อมองไปยังดอกไม้ที่กำลังพัดไหวตามแรงลมนั้น 

“ฮูหยิน! ฮูหยินเจ้าคะ!” 

หญิงรับใช้คนหนึ่งวิ่งตาตื่นตรงมายังหลินจินอิ๋ง นางหันไปมองต้นเสียงนั้นก่อนที่จะเอ่ยถาม “มีเรื่องอันใด ไยต้องวิ่งหน้าตั้งขนาดนั้นด้วย” 

“องค์...องค์รัชทายาทเจ้าค่ะ!” หญิงรับใช้สูดลมหายใจที่หอบถี่เข้าลึกเต็มปอด “ตอนนี้รถม้าขององค์รัชทายาทเทียบจอดอยู่หน้าจวนเจ้าค่ะ!” 

“ว่าเช่นไรนะ!?” หลินจินอิ๋งแทบจะไม่เชื่อหูตนเอง นางรีบลุกขึ้นแล้วปรี่เดินไปยังหญิงรับใช้คนนั้น “ได้ส่งสาส์นมาแจ้งไว้ก่อนหรือไม่” 

“ไม่เลยเจ้าค่ะ” ผู้ที่ถูกถามส่ายหน้า หลินจินอิ๋งจึงรีบเดินสวนนางออกไปทันที 

“เสี่ยวเยว่อยู่ที่ใด” นางเอ่ยอย่างร้อนรนในขณะที่สาวเท้าตามไปด้วย หญิงรับใช้คนที่มาแจ้งข่าวเมื่อครู่รีบสับเท้าตามหลังนางไปอย่างเร่งรีบแล้วจึงตอบคำถาม 

“บ่าวให้หญิงรับใช้คนอื่นรีบไปแต่งตัวให้คุณหนูแล้วเจ้าค่ะ!” 

“ส่งคนไปแจ้งท่านพี่ที่กรมอาญาด้วย” 

“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” 

 

เพราะเป็นการมาโดยกะทันหัน สกุลหลินจึงไม่มีเวลามากพอที่จะเตรียมพร้อมรับแขก หลินจินอิ๋งเดินออกมาต้อนรับอีกฝ่ายด้วยท่าทีที่เหนื่อยล้าจากการเดินกึ่งวิ่งจากบริเวณกึ่งกลางจวนมาถึงหน้าจวน องค์รัชทายาทตัวน้อยในวัยสิบหนาว ถังจวิ้นเซียน ยืนรอเจ้าของจวนออกมารับด้วยท่าทีสงบนิ่งพร้อมด้วยข้าราชบริพารอีกนับสิบ 

“คารวะองค์รัชทายาทเพคะ ต้องขออภัยด้วยที่มิได้เตรียมการต้อนรับให้อย่างเหมาะสม” หลินจินอิ๋งโค้งให้อีกฝ่ายก่อนที่จะเอ่ย 

“ช่างเถิด เป็นเราเองที่ผิดที่มาโดยมิแจ้งล่วงหน้า” องค์รัชทายาทตอบ 

“เช่นนั้นเชิญองค์รัชทายาทที่ห้องรับรองเพคะ หม่อมฉันสั่งให้คนไปตามบุตรีของหม่อมฉันมาให้แล้ว” 

“มิต้อง” หลินจินอิ๋งที่หมุนตัวทำทีจะเดินนำอีกฝ่ายเข้าจวนไปจำต้องหยุดชะงัก จากนั้นนางจึงหันกลับมาฟังเขาอีกครั้ง “ข้าจะไปหานางด้วยตนเอง” 

“เอ่อ... ว่าเช่นไรนะเพคะ?” 

“เรือนของนางอยู่ทิศใด” 

“...” ประโยคคำถามที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเชิงคำสั่งทำให้หลินจินอิ๋งเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นเป็นเส้นตรง นางมิสามารถขัดคำสั่งของคนผู้นี้ได้แม้จวนแห่งนี้จะเป็นของตระกูลนางก็ตาม ดังนั้นนางจึงเลี่ยงมิได้ที่จะต้องบอกไป “ทิศตะวันตกเพคะ” 

เมื่อทราบแล้วถังจวิ้นเซียนก็เดินตรงเข้าจวนไปในทันใดราวกับเป็นจวนของตนเอง หลินจินอิ๋งทำทีจะเดินตามไปทว่ากลับโดนราชองครักษ์ที่มาพร้อมกับอีกฝ่ายปรามเอาไว้ นางในตอนนี้จึงทำได้แต่เพียงหวังภาวนาว่า ทั้งองค์รัชทายาททั้งบุตรีของนาง จะมิมีผู้ใดทำเสียมารยาทใส่กันก่อน 

 

ถังจวิ้นเซียนเดินตรงไปยังเรือนทิศตะวันตกตามที่ฮูหยินสกุลหลินได้บอกเอาไว้ด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย การมาปรากฏตัวของเขาที่จวนสกุลหลินในวันนี้นั้นเพราะเขาต้องการที่จะทราบว่า สตรีที่เป็นคู่หมั้นของเขาที่ใครต่อใครต่างก็เยินยอนักหนาไม่เว้นแม้แต่ฮ่องเต้ว่าเป็นสตรีที่ฉลาดเฉลียวเกินวัยแท้จริงแล้วเป็นเช่นไรกันแน่ 

เขามิพึงใจนางตั้งแต่เมื่อสี่ปีที่แล้วแล้ว เมื่อจู่ๆ เขาที่เป็นถึงองค์รัชทายาทกลับถูกบังคับให้หมั้นหมายกับเด็กทารกผู้หนึ่งเพียงเพราะเกิดตรงดาวหงส์ตกฟาก โดยที่มิสามารถรู้ได้เลยว่านางผู้นั้นจะเติบโตมาเป็นสตรีเช่นใด หากนางเติบโตมาเป็นสตรีอัปลักษณ์เขาจะมิโดนพี่น้องราชวงศ์ผู้อื่นดูถูกเอาหรืออย่างไรกัน 

ดังนั้นในช่วงเวลาสี่ปีมานี้ถังจวิ้นเซียนจึงไม่เคยแวะเวียนมาดูหน้าคู่หมั้นหมายของตนเลยสักครั้ง แต่ในครานี้เขาจำต้องมา นั่นเป็นเพราะเสด็จพ่อของเขา ฮ่องเต้แห่งต้าถังมักจะกล่าวถึงนางให้เขาฟังอยู่เสมอ ทั้งด้านรูปโฉมที่น่ารักน่าชัง ทั้งด้านความรู้ความสามารถที่มากเหลือทำให้ใครต่อใครต่างก็พากันอึ้งทึ่ง คำกล่าวที่เกินจริงนั้นยากที่จะทำให้ถังจวิ้นเซียนปักใจเชื่อได้ลง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เขามาอยู่ที่นี่ 

และเขาจะต้องทราบให้ได้ว่าแท้จริงแล้วหลินเยว่หว่านผู้นี้เป็นสตรีเช่นไรกันแน่ 

 

แย่แล้ว! แย่แล้ว! แย่แล้ว! 

หลินเยว่หว่านยกมือข้างหนึ่งขึ้นปาดเหงื่อที่ผุดชื้นเต็มใบหน้าของตน มืออีกข้างเกาะกิ่งต้นไม้เอาไว้แน่นไม่ให้ตนเผลอร่วงลงไป 

...ใช่ หลินเยว่หว่านเด็กน้อยวัยกายสี่หนาววัยจิตสิบเจ็ดหนาวกำลังปีนต้นไม้อยู่! 

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณหนึ่งเค่อก่อน มีหญิงรับใช้ประมาณสามถึงสี่นางบุกวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหานางที่ห้องหนังสือ บอกว่าตอนนี้องค์รัชทายาทมารออยู่หน้าจวน ให้รีบแต่งตัวไปต้อนรับโดยเร็ว แม้จะตกอกตกใจเพียงใดทว่าหลินเยว่หว่านก็สามารถประคองสติของตนได้อย่างดีเยี่ยม นางอาศัยจังหวะที่หญิงรับใช้เหล่านั้นกำลังชุลมุนวุ่นวายเผ่นหนีออกมาได้สำเร็จ และแน่นอนว่าทางเลือกเดียวที่จะทำให้หญิงรับใช้พวกนั้นหานางไม่เจอนั่นก็คือ...ต้นไม้! 

หลินเยว่หว่านในตอนนี้ยังมิพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับองค์รัชทายาท ถ้าตามในชีวิตเก่าของนาง นางจะได้เจอเขาในอีกประมาณหกปีข้างหน้าตอนที่นางเข้าวังไปฝึกอบรม ทว่าในชีวิตนี้ของนางมีเรื่องเปลี่ยนแปลงไปหลายส่วน การมาปรากฏตัวขององค์รัชทายาทในตอนนี้แม้จะเหนือความคาดหมายไปค่อนข้างมากทว่าก็พอจะสมเหตุสมผลอยู่พอควร 

หลินเยว่หว่านเกาะกิ่งไม้แน่นยิ่งกว่าเดิมเมื่อมือเล็กป้อมทั้งสองข้างของตนเริ่มเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ ตอนนี้เป็นช่วงฤดูร้อน ดังนั้นการที่ออกมาปีนต้นไม้ท่ามกลางแสงแดดจ้าบวกกับความร้อนรนใจจึงทำให้เหงื่อของนางไหลซึมออกมามากกว่าเดิม 

นางหันซ้ายเหลียวขวาสอดส่องไปทั่ว หญิงรับใช้ที่กำลังวิ่งหานางอยู่นั้นบัดนี้หายไปแล้ว คาดว่าคงจะกำลังไปฟ้องมารดาของนางอยู่ ทว่านางยังคงลงไปไม่ได้ หากยังมิยืนยันว่าองค์รัชทายาทจะกลับไปแล้ว 

ทว่าเมื่อหลินเยว่หว่านมองต่ำลงไปด้านล่าง ก็พบกับร่างของเด็กชายผู้หนึ่งสวมอาภรณ์สีฟ้าน้ำทะเลชั้นดี ตรงเอวห้อยพู่หยกสีขาวใสพร้อมด้วยป้ายชื่อที่ถูกสลักด้วยทองคำกำลังยืนอยู่ตรงโคนต้นไม้ ใบหน้าหันซ้ายเหลียวขวาราวกับกำลังหาอะไรบางอย่างอยู่ 

‘ประหาร!!’ 

ตึกตัก..ตึกตัก 

...ราวกับเห็นภาพซ้อนเมื่อนางมองไปยังป้ายชื่อนั้น ก้อนเนื้อที่อกซ้ายของนางเริ่มเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ ครั้งหนึ่งก่อนที่จะได้ยินคำสั่งประหารจากบุรุษผู้นั้น นัยน์ตาของนางก็เหลือบไปเห็นป้ายห้อยทองคำเช่นนี้ด้วยเช่นกัน ความทรงจำที่ครั้งหนึ่งเคยถูกเจ้าของป้ายทองนี้สั่งตัดหัวของตนจึงทำให้หลินเยว่หว่านหน้าซีดปากสั่นโดยไม่รู้ตัว 

หลินเยว่หว่านรู้สึกคลับคล้ายว่าตนกำลังจะเป็นลม ภาพที่มองเห็นชัดเจนเมื่อครู่กลับพร่ามัว มือทั้งสองข้างที่กำกุมกิ่งไม้แน่นเมื่อครู่บัดนี้กลับอ่อนแรงลง จากนั้นร่างของดรุณีน้อยจึงพลัดตกลงจากต้นไม้ใหญ่ในที่สุด 

...ลงไปสู่อ้อมอกของบุรุษผู้นั้น 

ความคิดเห็น