ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 28

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ย. 2563 09:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
28
แบบอักษร

“อยากไปเที่ยวในตัวเมืองบ้างไหม” ตะวันถามเมื่อกลับมานั่งด้วยกันที่ระเบียงบ้าน เพราะครั้งแรกที่เจอกัน หล่อนเริงร่าอยู่ท่ามกลางแสงสียามราตรี 

            “ไม่ค่ะ ความจริงไม่ได้ชอบสถานที่แบบนั้น” ใบหม่อนบอกตามตรง 

            “เหรอ...” ชายหนุ่มลากเสียงยาวเชิงประชด ภาพที่เธอยักย้ายส่ายสะโพกอยู่ท่ามกลางหนุ่ม ๆ ยังติดตาเขาอยู่ 

            “ไม่เชื่อใช่ไหมคะ พี่ตะวันคิดว่าใบหม่อนเหลวไหล ใจแตกขนาดนั้นเลยหรือคะ” หญิงสาวเริ่มพูดเสียงเครือ 

            “เปล่า แค่สงสัยว่าทำอย่างนั้นไปทำไม” ตะวันรีบชี้แจง เพราะทราบอานุภาพแห่งความแสนงอนของเจ้าหล่อนดี 

            “ก็คุณพ่อ หักหลังใบหม่อนก่อน” เป็นครั้งแรกที่หญิงสาวยอมเล่าความในใจให้ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีฟัง 

            “ยังไง?” 

            “พอคุณแม่เสีย คุณพ่อก็พาแม่เลี้ยงเข้ามาอยู่ในบ้านพร้อมกับน้องสาวคนละแม่อายุน้อยกว่าเพียงปีเดียว คิดดูสิคะ ว่าคุณพ่อโกหกคุณแม่ กับใบหม่อนมานานเท่าไหร่แล้ว” หญิงสาวระบายความอัดอั้นตันใจ 

            “ท่านบอกหรือเปล่า ว่าเพราะอะไร” 

            “ไม่จำเป็นหรอกค่ะ ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไร ผลก็เป็นอย่างที่เห็นอยู่ดี” 

            “หมายความว่า ยังไม่เคยฟังเหตุผลของคุณพ่อใช่ไหม” 

            ใบหม่อนไม่ตอบ เม้มปากแน่นทั้งโกรธ เสียใจ น้อยใจ สับสนปนเปกันจนแยกไม่ออก 

            “คุณอาเดชา ท่านเป็นห่วงใบหม่อนมากนะ” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงนุ่ม 

            “ไม่จริงหรอกค่ะ เขาแค่เขี่ยมาให้พ้นหูพ้นตาพวกเขาก็เท่านั้น” หญิงสาวเอ่ยเสียงขื่น หล่อนลงบันได เดินทอดน่องอยากคิดอะไรเงียบ ๆ คนเดียว ส่วนตะวัน เขาปล่อยให้หญิงสาวได้ทีโอกาสได้คิดทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ด้วยตัวเอง จึงปล่อยหล่อนไปก่อน 

 

            ใบหม่อนเดินเรื่อยเปื่อยมาทางแปลงผักหลังบ้าน หล่อนคิดถึงมารดา ที่ป่วย กระเสาะกระแสะ ตั้งแต่หล่อนจำความได้ บางทีท่านอาจจะตรอมใจ เพราะรู้ว่าบิดานอกใจ ก็เป็นได้ แต่ใบหม่อนก็ไม่เคยเห็นท่านทั้งสองทะเลาะกัน  ไม่ว่าจะคิดในมุมไหน บิดาก็เป็นคน ผิดอยู่ดี แต่จะว่าไปแล้ว คนที่บิดาเลือกให้หล่อน ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร เพียงไม่กี่วันที่อยู่กับพี่ตะวัน หล่อนกลับรู้สึก อบอุ่นใจ ไว้ใจ ราวกับเคยรู้จักกันมาแสนนาน 

 

            “.....แกร๊บ...สวบ...สวบ...” เสียงเคลื่อนไหวหลังต้นไม่ใหญ่ ดึงสติหญิงสาวกลับมา หล่อนเผลอเดินเลยเข้ามาในเขตดงไม้ค่อนข้างรกทึบ หญิงสาวกวาดตามองก็ไม่เห็นสิ่งผิดปกติ  กำลังจะเดินเข้าไปดู แต่ก็ต้องชะงัก 

            “ใบหม่อน....” ตะวันตะโกนเรียก เขารออยู่นาน หญิงสาวไม่กลับสักที จึงตามลงมา ทันได้เห็นและรีบเรียกไว้ก่อนที่หล่อนจะเข้าไปในดงไม้นั้น 

            “ทีหลังอย่ามาแถวนี้คนเดียวอีกนะ” ชายหนุ่มคว้ามือใบหม่อนจูงออกมา 

            “ทำไมหรือคะ ก็อยู่ใกล้ ๆ บ้านแค่นี้เอง” 

            “งู น่ะสิ หรือว่าชอบ” 

            “อึ๊ย.......” ใบหม่อนทำหน้าสยดสยอง เข้ากอดแขน เกาะติดชายหนุ่มแจ 

            “พี่จะออกไปธุระ เดี๋ยวค่อยกลับมากินข้าว ถ้าหิวก็กินก่อนได้เลยนะ” 

            “ไปไหนคะ ใบหม่อนไปด้วย” หญิงสาวกระชับแขนที่เกาะเขาไว้แน่นเข้าไปอีก บอกกลาย ๆ ว่ายังไงหล่อนก็ไม่ยอมอยู่คนเดียวในบรรยากาศยามเย็น ใกล้ค่ำแบบนี้ 

  

            ตะวันขับรถมากับหญิงสาว ลัดเลาะชมบรรยากาศยามเย็นของบ้านไร่ใบหม่อนอันกว้างใหญ่ สมกับเป็นไร่กาแฟที่ใหญ่ที่สุดในแถบนี้  หลังสิ้นแสงสุดท้าย แต่ความมืดมิดก็ยังไม่สามารถกลืนกินทุกสิ่งได้ ชายหนุ่มขับรถมาจอดหน้าบ้านพักคนงาน ที่คลาคล่ำไปด้วยคนงานชายหญิง และเด็กเล็ก รวมแล้วน่าจะเกือบร้อยชีวิต  

 

            ตะวันพาใบหม่อนลงมาแนะนำกับคนงาน หลายคนยังไม่เคยเห็นนายผู้หญิง ก็ว่าสวยสมกับนายตะวันมาก ๆ ใบหม่อนยังไม่ชิน รู้สึกเขินเหมือนกันที่ตกเป็นจุดสนใจ เลยได้แต่ยิ้ม ไม่รู้จะพูดอะไร 

 

            “นาย... พร้อมแล้ว” พู่เข้ามาบอกกับนายตะวัน เขาจึงฝากใบหม่อนไว้กับ นางติ๋ม คนงานผู้หญิง แล้วเดินตามพู่ออกไป 

            “นายผู้หญิงโชคดีนะ นายตะวันน่ะดี๊ดี ใครได้เป็นผัวสบายไปทั้งชาติ”  ติ๋มชวนใบหม่อนคุย 

            “ดียังไงคะ ดุจะตาย” ใบหม่อนแกล้งว่า 

            “ไม่ดุเลยค่ะ...จะว่าไปนะคะ ผู้จัดการดุกว่าเยอะ” หล่อนเล่าพลาง มองซ้ายมองขวา ลดเสียงลง 

            “คุณคทา น่ะหรือคะ” ใบหม่อนไม่อยากเชื่อ ผู้ชายที่หน้าตาจืดสนิท อย่างคทา จะได้ชื่อว่าดุกว่าตะวัน 

            “จริง ๆ ค่ะ ขนาดนางดาวมันท้องไม่มีพ่อ  นายก็ยังเลี้ยงไว้ แถมเมตตาเอ็นดูลูกของมันด้วยนะคะ” ติ๋มเล่าพลางจ้องหน้าหญิงสาวไม่วางตา 

            “เหรอคะ” ใบหม่อนตอบด้วยอาการปกติ ไม่ได้คิดอะไร 

            “ไอ้พวกปากหอยปากปู บ้างก็หาว่าเป็นลูกของนาย...แต่อิฉันไม่เชื่อหรอกค่ะ” ติ๋มพูดไปเรื่อยตามประสาคนช่างเม้าส์ 

ความคิดเห็น