email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

นานจน(เกือบ)ลืมเธอ

ชื่อตอน : นานจน(เกือบ)ลืมเธอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.3k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 24 พ.ย. 2564 17:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
นานจน(เกือบ)ลืมเธอ
แบบอักษร

นานจน(เกือบ)ลืมเธอ

ep.6 นานจน(เกือบ)ลืมเธอ

 

ศิรสากลับมาทำงานต่อด้วยหัวใจที่สับสน ทั้งที่พยายามพุ่งสมาธิไปที่งาน แต่ดูเหมือนจะไม่สำเร็จเท่าไหร่

 

วันนี้มีประชุมผู้บริหาร ปกติหรรษพรได้เข้าร่วมประชุมทุกครั้งเพราะเลขาซีอีโอต้องเข้าไปเก็บข้อมูลการประชุม ส่วนเธอที่เป็นผู้ช่วยเลขามีหน้าที่เตรียมเอกสารให้เท่านั้น

 

เมื่อถึงเวลาเลิกงานศิรสารีบเร่งออกจากออฟฟิศก่อนใคร เพราะกลัวว่าวาทิตจะมาดักรอ แล้วเธอจะอดสงสารเขาไม่ได้ เธอไม่อยากให้เขาต้องมาคลุกคลีกับ..

 

ผู้หญิงที่มีตำหนิ

 

เพราะรู้ตัวเองดีว่าไม่มีค่าคู่ควรกับวาทิตผู้ชายที่เพรียบพร้อม อยากให้เขาเจอกับคนที่ดีกว่าเธอ เพราะถ้าเขารู้ประวัติของเธอ ท่านนายพลวิวัฒน์และคุณหญิงโฉมชบาพ่อแม่ของวาทิตคงรับเรื่องนี้ไม่ได้แน่นอน

 

ในอดีตครอบครัวศิรสาที่อยู่ต่างจังหวัดเคยอยู่กันพร้อมหน้า พ่อของเธอ สมศักดิ์ สมบัติสิริ จัดเป็นคนมีฐานะและชื่อเสียงคนหนึ่ง ถือเป็นผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งในวงการการเมืองท้องถิ่น

 

สมศักดิ์ได้แต่งงานกับ ศรียา นุชนาวา ที่เป็นแม่หม้ายลูกติด มีลูกสาวจากสามีเก่าหนึ่งคนคือ ศศิพิม นุชนาวา และมีลูกสาวด้วยกันกับสมศักดิ์คือ ศิรสา สมบัติสิริ ซึ่งก็คือตัวเธอเอง

 

เมื่อศิรสาเรียนอยู่ปีหนึ่งในมหาวิทยาลัยชื่อดัง แม่เธอก็เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเต้านม ทำให้เธอต้องอยู่กับพ่อเพียงลำพัง

 

ส่วนศศิพิมพี่สาวต่างบิดา ได้ขอย้ายตัวเองออกไปอยู่ตามลำพังกับมรดกของมารดาคือบ้านหลังเล็กๆ และเงินสดอีกเล็กน้อยในส่วนของแม่เท่านั้น

 

แต่สมศักดิ์พ่อของเธอก็ยังส่งเงินให้ศศิพิมใช้จ่ายเหมือนปกติ ทั้งที่ตอนนั้นพี่สาวของเธอเรียนจบและมีงานทำแล้ว

 

หลังจากแม่เธอเสียชีวิตหนึ่งปี ก็มีคนๆหนึ่งเข้ามาทำงานกับพ่อของเธอนั่นคือ ณัฐนิธาน วรสกุล เขาอายุมากว่าเธอหกปี เป็นคนเก่งหลายด้าน จนพ่อเริ่มไว้ใจให้เข้ามาอยู่ในบ้าน ทำให้เธอและเขามีโอกาสได้รู้จักและใกล้ชิดกัน

 

จนกลายเป็นความรัก

 

ด้วยความที่เขาเป็นชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดี มาพร้อมคำพูดที่ไพเราะอ่อนหวาน เข้าหาเธอที่ยังเป็นแค่เด็กมหาลัยปีสองอายุเพียงยี่สิบปีเท่านั้น ทำให้เธอตกหลุมรักได้เพียงระยะเวลาไม่กี่เดือน

 

ทั้งสองคนแอบคบหากันและมีความสัมพันธ์ลึกซิ้งเกินเลยไป โดยที่พ่อของเธอไม่เคยระแคะระคายแม้แต่น้อย

 

จนวันหนึ่งณัฐนิธานได้ขอเธอแต่งงาน เพราะยังอ่อนด้อยในเรื่องความรัก ทั้งที่เธอยังเรียนไม่จบ แต่ก็ตัดสินใจแต่งงานกับเขา ทั้งสองแอบไปจดทะเบียนสมรสกันเงียบๆ

 

เธอจึงเปลี่ยนนามสกุลจากเดิม ศิรสา สมบัติสิริ เป็น..

 

ศิรสา วรสกุล

 

หลังจากนั้นเพียงสามวัน สมศักดิ์พ่อของเธอก็ถูกตำรวจจับข้อหาค้ายาเสพติดและฟอกเงิน และคนที่จับพ่อของเธอก็ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นสามีของเธอเอง

 

ร้อยตำรวจโทณัฐนิธาน วรสกุล

 

เขาเป็นตำรวจฝ่ายสืบสวนที่แฝงตัวเข้ามาอยู่ในครอบครัวเธอ เพื่อมาสืบราชการลับจนรู้ว่าพ่อของเธอทำงานผิดกฎหมายและพยายามรวบรวมหลักฐานจนจับได้คาหนังคาเขา

 

พ่อของเธอถูกจับเข้าคุก บ้านและทรัพย์สมบัติในส่วนของพ่อถูกตำรวจอายัดทรัพย์ไว้หมด จนเธอไม่เหลืออะไรเลย

 

หลังจากที่รู้ว่าสามีคือคนที่จับพ่อตัวเองเข้าคุก ศิรสาก็ช็อคจนไม่พูดกับใครไปหลายวัน เธอมองเขาด้วยสายตาแห่งความผิดหวัง

 

ช่างเป็นการทรยศหักหลังที่เจ็บปวดที่สุดในชีวิตศิรสา

 

ส่วนตัวเขาก็ไม่เคยมาพูดมาถามอะไรแม้แต่น้อย หลังจากนั้นเขาก็หายตัวไป อาจเพราะเธอไม่มีผลประโยชน์ใดให้เขาตักตวงได้อีกแล้ว

 

เมื่อทำงานของเขาเสร็จ ก็ได้เวลา

 

ถี บ หั ว ส่ ง

 

ศิรสาลงรถเมล์แล้วเดินเข้าซอยบ้านมาอย่างเหนื่อยล้า วันนี้เป็นอีกวันที่หนักมากสำหรับเธอ การได้เผชิญหน้ากับสามีตัวเองโดยไม่ทันตั้งตัว จนปะทะคารมกันอย่างรุนแรงก็ทำให้เธอหมดพลังมากพอแล้ว

 

แต่เธอยังต้องจำใจตัดสัมพันธ์กับวาทิตด้วยรู้ว่าตัวเธอไม่คู่ควรกับเขา เพราะเธอไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ อย่างที่เขาคาดหวังไว้

 

บ้านหลังนี้เป็นบ้านหลังเล็กบนเนื้อที่ห้าสิบตารางวา มีสองห้องนอนสามห้องน้ำ หนึ่งห้องนั่งเล่นและหนึ่งห้องครัวกับโรงรถเล็กๆเท่านั้น ซึ่งเธอและพี่สาวก็ไม่เคยได้มีรถยนต์มาจอดเลย แม้จะอยู่ไกลสักหน่อยแต่ก็มีรั้วรอบขอบชิดทำให้ดูไม่น่ากลัวนัก

 

บ้ า น เป็นสมบัติของแม่เธอ ศรียา นุชนาวา ที่ยกให้กับศศิพิมลูกสาวคนโต เมื่อพ่อถูกจับเข้าคุก ศิรสาไม่มีญาติที่ไหนอยากจะรับไปเลี้ยงดู เพราะรังเกียจที่พ่อเธอค้ายาและเป็นไอ้ขี้คุก

 

พี่สาวของเธอจึงยื่นมือมาช่วยเหลือ พาเธอมาอยู่ที่นี่และทำงานส่งเสียเธอจนเรียนจบ แต่เพราะสุขภาพที่ไม่ค่อยแข็งแรงนัก ทำให้ระยะหลังศศิพิมจึงทำงานหนักไม่ได้ ศิรสาเมื่อมีงานทำแล้ว ก็ขอร้องให้พี่สาวหยุดพัก โดยเธอจะเป็นคนทำงานหาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัวเอง

 

บ้านเธออยู่ในซอยที่ลึกพอสมควร แต่เพราะรายได้ที่ชนเดือนของเธอทำให้ต้องประหยัด จึงเลี่ยงที่จะใช้บริการของวินมอไซด์หน้าปากซอย เลือกที่จะเดินเพื่อเซฟค่าใช้จ่ายลง

 

เธอเดินเข้ามาในบ้านก็รู้สึกแปลกใจ ที่เห็นมีรถสปอร์ตสุดหรูแบรนด์ดังจากยุโรปป้ายแดงใหม่เอี่ยมมาจอดถึงในโรงรถ ขมวดคิ้วงามอย่างสงสัย เพราะตั้งแต่เธอย้ายมาอยู่ที่นี่ ไม่เคยมีรถยนต์มาจอดเลยสักคัน นึกในใจคงจะเป็นรถของเพื่อนพี่สาวเธอ

 

"พี่พิมหิวจังมีอะไรกินบ้างคะ?" หญิงสาวถามเมื่อเดินเข้าบ้านมา เพราะตั้งแต่กลางวันเธอยังไม่ได้กินอะไรเลย ณัฐนิธานให้เบอร์เกอร์ของโปรดที่ไม่ได้กินมานานปีเพราะมีราคาแพง แต่เธอก็ปฏิเสธไป

 

"มีเยอะเลยจ๊ะ ทำไมวันนี้กลับเร็วจัง?"

 

พี่สาวส่งเสียงมาจากในครัว เธอจึงเดินเข้าไปหา แต่ก็ต้องตกใจสุดขีดที่เห็นคนที่ทำอาหารอยู่กลายเป็นณัฐนิธาน ส่วนพี่สาวเธอนั่งยิ้มหวานให้อยู่ที่โต๊ะทานข้าว ทำให้ศิรสาหยุดชะงักเท้าทันที

 

"กลับมาแล้วหรอคะ? อาหารเสร็จพอดีเลย"

 

ชายหนุ่มยิ้มหล่อใส่หน้าเธอ พูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง เขายังอยู่ในชุดเดิมแต่ถอดสูทสีเทาออกพาดพนักเก้าอี้ไว้พร้อมเนคไท ส่วนเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวนั้น ก็ถูกพับแขนเสื้อขึ้นมาจนถึงข้อศอก

 

แต่เธอไม่ทันฟังให้จบก็เดินออกจากครัวขึ้นบันไดไปข้างบนทันที เมื่อเปิดประตูห้องนอนก็โดนณัฐนิธานที่ย่องตามมารวบตัวพาเข้ามาในห้องแล้วปิดประตูอย่างรวดเร็ว เธอพยายามสะบัดตัวให้หลุดแต่แขนแข็งแรงของเขาก็ยึดตัวเธอไว้แน่น

 

"ปล่อยฉันนะ" เธอตะโกนสั่ง ผลักหน้าอกเขาออกห่างเพื่อให้หลุดจากการถูกมัดตัว แต่ไม่สำเร็จ

 

"หนูยิ่งดิ้น พี่ก็จะรัดให้แน่นขึ้นค่ะ" เขากอดเอวบางไว้ พูดกระซิบข้างหูจนเธอรู้สึกขนลุก

 

นานแค่ไหนแล้วนะ?!?

 

ที่เธอไม่เคยได้รับสัมผัสนี้จากเขาเลย ผู้ชายใจร้ายที่ทิ้งเธอไว้คนเดียว ในวันที่เธอต้องเผชิญกับเรื่องเลวร้ายที่สุดในชีวิต

 

สี่ ปี แล้ว ซิ นะ

 

นานจนเกือบลืมเลือน

 

เธอเกือบลืมไปแล้วว่าสัมผัสจากเขาเป็นเช่นไร?

 

 

☆☆☆☆☆☆☆☆☆

ที่แท้พี่ณัฐก็คือ รตท.ปลอมตัวมานี่เอง

ถ้าชอบฝากกดติดตามด้วยน้าาา

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว