facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 45 โอกาส! มีหรือจะไม่ฉกฉวย

ชื่อตอน : ตอนที่ 45 โอกาส! มีหรือจะไม่ฉกฉวย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 105

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 มี.ค. 2564 19:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 45 โอกาส! มีหรือจะไม่ฉกฉวย
แบบอักษร

“ซี้ดดดดดด...!”  

 

เย่เชียนสูดปากด้วยความเจ็บปวดจากการถูกบีบเอว การแก้แค้นของผู้หญิงคนนี้ค่อนข้างรุนแรง เขาหันไปเผชิญหน้ากับเธอและก็ยิ้มออกมา จากนั้นเขาก็บีบแก้มของฉินหยูเบา ๆ แล้วพูดว่า “คุณนี่มัน... น่ารักที่สุดเลย!”  

 

ฉินหยูคาดไม่ถึงว่าเย่เชียนจะทำเช่นนี้กับเธอ มันยิ่งทำให้พวกเขาทั้งสองดูเหมือนคู่รักที่หยอกเย้ากันอย่างหวานละมุนละไม เหว่ยเฉินหลงกัดฟันด้วยความเกลียดชังและอิจฉาริษยา เขาไม่สามารถทนดูพวกเขาทั้งสองได้อีกต่อไป มิฉะนั้นเขาอาจจะโกรธจัดจนหัวใจวายตาย 

 

“ฉินหยู... งั้นผมขอตัวก่อนนะ อย่าลืมไปงานราตรีสุดสัปดาห์นี้ล่ะ” หลังจากเหว่ยเฉินหลงพูดเช่นนี้ เขาก็จากไป 

 

“นี่...! ปล่อยได้แล้ว!” ฉินหยูพูดพลางสะบัดไหล่ หลังจากที่เหว่ยเฉินหลงออกไปจากห้อง 

 

เย่เชียนหัวเราะเบา ๆ และยอมปล่อยมือออกจากไหล่ของเธอแต่โดยดี แต่เขาก็พูดอย่างเศร้าใจว่า “นี่... คุณทำลายสะพานเชื่อมระหว่างเรา... คุณทำร้ายหัวใจผมมากเลยนะ”  

 

ฉินหยูจ้องมองเย่เชียนและพูดว่า “อย่ามาทำเป็นพูดดี นายกล้าดียังไงมาหยิกแก้มฉันห๊ะ ?!”  

 

“ก็คุณบีบเอวผมก่อนนี่นา แหม... มีเหตุผลหน่อยสิคุณ” เย่เชียนพูดอย่างใสสื่อ 

 

“แล้วใครใช้ให้แตะตัวฉันกันล่ะ! ถ้านายไม่เป็นคนเริ่มก่อน ฉันก็คงไม่หยิกนายหรอก!” ฉินหยูพูดอย่างเกรี้ยวกราด 

 

“อ้าวคุณ... ก็ถ้าผมไม่ทำแบบนั้นแล้วเขาจะเชื่อเหรอ ?” เย่เชียนตอบอย่างจริงจัง 

 

“ไม่รู้ล่ะ! ฉันไม่สน... ยังไงมันก็เป็นความผิดของนายอยู่ดี!” ฉินหยูขมวดคิ้วขณะพูด 

 

“ใช่ซี้...! ผมมันโง่เองนั่นแหละที่ไปเผลอใจแอบรักคุณอยู่ฝ่ายเดียว!  ผู้หญิงนี่ช่างไม่มีเหตุผลเลยจริง ๆ” เย่เชียนพึมพำกับตัวเอง จากนั้นเขาก็ถามฉินหยูว่า “คนเมื่อกี๊เป็นใครเหรอ ? ดูเหมือนเขาจะชอบคุณนะ”  

 

ฉินหยูตะโกนอย่างเกรี้ยวกราดแล้วตอบอย่างเย้ยหยันว่า “เฮอะ! ฝันไปเถอะย่ะ เขาน่ะเป็นคนหลงตัวเองมาก ๆ ว่าแต่นายเคยได้ยินชื่อเหว่ยตงเซียนกรุ๊ปไหมล่ะ ?”  

 

“เหว่ยตงเซียนกรุ๊ป... ? คุ้น ๆ แฮะ เหมือนเคยได้ยินมาจากที่ไหนสักที่...” เย่เชียนพยักหน้าเบา ๆ  เขาจำได้ว่าจ้าวเทียนห่าวเคยพูดถึงเหว่ยตงเซียนกรุ๊ปกับเขามาก่อน 

 

“เขาเป็นผู้บริหารของเหว่ยตงเซียนกรุ๊ปน่ะ บริษัทเครือตงเซียนกรุ๊ปมีอิทธิพลอย่างมากในเซี่ยงไฮ้ นายไม่กลัวว่าเหว่ยเฉินหลงจะพยายามแก้แค้นหรือทำร้ายนายเลยเหรอ ?” ฉินหยูพูดอย่างกังวล 

 

“อ้าว! แล้วทำไมคุณเพิ่งจะมาบอกผมตอนนี้เล่า นี่มันฝันร้ายของผมชัด ๆ  ผมเพิ่งจะกระโดดลงไปในหุบเหวนรกดี ๆ นี่เอง! ผมควรต้องรีบไปอธิบายทุกอย่างให้เหว่ยเฉินหลงฟังเดี๋ยวนี้เลย ผมต้องบอกเขาว่าคุณน่ะไม่ใช่แฟนของผม ผมแค่ถูกคุณบังคับให้ทำตามคำสั่ง” เย่เชียนแกล้งพูดและแสร้งทำเป็นว่ากลัว 

 

“นายกล้าทำอย่างนั้นจริง ๆ หรือไง!” ฉินหยูจ้องมองเย่เชียนอย่างผิดหวังเล็กน้อย 

 

“โธ่เอ๋ย... ทำไมผมถึงจะไม่กล้าล่ะ ? อีกอย่าง ทำไมผมต้องแกล้งเป็นแฟนของคุณด้วย ? มันไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับผมเลย แถมตอนนี้ชีวิตของผมก็มาตกอยู่ในอันตรายอีก” เย่เชียนตอบและแกล้งทำเป็นกระวนกระวาย 

 

“อย่ามาพูดจาเหลวไหลหน่า!” ฉินหยูเริ่มรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมา เธอจึงถามเย่เชียนไปอย่างซื่อ ๆ ว่า “ถ้าอย่างงั้น... นายต้องการประโยชน์อะไรล่ะ!”  

 

เย่เชียนแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ เพราะมันเป็นไปอย่างที่เขาคาดเอาไว้ไม่มีผิด... 

 

“ในเมื่อคุณเป็นแฟนของผม... อย่างน้อย ๆ คุณก็น่าจะให้ผมจูบคุณสักหน่อย...”  

 

“ฝันไปเถอะ! ไม่มีทางหรอก เราแค่แกล้งเป็นแฟนกันเท่านั้นไม่ใช่หรือไง ?!” ฉินหยูปฏิเสธเสียงแข็ง แต่เอาเข้าจริง ๆ เธอเองก็ยังคงต้องใช้เขาเป็นเกราะกำบังตัวเองจากเหว่ยเฉินหลงอยู่ดี เธอจึงคิดว่าเธอจะต้องให้รางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ แก่เขาเป็นการตอบแทน “เอางี้ดีกว่า... เดี๋ยวเราไปทานข้าวด้วยกันสักมื้อนึงเป็นไง ?”  

 

“คุณต้องการให้ผมไปทานมื้อเย็นกับคุณงั้นเหรอ ? คุณคิดว่าผมเป็นคนโง่เหมือนเหว่ยเฉินหลงหรือยังไง ?” เย่เชียนโบกมืออย่างไม่ใส่ใจและพูดอีกว่า “ไม่ล่ะ! ไม่มีทาง... คุณคิดว่าผมมีเงินเหลือกินเหลือใช้หรือไงกัน ?”  

 

“ไม่... ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง นายไม่ต้องจ่ายหรอก!” ฉินหยูพูดอย่างเร่งรีบ 

 

“เอาเถอะ... ตามนั้นก็ได้! ถึงผมจะไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไหร่ล่ะก็นะ...” เย่เชียนพูดราวกับว่าฉินหยูเป็นคนมาขอร้องให้เขาไปทานอาหารกับเธอ 

 

ฉินหยูเห็นการแสดงออกของเขาก็ชักจะหมั่นไส้ เธอจ้องมองเขาแล้วพูดอย่างฉุนเฉียวว่า “ไปรอฉันข้างนอกตอนหกโมงเย็นหลังเลิกเรียน... อย่าสายล่ะ!”  

 

“นี่คุณ... ผมน่ะไม่เคยสายสำหรับอาหารฟรีเลยสักครั้งนะ จะบอกให้! หึ ๆ ๆ” เย่เชียนยิ้มราวกับปีศาจ 

 

ถึงแม้ว่าเย่เชียนจะทำตัวเหมือนอันธพาลก็ตาม แต่ฉินหยูก็มั่นใจว่านั่นเป็นเพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอกของเขาเท่านั้น เพราะเธอเคยเห็นคนพวกนี้มานักต่อนักแล้ว เพราะแม้แต่ในบรรดาลุง ๆ และพี่น้องในครอบครัวของเธอ พวกเขาก็ล้วนแต่เป็นคนเลวทรามทั้งนั้น 

 

“เอาล่ะ... นายกลับไปที่ห้องเรียนได้แล้ว คลาสกำลังจะเริ่มละ  อีกอย่าง ฉันเองก็ต้องเตรียมเอกสารการสอนของฉัน...” หลังจากที่ฉินหยูพูดเสร็จ เธอก็ก้มหัวของเธอเพื่อตรวจดูเอกสารเรียนการสอนของเธอที่จะต้องเตรียม 

 

เย่เชียนเบะปากและยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้ ทว่าเขาก็เดินออกไปจากออฟฟิศแต่โดยดี... 

 

...... 

 

ก่อนที่จะถึงห้องเรียน  จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น เมื่อเขารับโทรศัพท์ เขาก็ได้ยินเสียงของจ้าวเทียนห่าวดังมาตามสาย “เย่เชียน นี่ฉันเอง จ้าวเทียนห่าว... ฉันคิดว่าแผนของนายดีมาก นายทำตามที่นายบอกได้เลย!”  

 

เย่เชียนรู้สึกว่างเปล่าและตอบอย่างสับสนไปว่า “แผนของผม ?”  

 

“ห๊ะ? นายไม่ใช่คนที่แกล้งเป็นแฟนของเสี่ยวหยาเอ๋อร์คนนั้นหรอกเหรอ ? เมื่อสักครู่นี้ เธอโทรมาหาฉันและฉันก็คิดว่าแผนของนายมันก็ไม่เลวเลย ฉันก็เลยเล่นไปตามน้ำ... นายไม่ต้องกังวลอะไร นายสามารถแสร้งทำเป็นคู่หมั้นของเธอต่อไปได้เลย อย่าลืมเฝ้าดูเธออย่างใกล้ชิดด้วยล่ะ ฉันว่าแผนนี้มันจะช่วยให้นายทำภารกิจได้สะดวกขึ้น!” จ้าวเทียนห่าวร่ายยาว 

 

ในที่สุด เย่เชียนก็เข้าใจทุกอย่างชัดเจน เขาวางแผนที่จะโทรหาจ้าวเทียนห่าวก่อนหน้านี้เพื่อจะพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งเย่เชียนเองก็ค่อนข้างแน่ใจว่าจ้าวเทียนห่าวน่าจะตอบตกลงในทันที และเย่เชียนก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา เมื่อเขาคิดว่าตอนนี้จ้าวหยาจะรู้สึกอย่างไร  

 

“เยี่ยมไปเลยครับ!  แต่ว่า... ผมดันเริ่มเรื่องนี้ซะก่อนโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตจากลุงจ้าวเลย ผมหวังว่าลุงจะให้อภัยผมนะ” เย่เชียนค่อนข้างพอใจกับตัวเอง ถึงแม้ว่าเขาจะพูดสารภาพด้วยถ้อยคำที่ดูเสียใจ แต่สีหน้าของเขานั้นพึงพอใจเป็นอย่างมาก 

 

จ้าวเทียนห่าวหัวเราะและตอบว่า “ไม่เป็นไร ๆ  ฉันต้องการให้นายดูแลลูกสาวตัวแสบของฉันอยู่แล้ว หากมีอะไรเกิดขึ้นกับฉันล่ะก็ เย่เชียน... ฉันขอฝากเธอด้วยล่ะ และอย่าให้เธอรู้เรื่องนี้เด็ดขาด!”  

 

เย่เชียนรู้สึกสบายใจขึ้นอย่างมากราวกับว่านี่คือใบเบิกทางในการเข้าถึงหญิงสาว เขาคิดว่าจ้าวเทียนห่าวคนนี้ช่างเป็นคนที่ใจกว้างมากและมันคงจะไม่เลวเลยถ้าได้เขามาเป็นพ่อตาของตนจริง ๆ  

 

หลังจากพูดคุยกันอีกนิดหน่อย พวกเขาก็จบการสนทนาลงและวางสายไป เมื่อเย่เชียนเดินไปถึงทางเข้าห้องเรียน เขาก็เห็นว่าเหลือนักศึกษาอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น และจ้าวหยาเองก็ยังคงนั่งอยู่ข้างในห้อง 

 

เย่เชียนอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นเล็กน้อย เขาจึงตัดสินใจหันหลังกลับเพื่อจะออกไป แต่ทว่าจ้าวหยาก็ดันเห็นเขาเสียก่อนและเธอก็ตะโกนออกมาเสียงดัง 

 

“หยุดนะ!”  

 

เย่เชียนหัวเราะแห้ง ๆ และหันกลับมาพร้อมรอยยิ้ม เขาเดินไปหาจ้าวหยาจากนั้นก็ถามว่า “ภรรยาของฉันมีอะไรงั้นเหรอ ?”  

 

“ภรรยาบ้าอะไรของนาย ? อย่ามาพูดจาไร้สาระ!  ภรรยงภรรยาอยู่นั่นแหละ ฟังแล้วมันขัดหูชะมัด! ฉันจะบอกอะไรให้นะว่ามันไม่มีทางเลยที่คนอย่างฉันจะยอมแต่งงานกับนาย!” จ้าวหยาพูดอย่างเกรี้ยวกราด 

 

“ก็ได้ ๆ เอางั้นก็ได้... ฉันจะไม่เรียกเธอว่าภรรยาแล้ว ฉันจะเรียกเธอว่า ‘ที่รัก’ แทนก็แล้วกัน” เย่เชียนเห็นอยู่ว่าเธอกำลังโกรธจัด แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะแกล้งเธออยู่ดี... 

 

“ที่รัก... ว่าแล้วเรามาทำสิ่งที่เราต้องทำกันเถอะ  ที่รักควรเลิกจู้จี้ขี้บ่นได้แล้วนะ เดี๋ยวผ่านช่วงเวลานี้ไปแล้วมันจะไม่มีตัวเลือกให้เลือกมากนัก ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ใช่ผู้ชายที่หล่อเหลาอะไร อีกทั้งยังไม่มีมีความสามารถหรือมีฐานะที่ดี แต่ฉันก็มีสิ่งที่ผู้ชายทุกคนมี! เพราะงั้น... เราควรรีบ ๆ ทำมันซะ เธอจะได้เลี้ยงลูกน้อยของเราไว ๆ ไง” 

ความคิดเห็น