ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 3

คำค้น : #ร้อยรัก#ตังเม#ม่านมุก#พี่ธัน#ธันวา#บอส

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.1k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ย. 2563 15:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3
แบบอักษร

 

 

บททีี่ 3 

 

 

 

 

เสียงครืดคราดของมือถือดังที่โต๊ะข้างเตียง ธันวายื่นมือออกจากผ้านวมผืนหนาปาดมือไปมาอย่างสะเปะสะปะหามือถือบนโต๊ะ 

" ธันวาครับ " ธันวากรอกเสียงแหบพร่าลงไป  

" บอสคะ! บอสอยู่ไหนแล้ว นี่มันใกล้ได้เวลานัดลูกค้าแล้วนะคะ " อรุณรุ่งเลขาประจำตัวธันวา เรืองกิจเกษมแหวใส่คนเป็นนายที่ไม่รู้ไปอยู่ไหน ทั้งๆที่อีกสิบห้านาทีกำลังจะถึงเวลานัดคุยกับลูกค้าอยู่แล้ว  

" สิบห้านาที " ธันวาทวนพลางมองนาฬิกาข้อมือตัวเอง " ผมยังอยู่คอนโดเลยครับ คงไปไม่ทันแน่ให้อาร์มหรือจินดาไปแทนได้มั้ยครับ " น้ำเสียงเรื่อยๆเขาหันไปยิ้มให้กับผู้หญิงที่มุดออกมาจากใต้ผ้าห่มในสภาพกระโจมอก เขาแตะนิ้วที่ปากไม่ให้เธอส่งเสียงอีกฝ่ายยิ้มกริ่มแกล้งจูบธันวาที่แก้มมือเรียวบางลูบไล้ลงบนหน้าอกแกร่งของเขา 

" แล้วตอนนี้บอสทำอะไรอยู่คะ ทำไมถึงจะมาไม่ทัน ร้านกาแฟที่นัดลูกค้าไว้อยู่ห่างจากคอนโดของบอสไม่ถึงสิบนาที ถ้าบอสไม่ติดอะไรบอสควรจะไปนะคะ " อรุณรุ่งพูด " ลูกค้ารายนี้สำคัญถึงจะไม่ใช่โปรเจคใหญ่แต่พวกเขาก็อยากให้บอสช่วยสร้างบ้านให้พวกเขา "  

ธันวาคว้ามือเรียวบางที่กำลังซุกซนเคลื่อนตัวลงต่ำ " ครับ ผมทราบดี แต่จินดาก็ทำแทนผมได้นะครับ ถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้รุ่นน้องได้งานด้วยไงครับ คุณอุ่น " ธันวากัดปากแน่นไม่ให้เสียงครางของเขาดังหลุดออกมาเมื่อริมฝีปากสีสวยกำลังดึงเม้มซอกคอของเขาอยู่ " ตอนนี้แค่นี้ก่อนนะครับ คุณอุ่น " ธันวากดตัดสายทิ้งก่อนจะจับร่างบางนั่นกดลงไปกับเตียง 

" ไอ้คุณบอสมันว่ายังไงครับ คุณอุ่น " อาร์มถาม อรุณรุ่งถอนหายใจ อาร์มกัดฟันกรอดก่อนกดมือถือ " จินดาไม่ต้องเข้าออฟฟิส ไปที่ร้านกาแฟเคฟวันที ลูกค้ารออยู่ "  

" ฝากคุณอุ่นดูหน่อยนะครับว่าไอ้คุณบอสที่รักเข้าออฟฟิสเมื่อไรเรียกผมที " อาร์มเข่นเขี้ยวใส่ ก่อนจะเดินกลับโต๊ะตัวเองไปทำงานต่อ อรุณรุ่งได้แต่ถอนหายใจอีกเฮือกตามหลังแล้วส่ายหัวกับการทำงานของธันวาบอสใหญ่แห่งมายคอน  

ธันวา เรืองกิจเกษม หลังจากกลับมาจากเรียนต่อที่อเมริกาด้วยความที่เป็นคนทำงานเก่งเขาก็สามารถสร้างชื่อให้กับตัวเองได้ในระยะเวลาอันสั้น ก่อนจะก่อตั้งบริษัทของตัวเองและมีทีมสถาปนิกเป็นของตัวเอง พวกเขารับงานทั้งเล็กและใหญ่จนพอจะมีชื่อเสียงให้ได้งานที่สร้างรายได้ให้กับบริษัทอยู่ไม่น้อย แต่เพราะเป็นคนเอาแต่ใจและรักสนุกเลยทำให้บางครั้งเขามีปัญหากับลูกค้าจนต้องอาศัยอาร์มเพื่อนสมัยเรียนมหาลัยเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยให้ 

" หายหัวไปไหนมาครับ คุณเพื่อน " อาร์มถามทันทีที่ธันวาเข้าออฟฟิสมาในช่วงบ่าย ธันวาถอดแจ็คเกตออกแล้วโยนลงบนโซฟาในห้องทำงานตัวเอง จากนั้นเขาก็ทิ้งตัวเองลงนั่งเก้าอี้เอนหลังพิงไปกับพนักด้านหลัง " นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วครับ ถึงเข้าออฟฟิสมาป่านนี้ แล้วแกอ่ะรู้ตัวหรือเปล่าว่าเมื่อเช้าเราเกือบเสียลูกค้าสำคัญไปน่ะ ไอ้ธัน " 

" จะบ่นทำไมครับ เพื่อนอาร์ม ผมก็เข้าออฟฟิสมาแล้วนี่ไง " ธันวาพูดน้ำเสียงเรื่อยๆ " เมื่อคืนฉันปาร์ตี้กับลูกค้าหนักไปหน่อยน่ะก็เลยตื่นสาย -- ก่อนเข้าออฟฟิสฉันเข้าไปดูโครงการที่กาดหลวงของเมสมาน่ะ -- ส่วนเรื่องลูกค้าเมื่อเช้าน่ะไม่จำเป็นต้องถึงฉันก็ได้นิหว่าจินดาก็ทำได้ " 

" เออ! ทำได้ " อาร์มคำรามใส่เพื่อน " แต่แกรู้มั้ยว่าลูกค้าพูดอะไรกับจินดา " 

" พูดอะไร!? " 

" พูดว่าถ้าแกไม่สะดวกที่จะทำให้เขา ก็ไม่ต้องส่งใครมารับหน้า! " อาร์มตอบ " แก! ไอ้ธัน นั่นน่ะคุณชาติกับคุณมณีเจ้าของร้านทับทิมที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่เลยนะ " 

" ฉันรู้เว้ยแต่ตอนนี้อ่ะ เรารับโปรเจคของเมสมาอยู่ อาทิตย์หน้าก็กำลังจะได้โปรเจคนอตส์ของมหากิจเอสเตทซึ่งฉันจะให้แกเป็นคนคุมโปรเจคนี้ แล้วฉันต้องไปคุมโปรเจคกาดหลวงฉันไม่อยากรับงานซ้ำซ้อนกัน งานของคุณชาติต้องใช้เวลาไม่ใช่ทำลวกๆแล้วจบ เครดิตบริษัทก็เสียเปล่าว่ะ อาร์ม "  

อาร์มไม่มีท่าเถียงกับเหตุผลของธันวา ใช่ ตอนนี้บริษัทเล็กๆของธันวากำลังเติบโตไปในทิศทางที่ดีพวกเขารับงานใหญ่มาถึงสองงาน และตอนนี้สถาปนิกในบริษัทก็มีแค่ไม่กี่คนที่จะช่วยดูแล " แล้วไอ้ตำแหน่งที่แกเปิดรับสมัครอ่ะมีคนมาสมัครหรือสัมภาษณ์บ้างยัง "  

" คุณอุ่นครับเชิญห้องผมด้วยครับ " ธันวากดโทรศัพท์หาอรุณรุ่ง แค่ไม่กี่นาทีเธอก็เดินเข้ามาในห้อง " เรื่องตำแหน่งที่ผมให้คุณอุ่นช่วยลงโฆษณาไปตอนนี้เป็นยังไงบ้างครับ "  

อรุณรุ่งสาวใหญ่ตำแหน่งเลขาพ่วงด้วยผู้จัดการฝ่ายบุคคลอีกตำแหน่งส่งแฟ้มเอกสารสามสี่แฟ้มให้ธันวา " นี่เป็นแฟ้มรายชื่อของคนที่สนใจค่ะ บอส อุ่นทำแฟ้มประวัติของแต่ละคนมาให้บอสดูน่ะค่ะ ถ้าบอสอยากเรียกสัมภาษณ์อุ่นจัดการได้ทันทีค่ะ "  

ธันวาพยักหน้ารับหงึกหงัก สายตามองแฟ้มประวัติของแต่ละคน " มีใครน่าสนใจมั้ย " อาร์มถาม ธันวาส่งแฟ้มเอกสารทั้งหมดคืนให้อรุณรุ่ง  

" เรียกมาสัมภาษณ์ทั้งสี่คนนี้เลยครับ คุณอุ่นจัดการนัดวันสัมภาษณ์ได้เลยนะครับ "  

" ได้ค่ะ บอส " อรุณรุ่งรับคำแล้วเดินออกจากห้องไป 

" ทีนี้ก็จบปัญหาเรื่องสถาปนิกไม่พอแล้วใช่มั้ยครับ คุณเพื่อนอาร์ม " ธันวาทำเสียงล้อเลียน อาร์มกระตุกยิ้ม 

" เออ แกมันเก่งเอาตัวรอดได้ ไอ้ธัน -- กลับไปทำงานต่อล่ะ ได้ด่าแกแล้วค่อยสบายใจหน่อย " อาร์มว่า " อ่อ แล้วนี่เย็นนี้ไม่ไปจริงเหรอว่ะ เพื่อนนัดสังสรรค์กันทั้งที "  

" ไม่ได้ว่ะ รับปากคุณน้าบุหลันไปแล้ว เอาไว้คราวหน้าแล้วกัน " 

อาร์มพยักหน้ารับเพราะรู้ดีเพื่อนคนนี้ของเขารักและเคารพแม่เลี้ยงคนนี้ของตัวเองมาก เท่าที่อาร์มรู้ธันวากำพร้าแม่ตั้งแต่ตอนเขาอายุสองขวบก็ได้คุณน้าบุหลันคอยช่วยเลี้ยงมาตั้งแต่ตอนนั้น เวลาที่เป็นเรื่องของคุณน้าบุหลันธันวาจะไม่ปฏิเสธเลยสักครั้ง 

 

  

 

************* 

 

 

 

" ครับ คุณน้า -- ผมกำลังจะถึงแล้วครับ "  

ธันวาพูดระหว่างที่ขับรถไปด้วย เขาชะลอความเร็วของรถลงเมื่อเลี้ยวเข้ามาในลานจอดรถของอพาร์ทเม้นท์หลังเก่าที่ไม่ว่าจะกี่ปีมันก็ยังคงสภาพความเก่าของมันอยู่ได้  

" ได้ครับ เสร็จแล้ว ผมก็กลับบ้านเลยครับ "  

    --- 

" ครับ สวัสดีครับ " 

ธันวากดปิดปุ่มเชื่อมต่อมือถือบนแผงคอนโซลรถ แล้วจัดการดับเครื่องยนต์หยิบมือถือและกระเป๋าเงินลงจากรถสปอร์ตที่ได้มาจากน้ำพักนำ้แรงตัวเอง ธันวาตรวจสอบจนแน่ใจแล้วว่าตัวเองล็อครถเรียบร้อยแล้ว เขาก็เดินเท้าเข้าไปในซอยที่คุ้นเคยมานานถึงแม้ช่วงสองสามปีหลังมานี้เขาจะไม่ค่อยได้มาเพราะหลังจากเรียนจบเขาก็ไปเรียนต่อที่อเมริกาสองปีก่อนจะกลับมาทำงานและตั้งบริษัทเป็นของตัวเองจึงแทบจะไม่มีเวลามาที่นี่เลย ธันวาเดินหลบแก๊งจักรยานเด็กที่ปั่นกันมาตามซอยแคบๆ เสียงบีบแตรรถมอเตอร์ไซค์ดังไล่หลังให้เด็กๆหลบพ้นทาง 

ชุมชนบ้านริมแม่น้ำที่เขาคุ้นเคยตั้งแต่ยังเด็กยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ธันวาเดินผ่านบ้านมายที่ตอนนี้กลายเป็นบ้านของใครแล้วก็ไม่รู้ เพราะเจ้าของบ้านหลังนี้ย้ายไปอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรหลังโตในกรุงเทพไปแล้ว พอคิดถึงตรงนี้เขาก็ไม่รู้ว่ายัยเด็กหน้าจืดคนนั้นจะยังรู้สึกเศร้าอยู่มั้ยกับข่าวการแต่งงานของมายและคิม 

ธันวาสะบัดหัวไล่ความคิดที่ผุดขึ้นมาในหัวออกไปก่อนจะกดกริ่งหน้าบ้านของแม่จุกแม่ค้าขนมไทยอร่อยเลิศใครๆก็รู้ อยู่สองทีเขาก็มองเห็นการเคลื่อนไหวภายในตัวบ้าน แม่จุกผู้หญิงร่างท้วม สีหน้ายิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดีรีบเดินลงจากบันไดมาเปิดประตูให้ 

" สวัสดีครับ แม่จุก สบายดีมั้ยครับ " ธันวายกมือไหว้ทักทาย 

" สวัสดีค่ะ คุณธัน -- ตายจริง ไม่เจอกันนานเลยนะคะ เป็นหนุ่มรูปหล่อเชียว " แม่จุกทักทายกลับอย่างอารมณ์ดี " เชิญเข้ามาข้างในก่อนเลยค่ะ ขนมยังเหลือกลีบลำดวนกับวุ้นกรอบค่ะ ใกล้จะเสร็จแล้วล่ะค่ะ "  

" ขอบคุณครับ แม่จุก " ธันวาเดินตามแม่จุกเข้าไปในบ้านไม้สองชั้นริมน้ำ เอาเข้าจริงๆเขาชอบบรรยากาศของที่นี่มากไม่ว่าจะมากี่ครั้งมันก็อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของขนม อากาศที่เย็นสบาย และความรู้สึกปลอดโปร่งเหมือนได้กลับบ้านของตัวเอง  

" สวัสดีครับ พ่อแป้น " ธันวายกมือไหว้พ่อแป้นสามีของแม่จุก เขาส่งยิ้มกว้างและส่งเสียงทักอย่างอารมณ์ดีจนธันวาอดสงสัยไม่ได้ว่าจะมีอะไรบ้างมั้ยที่ทำให้พ่อแป้นกับแม่จุกโกรธ  

" ไม่เจอกันนานโตเป็นหนุ่มรูปหล่อเชียวครับ " 

" เมื่อก่อนผมก็ว่าผมหล่อนะครับ พ่อแป้น " ธันวายอตัวเองยิ้มๆ จนพ่อแป้นแม่จุกหัวเราะออกมาเบาๆด้วยความเอ็นดูกับความขี้เล่นของธันวา 

" น้ำค่ะ คุณธัน " แม่จุกยกน้ำมะตูมให้ เขารับมาแล้วบอกขอบคุณ  

" ข้าวตูไม่อยู่เหรอครับ " ธันวาถามกวาดสายตามองไปรอบบ้านที่เงียบสงบ 

" ไปเที่ยวกับเพื่อนที่ปายค่ะ ส่วนตังเมกำลังหยอดหน้าตะโก้ที่หลังบ้านค่ะ " 

" อ่อครับ " ธันวาขานรับ ตอนนั้นเองที่คนถูกพูดถึงเดินเข้ามาพร้อมกับถาดตะโก้ 

" พ่อขา ตะโก้หยอดเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ ให้ตังเมเอากลีบลำดวนใส่ถุงเตรียมให้คุณน้าบุหลันเลยมั้ยคะ -- " ตังเมถามยาวยืดกับพ่อแป้นแต่เงียบทันทีเมื่อเห็นธันวานั่งอยู่ด้วย " พี่ธัน " ตังเมยกมือไหว้ทั้งๆที่ยังถือถาดตะโก้อยู่เลยเหมือนกับว่าเธอกำลังไหว้เจ้า ธันวาคิดพลางพ่นลมฮึใส่ยัยเด็กหน้าจืดในอดีตที่วันนี้กลายเป็นหญิงสาวที่หน้าตาก็งั้นๆ ผมม้าของเธอถูกมัดขึ้นเป็นจุกอยู่บนหัวเผยให้เห็นดวงหน้าชัดเจน ส่วนแว่นกลมนั่นก็ยังอยู่บนหน้าเห็นแล้วขัดลูกหูลูกตาชะมัดเลย 

" งั้นตังเมเอาขนมกลีบลำดวนใส่ถุงให้คุณธันได้เลยจ้ะ เดี๋ยวแม่เอาวุ้นกรอบใส่ถุงเอง " 

" ค่ะ แม่ " ตังเมรับแล้วเดินหลบตาธันวาไปอีกทางรีบวางถาดตะโก้แล้วรีบเอาจุกบนหัวตัวเองออกด้วยแล้วปัดผมหน้าม้าของเธอปิดหน้าผากตัวเองตามเดิม บ้าจัง มาเห็นตอนนี้จนได้ ตังเมก้มหน้างุดรีบเอากลีบลำดวนใส่ถุง 

" ไม่ต้องรีบใส่ขนาดนั้นหรอก เดี๋ยวขนมก็แตกหมดกันพอดี " ตังเมหันขวับไปตามเสียงที่มาทางด้านหลัง เธอเงยหน้ามองธันวาที่ยืนเอามือล้วงกระเป๋าเสียงพูดของเขาดังพอแค่ให้ได้ยินแค่เธอกับเขา ธันวายิ้มดุพลางย่อตัวลงนั่งบนส้นเท้าตัวเอง " ฉันเอาไปใส่บาตรพระนะ ถ้าเธอทำขนมไม่สวยเดี๋ยวชาติหน้าก็ไม่สวยหรอก " 

ตังเมเม้มปากแน่นจ้องคนตรงหน้า ไม่เจอหน้ากันนานหลายปี ธันวา เรืองกิจเกษมก็ยังร้ายกาจกับเธอ " รู้แล้วค่ะตังเมจะระวัง " พูดแค่นั้นเธอก็เบือนหน้าหนี ตังเมไม่รู้ว่าเป็นเพราะการกลับมาเจอกันในช่วงหลายปีนี้หรือเป็นเพราะธันวาที่โตขึ้นเป็นหนุ่มวัยยี่สิบหกปีที่ดูมีแรงดึงดูดนี้กันแน่ที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรง 

" ก็ดี " ธันวาแค่นเสียงใส่ เขาลุกขึ้นยืนกลับไปนั่งที่เดิมของตัวเอง ไม่นานขนมก็พร้อมให้ธันวาเอากลับบ้าน 

" ตังเมช่วยคุณธันถือหน่อยนะลูก " แม่จุกว่าพลางส่งถุงกระดาษที่ใส่กล่องขนมทองหยิบทองหยอดเอาไว้ 

" ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมถือไปเอง " ธันวาว่ายื่นมือข้างที่พอยังถือได้ออกมาอย่างทุลักทุเล  

" ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวตังเมช่วยถือเอง " ตังเมรับถุงกระดาษมาจากแม่ " พี่ธันถือไม่ไหวหรอกค่ะ ขืนถือไปเอง ขนมที่พ่อกับแม่อุตส่าห์ทำก็เละกันพอดี " พูดจบก็เดินนำออกไป ธันวาผงกหัวเป็นเชิงแล้วเดินตามตังเมออกไป 

" เธอเอามาให้ฉันถือก็ได้ จะได้ไม่ต้องลำบากใจที่จะต้องออกมากับฉัน "  

" ไม่ได้ลำบากใจเลยค่ะ มันเป็นหน้าที่ของตังเมอยู่แล้ว " ตังเมว่า จู่ๆเธอก็หยุดเดินเมื่อใครคนนึงยืนอยู่ที่หน้าบ้านเก่าของมาย ธันวามองตามสายตาของตังเมเห็นชายสูงวัยกับหญิงสูงวัยกำลังไขกุญแจหน้าบ้านอยู่ 

" สวัสดีค่ะ คุณลุงคุณป้า " ตังเมเดินเข้าไปยกมือไหว้ทักทายพลางส่งยิ้มให้ทั้งคู่  

" เอ้า หนูตังเม -- สวัสดีจ้ะ " หญิงสูงวัยยิ้มให้ เธอมองมาที่ธันวา เขายกมือไหว้อย่างทุลักทุเล " ไปส่งขนมเหรอจ๊ะ"  

" ค่ะ -- พึ่งกลับมาจากธุระข้างนอกเหรอคะ "  

" ใช่ๆ ไปมาตั้งหลายที่ กลับถึงบ้านเสียที " ครั้งนี้ชายสูงวัยเป็นคนตอบแทน  

" ถ้างั้นเดี๋ยวหนูส่งขนมเสร็จแล้ว จะแวะมาคุยด้วยนะคะ "  

ทั้งสองพยักหน้ารับ แล้วปล่อยให้ตังเมเดินมากับธันวา " เจ้าของบ้านใหม่ไอ้มายเหรอ " ตังเมพยักหน้ารับเงียบๆ  

" คุณลุงบุญกับคุณป้านิดเป็นข้าราชการเกษียณน่ะค่ะ มาซื้อบ้านพี่มายเพราะอยากใช้ชีวิตเกษียณในที่ๆสงบๆ "  

" เหรอ " ธันวาทำน้ำเสียงเรื่อยๆ " ทำไมไม่ไปงานแต่งไอ้มาย " ตังเมหันไปมองคนถาม 

" ไม่อยากไปนิคะ -- ตังเมคิดว่าถ้าไปแล้วต้องเจอกับพี่มาย ตังเมไม่แน่ใจว่าตัวเองจะรับได้กับภาพที่เห็นหรือเปล่า" 

ธันวาทำเสียงฮึ " รับไม่ได้หรอก " ตังเมถลึงตาใส่คนพูด " เพราะสองคนนั้นรักกันมาก หวานกันมาก เธอไปเห็นคงได้ร้องไห้ขี้มูกโป่ง อายขายขี้หน้าคนในงานแย่ "  

" พี่ธัน! " ตังเมร้อง " ไม่เห็นต้องพูดถึงขนาดนั้นเลย ตังเมเองก็ตัดใจจากพี่มายไปแล้ว แต่แค่คิดว่าถ้าตัวเองไปเจอพี่มายที่กำลังมีความสุขอยู่กับพี่คิม ตังเมก็กลัวว่าสิ่งที่ตัวเองพยายามมาตลอดจะพังน่ะค่ะ " ตังเมรีบยกหลังมือเช็ดน้ำตาที่เริ่มร่วงเผาะลงมา  

" ขี้แยชะมัดเลย ยัยตังเมเหนียวแน่นหนึบ " ธันวาเข่นเขี้ยวใส่ " เอาถือ! " เขาส่งถุงใส่ขนมของตัวเองให้ตังเมถือเธอรับไปถืออย่างงงๆดวงตาเปื้อนน้ำมองธันวาที่กำลังแกะห่อลูกอมออก " อ้าปาก! " เขาสั่งเธอ 

" พี่ธันจะทำอะไรคะ " ตังเมถอยหลังได้แค่ก้าวเดียว ธันวาก็ก้าวเข้ามาถึงตัวเธอคว้าหมับเข้าที่แก้มของเธอแล้วบีบเบาๆ " พี่ธัน! " ตังเมร้องได้คำเดียวก็ถูกธันวายัดลูกอมใส่ปากโดยไม่ทันได้ขัดขืน ทันทีที่ลิ้นแตะสัมผัสกับลูกอมความเปรี้ยวของมันก็แผ่ซ่านกระจายไปทั่วปากของตังเม 

" ฮือ เปรี้ยวอ่ะ พี่ธัน " ตังเมหลับตาปี๋ทำท่าจะบ้วนทิ้ง แต่ธันวากลับปิดปากเธอไว้ไม่ให้เธอบ้วนออก เพราะต้องถือของเต็มมือเธอเลยได้แค่ร้องอู้อี้ ธันวาเห็นอาการของตังเมก็หัวเราะออกมาเบาๆ แล้วพูด  

" เปรี้ยวแค่เดี๋ยวเดียวเท่านั้นแหละ "  

จริงอย่างที่ธันวารสเปรี้ยวของลูกอมกำลังเปลี่ยนเป็นรสหวานราวกับเสกมนตร์ " หวานแล้วใช่มั้ย " ธันวาถามตังเมพยักหน้า เขาถึงปล่อยมือออก  

" มันเปลี่ยนรสได้จริงๆด้วยค่ะ พี่ธัน " ตังเมร้องตื่นเต้น ดวงตาเป็นประกายกำลังสนุกกับการอมลูกอมจนแก้มป่อง 

" ขนมหลอกเด็กไม่เคยกินล่ะสิ " ธันวาว่าพลางเข้าไปรับถุงขนมมาจากมือของตังเม ปลายนิ้วแตะสัมผัสกับปลายนิ้วของเธอ ตังเมหันมาส่ายหน้าให้เขา สองสายตาประสานกันอย่างไม่ตั้งใจ " ความรู้สึกของเธอตอนนี้ก็เหมือนกับลูกอมที่กินไปนั่นแหละ " พูดจบธันวาก็เปิดประตูรถเอาถุงขนมวางไว้ที่เบาะข้างคนขับ 

" ขอบใจที่ช่วยถือขนมให้ ไปล่ะ ยัยตังเมเหนียวแน่นหนึบ " ธันวาทำหน้าหลอกใส่ก่อนจะขึ้นประจำที่นั่งคนขับแล้วขับรถออกไป ตังเมได้แต่ยืนมองส่งรถสปอร์ตของธันวาไปจนลับสายตา เธอยกมือขึ้นประคองแก้มตัวเองที่กำลังร้อนผ่าว รู้สึกว่ารสชาติของลูกอมหวานกว่าเดิม 

 

 

************* 

 

     

" อะไรกันคะ พี่ธัน มานั่งยิ้มอยู่คนเดียวตรงนี้ " มิถุนา เรืองกิจเกษม ลูกสาวคนเล็กของบ้านเรืองกิจเกษมออกปากแซวพี่ชายคนกลางของตัวเอง " มีเรื่องอะไรดีๆหรือไง " เธอวางข้าวเกรียบปากหม้อลงบนโต๊ะ 

" ไม่เชิง แล้วนี่อะไรของแก ยัยมิน " เขาถามมองข้าวเกรียบปากหม้อรูปร่างหน้าตาพิลึก ไม่เหมือนกับที่คุณน้าบุหลันทำเลยสักนิด บางชิ้นใหญ่บ้างเล็กบ้าง แถมแผ่นแป้งยุ่ยห่อไส้ไม่มิด สรุปโดยรวมทั้งหมดแล้วข้าวเกรียบปากหม้อจานนี้ดูน่าสังเวชใจมากกว่าน่ากินเสียอีก " แกทำเองเหรอ "  

" ใช่ค่ะ พี่ธัน ชิมดูสิ อร่อยนะ " มิถุนาจิ้มชิ้นข้าวเกรียบปากหม้อขึ้นมาส่งให้ธันวา เขาส่ายหน้าหนี  

" ไม่เอาอ่ะ กินเข้าไปจะตายหรือเปล่าก็ไม่รู้ -- เอาไปให้พี่สิงห์กินเลย "  

" ฉันกินจนจะกินแทนข้าวได้อยู่แล้ว ไอ้ธัน " สิงหาเดินเข้ามาพร้อมกระป๋องเบียร์สองกระป๋อง กระป๋องหนึ่งส่งให้ธันวา " เพราะงั้นแกช่วยกินเลย "  

" ใช่ แล้วพี่สิงห์ก็ไม่ตาย เห็นมั้ย พี่ธัน -- กินดู เห็นหน้าตาไม่น่ากินแบบนี้ อร่อยจริงๆ นะ " มิถุนาคะยั้นคะยอให้พี่ชายคนกลางของเธอกิน ธันวาทำหน้าไม่เชื่อ ข้าวเกรียบปากหม้อเละตุ้มเปะขนาดนี้จะอร่อยได้ยังไง 

" กินไปเหอะ ไอ้ธัน มันก็อร่อยจริงๆนั่นแหละ แค่หน้าตามันไม่น่ากินเท่านั้นเอง " สิงหาพยักเพยิดให้น้องชายยอมน้องสาวคนเล็กไป ธันวามองตาขุ่นใส่น้องสาวก่อนยอมให้น้องสาวป้อนข้าวเกรียบปากหม้อตัวที่อ้วนที่สุดเข้าปากธันวากินมันพร้อมกับผักเคียงคนเป็นน้องลุ้นว่าพี่ชายจะพูดว่าอะไร 

ธันวายกกระป๋องเบียร์ที่ได้มาจากสิงหาขึ้นดื่มตาม " เป็นไง พี่ธัน รสชาติอร่อยมั้ย " มิถุนาถามธันวาหันไปมองหน้าสิงหา ก่อนจะหันกลับมาพูดกับน้องสาวตัวเองด้วยสีหน้าจริงจัง 

" เอาจริงๆนะ มิน พี่ว่า -- " ธันวาพยายามไม่ให้ยิ้มออกมา ขณะที่สิงหากลั้นหัวเราะไว้ " พี่ว่าผักเคียงนี่อร่อยกว่าตั้งเยอะ " ธันวารีบลุกออกจากม้านั่งก่อนถูกมิถุนาเอามือฟาดใส่ ทั้งพี่ชายคนโตกับพี่ชายคนกลางพากันหัวเราะลั่นกับความสำเร็จที่แกล้งน้องได้ 

" พี่ธัน! พี่สิงห์! " มิถุนาร้องกรี๊ดใส่ " มินจะฟ้องคุณน้า ฟ้องคุณพ่อด้วย! " ว่าแล้วคนเป็นน้องสาวคนเล็กก็เดินงอนตุ๊บป่องเข้าบ้านไป  

" พี่สิงห์ระวังจะโดนคุณน้าดุเอานะ ว่าไปแกล้งยัยมินน่ะ " ธันวาว่าพลางยกเบียร์ขึ้นดื่มอีก 

 " ใช่ฉันคนเดียวที่ไหน แกเองก็รวมหัวแกล้งน้องด้วย จะโดนก็โดนด้วยกันทั้งคู่นั่นแหละ " สิงหานั่งลงคุยกับน้องชายคนกลางที่ตั้งแต่มีบริษัทเป็นของตัวเองก็กลับบ้านน้อยลง จากที่เคยกลับบ้านไร่ได้เสาร์อาทิตย์ตอนนี้ก็เป็นเฉพาะวันสำคัญจริงๆที่ธันวาจะกลับมาบ้านไร่เรืองกิจเกษม " ที่บริษัทเป็นไงบ้าง " สิงหาถาม 

" ดีครับ กำลังไปได้สวย -- อาทิตย์หน้าถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็จะได้โปรเจคนอตต์ของมหากิจเอสเตทมาครับ คงต้องลุยงานหนักกันยาวๆเลย " ธันวาตอบ " แล้วพี่สิงห์ล่ะครับ งานในไร่หนักหรือเปล่าครับ โทษทีนะ พี่ ที่ผมไม่ได้ช่วยงานในไร่เลย " ธันวาออกตัวขอโทษพี่ชายคนโตของเขา งานไร่เรืองกิจเกษมไม่ใช่สิ่งที่ตัวเขาอยากจะทำ เขาชอบการเป็นสถาปนิกมากกว่าเป็นนายของไร่เรืองกิจเกษมเสียอีก 

" ก็ยุ่งดี พรุ่งนี้เช้าก็เตรียมเก็บส้มแล้วล่ะ กาแฟเองก็กำลังไปได้สวย ไม่ต้องขอโทษเลยนะ ไอ้ธัน แกเองก็ทำงานของตัวเองไป ส่วนฉันก็ทำงานของฉันแค่นั้นเอง "  

ธันวาพยักหน้ารับกับพี่ชาย " อ่อ จริงสิ! พี่สิงห์ เห็นนายเหมยมาเล่าให้ฟังด้วยว่าวันนี้พี่ติณมาที่ไร่ของเราเหรอครับ "  

" ใช่ " สิงหาตอบเสียงหนัก สีหน้าไม่ชอบใจเหตุการณ์เมื่อช่วงบ่ายเขายังจำได้ดีอยู่เลย " มันมาพาหลานกลับบ้านน่ะ "  

" หือ หลานเหรอครับ -- ใคร " ธันวาถาม " ลูกบุญธรรมของลูกพี่ลูกน้องของพี่ติณนั่นน่ะเหรอครับ "  

สิงหาพยักหน้า " ยัยนั่นมุดรั้วที่กั้นไว้ท้ายไร่เข้ามาในไร่เราน่ะ พอดีตอนนั้นฉันกับนายเหมยไปตามจับคนที่แอบสูบฝิ่น มีปัญหากันนิดหน่อยแล้วไอ้ติณมันก็กระโดดข้ามรั้วมาพาหลานกลับไป "  

" โห พี่ติณ ท่าทางจะหวงมากเลยนะครับ -- สวยมั้ย น่ารักหรือเปล่าพี่สิงห์ " 

สิงหามองน้องชายจอมเจ้าชู้ของตัวเอง " ก็สวยน่ารักดี แต่ท่าทางแก่นเซี้ยวน่าดู มุดช่องหมารอดมาฝั่งบ้านเราเพื่อช่วยลูกหมาที่ขาติดกับลวดดัดน่ะ -- แต่ขอเตือนว่าอย่าไปคิดจีบให้ยากเลย ไอ้ติณจะเอาลูกปืนให้แกกินซะก่อน " 

" ว้า แบบนี้ก็อดที่จะทำให้พี่กับพี่ติณมาคืนดีกันน่ะซิ " 

" ไม่ต้องยุ่งเลย ไอ้ธัน โดนเท้าไอ้ติณมาไม่ช่วยหรอกนะ " 

ธันวายิ้มฮึกับคำพูดพี่ชาย  

 

 

*************************** 

สวัสดีค่า รี้ด  

สำหรับใครที่กำลังรอคู่นี้อยู่ ไรท์มาอัพให้แล้วนะคะ มาช่วยกันเป็นกำลังใจให้พวกเขากันนะคะ จุ๊ฟๆ 

ขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกคอมเม้น และทุกการติดตามนะคะ 

แล้วเจอกันค่า 

 

       

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว