ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : หงส์หวน บทนำ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 211

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ย. 2563 18:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หงส์หวน บทนำ
แบบอักษร

บทนำ 

 

ต้าถัง รัชศกที่เก้าสิบห้า 

‘ประหารนาง! ตัดหัวนางซะ!’ 

‘นางมันตัวกาลกิณี!’ 

‘ราชวงศ์ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงก็เพราะนาง!!’ 

... 

เสียงก่นด่าปนสาปแช่งดังระงมไปทั่วลานประหาร สตรีนางหนึ่งที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ทั้งเท้าและมือทั้งสองข้าง นางเปรยนัยน์ตาที่ไร้ความรู้สึกมองไปทั่ว จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมองคนผู้หนึ่งที่นั่งชมความตายของนางอยู่จากที่ไกลๆ 

นัยน์ตาคู่นั้นของนางสั่นระริก หยาดน้ำใสเริ่มไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างโดยไม่ทันตั้งตัว เมื่อเผลอไปสบตากับเขาผู้นั้น... บุรุษที่นางรักมั่นและปันใจให้ไปหมด 

“...เหอะๆ...” 

นางแค่นยิ้มให้กับสภาพอันน่าสังเวชของตนในตอนนี้ ผิวพรรณที่เดิมทีขาวเนียนกลับเต็มไปด้วยรอยแผลมากมายจากการทรมานและการเสียดสีกันของโซ่ ใบหน้าที่อวบอิ่มบัดนี้กลับซูบผอมเพราะขาดสารอาหาร ผมเส้นสีมะเกลือดำขลับบัดนี้ร่วงโรยลงสู่พื้นเป็นหย่อมๆ หมดสภาพหนึ่งในหญิงงามของต้าถังเสียแล้วสิ้น 

...บอกกับผู้ใดก็คงจะมิปักใจเชื่อว่านางเคยเป็นถึงฮองเฮา... เป็นถึงหงส์เคียงบัลลังก์มังกรมาก่อน 

“หึๆ... ฮ่าๆๆๆ” 

หลินเยว่หว่านหัวเราะออกเยี่ยงสตรีวิปลาส ฮ่องเต้หนุ่มที่เห็นเช่นนั้นจึงส่งสายตาแข็งกร้าวมาให้ พร้อมด้วยสตรีนางหนึ่งที่นั่งอกสั่นขวัญผวาอยู่ใกล้ๆ 

“จำคำของข้าเอาไว้ให้ดี เนี่ยจินเหมย!” หลินเยว่หวานใช้แรงเฮือกสุดท้ายตะโกนออกมา พร้อมด้วยความรู้สึกแสบฝาดที่คอเนื่องจากขาดน้ำ “ในภพชาตินี้แม้ว่าข้าจะแพ้เจ้า แต่ข้าสาบานว่าหากมีภพชาติใด ข้าจะจองล้างจองผลาญเจ้าไปตลอดกาล!!” 

ราวกับสวรรค์ตอบรับคำสาปแช่งของหลินเยว่หว่าน เมื่อลานประหารเจิ่งนองไปด้วยเลือด อัสนีบาดก็ฟาดฟันลงสู่ลานจนเกิดไฟไหม้ลุกลามทันที 

...ร่างของนางถูกเผาไหม้ไปกับเพลิงอัสนีนั้น 

 

ต้าถัง รัชศกที่เจ็ดสิบแปด 

“ฮูหยินเจ้าคะ พยายามอีกนิดนะเจ้าคะ ข้าน้อยเห็นหัวเด็กแล้ว!” 

หมอตำแยทำคลอดเอ่ยขึ้น ฮูหยินเอกสกุลหลิน ‘หลินจินอิ๋ง’ ตอนนี้กำลังพยายามอย่างหนักในการคลอดทารกน้อย เพราะนี่เป็นครรภ์แรกของนาง ความเจ็บปวดที่ประเมินค่าไม่ได้ถูกฉายออกมาทางสีหน้า ใบหน้าสวยตอนนี้ผุดชื้นเต็มไปด้วยเหงื่อ และหากว่าทารกน้อยยังไม่ยอมออกมาอีกง่ายๆ โดยเร็ว เห็นทีว่านางคงจะสิ้นใจเสียก่อน 

“อดทนไว้นะเจ้าคะฮูหยิน!” หมอตำแยพยายามที่จะดึงเด็กน้อยออกมาจากครรภ์ของมารดา จนในที่สุดทารกน้อยก็ออกมาสู่โลกกว้างได้อย่างปลอดภัย 

“ได้เป็นบุตรีเจ้าค่ะฮูหยิน!” หนึ่งในหญิงรับใช้ที่ช่วยทำคลอดเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น หมอตำแยนำผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดคราบเลือดออกจากตัวของคุณหนูน้อยอย่างเบามือ จากนั้นจึงห่อด้วยผ้าแล้วยื่นให้กับหลินจินอิ๋ง หลินจินอิ๋งรับบุตรีของตนมากอดไว้ในอ้อมอก ร่างกายที่รู้สึกเหนื่อยล้าเมื่อครู่บัดนี้ได้อันธานหายไปหมดสิ้นเมื่อเห็นใบหน้าของบุตรของตน แล้วก็จำต้องสะดุ้งเบาๆ เมื่อจู่ๆ เด็กน้อยก็ส่งเสียงร้องลั่น 

“อุแววววววววววว้!!!!!” 

“ตายจริง เสียงดีเสียจริงนะ” 

ใต้เท้าหลิน หลินไฮ่ผิง เมื่อได้รับแจ้งจากนางรับใช้ว่าฮูหยินของเขาและบุตรีตัวน้อยปลอดภัยแล้วก็เดินยิ้มร่าเข้ามาทันที นางรับใช้และหมอตำแยจึงขอตัวออกไป ทิ้งให้ครอบครัวสกุลหลินได้ใช้เวลาร่วมกัน 

“...ท่านพี่ ตั้งชื่อให้เด็กคนนี้สิเจ้าคะ” 

“ตั้งชื่อให้เจ้าก้อนซาลาเปานี้หรือ” หลินไฮ่ผิงใช้ปลายนิ้วจิ้มแก้มขาวเนียนของบุตรีของตนเบาๆ “แม้นางจะเกิดตรงดาวหงส์ตกฟาก ทว่าการใช้ชื่อที่มีความหมายเกี่ยวกับดาวหงส์คงจะมิดีนัก” เขาลูบคางคิด 

“แล้ว...” 

“เมื่อครู่ตอนที่ข้ากำลังรอเจ้าอยู่ด้านนอก ภาวนาให้เจ้ากับบุตรปลอดภัย เป็นจังหวะเดียวกับที่ข้าได้แหงนมองท้องฟ้าในยามราตรีนี้” 

“ดวงจันทร์...” หลินจินอิ๋งเอ่ยด้วยน้ำเสียงมิสู้ดีเท่าใดนัก เพราะหมดแรงไปกับการคลอดบุตรคนนี้ 

“เยว่หว่าน” หลินไฮ่ผิงลูบศีรษะของฮูหยินตนเบาๆ “บุตรีคนแรกของเราจะมีชื่อว่าหลินเยว่หว่าน” 

“อุแวววว้! (ไม่เอานะ!)” ทารกน้อยพยายามส่งเสียงประท้วง 

“ดูท่าว่านางจะชอบชื่อนี้นะเจ้าคะ” 

“แง!! (ไม่ชอบ!!)” 

“ฮะๆ ดูทำท่าเข้าสิ” หลินไฮ่ผิงยิ้มเยาะอย่างมีความสุข “เจ้าทำได้ดีมาก นอนพักเสียหน่อยเถิด” 

“เจ้าค่ะ” หลินจินอิ๋งรับคำ จากนั้นจึงเข้าสู่ห้วงนิทราพร้อมกับบุตรีตัวน้อยในอ้อมกอดไป 

ทว่าบุตรีตัวน้อยในห่อผ้ากลับมิยอมหลับง่ายๆ เมื่อหลินไฮ่ผิงบิดาของนางออกไปแล้ว ปากเล็กของเด็กทารกนั่นก็เบะคว่ำลงทันที 

“ฮือ..ฮึก อึก” หลินเยว่หว่านพยายามไม่ร้องไห้ออกมาเพื่อที่จะได้ไม่รบกวนมารดาของตน พลันนึกถึงความทรงจำบ้าๆ ในหัวที่เมื่อคลอดออกมาก็จำได้ทันที 

...มีที่ไหนกัน! 

ในชาติก่อนเพราะสาปแช่งคนๆ หนึ่งไว้ ชาตินี้จึงได้รับโอกาสกลับมาแก้แค้นก็พอเดาได้ แต่จะกลับมาตั้งแต่เริ่มเป็นทารกใหม่ๆ เลยนี่มันได้ด้วยหรือ!? 

“ฮึก..อึก..ฮือออ” 

ว่าแล้วทารกน้อยก็สะอื้นไม่ได้หลับนอนทั้งคืน 

 

วันรุ่งขึ้น 

วังหลวงแห่งต้าถัง 

“วันนี้ในเมืองหลวงมีข่าวสารอันใดบ้าง” 

ฮ่องเต้ถังหมิงจื้อแห่งต้าถัง เอ่ยถามขันทีอาวุโสข้างกายตน มือข้างหนึ่งยกจอกชากระเบื้องเคลือบขึ้นจิบ มืออีกข้างถือหนังสือปรัชญาจอมปราญช์เอาไว้พลางกวาดสายตาอ่าน 

“ทูลฝ่าบาท ตอนนี้ในเมืองหลวงสงบสุขดี ฮูหยินเอกสกุลหลินคลอดบุตรีได้อย่างปลอดภัยแล้วเมื่อคืนพะยะค่ะ” จ้าวกงกง ขันทีอาวุโสเอ่ยทูลตามรายงานที่ตนได้รับ หากแต่เมื่อได้ฟังรายงาน คิ้วของฮ่องเต้ก็พลันกระตุกทันที พระองค์ทรงวางจอกชาในมือลงแล้วทรงตรัสขึ้น 

“เมื่อคืนข้าได้มีโอกาสเห็นดาวหงส์ตกฟ้า นับเป็นเรื่องดีสำหรับต้าถัง ขอถามเจ้าอีกครั้งว่าบุตรีของสกุลหลินนั้นได้คลอดตรงกับตอนดาวหงส์ตกฟากหรือไม่” 

“พะยะค่ะ เหล่าข้ารับใช้ในจวนต่างก็กล่าวเป็นเสียงเดียวว่าคุณหนูสกุลหลินนั้นคลอดออกมาตรงกับตอนดาวหงส์ตกฟากพอดิบพอดี” 

“ก็นับว่าไม่เลว” มุมปากของฮ่องเต้ถังหมิงจื้อผุดยิ้มขึ้น นัยน์ตาคู่นั้นกำลังฉายแววความคิดที่ยากจะเดาออกได้ 

“ฝ่าบาททรงคิดจะให้คุณหนูสกุลหลินหมั้นหมายกับหนึ่งในองค์ชายหรือพะยะค่ะ?” จ้าวกงกงทูลถาม 

 “มีสตรีที่เกิดตรงดาวหงส์ตกฟากแต่งเข้าราชวงศ์นับเป็นการดี จะให้ผู้ใดแย่งชิงไปเห็นทีก็คงจะมิได้”  

ความคิดเห็น