facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 58 องค์รัชทายาท ลำดับที่ 9 (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 58 องค์รัชทายาท ลำดับที่ 9 (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 282

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ย. 2563 20:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 58 องค์รัชทายาท ลำดับที่ 9 (2)
แบบอักษร

ตอนที่ 58

 

ซุน ถึงกับใบหน้าบิดเบี้ยวไปโดยพลัน ไม่คิดว่า มู่เจี้ยน จะเอ่ยปากออกมาในลักษณะนั้น มันย่อมมิต่างอันใดกันการยั่วยุ องค์รัชทายาท ลำดับที่ 9 ส่งผลให้สายตาที่เหลือบมองมายัง ซุน แปรเปลี่ยนไปจากเดิมแทบจะในทันที... 

 

ซุน ถึงกับ หันมองไปยัง มู่เจี้ยน ด้วยความขุ่นเคือง... น่าแปลกก็ตรงที่ มือปราบหนุ่ม นอกจากจะไม่รู้สึกผิดใด ๆ ในวาจาเหล่านั้นแล้ว ยังหันมาแย้มยิ้มสะท้อนกลับมายัง ซุน อย่างไม่รู้สึกรู้สา ทั้งที่ปกติ มู่เจี้ยน จะเป็นคนที่รอบคอบอย่างยิ่ง ทั้งการกระทำและวาจา...  

 

“น่ากลัวเพียงนั้นเชียวหรือ?! ไม่บ่อยเลยที่จะเห็นศิษย์พี่มู่ เอ่ยปากชมผู้ใดเช่นนี้” ไป๋หู่จิวหรง เริ่มเพ่งพิจารณาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของ ซุน ก่อนจะค่อย ๆ ลุกยืนขึ้นจากที่นั่ง สืบเท้าตรงเข้ามา... 

 

พอขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นแล้ว ทำให้ ซุน ประหลาดใจขึ้นอีกเป็นเท่าทวี ตรงที่รูปร่างของ องค์รัชทายาทที่ดูไม่เหมือนรูปร่างของบุรุษเสียด้วยซ้ำ ความก็สูงแทบไม่หนีไปจาก ฉีลู่ชิง ใบหน้าก็ออกจะหวานเกินบุรุษ มันทำให้ ซุน อึ้งไปเล็กน้อย แต่ก็ยังมิกล้าเอ่ยทักตรง ๆ 

 

‘องค์รัชทายาท มิใช่บุรุษ!! แต่พยายามแต่งกาย และทำตัวเฉกเช่นบุรุษเท่านั้น!!’ 

 

ราชวงศ์ไป๋หู่ มิได้เคร่งครัดว่าผู้ที่จะขึ้นครองราชย์ต้องเป็นบุรุษเพศเท่านั้น จึงสามารถแต่งตั้งนางให้เป็นองค์รัชทายาทได้ หากมีความสามารถและความเหมาะสมมากเพียงพอ... ในดินแดนแห่งนี้จะเป็นเพศใด ขอเพียงมีความสามารถย่อมเป็นที่ยอมรับได้ 

 

ไป่หู่จิวหรง แม้เป็นสตรี แต่ในเมื่อจิตใจนางเอนเอียงไปทางบุรุษ ทั้งยังมีความสามารถจนเป็นที่ยอมรับ ก็ย่อมไม่มีผู้ใดทัดทานในการตัดสินใจของนาง องค์จักรพรรดิจึงประกาศไปโดยทั่วกันเฉพาะภายใน ว่าให้มองนางเสมือนบุรุษผู้หนึ่ง แม้ในโลกภายนอกจะไม่ใช่ทุกคนที่รับรู้เรื่องนี้ ทว่าคนในตระกูลฉีต่างก็รับรู้กันดี... 

 

นางเข้ามายืนประจันหน้า ซุน ห่างเพียงเอื้อมมือ ทั้งยังเผยรอยยิ้มมีความสนใจ... หากเป็นคนอื่นเมื่ออยู่ต่อหน้าองค์รัชทายาทเช่นนี้ คงเต็มไปด้วยความประหม่า ไม่อาจนิ่งสงบได้ แต่มิใช่กับ ซุน แม้ในใจจะตะลึงงันเรื่องนางเป็นสตรี หากแต่ภาพลักษณ์ด้านนอกของ ซุน ยังคงยืนสง่ามั่นคงไม่สั่นไหวแม้แต่ปลายคิ้ว... 

 

“ไม่เลว... มาลองประมือกันสัก 3 กระบวนเป็นอย่างไร?! ข้าอยากรู้เช่นนั้นว่าเจ้าจะมีความสามารถดังที่ ศิษย์พี่มู่ ชื่นชมหรือไม่?” นางดูมีแววตาที่ตื่นเต้นชัดเจน ทั้งยังเอ่ยปากท้าทายไม่ต่างที่จาก ซุน คาดเดา 

 

ซุน ประสานมือสุภาพ... 

“การประมือกับองค์รัชทายาทนับเป็นเกียรติยิ่ง... หากแต่ ผู้น้อย ยังบาดเจ็บจากการประลองเมื่อวันก่อน เกรงว่าจะไม่อาจตอบสนองพระทัยได้เท่าที่ควร...” 

 

ไป่หู่จิวหรง เบิกตากว้างขึ้น ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ 

“นั่นสินะ... เช่นนั้นแปลว่าเจ้าติดค้างการประลองกับข้าครั้งหนึ่ง ตกลงหรือไม่?!” 

 

ซุน ถึงกับแสดงสีหน้าปั้นยาก ทั้งที่ตนปฏิเสธออกไป แต่ก็ยังกลายเป็นการติดค้างต่อนางเสียอย่างนั้น เห็นได้ชัดว่านางเป็นคนที่มีนิสัยประหลาดอยู่ไม่น้อย ไม่ได้มีท่าทีโกรธเคืองใด ๆ ที่ถูกปฏิเสธด้วยซ้ำ ราวกับว่าทุกสิ่งรอบตัวนาง เป็นเพียงเรื่องสนุกที่ผ่านเลยเข้ามาในรอบวัน... 

 

ยามนี้ ซุน เริ่มเข้าใจแล้วว่า เพราะอะไร มู่เจี้ยน จึงกล่าวเรื่องของ ซุน ออกมาไปกับนางเช่นนั้น... ทั้งหมดคงเป็นเพราะ มู่เจี้ยน รู้จักนิสัยของศิษย์น้องผู้นี้ดี ว่านางจะไม่มีทางเล่นงาน ซุน เพียงเพราะ ซุน มีความสามารถเหนือกว่า แต่จะกลายเป็นหนึ่งในความสนใจของนางตามนิสัย... 

 

“ว่ายังไง?! เจ้าติดค้างข้า ตกลงหรือไม่?!” นางเค้นเสียงถามย้ำขึ้น 

 

ซุน ถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะประสานมืออีกครั้ง... 

“สุดแล้วแต่พระประสงค์...” 

 

ในตอนนั้นเอง ที่นางสวบกอดอกแสดงสีหน้าครุ่นคิด... 

“แต่จะว่าไป ข้าคงไม่ได้อยู่ที่นี่เพื่อรอเจ้าแข็งแรงขึ้นได้ วันพรุ่งก็คงต้องกลับไปที่เมืองหลวงในทันที โอกาสที่ข้าจะได้ทดสอบฝีมือกับเจ้า ก็คงเลือนหายตามไปด้วย ช่างน่าเสียดายยิ่ง...” 

 

ชายหนุ่ม ได้ยินเช่นนั้นพลันบังเกิดความคิดชั่ววูบหนึ่ง รอยยิ้มเจือจางพลันปรากฏขึ้นยังมุมปาก... 

“จะว่าไป... ผู้น้อย ก็กำลังจะเดินทางไปที่เมืองหลวงในเร็ววันนี้เช่นกัน คาดว่าคงอีกราว 2 สัปดาห์เห็นจะได้ หากองค์รัชทายาทยังมีพระประสงค์ตั้งมั่นในเรื่องนั้น ใยมิทรงอนุญาตให้ผู้น้อยเข้าไปพบในวัง หลังจากเข้าเมืองหลวงเล่า?!” 

 

“!!!!!!!!!!” จังหวะนั้น ทุกสายตาล้วนตกตะลึงขึ้น... แน่นอนว่าการเข้าวังนับเป็นเรื่องใหญ่ ต่อให้ขุนนางมีตำแหน่ง ยังไม่อาจเข้าไปในเขตพระราชวังได้ตามใจชอบ หากไม่ถูกเรียกตัวหรือมีเหตุอันสมควร ไม่ต้องกล่าวขึ้นชนชั้นสามัญอย่าง ซุน ในเวลา... 

 

“เหยาซุน!! นี่เจ้าไม่รู้หรือว่า เจ้าไม่อาจขอเข้าวังได้ด้วยเหตุผลเช่นนั้น!!” พ่อบ้านใหญ่ ฉีจิ้นฝู ที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ เค้นเสียงตำหนิขึ้นทันที 

 

เด็กหนุ่ม พลันก้มหน้าต่ำลง ท่าทีวิตก... รีบประสานมือขออภัยด้วยความลนลาน... 

“ขะ...ขออภัย ผู้น้อย มาจากชนบท ไม่ค่อยเข้าใจขนบธรรมเนียมมากนัก เห็นองค์รัชทายาทมีพระประสงค์ จึงกล่าวออกไปโดยไม่ทันได้คิด...”  

 

ไป๋หู่จิวหรง ได้ยินเช่นนั้น ก็พยักหน้าตอบรับเบา ๆ นางมิได้แสดงท่าทีตำหนิ... 

“ข้าไม่โทษเจ้า... เข้าใจดีว่าเรื่องระเบียบภายในวัง หากมิใช่ชนชั้นขุนนางก็คงไม่ค่อยทราบกัน แต่ที่เจ้าพูดมาก็นับว่ามีเหตุผล หากเจ้าคิดจะเข้าเมืองหลวงอยู่แล้ว เช่นนั้นการพบกันของพวกเราก็อาจมิได้ยากเย็นอย่างที่คิด ยังไงดีนะ...ข้าเองพออยากรู้ความสามารถของใครแล้ว ก็จำต้องรู้ให้ได้เสียด้วยสิ 

 

อ่อ...จริงด้วย!!” ไป๋หู่จิวหรง เบิกตากว้างราวกับคิดบางอย่างออก ก่อนจะเปิดแหวนมิติของนางหยิบเอาแผ่นป้ายไม้ที่สลักตราราชวงศ์ไป๋หู่ออกมา ยื่นให้กับ ซุน... 

 

“รับไว้สิ...”  

 

ซุน หรี่ตาแคบลง แต่ก็ยอมรับไว้โดยดี...  

แผ่นป้ายไม้นี้ ดูเหมือนป้ายผ่านทางของราชวงศ์... 

“สิ่งนี้คือ?!” 

 

นางเผยรอยยิ้มขึ้น... 

“ข้าเชื่อถือในสายตาของ ศิษย์พี่มู่... ในเมื่อศิษย์พี่ข้าเอ่ยปากชื่นชมเจ้าถึงเพียงนั้น ข้าก็ชักอยากจะเห็นเจ้าในวันที่เติบโตยิ่งไปกว่านี้... อีก 4 เดือน จะมีงานอภิเษกสำคัญของ องค์รัชทายาทลำดับที่ 1 และ องค์หญิงจากราชวงศ์เสวียนอู่ เป็นการจับคู่ระหว่างสองราชวงศ์ที่ไม่ค่อยจะเกิดขึ้นบ่อยนัก นี่จึงเป็นงานใหญ่ของทวีปพยัคฆ์ขาว 

 

และสิ่งที่ขาดไม่ได้ในงานใหญ่ คือการประลองอันเป็นสีสันให้กับผู้คนที่มาร่วมงาน... เป็นงานประลองในระดับผู้เยาว์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 10 ปีเลยก็ว่าได้ ดังนั้นจึงมีการคัดเลือกผู้เข้าร่วมอย่างเข้มงวด จำนวน 32 คนทั่วทวีปพยัคฆ์ขาว แม้แต่ 7 อัจฉริยะรุ่นเยาว์ของทวีปพยัคฆ์ ก็เข้าร่วมกันอย่างพร้อมหน้า 

 

ข้าบังเอิญได้รับสิทธิ ในการเลือกยอดฝีมือรุ่นเยาว์ เข้าร่วมได้หนึ่งคนจากจำนวน 32 คน... แต่จนถึงตอนนี้ข้าก็ยังไม่พบเจอยอดฝีมือในรุ่นเยาว์คนใดเข้าตา ดังนั้นข้าจะใช้โอกาสนี้ ดึงเจ้าให้เข้ามาแสดงความสามารถเสียเลย โดยมีข้อแม้ว่าเจ้าจะต้องผ่านเข้ารอบไปจนกว่าจะได้ประมือกับข้า... แต่หากเจ้าทำไม่ได้ ข้าจะถือว่านี่เป็นความผิดของ ศิษย์พี่มู่ ที่ชื่นชมเจ้าเกินกว่าความเป็นจริง จำเป็นต้องถูกลงโทษ...” 

 

“!!!!!!!!!!!” ซุน เบิกตากว้างขึ้นทัน... 

“อะไรกัน?! หากผู้น้อยไม่ผ่านเข้ารอบ กลับไม่ลงโทษผู้น้อย แต่ไปลงโทษ มือปราบมู่?! แบบนี้มันจะไม่เกินไปหน่อยหรือ” 

 

“ทุกคนต้องรับผิดชอบต่อวาจา... ในเมื่อศิษย์พี่มู่ บอกกับข้าว่าเจ้ามีความสามารถ หากเจ้าไม่มีจริงตามที่กล่าวอ้างก็เท่ากับว่า ศิษย์พี่มู่ ทูลความเท็จต่อเชื้อพระวงศ์ จะไม่มีความผิดได้อย่างไร?!” นางกล่าว พลางเหลือบมองไปยัง มู่เจี้ยน... 

 

มือปราบหนุ่ม ประสานมือสุภาพในทันที... 

“ผู้น้อยยินดีรับผิดชอบต่อวาจาที่กล่าวออกไป... หาก เหยาซุน ไม่มีความสามารถจริง ก็พร้อมจะถูกลงโทษ...” 

 

“สมเป็นศิษย์พี่มู่... เอาล่ะ เหยาซุน ในเมื่อผู้ที่พลักดันเจ้าออกปากเช่นนั้นแล้ว เจ้าคงไม่มีปัญหาอันใดแล้วนะ? ป้ายในมือเจ้าที่ข้าให้ไป คือป้ายแสดงสิทธิการเข้าร่วมประลอง โดยไม่จำเป็นต้องผ่านการคัดเลือกใด ๆ สามารถเข้าไปลงทะเบียน บรรจุใน 32 คนสุดท้ายได้ทันที...” 

 

ซุน อึ้งไปเล็กน้อย ทั้งการกระทำของ ไป๋หู่จิวหรง หรือแม้แต่ มู่เจี้ยน ที่ออกมาแสดงความรับผิดชอบ ต่อถ้อยวาจาตนเอง... ในมือของ ซุน กำป้ายไม้การประลองเอาไว้แนบแน่น ต่อให้ไม่เข้าใจนัก ก็ยังรู้ได้ว่านี่คือโอกาสบางอย่าง!! 

 

เด็กหนุ่ม ประสานมือสุภาพ... 

“เช่นนั้น ผู้น้อยจะรับมันเอาไว้ จะไม่ทำให้องค์รัชทายาท และ มือปราบมู่ ต้องผิดหวัง...” 

 

จบจากส่วนนั้น ซุน ก็หมดหน้าที่ในงานเลี้ยง กลับเรือนพักของตน... ส่วนตระกูลฉี และรัชทายาท ยังคงอยู่ที่โถงรับรอบเพื่อจัดงานเลี้ยงต้อนรับต่อไป... ระหว่างที่เดินกลับมานั้น ซุน แสยะยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ ถึงแม้จะไม่ได้คาดหวังกับผลลัพธ์ในระดับนี้ แต่ก็เรียกได้ว่าอยู่ในเป้าหมายของ ซุน ตั้งแต่ที่เอ่ยปากขอเข้าวังแล้ว... 

 

ไหนเลยที่ ซุน จะไม่ทราบ เรื่องที่การขอเข้าวังเป็นสิ่งต้องห้าม... แต่ก็ยังแสร้งกล่าวโพล่งออกไป โดยอาศัยสถานะของเด็กชนบทที่ไม่รู้ความ พอจะคาดเดาอุปนิสัยขององค์รัชทายาทได้บางส่วนแล้ว เชื่อมั่นว่าตนจะไม่ถูกลงโทษอย่างแน่นอน... 

 

การเอ่ยปากขอเข้าวังนั้น มีเหตุผลก็เพื่อเปิดหัวข้อสนทนาโดยแฝงเจตนาแท้จริง... คล้ายบอกกับองค์รัชทายาทเป็นนัยยะ ว่าตนกำลังจะเข้าไปในเมืองหลวง เพื่อให้องค์รัชทายาทล่วงรู้ถึงการเดินทาง จะได้หาหนทางพบเจอกับ ซุน อีกครั้งในเมืองหลวง 

 

ซึ่งการทำเช่นนี้ นอกจากจะทำให้ไม่มีใครในเมืองหลวง กล้าแตะต้อง ซุน ที่รู้จักกับองค์รัชทายาทอย่างโจ่งแจ้งแล้ว ยังเป็นการประกาศชื่อเสียงของตนให้เลื่องลือออกไปอีกด้วย โดยอาศัยนามของ องค์รัชทายาท ลำดับที่ 9 อย่างแนบเนียน... 

 

ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่คาดไว้... 

 

เฒ่าชีเปลือย เป็นคนเดียวที่ล่วงรู้เจตนาของ ซุน อดไม่ได้ที่จะชื่นชม 

“ไม่เลวเลยนี่... ถือเป็นการปูทางไปสู่เมืองหลวงได้ดี ทั้งยังได้รับโอกาสเข้าประลองในอีก 4 เดือนข้างหน้า หากเจ้ามีความสามารถมากพอจะแสดงในการประลอง... ก็คงเป็นที่รู้จักไปทั่วทั้งทวีปพยัคฆ์ขาวแห่งนี้ได้ไม่ยาก...” 

 

ซุน ถอนหายใจเล็กน้อย... 

“บอกตามตรงว่า เป็นโชคดี ที่อุปนิสัยขององค์รัชทายาท คาดเดาได้ง่าย... นางมาจากชนชั้นฐานะที่สูงส่ง เห็นทุกสิ่งรอบ ๆ เป็นความสนุกตามช่วงวัยจึงง่ายต่อการชี้นำ บอกตามตรงว่าเรื่องเข้าร่วมการประลองสำคัญนี้ มันเกินกว่าที่ข้าคาดคิดไปไกลเลย ยังไม่แน่ชัดว่าสุดท้ายแล้ว จะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องแย่สำหรับข้าในตอนนี้กันแน่... 

 

ไหนจะทำให้ มือปราบมู่ ที่ต้องมาเดือดร้อนไปพร้อมกันด้วย... ข้าเลยไม่ค่อยจะสบายใจนัก...” 

 

เฒ่าชีเปลือย หัวเราะขึ้นทันที... 

“ก็ช่างหัวมันปะไร!! เจ้ามือปราบมู่ มันยื่นคอเข้ามาเอง หากมันไม่กล่าวชื่นชมเจ้าต่อหน้าองค์รัชทายาทผู้นั้น ไหนเลยที่เจ้าจะถูกดึงเข้าสู่วังวนความวุ่นวายครั้งใหม่... กลับเป็นเรื่องดีเสียอีก ในเมื่อเจ้ามือปราบนั่น มันต้องมีส่วนรับผิดชอบในผลการประลองของเจ้า มันย่อมต้องปกป้องตัวเจ้าไปจนกว่าจะถึงการประลองในอีก 4 เดือน  

 

เท่านี้ก็ได้ เบ๊ เป็นมือปราบชั้นยอด โดยไม่ต้องจ้างวานแล้ว... ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!” 

 

 ................................................. 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว