ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 5 : ประโยคเดิมๆ (จบบริบูรณ์)

ชื่อตอน : บทที่ 5 : ประโยคเดิมๆ (จบบริบูรณ์)

คำค้น : ย้อนยุค , สงคราม , กรุงศรี , วิทยาศาสตร์

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 141

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.ย. 2563 23:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 : ประโยคเดิมๆ (จบบริบูรณ์)
แบบอักษร

ฤดูฝนใกล้เข้ามาแล้ว ผมรู้ล่วงหน้าได้ด้วยการใช้บารอมิเตอร์วัดความดันอากาศ จึงได้ออกคำสั่งให้คนของผมเตรียมปลูกฝีให้แก่กันเพื่อป้องกันเอาไว้ เพราะเมื่อไหร่ที่ฝนห่าพัดมา เชื้ออหิวากับไข้ทรพิษก็จะกลับมาระบาดอีกหน! เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องใช้วิทยาศาสตร์ แต่แค่ศึกษาประวัติศาสตร์นิดหน่อยก็น่าจะรู้... ชาวอยุธยาหนีจากโรคระบาดมาหลายครั้งหลายครา หลังจากที่ผ่านไปเพียง 4 สัปดาห์ แล้วมีคนตายสูงถึง 20,000 ศพ ความจริงก็คือ! เราหนีโรคภัยไข้เจ็บไปไม่พ้นหรอกครับ แต่เราเอาชนะมันได้ด้วยการปลูกฝีหรือไม่ก็ฉีดวัคซีน 

. 

"วัคซีน" คือวิทยาศาสตร์ขั้นสูง ที่ใช้เชื้อฆ่าเชื้อแบบหนามยอกเอาหนามบ่ง คิดเหรอครับว่าคนโบราณพวกนั้นจะรู้วิธีการทำเชื้อโรคให้อ่อนฤทธิ์ลง แล้วฉีดกลับเข้าร่างกายเพื่อให้ร่างกายกระตุ้นแอนติบอดี้...! 

. 

“ไม่มีทางซะหรอก! เพราะงั้นผมถึงได้เลือกวิธีนี้ไง โปรดอย่ากลัวไปเลยว่าเรื่องราวมันจะวนลูป การใช้หอกใช้ดาบก่อสงครามระหว่างกันจะไม่มีทางเกิดขึ้น เพราะว่าผมเป็นนักวิทยาศาสตร์ ผมไม่ใช่นักรบ องค์ความรู้ของผมจะกวาดล้างพวกเขาทิ้งอย่างสิ้นซาก! โดยที่ไม่ต้องออกแรงเลยด้วยซ้ำ!!!” 

. 

. 

พิรุณพิษโปรยลงสู่พื้นดินอีกหนึ่งคำรบตามที่คาด น้ำในแม่น้ำไหลหลากคดเคี้ยวมาตามทางโดยไม่มีใครรู้ว่ามันเต็มไปด้วยเชื้อโรค พวกชาวเมืองทั้งหลายไม่มีใครเอะใจเลยสักคน ท้ายที่สุดก็มีอันต้องล้มตายด้วยโรคระบาดเหมือนครั้งเก่าก่อน ตรงกันข้ามกับคนของผม! พวกเรามีระบบสุขาภิบาลที่ยอดเยี่ยม แถมยังมีการป้องกันไว้ก่อนล่วงหน้า จึงไม่มีใครเป็นอะไรเลย ฉะนั้นแล้วทรัพยากรทั้งหลาย พืชสวน , ไร่นา , ที่ดิน , แร่ธาตุ ฯลฯ จึงตกเป็นสมบัติของชาวโลกใหม่แทบทั้งสิ้น  

. 

ผมได้สร้างสถาบันวิจัยขึ้นมาอีกครั้งไว้สำหรับทำงาน ด้วยความเร็วในการวิวัฒนาการระดับนี้ คาดว่าอีกไม่เกิน 10 ปี โลกใบเดิมอันล้ำสมัยกับผู้คนแบบเดิมๆ ที่มีสติปัญญาเฉียบแหลม จะต้องกลับมาได้แน่ๆ เพราะอย่างน้อยการยึดหลักปักฐานที่นี่ได้สำเร็จ ก็เป็นเครื่องการันตีอย่างหนึ่งแล้วว่า พวกเราชาวโลกใหม่ทุกคน มีพัฒนาการมาไกลเกินกว่าจะใช้ดาบใช้โล่ทุบตีกันอย่างป่าเถื่อน...  

. 

ซึ่งไม่จริงเลย...!  

. 

หลังจากผ่านหน้าฝนของปีนั้นได้เพียงไม่นาน ตัวผมเองก็รู้ซึ้งแล้วว่าคิดผิดถนัด! ผมชะล่าใจเกินไป! เหตุการณ์อันเลวร้ายจึงหวนกลับมาเล่นงานซ้ำอีกรอบ ในทางวิทยาศาสตร์เรียกมันว่า “Incomplete dominant” หรือ “การถ่ายทอดยีนลักษณะเด่นที่ไม่สมบูรณ์” กล่าวคือ โดยปกติแล้วการผสมยีนเข้าด้วยกัน ลูกที่ออกมาจะต้องเหมือนกับยีนต้นกำเนิด เช่น หากเราผสมดอกชบาสีแดงเข้ากับดอกชบาสีขาว ลูกที่ออกมาก็ต้องเป็นดอกชบาสีขาวหรือไม่ก็แดงเสมอ จะไม่ผิดเพี้ยนไปจากนั้น! แต่ทว่าในกรณีนี้... มันกลับออกมาเป็น "สีชมพู!"  

. 

นั่นคือในกลุ่มของชาวโลกใหม่ที่ผมสร้างขึ้นจากยีนต้นกำเนิดเดียวกัน กลับมีอยู่จำนวนหนึ่งที่เกิดการกลายพันธุ์ขึ้นซะได้! พวกมันทั้งเก่งกว่า , ฉลาดกว่า , แล้วก็แข็งแรงกว่าพวกผมมาก! แล้วที่ระยำที่สุดก็คือ... ผมคุมมันไม่อยู่! มันไม่ฟังผู้นำอย่างผมเลยแม้แต่น้อย! มิหนำซ้ำยังทะลึ่งไปรวมตัวเข้ากับพวกคนโบราณทั้งหลาย ที่เหลือรอดจากโรคห่าระบาดอีก บรรดาชาวเมืองรุ่นเก๋าจึงใช้ประโยชน์จากตรงนี้รุกฮือขึ้นต่อต้านพวกผม! 

. 

ผลของการรวมตัวเข้ากับขั้วอำนาจเดิม สยามประเทศในเวลานี้จึงมีสภาพไม่ต่างจากขมิ้นกับปูน แบ่งฝักแบ่งฝ่ายแยกกันเป็นสองข้างอย่างชัดเจน และปัจจัยตัวนี้นี่เองที่เป็นปัญหาสำคัญในการพัฒนาโลกตามแผนงานที่ผมวางเอาไว้ ผมจะเอาคนฉลาดและเทคโนโลยีอันล้ำสมัยกลับคืนมาได้อย่างไร ถ้าแค่พื้นที่เล็กๆ ในประเทศไทยผมยังไม่มีปัญญา! โชคร้ายเหลือเกินที่ทุกอย่างลุกลามบานปลายเกินจะควบคุม 

. 

ชาวโลกใหม่ฝ่ายผมต่อสู้กับพวกกลายพันธุ์กันสุดฤทธิ์ ด้วยเทคโนโลยีที่มีอยู่ในมือก็พอจะสู้กันได้อยู่หรอก ทว่ากำลังพลนี่สิที่สู้ไม่ได้! ในเมื่อพวกมันเล่นจับมือเป็นพันธมิตรกันมา แล้วฝ่ายผมจะไปเหลืออะไร! สถาบันวิจัยที่ผมอุตส่าห์สร้างไว้ถูกเผาทำลายยับ พวกมันบุกเข้ามาเข่นฆ่านักวิทยาศาสตร์เพื่อนผมตายกันเกลื่อนกลาด ใช้ทั้งหอกทั้งดาบฟันไม่เลี้ยงอย่างโหดเหี้ยมผิดมนุษย์มะนา ผมได้แต่หนีแล้วก็หนี! วิ่งสุดชีวิตเข้ามาซ่อนในห้องแลป... พลางเปิดเครื่อง “เจเนตริก” เตรียมถ่ายโอนข้อมูลลงในยีน (อีกครั้ง) 

... 

... 

“ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่างานวิจัยของผมจะสร้างปัญหาให้กับโลกมากมายขนาดนี้ ความผิดพลาดของผมเพียงครั้งเดียวทำให้ทุกอย่างพังพินาศ สิ่งมีชีวิตรอบตัว คน, สัตว์, พืช ทุกอย่างวิวัฒนาการถอยหลังอย่างไม่น่าให้อภัย และตอนนี้พวกมันได้บุกมาถึงศูนย์วิจัยแห่งนี้แล้ว! ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตามหากคุณได้รับข้อความนี้... จงหนี! หนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้! เอาชีวิตรอด! เพื่อ....!!!” 

. 

“........!” 

. 

“ซ่าาาาา! ซู่....ซ่าาาาา!!!” 

. 

ประโยคเดิมๆ เหมือนตอนเริ่มเรื่อง พรั่งพรูออกจากปากผม... ผมอับอายเหลือเกินครับที่ต้องบอกพวกคุณตรงๆ ว่า เหตุการณ์ทำนองนี้มันเกิดขึ้นมากกว่าพันครั้งเข้าไปแล้ว!!! 

.  

“ออกญาวิทยาภิเษกอย่างงั้นเหรอ...หึ! ตลกดีชะมัด! ผมจะบอกอะไรให้ ก่อนหน้านี้เจ้ายีนมันเคยเป็น  

“วิทยานาตาโมโตะ” ยากูซ่าแห่งเมืองโตเกียว  

“วิทยามาติส” หัวหน้ากลุ่มติดอาวุธในเซอร์เบีย  

“วิทยาอูเซนฮัดซัน” มหาเศรษฐีประธานกลุ่มโอเปค / หรือแม้กระทั่ง  

“วิทยาทานัสซีอุซ” เทพเจ้ากรีกโบราณมันก็เคยเป็น! " 

. 

ทั้งหมดทั้งปวงทุกสัมมาอาชีพยีนมหัศจรรย์ที่ผมสร้างขึ้นได้ลิ้มลองมาหมดแล้ว ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่า ครั้งนี้มันจะปลิวไปหล่นลงที่ไหน สิ่งที่ผมทำได้ในตอนนี้ ก็แค่ภาวนาให้มันทำสำเร็จอีกสักที ผมจะได้มีโอกาสแก้ตัวใหม่อีกสักครั้ง 

... 

... 

ประตูทางเข้าห้องแลปถูกทุบทำลายจนบุบบี้! ศัตรูคู่ขัดแย้งบุกเข้ามาข้างในได้สำเร็จ!!! โชคดีที่เครื่องเคลื่อนย้ายยีน “เจเนตริก” ติดเครื่องเอาไว้ล่วงหน้า ตัวเครื่องจึงทำการส่งผ่านองค์ความรู้ฝังเข้าไปในยีนของแบคทีเรียเหมือนเดิม ปล่อยลอยออกไปในอากาศเช่นเดิม ทุกอย่างเหมือนเดิมหมดแม้กระทั่งภาพสุดท้ายของตัวผม ชีวิตผมคงต้องจบลงอีกครั้ง เมื่อดาบน้ำพี้โบราณฟันสะพายแล่งเข้าที่กลางลำตัว!  

. 

"ชั๊ววววววว!!!" 

ร่างกายผมขาดสะบั้นนอนจมกองเลือด!  

. 

โทมัส อัลวา เอดิสัน เคยกล่าวไว้ว่า 

“Genius is one percent inspiration and ninety-nine percent perspiration.” 

- อัจฉริยะ คือ แรงบันดาลใจ 1 เปอร์เซ็นต์และหยาดเหงื่ออีก 99 เปอร์เซ็นต์ - 

. 

ไม่มีใครในโลกนี้จะซาบซึ้งกับประโยคนี้ได้เท่ากับผมอีกแล้ว ต่อให้เที่ยวนี้แผนการของผมจะพังเละเทะอีก ผมก็จะทำมันต่อไป...และต่อไปอีกเรื่อยๆ จนเป็นหมื่นเป็นแสนครั้ง ก็จะไม่หยุดหากมันยังไม่สำเร็จ เอดิสันสร้างหลอดไฟขึ้นมาได้อย่างไร ทั้งๆ ที่ในตอนนั้นโลกมนุษย์ยังมีแค่เทียนไขกับกระจกโค้ง...? ก็เพราะว่าเขาเชื่อมั่นว่ามันจะต้องเกิดขึ้นจริงยังไงล่ะ! แล้วเขาก็ได้ใช้วิทยาศาสตร์พิสูจน์ออกมาให้โลกเห็นแล้ว ตราบเท่าทุกวันนี้  

. 

“ถ้าวิทยาศาสตร์ใช้เพื่อพิสูจน์ความจริงได้ฉันใด โลกแบบเดิมที่เคยล้ำสมัยก็ต้องกลับคืนมาได้ด้วยวิทยาศาสต์ฉันนั้น…! ”  

ผมเชื่อ... และผมจะทำให้ดู! 

.  

“ตูมมมมมมม!!!”  

ศูนย์วิจัยระเบิดกึกก้องสั่นสะท้าน!  

.  

เชื้อแบคทีเรียลอยฟุ้งกระจายไปไกล จิตวิญญาณของผมและคนทั้งโลกถูกฝากไว้กับมันอีกครา จะนานแค่ไหนคงไม่เกี่ยวกับเวลา เพราะตำแหน่งที่ยีนจะฝังตัวลงมา น่าจะสำคัญที่สุด  

... 

... 

... 

“ ถ้าได้เป็น “โทมัส วิทยา เอดิสัน” ก็คงดี บางทีเรื่องอาจจะจบเร็วกว่าตอนเป็น ออกญาวิทยาภิเษก”  

. 

----------------------------------- 

. 

***จบ*** 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว