ธนูลักษณ์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 2

คำค้น : ธนูลักษณ์ ชู้ ถ่านไฟเก่า รสรักสาวห้าง NTR ซ่อนเงื่อน ลึกลับ ซับซ้อน

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 325

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ย. 2563 00:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2
แบบอักษร

"ฮัลโหล" ผมรับโทรศัพท์

"ทำไรอยู่" คำพูดประโยคคุ้นเคยด้วยเสียงหวาน ๆปลายสาย เธอคือเมียหนึ่งเดียวคนนี้ของผมเองครับ

"ทำงานสิจ๊ะเมียจ๋า" ด้วยเสียงเด็กอนุบาลอ้อนขนม

"หืม ... พูดออกมาได้ไม่อายปาก ไม่กลัวคนข้าง ๆหมั่นไส้เหรอ"

"กลัวทำไมคนรักเมีย" ผมอ้อน อาจจะเป็นช่วงข้าวใหม่ปลามัน ผมไม่เคยเบื่อเธอเลยนั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผมเลือกเธอเป็นคู่ชีวิต

"ให้มันได้อย่างนี้ตลอดไปนะ คุณนราธิป”

"ไม่มีเปลี่ยนแปลงจ๊ะ แล้วโทรหาพี่มีอะไรเหรอ"

"มีข่าวดีจะบอก"

"ข่าวดี ข่าวดีอะไร ยะ อย่าบอกนะ" ผมทำเสียทุ้มหล่อเหมือนในหนังนักพากย์พันธมิตร

"อย่าบอกอะไร"

"ยะอย่าบอกนะว่า ..." ผมทำเสียงดีเลย์

"เมียจ๋าท้องอ่ะ"

"บ้า จะท้องได้ยังไง ยังไม่ได้ปล่อย"

"แต่ผัวก็สดทุกวันนะ" เรื่องทะลึ่งไว้ใจผม

"ปล่อยนอกเหอะ" เธอค้อนด้วยน้ำเสียงเย้ยอ่อย

"มันอาจจะแอบเข้าไปก็ได้ ซนเหมือนพ่อมันไง"

"เปล่ายะ ที่จะบอกข่าวดีก็คือ เตงรู้จักไอ้ติ๊กป่ะ"

"ติ๊ก ... ติ๊กไหนอ่ะ" 

"ก็ไอ้ติ๊กเพื่อนของปั๋นไง คนที่เป็นพีอาร์ด้วยกันอ่ะ" ผมทำทีนิ่งนึก ปั๋นน่ะรู้จักหน้าญี่ปุ่น หุ่นมินิแต่เอ็กซ์โคตร แต่ติ๊กนี่ต้องนึกก่อน เพื่อนของเธอผมไม่ได้รู้จักทุกคนนัก หากรู้จักก็รู้จักเพียงผ่าน ๆ หลัก ๆที่ผมจำได้คือน้องปั๋น เพราะเธอเป็นเพื่อนเจ้าสาว

"คนที่เตงชมว่ามันสวยอ่ะ” เธอคงคิดเอาว่าผมคงยังทำหน้านิ่ว เธอจึงเล่าดีเทลต่อ

“ไอ้ติ๊กที่นมใหญ่ ๆ ขาวทั้งตัว ที่เตงบอกว่าก้นดินระเบิดน่ะ”

"อ๋อ คนนั้นเอง" 

"แงะ ทีอย่างนี้ล่ะจำได้"

"น้องนมใหญ่ ๆ นั่นเอง"

"ชมผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าเมีย พูดยังงี้ อยากมีเรื่อง"

"ป่ะ เปล่าจ๊ะ เตงก็คิดมาก ก็แค่พูดไปตามที่เห็น ติ๊กทำไมเหรอ" ผมรีบเบี่ยงประเด็น

"ติ๊กมันได้ตั๋วไปต่างประเทศ"

"แล้ว อย่าบอกนะว่าจะขอไปเที่ยวกับติ๊ก"

"ไม่เชิง"

"ยังไง"

"มีตั๋วสี่ใบ ติ๊กไปกับแฟนมัน ส่วนอีกสองใบมันให้เรามา"

"หูย อย่างกับถูกหวย ทำไมใจดี" จู่ ๆก็ให้ตั๋วไปต่างประเทศ ต้องใจดีขนาดไหน

"อยากไปละสิ"

"ช่วงนี้งานยุ่งอ่ะ"

"อย่าพูดอย่างนี้ดิ ใจคอไม่ดี เมียก็อยากเที่ยว ตามใจหน่อยน๊า ๆ" อ้อนเสียงอ่อน ๆอย่างนี้ อยู่ใกล้จะจัดให้

"ที่ไหนอ่ะ ประเทศอะไร"

"บอกก่อนว่าจะด้วยกัน แล้วจะบอกว่าที่ไหน"

"ก็บอกว่าช่วงนี้งานยุ่งอ่ะ ที่รัก" บอกตามตรงตอนนี้งานผมค่อนข้างยุ่งมาก และโปรเจ็คที่รับผิดชอบอยู่ตอนนี้กำลังก่อร่าง ถ้าผมหนีเที่ยวตอนนี้ ทั้งทีมงานรวมถึงเจ้านายก็คงเพ่งเล็งแน่ ๆว่าไม่มีความรับผิดชอบ

"งั้นเค้าไปกับติ๊กก็ได้" เธอตัดบท

"ไปกันสามคน"

"ก็ต้องหาอีกคนไปด้วยดิ" ผมบอก

"อืม ..." ผมครุ่นคิด

"ไม่รู้ล่ะ ถ้าเตงไม่ไป เค้าก็จะไปเอง เค้าอยากเที่ยว" วางสาย! น่าจะสะบัดบ๊อบด้วย

 

หงุดหงิด ...

ประชุมก็จะเริ่มล่ะ เมียก็มางอนอีก รายนั้นถ้างอนขึ้นมาละก็นานเลยกว่าจะหาย เชื่อเถอะถ้าไม่ยอมให้ไปคงไม่ต้องสงบสุขกันหรอกทีนี้ เมียก็ต้องเอาใจงานก็ต้องทำ เวิร์ค ไลฟ์ บาลานซ์ รู้จักมะ

 

…….. …….. …….. & …….. …….. ……..

 

ทำไมไอ้กิตติมันอยู่หัวโต๊ะวะ ใกล้ ๆกับท่านประธานบริษัทเสียด้วย ใหญ่ไม่หยอกนะเพื่อนเรา เราเสียอีกหัวหน้าแผนกเล็ก ๆนั่งอยู่เก้าอี้เสริมท้าย ๆห้องด้วย

แอบชะโงกมองมันเป็นช่วง ๆ ไอ้หมอนี่ราศีมันจับได้เป็นผู้บริหารจริง ๆเมื่อก่อนมองไม่เห็นทางเลยจริง ๆ

"ก่อนอื่น ผมต้องขอแนะนำให้ทุกคนรู้จักกับคุณกิตติ เชี่ยวชาญไชย" เพื่อนผมเองครับ พราวพรีเซ้นต์นิสนุง อมยิ้มน้อย ๆ

“หรือที่เรารู้จักกันในนาม มิสเตอร์เทียนทันวิน” พอทุกคนได้ยินชื่อนี้เท่านั้นถึงกับมีเสียงอื้ออึงกันเลยทีเดียว ชื่อนี้มัน ...

"ผู้บริหาร ประธานบริษัท หรือเจ้าของบิสซิเนสสตาร์ สำนักงานใหญ่ครับ" เสียงปรบมือดัง .... เฮ้ย !เดี๋ยว ! อะไรนะ 

 

"ขอบคุณทุกท่านครับ ผมยินดีที่ได้รู้จักทุกท่านเช่นกันครับ เรียกผมว่ากิตติเหมือนเดิมก็ได้ครับ ทั้งตัวและหัวใจผมยังเป็นคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ”

"เดินทางเป็นยังไงบ้างครับ" ประธานใหญ่ของบริษัทผมถามแบบกันเอง

"ราบรื่นดีครับ ความจริงผมคิดถึงเมืองไทยบ้านเรามาก มาคราวนี้ก็กะว่าจะอยู่ให้หายคิดถึงเลย"

"จริงด้วยซีครับ คุณกิตติเป็นคนไทยแท้ที่ย้ายไปอยู่ที่พม่านี่นา ไม่คิดจะย้ายมาอยู่ที่เมืองไทยแบบถาวรหรือครับ" แสดงว่าผู้บริหารทั้งหมดยังไม่ได้เจอกันก่อนหน้านี้ อุตส่าห์ทักทายกันต่อหน้าที่ประชุมอย่างกันเอง แล้วไอ้เพื่อนของผมนี่มันเป็นเจ้าของบริษัทจริง ๆเหรอ มันคือมิสเตอร์เทียนจริง ๆเหรอ นี่มันอะไรกันเนี่ย 

ผมเป็นพวกทำการบ้านน้อยเสียด้วย ไม่สิไม่ทำการบ้านเลยดีกว่า มึงเป็นนักการตลาดมือทองนะเว้ย ถึงได้นั่งอยู่ปลายแถวอย่างนี้ไงเล่า

 

"ก็คิด ๆไว้เหมือนกันครับ ที่ไหนก็ไม่เหมือนบ้านเรา แต่ก็เพราะธุรกิจนั่นแหละครับ ถ้าเป็นไปตามแผนที่วางไว้ทีมงานที่พม่าไม่ต้องการผมแล้ว ผมคงต้องกลับมาเกษียณที่บ้านเรา"

"โห คนเก่ง ๆอย่างคุณกิตติ คงไม่มีใครอยากให้เกษียณหรอกครับ" เป็นการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการเสียมากกว่าการประชุมที่เคร่งเครียด 

เนื้อหาสาระก็หลัก ๆก็คือบริษัทที่ผมทำงาน อยากจะให้บิซสิเนสสตาร์ทำผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ให้ ด้วยค่าศักยภาพของเครื่องจักรที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ที่ผลิตได้ครั้งละมาก ๆ และประหยัดต้นทุน หากการดีลนี้สำเร็จ ผมได้ยินพี่ ๆในที่ทำงานบอกว่าบริษัทจะประหยัดบัดเจ็ตไปเป็นหลักพันล้าน ไอ้ตัวเลขพวกนี้ผมไม่ค่อยรู้เรื่องนักหรอก หลัก ๆที่เขาให้ผมเข้ามาก็เพราะท่านประธานอยากให้พนักงานเข้ามาโชว์แสนยานุภาพเท่านั้น ว่าที่บริษัทใหญ่โตพนักงานเยอะแค่ไหน

 

แต่ว่าไอ้กิตติมันเปลี่ยนไปเอามากจริง ๆ จากหลังตีนเป็นหน้ามือเลย นี่ผมเผลอไปตบไหล่มันเสียเซ เยี่ยวกระฉอก ดีไม่เบิ้ลตบหัวมันไปด้วย นี่ถ้าผู้จัดการผมรู้คงกาแฟพุ่งแน่ ๆ

ความคิดเห็น