teepasikha
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ฉันบอกแล้ว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 33

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ย. 2563 08:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉันบอกแล้ว
แบบอักษร

“ก็แหงล่ะ คุณให้เป็นความลับ แล้วจะกล้าให้ใครมารับฉันได้ล่ะคะ” ดารินยังคงเถียงฉอดๆ 

“ก็กะว่าจะให้พชรนัยมารับ...แต่วันนี้เขาคงไม่ว่าง” ดารินเบิกตาโพลงหลังจากได้ยินชื่อพ่อลีจงซอกเมืองไทย 

“แปลว่า ถ้าคุณไม่ว่าง จะเป็นคุณพชรนัยมารับฉันหรือคะ” หญิงสาวดวงตาเป็นประกายแวววาวมีความหมาย ก่อนเขมกรพยักหน้า 

“บ้านคุณอยู่ไหน จะได้ไปส่ง” หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งจึงเอ่ยถาม 

“ตรงไปก่อนค่ะ” 

“หนาวหรอ” มือหนาเอื้อมไปลดอุณหภูมิลงให้ หลังจากสังเกตเห็นอาการสั่นเล็กๆ จากตัวหญิงสาว ก่อนจะตีไฟเลี้ยวเข้าเทียบถนน 

“จอดรถทำไมคะ” ดวงตากลมถามอย่างสงสัย ก่อนที่เขมกรจะหันไปยังด้านหลัง ควานหาเสื้อสูทที่วางทิ้งไว้มาคลุมให้ 

“จะทำอะไรคะ” ร่างเล็กเบี่ยงตัวออก มือหนาคว้าตัวไว้ให้อยู่นิ่ง ก่อนจะคลุมเสื้อให้เข้าที่ 

“เดี๋ยวก็ไม่สบาย คลุมไว้ก่อน อย่าพึ่งเอาออก” คำสั่งของชายหนุ่มทำให้หัวใจของดารินเต้นรัวถี่ น้ำคำแสนอบอุ่นนั้น อย่างกับซีรีส์เกาหลีไม่มีผิด ซารางเฮ.. 

“ไม่นะ ฉันจะเป็นแบบนี้ไม่ได้ จะใจเต้นแบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด ลีจงซอก ช่วยด้วย” 

“อะไรซุกนะ คุณซุกอะไร” ชายหนุ่มได้ยินไม่ถนัดนัก จึงหันใบหน้าหล่อเหลามาถามหญิงสาว ด้วยอาการงุนงง เพียงสบตาเท่านั้น ดารินยิ่งหัวใจเต้นแรงเป็นทวีคูณ ก่อนจะกลืนน้ำลายอึกใหญ่ แล้วส่ายศีรษะไปมาอย่างรวดเร็วเป็นการปฏิเสธ มือบางจับเสื้อไว้แน่นด้วยเพราะอาการเกร็งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พึ่งรู้ว่านอกจากพชรนัยแล้ว ยังมีเขมกรที่ทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหวได้ขนาดนี้ 

“เอ่อ..ผมลืมแจ้งให้คุณทราบ ว่าคุณรัตนาหัวโบราณมาก การที่คุณใส่กระโปรงสั้นแบบนี้ไปหา ผมว่าไม่เหมาะ” 

“แล้วทำไมคุณไม่บอกฉัน” 

“ก็คิดว่าจะเอาตัวรอดได้” 

“คุณเลิกพูดคำนี้ซะทีได้ไหมคะ คุณดูสภาพฉันสิ เอาตัวรอดได้งี้” หญิงสาวชี้มาที่ใบหน้าของตัวเอง พลางมุ่ยหน้าไม่สบอารมณ์เช่นเดิม 

“เอาน่า...ถือว่าวันนี้ได้เรียนรู้ ว่าคุณรัตนาเป็นคนยังไง คราวหลังจะได้เตรียมตัวรับมือได้” ไม่นานนักเสียงมือถือของเขมกรดังขึ้น เป็นเบอร์โทรของเบลล่า เขารีบกดรับทันทีไม่รอช้า 

“ครับเบล” ดารินนั่งฟังการสนทนาเงียบๆ 

“เบลลืมบอกคุณไปน่ะค่ะ ว่าเบลกำลังจะเปิดห้องเสื้อ เป็นแบรนที่เบลกับเพื่อนทำร่วมกัน” 

“จริงหรือครับ ดีใจด้วยนะ” ดารินมองรอยยิ้มของชายหนุ่ม หากตัดเรื่องเสื้อผ้า รถหรู หรือฐานะออกไปแล้ว เขาดูเป็นผู้ชายธรรมดาคนหนึ่ง ทั่วๆ ไป รอยยิ้มของเขมกรดูบริสุทธิ์ ก่อนชายหนุ่มจะกดวางไป แล้วเลื่อนสายตาคมมาสบตากับเธอ 

“มองผมแบบนั้น คิดอะไรอีก ต่อว่าผมในใจซักอย่างใช่ไหม” ดารินหลุดยิ้ม 

“แสนรู้” 

“หลายครั้งแล้วนะ อย่าลืมว่าผมเป็นผู้บริหาร” 

“คุณก็อย่าลืม ว่าฉันมาเพื่ออะไร ไม่ได้เป็นลูกจ้างคุณตลอดไปเสียหน่อย ถ้างานสำเร็จฉันก็ไปตามทางของฉัน เราต่างก็มีผมประโยชน์ด้วยกันทั้งนั้น” เขมกรพยักหน้าอย่างเข้าใจ เพราะทุกอย่างเป็นไปตามที่หญิงสาวพูดทุกประการ เขาแค่ต้องการที่ผืนนั้น ส่วนเธอต้องการให้เขาถอนบังคับคดี หลังจากใช้เวลาไม่นานนัก รถหรูก็จอดเข้าเทียบประตูหน้าบ้านของดาริน เขมกรสังเกตดูหมู่บ้านอย่างสนใจ 

“นี่หรอ ที่คุณบอกว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านรัก ที่กำลังจะถูกยึด” ดารินวาดตามอง ก่อนจะพยักหน้า แล้วเปิดประตูออก 

“สูทนี้ เดี๋ยวฉันซักแล้วเอามาคืนนะคะเจ้านาย” เขมกรพยักหน้า ก่อนที่ดารินทำท่าจะปิดประตู 

“เดี๋ยวก่อน อย่าลืมทานยาด้วยล่ะ ผมเห็นคุณนั่งตัวสั่นตลอดทาง เดี๋ยวจะไม่สบาย” คำพูดแสนอบอุ่นของชายหนุ่ม ปักเข้ากลางใจของดาริน ทำให้หัวใจเต้นแรงเป็นรอบที่สอง ภายใต้ความเข้มงวดนั้น ทำไมถึงอ่อนโยนได้ขนาดนี้ หลังจากที่ดารินปิดประตูรถแล้วยืนส่งรถหรูแล่นออกไป เธอจับเสื้อสูทแน่น แล้วหันเดินเข้าบ้าน 

“ใครมาส่งหรือลูก” ดารินชะงักเล็กน้อยไม่คิดว่ามารดายืนมองอยู่ 

“อ่อ..เจ้านายน่ะค่ะ” ดารินปั้นหน้ายิ้มแล้วตอบตามความเป็นจริง 

“แล้วทำไมตัวเปียกแบบนั้น” ดวงตาของผู้เป็นมารดาเบิกกว้าง หลังจากเห็นสภาพของลูกสาวเปียกปอนยุ่งเหยิง 

“เรื่องมันยาวน่ะค่ะ เดี๋ยวรินจะเล่าให้ฟังนะคะ แต่ขอรินไปเปลี่ยนชุดก่อน รินหนาวมาก”  

“ปะๆ เข้าบ้าน” มารดาพยักหน้าแล้วรีบเข้ามาประคองตัวลูกสาวเข้าบ้านไป ดารินอาบน้ำอาบท่าเปลี่ยนชุดเสร็จ จึงเดินเอาผ้าชนหนูเช็ดที่ศีรษะแล้วเข้ามานั่งที่เตียงนอน พินิจหัวใจตัวเองอย่างแปลกประหลาด 

“ลีจงซอกคะ ถึงแม้ฉันจะหวั่นไหวกับคุณพชรนัยหรือเขมกรไปบ้าง แต่คุณก็คือที่หนึ่งในใจฉันนะคะ” เธอหยิบหมอนข้างที่เป็นรูปดาราเกาหลีที่โปรดปรานขึ้นมากอด ก่อนจะถอนหายใจยาว แล้ววางหมอนข้างลง พลางทำหน้ามุ่ย ดวงตากลมเลื่อนมองสภาพห้อง ทุกมุมเต็มไปด้วยภาพของดาราเกาหลี หญิงสาวปล่อยยิ้มกว้างออกมาก่อนจะเดินลงมายังด้านล่าง 

เสียงดนตรีในสถานบันเทิงดังกึกก้อง เขมกรเดินตรงมานั่งด้านข้างพชรนัย ก่อนจะรินแอลกอฮอล์แล้วกระดกขึ้นอย่างช่ำชอง แล้วเหลือบหันมองหน้าเพื่อนรักที่กำลังนั่งกอดหญิงสาวของทางร้านอยู่ถึงสองคน ก่อนเขมกรจะปล่อยยิ้มแล้วส่ายศีรษะ 

“ฉันแบ่งให้คนหนึ่งไหม” พชรนัยถามอย่างกวนๆ  

“ไม่อ่ะ” เขมกรปฏิเสธ แล้วกระดกแอลกอฮอล์อีกครั้ง 

“ฉันว่า ฉันจะตัดใจจากเบลล่าแล้วนะ” เขมกรพูดขึ้นด้วยความสับสน พลางถอนหายใจ 

“นายทบทวนดีแล้วหรอ” พชรนัยถามเพื่อนรัก ก่อนจะกระซิบบอกให้น้องพนักงานคนสวยออกไปก่อน หลังจากสองสาวออกจาก อกของพชรนัยแล้ว เขาก็ขยับเข้ามานั่งด้านข้าง เห็นเขมกรพยักหน้าตอบรับเป็นนัยน์ว่าเขาทบทวนดีแล้ว 

“อะไรที่ทำให้นายตัดใจได้ง่ายขนาดนั้น” พชรนัยถามอย่างสงสัย เพราะเขาเองเคยบอกให้เขมกรตัดใจจากเบลล่าหลายครั้งหลายครา แต่ไม่เป็นผล  

“มันไม่ง่ายเลยนัย ไม่มีใครรู้ว่าฉันรู้สึกยังไง เบลล่าก็ยังคงเป็นเบลล่าเช่นเดิม ฉันไม่มีทางเปลี่ยนเธอได้ ฉันควรเชื่อนายตั้งนานแล้ว” รอยยิ้มของเขมกรแฝงด้วยความเจ็บปวด พชรนัยรู้ดี ก่อนเอื้อมมือตบที่บ่าของเพื่อนรัก แล้วรินแอลกอฮอล์ให้ 

“มันต้องอย่างนี้สิ นายไม่ควรจมปักอยู่กับผู้หญิงที่ไม่เห็นค่า เชื่อฉัน ถ้านายได้เปิดใจมองคนอื่นบ้าง บางทีนายอาจจะเจอคนที่เข้ากับนายได้ แล้วนายจะรู้ว่าความสุข ที่แท้จริงมันเป็นแบบไหน” 

“นายทำเหมือนนายมีความรักแล้วงั้นแหละ”  

“ฉันยังหาไม่เจอ แต่ในแบบของนาย ฉันดูปราดเดียวก็รู้ ว่านายไม่ได้มีความสุข” เขมกรชะงัก แล้วยิ้มออกมาเป็นการยอมรับความจริงไม่โต้เถียง พชรนัยหันมองดูสาวๆ ที่แวะเวียนเข้ามาใช้บริการของทางร้านอย่างสนอกสนใจ ก่อนจะนึกบางอย่างได้แล้วหันมาหาเขมกร 

“เอ่อ...แล้วเรื่องที่ผืนนั้น ผู้หญิงคนนั้น ประสานงานถึงไหนละ คุณรัตนามีปฏิกิริยายังไงบ้าง”  

“ดารินกลับมา ในสภาพเดียวกับลูกหมาตกน้ำ” 

“ฮ่าๆ” พชรนัยหัวเราะชอบใจ เขาคิดไว้แล้วเชียวไม่มีผิด ฤทธิ์ของคุณรัตนา แม้แต่บริษัทคู่แข่งยังยอมแพ้ในการดื้อดึงของเธอ ได้ถอนตัวไปหลายราย เรื่องความหัวแข็งเอาแต่ใจนั้นถูกเล่าลือกันหนาหูนักในหมู่นักธุรกิจอสังหาฯ  

“ฉันบอกนายแล้ว ว่าคุณดารินจะเอาไม่อยู่” 

“แต่ฉันเชื่อว่าเธอต้องทำได้ ฉันเคยจนตรอกมาก่อน ฉันรู้ว่าเธอจะไม่ยอมให้บ้านของเธอถูกยึด เราไม่สามารถใช้พนักงานธรรมดาทำงานนี้ได้ นอกจากดารินเท่านั้น” ดวงตาคมของเขมกรแน่วแน่ ก่อนจะยกแอลกอฮอล์ขึ้นดื่ม 

“ฉันขอเตือนนายอีกเรื่อง คุณดารินไม่ได้แค่ฟันฝ่าด่านของคุณรัตนา แต่เธอต้องไปต่อสู้กับบริษัทคู่แข่งของเราที่ส่งคนไปไม่เว้นแต่ละวัน ถึงตอนนั้นใครจะทนไหว ถ้านายอยากให้มันง่ายขึ้น คุณดารินจำเป็นต้องมีคนช่วย” 

“หมายความว่าไง” เขมกรหรี่ตาถามอย่างสนใจ 

ความคิดเห็น