ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

SO PLAY BOY 20+ EP 4 เจ้านาย...

ชื่อตอน : SO PLAY BOY 20+ EP 4 เจ้านาย...

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 121

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.ย. 2563 22:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
SO PLAY BOY 20+ EP 4 เจ้านาย...
แบบอักษร

 

4

 

 

 

“เดี๋ยวก่อนสิ”

 

เฮียเขาเรียกเมื่อเห็นว่าฉันจะเดินออกไป ฉันแอบกลืนน้ำลายลงคอเมื่อต้องมาเจอเจ้าของใบหน้าที่ฉันไม่เคยลืม...

 

ฉันไม่รู้เหตุผลเหมือนกันว่าทำไมตัวฉันเองถึงไม่เคยลืมผู้ชายคนนั้นได้เลย ทั้งๆเขาเองก็ไม่ได้เป็นอะไรกับฉันแถมเจอกันแค่ครั้งนั้นครั้งเดียวเอง แต่พอได้รู้ว่าใช่เขาจริงๆ...มันก็อดที่จะดีใจไม่ได้ เหมือนกับผูกพันธ์กันมานาน...

 

จะว่าฉันแปลกก็ได้นะ หึ

 

 

“ว่าไงคะเฮีย?” ฉันพยายามพูดจาให้เป็นปกติที่สุดเพราะเวลาที่ฉันประหม่ามันมักจะมีอาการออกมาแปลกๆ ยิ่งได้แน่ใจว่าเขาคือคนๆนั้นฉันก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นใจเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูกเลย...

 

“วันนี้มีเรียนเช้าหรอ” เขาถามเพราะเดาจากชุดที่ฉันใส่อยู่มั้ง ก็ฉันใส่แค่ผ้ากันเปื้อนของร้านทับไว้นี่นา

 

“อ่อ ค่ะ เรียนสิบโมงค่ะเฮีย” ฉันยิ้มกลับไปให้เขาที่เขาเองเป็นฝ่ายเริ่มยิ้มมาให้ฉันก่อน

 

“ปะ เดี๋ยวฉันไปส่ง พอดีต้องผ่านไปทำธุระแถวนั้นอยู่พอดี...”

 

ฉันก็ขมวดคิ้วขึ้นทันที ที่ว่าผ่านไปทำธุระแถวนั้นนี่คือยังไงหรอ

 

“เรียนที่มอxxxใช่มั้ยล่ะ เห็นวิลลี่มันพูดอยู่” เฮียเขารีบอธิบายทันทีเมื่อเห็นว่าฉันทำหน้าตาสงสัย

 

“อ๋อ ค่ะ”

 

“แต่ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะ คือฉัน...”

 

“อย่าปฏิเสธเจ้านายสิ”

 

หมับ!

 

มือหนาเอื้อมมาจับมือฉันที่ยืนทำหน้างง เขาถอดผ้ากันเปื้อนออกให้แบบไม่ถือตัวจนเป็นฉันเองที่ยืนเกร็งไปหมดแล้ว สัมผัสที่เขาจับฉันเมื่อกี้ทำเอาฉันเองก็ไปไม่เป็นเลยทีเดียว...

 

ให้ตายเถอะ ฟ่างเอ้ย

 

 

 

-บนรถ-

 

 

“อยู่ปีไหนแล้วหรอ?” เฮียเขาถามขึ้นมาเพราะในรถมันเงียบเกินไปจนได้ยินแค่เสียงเครื่องปรับอากาศ

 

“อ้อ ปีสามแล้วค่ะเฮีย” ถามมาฉันก็ตอบไป แต่ตอบแบบตอบคำไปอ่ะนะ ก็ฉันรู้สึกแปลกๆไงมันไม่ชินเอาซะเลย เอาจริงๆฉันไม่เคยนั่งรถไปกับผู้ชายเลยนะ แถมเป็นผู้ชายแบบเขาอีก...

 

“ขยันทำงานนะเนี่ย ไม่เหนื่อยบ้างหรอ”

 

“ก็..มีบ้างค่ะ”

 

“แล้วพักไหนอ่ะ?”

 

“.....” ฉันก็นิ่งไปกับคำถามของเขา ดูเขาเข้าหาคนเร็วจังนะ ปกติผู้ชายเวลาเจอผู้หญิงเขาถามกันเรื่องนี้แบบโจ่งแจ้งกันมั้ย เพราะปกติถ้าไม่ใช่เขาที่ถาม ฉันคิดไปแบบอื่นอย่างไม่ต้องเดาอะไรมากมายเลยล่ะ

 

 

“พักคอนโดค่ะ...” ฉันเลือกที่จะลองตอบออกไปแล้วลองสังเกตท่าทีเขา แต่แล้วเขาก็เหมือนจะไม่ได้คิดอะไรนะ ก็ปกติทั่วไปเลย หรือฉันจะคิดมากไปเอง?

 

“อาฮะ..”

 

“...เห้..ทำตัวตามสบายก็ได้ ไม่ต้องเกรงใจ”

 

หมับ!

 

เฮียเขายื่นมือมาจับที่แขนของฉันอย่างเป็นกันเอง แล้วก็ยังยิ้มมาให้ฉันอีกด้วยจนฉันต้องทำตัวให้สบายที่สุดเท่าที่จะทำได้...

 

ฉันคงดูเกร็งๆจริงแหละ เขาถึงดูออกขนาดนั้นอ่ะ

 

 

ครืดดด ครืดดด!

 

“ว่าไง...” ฉันหยิบโทรศัพท์ออกมากดรับสายที่โทรเข้ามา

 

“เออ กูไม่ได้รับอ่ะ” มันถามถึงพี่อาร์มผู้ชายที่กำลังจีบมันอยู่ พี่เขาโทรมาแต่ฉันไม่ได้รับไง มีเรื่องอะไรก็ให้ไปเคลียร์กันเอาเอง

 

“กำลังไปมอ...”

 

“เออๆ เนี่ยใกล้จะถึงแล้ว..เออ”

 

“เพื่อนหรอ?” เขาคงเห็นว่าฉันวางสายไปเลยหันมาถามเล็กน้อย ฉันก็เลยพยักหน้าไปให้

 

“ค่ะ”

 

“ที่จริง...จอดข้างหน้านี้ก็ได้นะ” ฉันเกรงใจเฮียเขาก็เลยบอกให้จอดตรงหน้ามอเพราะเดินไม่ไกลก็ถึงคณะฉันแล้วอ่ะ

 

“ไม่เป็นไร บอกทางสิคณะอยู่ตรงไหน”

 

ฉันเลือกอะไรไม่ได้เลยต้องยอมนั่งมากับเขาแบบว่าง่าย ดูท่าแล้วเขาจะใจดีเกินไปนะ เป็นแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนหรือเปล่านะ...

 

“ขอบคุณที่มาส่งนะคะ...” ฉันยิ้มขอบคุณเขาที่ลดกระจกลงมาแล้วโบกมือให้ฉัน ถ้าไม่รู้จักกันคนเขาก็คงจะคิดว่าเราเป็นแฟนกัน

 

“เห้อออ” ฉันถอนหายใจออกมาแบบโล่งอกหลังจากที่เขาขับรถออกไป

 

เป็นอะไร? เป็นอะไร! ใจสั่นทำไมข้าวฟ่าง!

 

ตุบๆ

 

ฉันใช้กำปั้นทุบไปที่อกข้างซ้ายของตัวเองเบาๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปในคณะ...

 

“อีฟ่าง!”

 

“ใครมาส่งมึง?” เสียงอีลียาพุ่งออกมาพร้อมกับตัวของมันที่ไปหลบอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่? เอาซะตกใจ โอ๊ย

 

“กูตกใจหมด!”

 

“แฟนมึงหรอ แหม! ว่าแต่กู ทีตัวเองล่ะกินเงียบ!”

 

“แฟนผีมึงนะสิ...”

 

“...เจ้านายกู”

 

“อ้าวหรอ...ไงถึงมาส่งมึงวะ โบกไม้โบกมือยิ้มหวานทำตัวอย่างกับเป็นแฟนกัน” มันก็พูดซะฉันไปไม่เป็นเลยทีเดียว

 

“เจ้านายที่ผับไง...”

 

“อย่าบอกนะว่า...?”

 

“เออ คนนั้นแหละ” ฉันพยักหน้าให้อีลีไปมันก็ทำหน้าโอเวอร์ออกมา

 

“มึงรักเขาจริงๆหรอวะ?” อยู่ๆมันก็ถามออกมาตรงๆ

 

“บ้า!”

 

“หน็อย! แค่สีหน้ามึงตอนนี้ก็รู้แล้วมั้ย” นิ้วชี้เรียวยาวจิ้มเข้ามาที่หน้าของฉันอย่างหมั่นไส้ เหอะ

 

“รู้อะไรของมึง เขาก็แค่เป็นคนที่กู..”

 

“ชอบมานาน ชอบเป็นปีๆทั้งที่ไม่เคยรู้ว่าเขาคือใคร โอ๊ย! โคตรจะนอๆ!”

 

“นอๆอะไรของมึง?”

 

“น้ำเน่า!”

 

ฉันก็ยืนฟังอีลีมันว่าฉันอยู่อย่างนั้น แต่ไม่รู้ทำไมถึงได้ยิ้มแล้วหุบไม่ลงแบบนี้?

 

 

 

................

 

 

-เลิกคลาสเช้า-

 

 

“เอออีฟ่าง พรุ่งนี้กูจะไปพัทยามึงสนใจไปด้วยปะ?”

 

“มึงไปทำอะไร”

 

“พอดีกูมีงานเดินที่นั่นอ่ะ”

 

“นี่มึงรับงานเดินแบบแล้วหรอ?”

 

“เออ พอดีกูรีบใช้เงินอ่ะ แต่เดินแบบก็ไม่ได้ยากไรนี่ แค่พรีเซ้นเครื่องประดับให้ลูกค้าอ่ะ”

 

“เออ กูคงไม่ว่างอ่ะ พรุ่งนี้วันเสาร์ต้องเข้าไปสัมภาษณ์งานที่โชว์รูม...” ฉันบอกมันออกไปเพราะฉันรู้มาว่าที่โชว์รูมรถหรูกำลังจะมีงานเปิดตัวรถยนต์ที่นำเข้าจากนอกอีกไม่กี่อาทิตย์นี่เอง มันมีงานที่ฉันสนใจแถมให้ค่าจ้างอย่างดี เลยว่าจะลองไปสัมภาษณ์ดู...

 

“เสียดายอ่ะ นี่กูว่าจะชวนมึงไปเล่นน้ำด้วย”

 

“มึงก็ชวนพี่อาร์มมึงไปสิ”

 

“ไม่ว่ะ ผู้ชายอะไรน่าเบื่อ!” พอพูดจบอีลีมันก็ทำหน้าเบื่อหน่ายออกมาทันที ก็ไหนวันก่อนยังไปกับพี่เขาอยู่เลย?

 

“พี่เขาก็เอาใจเก่งไม่ใช่หรอวะ?”

 

“ก็ใช่ แต่โคตรขี้เก๊กว่ะ แถมขี้อวดรวยชะมัด”

 

“รวยมันไม่ดีตรงไหนวะ?”

 

“ก็ดี แต่กูไม่ชอบ เพราะเที่ยวเอาเงินไปฝาดหัวคนอื่นแถมยังดูถูกอีก ไม่ไหวว่ะแบบนี้ ขอบาย!”

 

“เมื่อไหร่กูจะเจอผู้ชายที่เข้ากับมึงวะ?”

 

“คงยากว่ะ เพราะกูเลือกเยอะ!” แล้วมันก็ยืนสะบัดผมยาวๆของมันไป

 

และก็ไม่คิดว่ามันจะไปฟาดเข้าหน้าใครบางคนเข้าด้วย...

 

“หือ นี่สระผมบ้างหรือเปล่าวะ?”

 

“ไอ้เอ็กซ์!”

 

“นอกจากหยาบแล้วยังตุๆอีก?”

 

“ปากหมา!” อีลีมันยืนเท้าเอวชี้หน้าใส่เอ็กซ์อย่างเดือด แต่คนโดนว่ากลับหัวเราะชอบใจซะงั้น...

 

“ไปเว้ยพวกมึง เดี๋ยวต้องรีบกลับไปอาบน้ำว่ะ”

 

เอ็กซ์มันเดินออกไปกับพวกเพื่อนๆแต่ไม่วายหันมาทำปากยู่ยี่ใส่อีลีต่อ

 

“ไอ้เชี่ยเอ็กซ์!”

 

“เออ ใจเย็นๆ อะไรของมึงเนี่ย”

 

“มึงก็ดูมันสิ!”

 

“มันก็พูดเล่นไปงั้น...”

 

“รู้ แต่กูไม่ชอบ!”

 

“เออๆ รีบกลับเหอะ จะไปพัทยาพรุ่งนี้ไม่ใช่หรอ”

 

“อืม!”

 

มันพยักหน้ากลับมาแต่ก็ยังหัวเสียไม่หยุด! ฉันละไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าไอ้สองตัวนี้มันได้กันมันจะขนาดไหน หึๆ

 

 

...............

 

 

 

วันต่อมา...

 

-โชว์รูมxxx-

 

 

“เชิญด้านในเลยค่ะ...” พนักงานที่นี่ผายมือให้ฉันเดินเข้าไปในห้องทำงาน ฉันแอบแปลกใจนิดหน่อยที่พอรู้ว่าคนที่จะมาสัมภาษณ์ฉันเป็นเจ้าของโชว์รูม ก็งานที่ฉันจะทำมันก็แค่ผู้ช่วยผู้จัดการชั่วคราวที่เขาคอนเฟิร์มรายละเอียดมาว่าให้ทำแค่ตรงส่วนรันคิวรถยนต์หรูในวันงานและงานอื่นๆแค่เล็กน้อย...

 

คือฉันก็เกร็งๆนะที่ต้องได้เจอกับเจ้าของโชว์รูมเลยอ่ะ...

 

 

 

10 นาทีผ่านไป...

 

 

“แล้วถ้าพี่สนใจ...อยากได้น้องล่ะ?”

 

“คะ..คะ?”

 

ฉันเบิกตากว้างเมื่อได้ยินอะไรที่มันเริ่มจะแปลกไป? ตั้งแต่สัมภาษณ์มาดูเขาจะสนใจฉันอยู่นะ หมายถึงสนใจรับเข้าทำงานน่ะ

 

“หมายถึง..อยากได้พนักงานชั่วคราวเพิ่ม...”

 

“อ่อ..คะ..ค่ะ” ฉันนี่ลอบถอนหายใจเลยอ่ะ

 

“...ก็คือจะสัมภาษณ์ต่อเลยใช่มั้ยคะ?” ฉันถามคุณยูตะออกไปเมื่อเขาเริ่มจ้องแต่ฉันอย่างเดียว ฉันรู้สึกว่าเขาไม่เหมือนเจ้าของเลยอ่ะ หมายถึงเขายังดูวัยรุ่นอยู่เลย ไม่คิดว่าเจ้าของโชว์รูมจะอายุน้อยขนาดนี้ แถมยังหน้าตาดีอีกต่างหาก....

 

“ไม่ต้องครับ เพราะพี่รับน้องเข้าเลย...”

 

ในขณะที่ฉันกำลังนั่งให้สัมภาษณ์ต่างๆกับคุณยูตะที่เป็นเจ้าของโชว์รูมอยู่นั้นก็มีคนเปิดประตูพรวดพราดเข้ามา และมันก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเลย...

 

“สัมภาษณ์อะไรวะ!”

 

‘พี่เจได’ คนที่เคยฝากฉันเข้าทำงานที่วายพีและเป็นคนที่เคยช่วยฉันในหลายๆเรื่องแบบบังเอิญพี่เขาเปิดกระชากประตูเข้ามาแบบแรงจนต้องหันไปมอง

 

“ไม่มีมารยาทเลยนะมึงอ่ะ” คุณยูตะหันไปพูดใส่พี่เจ อย่างรู้จักและสนิทสนมกันดี

 

“อ้าวพี่เจ..พี่มาทำอะไรที่นี่อ่ะ?” ฉันก็ถามแบบงงๆนิดหน่อย เพราะไม่เคยรู้เลยว่าพวกเขารู้จักกัน

 

“มึงรับน้องเข้าทำงานหรอไอ้ยู?” พี่เขาไม่ได้ตอบฉันแต่หันไปถามคุณยูตะแทน

 

 

“เกี่ยวไรกับมึง?”

 

“เกี่ยว”

 

“??”

 

“น้องเขาเป็นญาติกู ไม่อยากให้มาทำงานกับมึง จบนะ” พอพี่เจพูดจบฉันยิ่งงงเข้าไปใหญ่?

 

มันอะไรกันเนี่ย...

 

“ญาติมึง จริงหรอ?” คุณยูตะหันไปจ้องหน้าพี่เจแบบจับผิด จนฉันเองก็ต้องเงียบไปเพราะไม่รู้ว่าพวกเขากำลังเล่นอะไรกันอยู่...?

 

“ก็ไม่เชิง...ญาติห่างๆ” พี่เจตอบกลับไปแบบหวงๆฉัน แต่เราไม่ได้เป็นอะไรกันนะ ฉันหมายถึงว่าพี่เขาก็มีเมียแล้วอ่ะ พี่เขาดีกับฉันเหมือนพี่ชาย แล้วฉันก็ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยอ่ะ บางทีพี่เจก็เคยพูดกับฉันเรื่องเฮียลูสนะ พอดีพวกพี่เขาเป็นเพื่อนกันอ่ะ เขาบอกว่าอย่าไปเข้าใกล้มากถ้าไม่จำเป็น ฉันรู้ว่าพี่เขาหวังดีกับฉันนะ แต่เฮียเขาก็ปกตินะ ฉันเลยไม่ได้คิดอะไรมากมาย...

 

“จริงหรอครับ?” คุณยูตะเขาหันมาถามฉันเรื่องที่พี่เจไปบอกแบบนั้น

 

“เอ่อ...”

 

“ถามมาก ญาติก็ญาติดิวะ” พี่เจเริ่มจะโวยวายใส่คุณยูตะ

 

“แล้วมึงจะรับพนักงานไปทำไม พนักงานก็ไม่ได้ขาด?” แล้วพี่เจก็ถามต่อทันที

 

“เรื่องของกู แล้วมึงมายุ่งไร?”

 

“ก็กูไม่อยากให้น้องมันมาทำงานที่นี่นิ ใครเขาก็รู้จักนิสัยมึงดี!”

 

ฉันได้แต่นั่งฟังไปเงียบๆ...แต่ก็แอบกลัวว่าพวกเขาจะมีเรื่องกันเพราะดูจากสถานการณ์แล้ว...

 

“นิสัยกูมันทำไม คิดว่ามึงดีกว่างั้นหรอ!”

 

“อ้าวเห้ย! ไอ้!!”

 

“เห้ยพี่! หยุดก่อนค่ะ!” ฉันรีบเข้าไปเบรกพี่เจเอาไว้ก่อนที่เรื่องมันจะไปกันใหญ่

 

“เอาสิวะ! พ่อลูกอ่อนแบบมึงจะมีแรงเรอะ!” คุณยูตะก็ใช่ว่าจะน้อยหน้านะ จนฉันเริ่มรู้สึกกลัวเขาขึ้นมา อย่างกับคนละคนกับเมื่อกี้นี้อ่ะ ?

 

“อ้าวเห้ย!”

 

“เออออ...ฟ่างว่าอย่ามีเรื่องกันเลยค่ะ พี่ใจเย็นก่อน” ฉันต้องหันไปพูดกับพี่เจแบบหนักใจ หรือพี่เขารู้จักกันดีรู้แบบ..รู้ถึงไส้ถึงพุงกัน จนไม่อยากให้ฉันมาทำงานที่นี่....

 

“แล้วจะทำงานที่นี่หรอ?” พี่เจหันมาถามฉัน

 

“ยังไม่แน่ใจเหมือนกันอ่ะ..อืมม..งั้นขอคุยกับเขาก่อนได้มั้ยอ่ะ...” ฉันบอกพี่เจออกไปเพราะงานนี้ฉันก็อยากทำ...

 

“เชิญ”

 

คุณยูตะผายมือมาแล้วแสยะยิ้มมาให้พี่เจแบบร้ายๆ คือฉันเห็นแบบนั้นจริงๆอ่ะ ไม่ได้ตาฝาดใดๆ

 

จนกระทั่งพี่เจยอมออกไปแล้วเหลือแค่ฉันกับว่าที่เจ้านาย...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น