teepasikha
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เรียกรถพยาบาล

ชื่อตอน : เรียกรถพยาบาล

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 27

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ย. 2563 10:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เรียกรถพยาบาล
แบบอักษร

“มีอะไร” เขมรกรหันไปหาเพื่อนสนิท แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนลงจากเมื่อครู่ 

“พอจะบอกฉันได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมอนุญาตผู้หญิงคนนี้เข้ามาในบริษัท” ชายหนุ่มเดินตรงเข้ามาแล้วถามเพื่อนรักอย่างไม่เข้าใจ เสียงถอนหายใจของเขมกรทำให้ดารินเหลือบตามอง 

“หมดธุระของคุณแล้ว ถ้าหากมีอะไรผมจะติดต่อไป เชิญครับ” เขาผายมือไล่เธอทางอ้อม ก่อนหญิงสาวจะก้มหน้าลงเล็กน้อยแล้วเดินผ่านพชรนัยออกไป ให้ตายเถอะกลิ่นหอมจากตัวเขายั่วยวนอะไรเช่นนี้ เธอสูดเก็บไว้เต็มปอด พร้อมกับฝีเท้าที่รีบก้าวออก 

“เล่ามาให้หมด” พชรนัยเข้าไปนั่งแทนที่หญิงสาวเมื่อครู่ ดวงตาคมจ้องเอาความจริงจากเพื่อนรัก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เปรยออกมาจากปากเรียวยาวของเขมรกร 

“ไม่มีอะไรมาก ฉันก็แค่ใช้เธอทำงานให้เรา” คิ้วยู่ชนกันของพชรนัยแปลว่ากำลังไม่เข้าใจ 

“เมื่อวานตอนฉันกลับบ้าน บังเอิญได้เจอกับเธอ..ฉันหมายถึงดาริน เธอให้ฉันดูเอกสารบางอย่าง ปรากฏว่าทีมทนายประจำบ้านฉัน กำลังเดินเรื่องเพื่อสืบทรัพย์เธอ เอกสารทั้งหมดดูแล้วไม่น่าจะปลอม ดารินต้องการให้ฉันถอนบังคับคดี ฉันก็เลยมีข้อเสนอให้เธอทำ” 

“นายอย่าบอกนะ ว่าให้เธอไปเจรจาเรื่องที่ผืนนั้น” 

“ฉลาดมาก สมกับเป็นเพื่อนฉันจริงๆ” 

“นายจะบ้าเหรอเขม เราส่งคนไปเจรจายังเอาตัวแทบไม่รอดกลับมา คุณรัตนาเป็นหญิงแก่เอาแต่ใจ ดีไม่ดีอาจได้รับอันตราย”  

“นายไม่ต้องห่วงหรอก ดูทรงแล้วดารินฉลาดเป็นกรด เอาตัวรอดได้ไม่ยาก” 

“แล้วเรื่องคดี นายไม่รู้เหรอว่ามันเกิดอะไรขึ้น” 

“อาจจะพ่วงมาจากตอนที่พ่อฉันมีชีวิตอยู่ ฉันให้คนไปค้นข้อมูลละ ไม่นานน่าจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ว่าแต่...ทำไมนายดูสนใจผู้หญิงคนนั้นเป็นพิเศษ ดูแปลกนะ ปกตินายไม่ค่อยใส่ใจใครเท่าไหร่ นอกจากตัวเอง” เขมกรเอื้อมดึงแฟ้มเอกสารเก็บเข้าที่ พลางหันมองเพื่อนรัก 

“หึ...” พชรนัยหัวเราะในรำคอ พลางส่ายศีรษะ รู้สึกเหมือนถูกเพื่อนหลอกด่ากลายๆ ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาดูเวลา แล้วเตรียมลุกขึ้น 

“จะไปไหน” เขมกรถามอย่างสงสัย 

“ก็ไม่มีอะไรแล้วนี่นา จะอยู่ในนายแขวะฉันทำไมล่ะ” พชรนัยพูดกวนๆ ก่อนเดินออกจากห้องไป พร้อมๆ กับเสียงไลน์ในมือถือของเขมกรดังขึ้น มือหนาวางทุกอย่างแล้วหันไปหยิบดู 

“นี่ไลน์ฉันนะคะเจ้านาย มีอะไรเรียกใช้ได้ตลอดค่ะ” ข้อความปริศนาส่งมาพร้อมกับสติ๊กเกอร์ต่อท้าย เขมกรขมวดคิ้วก่อนเลื่อนมองรูปโพไฟล์ แล้วหลุดยิ้มออกมา เมื่อเธอถ่ายคู่กับแมวที่กำลังทำหน้าเอือมระอาอยู่ 

“ขนาดแมวยังไม่อยากอยู่ใกล้” เขาพึมพำ พร้อมเลื่อนดูโพไฟล์ของหญิงสาวอีกคนที่ดูหรูหรา นิ้วกดเข้าไปตรวจสอบที่คุยค้างไว้ เธออ่านไลน์แต่ไม่ยอมตอบ เบลล่าคือหญิงสาวที่เขมกรหลงรัก เพียบพร้อมด้วยฐานะและหน้าตา เขมกรแสดงสีหน้าเศร้าลงเมื่อเห็นทุกอย่างเงียบสนิท 

“เบล! เย็นนี้ทานข้าวกันไหมครับ” เธออ่านแต่ไม่ตอบ เป็นแบบนี้เสมอมานานหลายปี เขมกรหลงรักเบลล่าตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยที่อเมริกา เขาและเธอเป็นเพื่อนสนิทที่ใครๆ ต่างรู้ว่าเขมกรคิดกับเบลล่าเกินกว่านั้น เขาไม่เคยปิดบังความรู้สึกแม้แต่น้อย เป็นเธอเองต่างหากที่ปิดกั้นไม่เคยเปิดโอกาสให้ชายหนุ่มแม้สักครั้ง เขมกรกลืนน้ำลายพลางวางมือถือลงด้านข้าง รู้สึกใจหวิวอย่างบอกไม่ถูก สายตาคมเลื่อนมองออกไปที่วิวกว้าง  

ดารินเดินทางมาตามที่อยู่ที่เจ้านายได้ส่งให้ วันนี้เป็นวันแรกที่เธอจะเข้ามาพูดคุยกับเกี่ยวที่ดินทำเลทองนั้น หญิงสาวเดินมาหยุดที่หน้าบ้านหลังใหญ่ราวกับคฤหาสน์ ขนาดรั้วยังดูหรูหราราคาแพง ดารินสังเกตมองรอบๆ ก่อนก้มมองในมือถือ เมื่อแน่ใจแล้วว่าเป็นบ้านหลังนี้อย่างแน่นอน เธอจึงตัดสินใจกดกริ่งหน้าบ้าน 

“มาหาใครคะ” แม่บ้านชราสำรวจมองร่างบางของดารินอย่างแปลกใจ เพราะไม่คุ้นหน้า 

“ฉันมาจากบริษัทวีพีกรุ๊ปค่ะ ต้องการพบคุณรัตนา” ดารินส่งยิ้มหวานให้กับแม่บ้านชราคนดังกล่าว 

เสียงไลน์ในมือดังขึ้น เขมกรหลุดจากอาการเหม่อ หันกลับไปหยิบดู ยังไม่ทันที่เข้าเปิดอ่านเพียงแค่เห็นหน้าจอเป็นการตอบกลับจากเบลล่าเท่านั้น รอยยิ้มเข้มก็ปริออกมาในทันที 

“เจอกันที่ร้านเดิมเวลาเดิมนะ” หญิงสาวตอบกลับพร้อมสติ๊กเกอร์สีหวาน หัวใจเขาเบ่งบานออกมาในทันที รีบเร่งเคลียงานแล้วคว้ากุญแจรถหรูออกจากบริษัทไป ชายหนุ่มผิวขาวละเอียดมองตรงไปยังถนนเส้นตรง จุดหมายปลายทางคือใบหน้าแสนงดงามนั้น จะเรียกว่ารักแรกไม่ผิดนัก หลังจากเธอได้ครอบครองหัวใจเขาแล้ว ก็ไม่เคยมีพื้นที่เหลือว่างให้ใครอีก 

ชายหนุ่มเดินเข้ามาในร้านตรงไปยังโต๊ะที่จองไว้ทันที เขาเดินมาพบว่าโต๊ะตัวดังกล่าวยังว่างอยู่ ใช่! ทุกครั้งเป็นเขาที่ต้องมารอเธอเสมอ ร่างหนาเข้ามานั่งรอด้วยความหวัง 

“รับอะไรดีคะ” พนักงานหญิงเดินเข้ามาแล้วกล่าวถาม หลังจากเห็นชายหนุ่มนั่งรอมาพักใหญ่ โดยไม่มีวี่แววว่าใครจะมาเพิ่มอีก 

“ยังครับ พอดีผมรอเพื่อน” เขาตอบอย่างสุภาพ ก่อนที่หญิงพนักงานยิ้มรับแสดงความเข้าใจ ชายหนุ่มนั่งรอหญิงสาวมาอีกสักระยะ ก่อนจะก้มมองดูนาฬิกาที่ข้อมือ แล้วหยิบมือถือขึ้นมา 

“ฉันขอโทษนะ ฉันไปพบคุณไม่ได้แล้ว พอดีติดธุระด่วนค่ะ” เขมกรใจหายวาบ รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก มือหนาวางมือถือลงอย่างเบามือ แล้วหันเรียกพนักงาน เขาสั่งอาหารมาสองสามอย่างแล้วนั่งทานคนเดียว ทบทวนบางสิ่งบางอย่างอยู่หลายรอบ ดวงตาคมของคนหนุ่มฉายแววโศกเศร้าเช่นเดียวกับความรู้สึกเขาในตอนนี้ 

ทว่าไม่นานนักเสียงไลน์มือถือของเขมกรดังขึ้น เขาเหลือบมองพร้อมหยิบขึ้นมาเปิดดู พบว่าเป็นไลน์ของดาริน 

“เจ้านายคะ ทำไมคุณไม่บอกฉัน ว่าคุณรัตนาดุขนาดนี้” เขมกรขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนพิมพ์กลับไป 

“มันหน้าที่คุณ วันแรกก็โวยเสียแล้ว จะรอดไหม หรือจะถอนตัว” ไม่นานนักภาพของรินดาก็เด้งขึ้นมา เขมกรถึงกับสำลักน้ำสองสามครั้งก่อนจะคว้าทิชชู่ได้ทัน แล้วเลื่อนดูภาพของหญิงสาวให้แน่ใจ ภาพของหญิงสาวที่ตัวชุ่มไปด้วยน้ำ ผมเผ้ายุ่งเหยิงเครื่องสำอางบนใบหน้าไหลเยิ้ม ขอบตาดำราวกับหมีแพนด้านในสวนสัตว์ไม่ปาน เขากลั้นขำเต็มที ก่อนจะตั้งสติแล้วพิมพ์กลับ 

“จะให้ผมเรียกรถพยาบาลไหม” 

“เจ้านายคะ!” ไลน์ของหญิงสาวเด้งมาพร้อมสติ๊กเกอร์รูปแมวโกรธจัด เขายิ้มพลางส่ายศีรษะแล้ววางมือถือลง 

“คนอะไรดุชะมัด” ดารินหยิบทิชชู่ในกระเป๋าสบายใบเล็กขึ้นมาเช็ดที่หน้า พลางบ่นอุบหลังจากโดนหญิงแก่ เอาน้ำสาดไล่อย่างหมูหมา 

“ออกไปจากบ้านของฉัน” หญิงชราหันไปคว้ากระป๋องน้ำแล้วสาดตรงมายังตัวของดาริน เพียงพริบตาเดียวทุกอย่างก็เปียกปอนไปหมด เธออ้าปากค้างดวงตาเบิกกว้าง ยกมือน้อยๆ ขึ้นลูบใบหน้าพลางก้มมองที่ตัวอย่างคิดไม่ถึงว่าจะเข้ามาเจอกับสถานการณ์เช่นนี้ เพียงแค่เธอเข้าไปพบและแนะนำตัวเองว่ามาจากบริษัทวีพีกรุ๊ปเท่านั้น 

ดารินเหลือบตานึกถึงภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ถึงกับต้องถอนหายใจ ลากสภาพตัวเองเดินกลับ เพราะวันนี้คว้าน้ำเหลวไม่เป็นท่า 

“เจ้านายคะ ช่วยมารับหน่อยสิคะ” เสียงไลน์มือถือของเขมกรดังขึ้นเป็นครั้งที่สอง ในขณะที่เขากำลังเตรียมเช็กบิลเสร็จพอดี มือหนาคว้าแก้วน้ำมายกดื่ม ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นดู  

“ผมไม่ว่าง แค่นี้กลับเองไม่ได้หรือ” 

“ถ้ากลับเองได้ ฉันไม่รบกวนหรอกค่ะ ไม่มีแท็กซี่คันไหนจอดรับฉันเลย เพราะฉันตัวเปียก” 

“หาทางกลับเอง ผมไม่ว่าง” เขมกรกดปิดไลน์ไป หากแต่เสียงไลน์ดังขึ้นเป็นครั้งที่สามขัดจังหวะ 

“เจ้านายคะ ฉันจะเป็นลมตายอยู่แล้วค่ะ ฉันเดินมาเป็นกิโลแล้วนะคะ ถ้าฉันตายเจ้านายก็อย่าฝัน ว่าจะได้ที่ผืนนั้น” พร้อมกับสติ๊กเกอร์หมาลิ้นห้อยกลับมา เขมกรหลุดยิ้มเป็นครั้งที่สองก่อนที่เขาจะกดปิดไป แล้วทบทวนดูครู่หนึ่ง หากไม่ไปรับเธอก็ออกจะดูใจร้ายกับดารินไปเสียหน่อย ที่ปล่อยให้เธอต้องเดินเท้ากลับ ทว่าเสียงไลน์เจ้าปัญหายังคงดังอย่างต่อเนื่อง 

“ตัวยุ่งจริงๆ” เขมกรบ่นอุบ ก่อนจะรีบก้าวเท้าเดินออกจากร้านไป 

ดารินเดินมาได้อีกสักระยะ แล้วย่อตัวลงนั่งบริเวณฟุตบาทเพราะไม่สามารถเดินต่อไปได้อีก สองมือน้อยวนนวดทุบที่ขาเบาๆ ก่อนจะหันมาเปิดไลน์ของเจ้านาย ไม่มีท่าทีว่าเขาจะตอบกลับ หรือจะปล่อยให้เราเดินกลับแบบนี้จริงๆนะ หญิงสาวมุ่ยหน้าผิดหวังเพราะไม่รู้ว่าจะหาทางกลับบ้านอย่างไร 

“ปี๊ดๆ” เสียงแตรรถคันหรูเปิดไฟเลี้ยว แล้วเข้ามาจอดเทียบ เขมกรหันมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงบริเวณฟุตบาททำให้อดขำกับสภาพของเธอไม่ได้ หญิงสาวลากสังขารที่ชุ่มไปด้วยน้ำขึ้นรถอย่างทุลักทุเล โดยที่เจ้านายไม่แสดงอาการอะไร ได้แต่เปิดไฟเลี้ยวออกแล้วขับต่อไป 

“ทำไมไม่บอกฉันคะ คุณน่าจะบอกกันบ้าง ฉันจะได้เตรียมรับมือได้ นี่อะไรก้าวไปยังไม่ทันอ้าปาก ก็โดนน้ำสาดเปียกไปหมด ขำ? ขำอะไรคะ คุณขำฉันหรือคะ” ดารินหันมองชายหนุ่มที่กำลังทำท่ากลั่นขำ ยิ่งทำให้หญิงสาวถึงจุดเดือนมากขึ้นไปอีก 

“ผมก็คิดว่าคุณจะเก่ง เอาตัวรอดได้ ไม่นึกว่าจะออกมาในสภาพนี้” 

“แสดงว่าคุณรู้อยู่เต็มอก ว่าคุณรัตนาเป็นคนแบบไหน” ชายหนุ่มพยักหน้าเคล้ารอยยิ้ม 

“รู้ทั้งรู้ แต่ก็ยังไม่บอกฉัน คุณเป็นคนยังไงกันแน่คะ” 

“นี่..เลิกบ่นเสียที ผมอุส่ามารับด้วยตัวเอง ไม่ปล่อยให้เดินกลับบ้าน เบาะรถผมก็เปียก ยังว่าไม่ดีอีกหรือ และก็ไม่ได้ให้คุณทำฟรีๆ เสียหน่อย หรือจะไม่ทำ ข้อตกลงของเราจะได้เป็นโมฆะ เอาไหม” ดารินกะพริบตา ทบทวนก่อนจะหุบปากกัดฟันนิ่งไม่สบอารมณ์ เขมกรเหลือบมองหญิงสาวที่นั่งหน้ามุ่ยอยู่ด้านข้าง หน้าตาของเธอในตอนนี้ราวกับลูกหมาตกน้ำดีๆ นี่เอง  

ความคิดเห็น