ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

หงส์หวน บทที่ 1 หลินเยว่หว่านกับหนิงอี้หยาง

ชื่อตอน : หงส์หวน บทที่ 1 หลินเยว่หว่านกับหนิงอี้หยาง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 298

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ย. 2563 18:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หงส์หวน บทที่ 1 หลินเยว่หว่านกับหนิงอี้หยาง
แบบอักษร

บทที่ 1 

หลินเยว่หว่านกับหนิงอี้หยาง 

 

เพียงเพราะเกิดตรงกับเวลาที่ดาวหงส์ตกฟากพอดิบพอดี วันรุ่งขึ้นจึงมีราชโองการแต่งตั้งให้หลินเยว่หว่าน คุณหนูสกุลหลินที่มีอายุได้เพียงสองวันเป็นคู่หมั้นขององค์รัชทายาท หรือองค์ชายใหญ่แห่งต้าถัง ถังจวิ้นเซียนโดยทันที 

หลินเยว่หว่านแม้ตอนนี้ยังเป็นเพียงแค่ทารก แต่ในจิตใจนั้นกลับเป็นสตรีวัยสิบเจ็ดหนาวแล้ว เมื่อมีราชโองการมาถึงหน้าประตูจวน นางก็พยายามที่จะคัดค้านเต็มกำลัง แต่เสียงที่เปล่งออกไปได้เป็นเพียงแค่เสียงร้องอ้อแอ้ของทารกคนหนึ่ง ทุกคนในจวนต่างชมชอบ คิดว่าคุณหนูหลินคงจะกำลังตอบรับราชโองการนี้อยู่ 

ฝันหรือ! 

เรื่องที่คุณหนูสกุลหลินได้รับแต่งตั้งเป็นคู่หมั้นขององค์รัชทายาทที่ตอนนี้อายุหกหนาวแล้วเป็นที่เลื่องลือหนาหูไปถึงสามแคว้นเจ็ดแคว้นใกล้เคียง บ้างก็ว่าเหมาะแล้ว เพราะผู้ที่เกิดตรงกับดาวหงส์ตกฟากนั้นตามคำทำนายของนักพรตโบราณคือเป็นผู้ที่เง็กเซียนฮ่องเต้ส่งให้มาเกิดเป็นฮองเฮา เพื่อช่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุขเคียงข้างมังกรครองบัลลังก์ บ้างก็ว่าไม่เหมาะสมเพราะคุณหนูหลินเพิ่งจะคลอดได้เพียงสองวันเท่านั้น 

และแน่นอนว่าเสียงส่วนมากที่บอกว่าไม่เหมาะสมนั้นมาจากเหล่าขุนนางที่ตั้งใจจะผลักดันให้ฮ่องเต้ทรงเลือกบุตรีของตนเป็นไท่จื่อเฟยกันทั้งนั้น การที่คุณหนูหลินได้รับราชโองการเช่นนี้จึงราวกับเป็นการกำหนดตายตัวแล้วว่าฮองเฮาในอนาคตคือผู้ใด 

ดังนั้นขุนนางเหล่านี้จึงมีสองทางเลือก หนึ่งคือให้บุตรีของตนเข้าวังไปเป็นสนม สองคือทำให้คุณหนูหลินหายไปจากโลกนี้ซะ 

แต่ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใด หลินเยว่หว่านกลับรอดชีวิตมาได้ทุกครั้ง ซ้ำยังแข็งแรงเสียด้วยซ้ำไป จวบจนเมื่อเวลาผ่านไปหลินเยว่หว่านในชีวิตครั้งที่สองก็อายุครบสี่หนาวแล้ว 

เพราะด้วยความที่เคยเป็นฮองเฮามาก่อน เรื่องความรู้ ทักษะความสามารถของนางจึงเป็นที่ประจักษ์ต่อตระกูลและคนนอก หลินเยว่หว่านเริ่มจับพู่กันตั้งแต่สามขวบ พยายามเขียนหนังสือด้วยมือป้อมๆ ลายมือหวัดๆ เป็นคำว่า ‘ข้ามิอยากเป็นฮองเฮา’ แล้วแปะไปทั่วฝาผนังจวน ลำบากบ่าวรับใช้ในจวนต้องตามคอยเก็บคอยเช็ด หลินเยว่หว่านทำเช่นนี้มาครบปีแล้ว วันนี้ก็เช่นกัน 

“เสี่ยวเยว่” หลินไฮ่ผิง บิดาของนางที่เพิ่งกลับมาจากว่าราชการที่กรมอาญา เมื่อทราบข่าวว่าวันนี้บุตรีของตนก็ยังคงตั้งท่าคัดค้านการแต่งงานของตนก็รีบเดินเข้ามาในห้องของบุตรีโดยทันที หลินเยว่หว่านที่กำลังนั่งกอดอกฉายสีหน้าบึ้งตึงอยู่บนเตียงหันไปมองเสียงเรียกของบิดา จากนั้นจึงหันกลับ  

หลินไฮ่ผิงเดินลงไปทิ้งตัวลงบนเตียงข้างๆ บุตรีของตน จากนั้นจึงเอ่ยออกมา “เจ้ามิอยากเป็นมารดาของแผ่นดินจริงๆ หรือ” 

คำพูดของหลินไฮ่ผิงทำให้หลินเยว่หว่านยอมหันหน้ามาคุยด้วย นางเงยหน้าขึ้นสบตากับบิดาของตนด้วยดวงตากลมโตดุจกวางคู่นั้น ความห่วงใยและความอ่อนโยนในฐานะบิดาถูกส่งประสานมายังนางผ่านแววตา นั่นทำให้นางรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งกายใจ 

ในชีวิตก่อน บิดาของนางรักและใจดีกับนางเป็นที่สุด เขาคือบุรุษเพียงผู้เดียวที่ยืนยันที่จะอยู่เคียงข้างนาง แต่เพราะตอนนางอายุครบสิบหนาวต้องเข้าวังหลวงไปเรียนหนังสือและอบรมมารยาทเพื่อเตรียมพร้อมในการเป็นฮองเฮา นั่นจึงทำให้ความสัมพันธ์ของนางและบิดาเริ่มห่างเหินกันทีละน้อย 

และนางก็ตัดสัมพันธ์กับบิดาของตนเมื่อทราบความจริงว่าที่นางต้องเขาวังตั้งแต่อายุสิบหนาวก็เพราะเขาเป็นผู้ผลักดันและต้องการสนับสนุนให้นางมีอำนาจและความสัมพันธ์กับเชื้อพระวงศ์ให้โดยเร็วที่สุดเพื่อผลประโยชน์ของตระกูล นับจากนั้นหลินเยว่หว่านก็ไม่เคยเรียกหลินไฮ่ผิงว่าบิดาอีกเลย 

จวบจนเมื่อวังหลังเกิดเรื่อง มีเพียงบิดาและมารดาของนางเท่านั้นที่ยืนหยัดอยู่เคียงข้าง แม้แต่วงศาคณาญาติ สหายสนิท หรือนางกำนัลที่นางเชื่อใจมากที่สุดต่างพากันทรยศหักหลังและชักนำนางสู่ความตายในที่สุด 

ก่อนวันประหารหลินฮองเฮาเพียงแค่วันเดียว ก็ได้มีการตัดสินประหารชีวิตหลินไฮ่ผิงและหลินจินอิ๋ง บิดามารดาของหลินฮองเฮาด้วยการตัดหัวเช่นกัน ทั้งๆ ที่คนที่นางรักทั้งสองนั้นมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ เลยแม้แต่น้อย หลินเยว่หว่านที่ถูกกักขังอยู่ในคุกมืด เมื่อทราบข่าวบิดามารดาของตนก็แทบสิ้นสติ และเมื่อทราบความเป็นจริงว่าเหตุที่ทำให้นางตัดสินใจตัดสัมพันธ์กับบิดานั้นเป็นกับดักก็ยิ่งทำให้นางบ้าคลั่งเสียจนวิปลาส 

ชีวิตของนางต้องพังทลายลงทั้งหมดเพียงเพราะคำทำนายโง่เง่า ต้องพังทลายลงเพราะกับดักวังวนที่เรียกว่าวังหลวง... แล้วจะให้นางรู้สึกยินดีกับมันได้อย่างไร! 

มือเล็กป้อมทั้งสองของนางจิกเข้าหากันแน่นโดยไม่รู้ตัว นัยน์ตาเริ่มรู้สึกร้อนผ่าว นางพยายามที่จะไม่ร้องไห้ออกมา ตอนนี้นางได้รับโอกาสให้มาเกิดใหม่แล้ว จะให้ทุกอย่างซ้ำรอยเดิมไม่ได้เด็ดขาด 

ในชีวิตที่สองนี้นางจะมิยอมหลงผิดใดๆ อีกแล้ว! 

“ลูกมิชอบราชวงศ์เจ้าค่ะ” หลินเยว่หว่านเอ่ยขึ้น จากนั้นจึงหุบตาต่ำลง “พวกเขามีแต่จะแก่งแย่งชิงดีกันทุกวัน” 

คำว่าแก่งแย่งชิงดีที่ออกมาจากปากของเด็กวัยสี่หนาวทำให้หลินไฮ่ผิงรู้สึกประหลาดใจอยู่หลายส่วน แม้ฮูหยินของเขาจะบอกว่าบุตรีของพวกเขานั้นฉลาดเกินวัย แต่ก็มิคิดว่าจะพูดจาฉะฉานได้ถึงเพียงนี้ “เจ้ารู้ได้เช่นไรว่าพวกเขาเป็นเช่นนั้น?” 

...เพราะลูกเคยผ่านมันมาแล้วยังไงล่ะ 

นั่นคือคำที่หลินเยว่หว่านอยากจะเอ่ยกล่าวออกไปใจแทบขาด ทว่ากลับทำได้แต่เพียงกลืนคำพูดนั้นลงคอไปเท่านั้น “ท่านพ่อน่าจะเข้าใจดีเจ้าค่ะ” นั่นคือคำพูดที่นางกลั่นกรองได้มากที่สุดแล้วในตอนนี้ 

“ข้าเองก็มิอยากให้เจ้าแต่งเข้าราชวงศ์เหมือนกัน” หลินไฮ่ผิงยกฝ่ามือหนาของตนขึ้นลูบศีรษะของบุตรีเบาๆ “ทว่าราชโองการนี้มิใช่สิ่งที่จะยกเลิกได้โดยง่าย หากมิใช่ราชวงศ์อยากจะยกเลิกมันเอง” 

“...ท่านพ่อหมายถึง?” หลินเยว่หว่านเอียงคอตาใสแป๋ว ผู้ที่เป็นบิดาจึงหัวร่อออกมาเบาๆ 

“ไว้เจ้าโตกว่านี้จะเข้าใจเอง ไปทานข้าวกันเถิด” 

พูดจบหลินไฮ่ผิงก็อุ้มบุตรีของตนขึ้นจากนั้นจึงพานางเดินออกไป หลินเยว่หว่านแอบอมยิ้มเบาๆ คำพูดเมื่อครู่ของเขาน่ะหากพูดให้เด็กสี่หนาวฟังคงจะไม่เข้าใจเป็นแน่ ทว่าจิตใจนางในตอนนี้มิใช่เด็กสี่หนาวเสียหน่อยนี่ ดังนั้นมันก็สามารถแปลตรงตัวได้ไม่ยากว่า ‘ทำให้เชื้อพระวงศ์เอือมจนขอถอนหมั้นไปเอง’ แค่นี้ก็เป็นพอแล้ว! 

 

หลังจากที่นางและครอบครัวได้ใช้เวลามื้ออาหารเที่ยงร่วมกัน ตกบ่ายหลินเยว่หว่านก็ปลีกตัวไปฝึกกระบี่ที่ลานกว้างของจวน นางในชีวิตที่แล้วไม่มีโอกาสที่จะได้ทำเช่นนี้เพราะมิได้ให้ความสำคัญกับมันมากนัก นางคิดว่าวิชากระบี่นั้นมิเหมาะกับสตรี แต่ทว่ามาครานี้นางเปลี่ยนความคิดแล้ว การมีวิชาต่อสู้ติดตัวนั้นเป็นการดี เพื่อที่จะได้สามารถปกป้องตนและคนที่รักได้ 

ในคราแรกบิดาของนางนั้นไม่อนุญาตให้นางในวัยสี่หนาวฝึกกระบี่ นอกเสียจากว่านางจะทำตามเงื่อนไขที่เขาวางไว้ให้ได้ นั่นก็คือท่องจำตำราสิ่งที่สตรีพึงกระทำหนึ่งร้อยเจ็ดข้อให้ได้เขาจึงจะยอมจ้างอาจารย์ฝึกกระบี่ให้นาง และแน่นอนว่าหลินเยว่หว่านก็ท่องให้เขาฟังได้ตั้งแต่ต้นจนจบโดยไม่บกพร่องแม้แต่คำเดียว ทำให้ทุกคนต่างก็อึ้งไปตามๆ กัน 

จะไม่ให้นางจำไม่ได้ได้อย่างไร ในเมื่อชีวิตที่แล้วนางต้องท่องจำมันทุกวัน หากวันใดท่องผิดแม้แต่คำเดียวนางจะโดนลงโทษให้คัดทั้งหนึ่งร้อยเจ็ดข้อหนึ่งรอบ นางเคยคัดเสียจนเอ็นข้อมืออักเสบมาแล้ว แต่มามาที่ฝึกนางนั้นกลับไม่ปราณีนางเลยแม้แต่น้อย เมื่อคิดถึงช่วงเวลาอันแสนน่าเวทนานั้นแล้ว หลินเยว่หว่านก็สัญญากับตนเองว่าจะไม่หลงกลตกลงไปในวังวนเช่นนั้นอีกเป็นครั้งที่สอง 

และในที่สุดนางก็ได้เรียนวิชากระบี่สมใจ อาจารย์ที่บิดาของนางจ้างมาให้นั้นคือผู้ที่นางเลือกเอง ในอดีตอาจารย์ผู้นี้เคยเป็นหนึ่งในทหารราชองครักษ์หญิงของวังหลวง ทว่ากลับตัดสินใจถอดเครื่องแบบลาออกมาสอนวิชากระบี่ให้กับเหล่าเด็กกำพร้าแทนโดยไม่คิดเงิน ซึ่งหลินเยว่หว่านเองก็ชอบอาจารย์ของนางท่านนี้มาก 

หลินเยว่หว่านในชุดลำลองพอดีตัวฟาดกระบี่ไม้ขนาดย่อมลงบนหุ่นซ้อมตามกระบวนท่าที่ได้เรียนรู้ โดยมีอาจารย์ของนางเป็นผู้ยืนคุม และเมื่ออาจารย์ของนางเห็นว่านางนั้นเรียนรู้ได้เร็วก็เอ่ยปากชมอย่างไม่หยุดหย่อน 

“บทเรียนในวันนี้พอแค่นี้ก่อนเถิด” อาจารย์ของนางเดินตรงเข้ามา นั่นจึงทำให้หลินเยว่หว่านหันไปทำสีหน้าบูดบึ้งใส่ทันที 

“ท่านอาจารย์หนิงเจ้าคะ ศิษย์ยังมิเหนื่อยเลย ฝึกต่อเถิดเจ้าค่ะ” 

“ฮุๆ การที่เจ้ากระตือรือร้นนั้นนับเป็นการดี แต่รู้อะไรหรือไม่เยว่หว่าน” หนิงอี้หยาง หรือที่หลินเยว่หว่านเรียกว่าอาจารย์หนิงย่อเข่าลงตรงหน้าลูกศิษย์ตัวน้อย จากนั้นจึงลูบศีรษะนางเบาๆ “การมั่นใจมากเกินไป การมิรู้ขีดจำกัดของตน คือสิ่งที่ทำให้พลาดพลั้งได้เมื่ออยู่ในสนามรบ” 

หนิงอี้หยางยิ้มบางๆ ให้กับหลินเยว่หว่าน นั่นจึงทำให้หลินเยว่หว่านพยักหน้าหงึก “...เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” 

“เจ้าเรียนรู้ได้เร็วกว่าเด็กผู้อื่นที่ข้าสอน รักษาความดีนี้ต่อไปนะ” หนิงอี้หยางทิ้งท้ายไว้ให้นางเพียงเท่านั้น จากนั้นจึงเดินกลับออกไป นัยน์ตากลมโตของหลินเยว่หว่านมองตามแผ่นหลังนั้นที่กำลังห่างออกไปพร้อมด้วยผมหางม้าที่สั่นไหวไปมาอย่างไม่วางตา 

สาเหตุที่นางตั้งใจเจาะจงเลือกหนิงอี้หยางผู้นี้โดยเฉพาะ เป็นเพราะว่าในอดีตหนิงอี้หยางเคยช่วยชีวิตนางเอาไว้จากการลอบปองร้ายตอนออกว่าราชกิจครั้งหนึ่ง แต่หลังจากนั้นหนิงอี้หยางกลับโดนสังหารเพื่อปิดปากเพราะนางเผลอไปเห็นใบหน้าของผู้ที่ลอบปองร้ายหลินฮองเฮา 

...ชีวิตของคนบริสุทธิ์มากมายต้องสังเวยให้กับนางเพียงแค่ผลประโยชน์ในราชสำนักเท่านั้น ในชีวิตที่สองนี้นางจึงต้องช่วยรักษาชีวิตของหนิงอี้หยางเอาไว้ ให้เหมือนกับตอนที่หนิงอี้หยางช่วยนางให้ได้ 

ความคิดเห็น