facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 53 รอบชิงชนะเลิศ (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 53 รอบชิงชนะเลิศ (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 312

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ย. 2563 16:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 53 รอบชิงชนะเลิศ (2)
แบบอักษร

ตอนที่ 53

 

“ทรงร่าง... สมิงขาว!!” 

 

ซุน แผดเสียงคำรามดุจเจ้าพยัคฆ์!! สร้างแรงระเบิดจากเสียงคำราม ทำให้ชั้นบรรยากาศโดยรอบกายขยายตัวรุนแรง หักล้างคลื่นดาบที่พวยพุ่ง...  

 

“!!!!!!!!!!” หานเฉียง เบิกตากว้างขึ้น  

 

เพียงสายตาที่ ซุน จ้องมองมายังทำให้ หานเฉียง ขนลุกชูชันโดยไร้สาเหตุ... 

 

กล้ามเนื้อของ ซุน เต้นกระตุกไปมาราวกับมีในมวลที่แตกต่างไปจากมนุษย์ สัมผัสได้ถึงความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ กระดูก และข้อต่อที่ได้รับการพัฒนา ยิ่งมีพื้นฐานลมปราณสูงขึ้น การทรงร่างก็ดูเหมือนจะยิ่งเพิ่มศักยภาพเกินคาดเดา ดวงตาสีทองดุจบุษราคัม เขม็งมองตรงมายัง หานเฉียง มิต่างเหยื่ออับโชค 

 

กลิ่นอายและเอกลักษณ์ที่ ซุน แผ่ล้น ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่จะทำให้ถูกเข้าใจผิด... หานเต้าหยี ที่แก่ประสบการณ์ในยุทธภพมาไม่น้อย ยังเผลอลุกยืนจากที่นั่งบนอัฒจันทร์ นัยน์ตาสั่นไหวกับสิ่งที่พบเห็น... 

“บะ...บ้าน่า!! ร่างสถิต งั้นหรือ!!” 

 

ฉีเฟยเทียน และ ฉีเฟยหลง เหลียวหันมองหน้ากัน ด้วยความตกตะลึง... จะมีก็แต่ ซ่งไห่เฟิง ที่รู้อยู่ก่อนแล้วว่าทักษะที่ ซุน ใช้นั้นเป็นเพียงทักษะที่คล้ายคลึงกับร่างสถิตเท่านั้น แต่ก็ยังอดที่จะทึ่งไม่ได้ในทุก ๆ ครั้งที่ได้เห็นมัน... 

 

บนเวทีประลอง... หานเฉียง กำดาบแนบแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว 

“เจ้านี่มันตัวอะไรกัน!!” 

 

ซุน ที่แผ่ซ่านกลิ่นอายสัตว์ร้าย ย่างก้าวไร้สุ้มเสียง เดินตรงมายัง หานเฉียง อย่างไม่เร่งร้อน มีเพียงสายตาเท่านั้นที่ประหนึ่งเชือดเฉือนจิตใจของ หานเฉียง ไปบางส่วนแล้ว... ปลายดาบผ่าวายุสั่นไหวอย่างไม่อาจห้ามปราม ก่อนที่ชายหนุ่มจะแผดเสียงร้องออกมาก้องดัง เรียกความฮึกเหิม ทำลายบรรยากาศที่คุกคามตน... 

 

“ไม่ว่าเจ้าจะเป็นอะไร ข้าก็จะไม่แพ้!!” หานเฉียง สวมหัวใจราชสีห์ ฟาดฟันคลื่นดาบพลางพุ่งตัวเข้าหา เหยาซุน เป็นครั้งแรก!! 

 

คลื่นวายุที่มองดูพล่าเลือนไม่ชัดเจน ถาโถมเข้ามาดุจกระแสลมสังหาร... ร่างทรงพยัคฆ์กดหัวคิ้วลงต่ำ ก่อนที่มือทั้งสองข้าง ข้าทั้งสองข้าง จะก่อเกิดภาพเงาของขวานสี่เล่ม!! คำรามเสียงพร้อมกระโจมฟาดฟันมือเท้า หักล้างคลื่นดาบ!! 

 

ทั่วร่างของ ซุน ยังผุดรอยสักสีเขียวเข้มขึ้นมาอีกหลายส่วนบนผิวหนัง พิจารณาอยู่ไกล ๆ เมื่อผสมผสานกับกลิ่นอายพยัคฆ์ในตอนนี้ รอยสักที่ผุดขึ้นมิต่างอันใดกับลายพาดกลอน ของเสือโคร่ง 

 

“อาคมโบราณ... คงกระพัน ชาตรี!! 

 

ตูม! ตูม! ตูม! 

 

ซุน พุ่งตัวฝ่าคลื่นดาบผ่าวายุเข้าไปโดยไม่หวั่นเกรง!! 

“อะไรกัน!!” หานเฉียงเบิกตากว้างตกตะลึง 

 

อาคมโบราณที่ ซุน เรียนรู้มาจากโลกเดิม มีพลังไม่ด้อยไปกว่าวิชาอักขระกำกับของดินแดนแห่งนี้ อาคมคงกระพันทำให้ผิวกายของ ซุน ทวีความเหนียวแน่นปกป้องคมอาวุธต่าง ๆ จนการฟันการแทงยากที่จะเรียกโลหิตจากร่าง...  

 

ส่วนอาคม ชาตรี ใช้ลดทอนอำนาจทำลายที่ปะทะบนร่าง จากที่รุนแรงหลงเหลือเพียงแผ่วเบา ถูกค้อนทุบยังรู้สึกเท่านวมทุบ!! ทั้งยังสามารถควบคุมประสาทความเจ็บปวดให้ด้านชา เมื่อไร้ความเจ็บปวด ย่อมไร้ซึ่งความหวาดกลัว!!  

 

เมื่อสองอาคมโบราณเข้าประสานรวมกัน แม้จะทำให้ ซุน สูญเสียพลังวิญญาณและตบะไปเป็นจำนวนมาก แต่อาคมคุ้มกายของ ซุน ในตอนนี้ ก็เทียบเท่าทักษะปราณคุ้มกันในระดับยอดฝีมือ คลื่นดาบผ่าวายุ แม้จะปะทะร่างตรง ๆ ก็ไม่อาจสร้างบาดแผลหรือความเจ็บปวดใด ๆ ได้อีกต่อไป 

 

ซุน เปลี่ยนร่างกายตนเองเป็นประหนึ่งศาสตรา!!  

เข้าสู่ระยะประชิด หานเฉียง เป็นครั้งแรก!! 

 

ตวัดเท้าสร้างเงาขวาน กระแทกเข้าชายโครงของ หานเฉียง เต็มเปา!! ความรุนแรงมิต่างถูกจามเข้าด้วย ขวานศิลา ทะลวงปราณคุ้มกันทั้งหมดของ หานเฉียง 

 

ตูม!! 

 

หานเฉียง แผดเสียงร้องระงมด้วยความเจ็บปวด กระดูกซี่โครงเกิดรอยร้าวทันทีอย่างน้อยสองซี่ มันไม่เคยถูกเพลงเตะที่หนักหน่วงเช่นนี้มาก่อน!! ซุน พุ่งเข้าไปหมายซ้ำเติม หากแต่ หานเฉียง ยังเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ ยังฟาดฟันดาบผ่าวายุสวนกลับมาได้ 

 

คมดาบฉีกอาภรณ์ของ ซุน จนขาดวิ่น!!  

ทั้งยังเกิดรอยแดงเป็นทางยาวตามรัศมีคมดาบ... 

 

ซุน ไม่กล้าประมาท หากเป็นศาสตราชั้นสามัญ ก็ยังพอมั่นใจว่าวิชาคงกระพันจะสามารถป้องกันได้ แต่เมื่อศาสตราในมือของอีกฝ่าย คือ อาวุธอักขระ พลังของมันเทียบเคียงดาบที่กำกับอาคมดี ๆ นี่เอง หากอีกฝ่ายผสานเข้ากับเพลงดาบระดับสูงด้วยแล้วล่ะก็ วิชาคงกระพัน ก็คงยากที่จะต้านทานได้สมบูรณ์... 

 

ทั้งสองฝ่ายร่นถอย ผละออกจากกัน... แต่ผลการปะทะครั้งนี้ กล่าวได้เต็มปากว่า ซุน ช่วงชิงความได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด!! ทั้งความหลากหลายของเคล็ดวิชา ความคล่องตัว พลังสมาธิ หรือแม้แต่การตัดสินใจ ซุน มีเหนือกว่า หานเฉียง ทั้งสิ้น ขาดก็แต่เพียงศาสตราเท่านั้นที่เป็นรองอย่างมาก... 

 

หานเฉียง ใบหน้าซีดเผือด กุมมือที่ชายโครงด้วยความเจ็บปวด... 

“เป็นไปได้ยังไงกัน!! ทั้งที่ข้ามีดาบผ่าวายุในมือ แต่เหตุใดยังไม่อาจมีเปรียบเหนือเจ้าเด็กนั่น!!” 

 

ซุน หายใจหอบหนักกายร้อนรุ่ม แน่นอนว่าเด็กหนุ่ม ไม่อาจคงสภาพเช่นนี้ได้ยาวนานนัก หากไม่รีบจบศึก อาจทำให้พลังวิญญาณและพลังตบะหมดสิ้นลงก่อนพลังลมปราณในร่างเสียอีก ทั้งอาคมที่คุ้มกายและการทรงร่างสมิงขาว ล้วนแล้วแต่จะสลายหายไป... 

 

เมื่อไม่อาจรอช้า ก็กระโจนทะยานเข้าหาทันที!! 

 

หานเฉียง ที่ยังไม่สิ้นหวัง ตวัดดาบสวนกลับอีกครั้ง ซุน เลี่ยงหลบอย่างรวดเร็วโดยอาศัยเพียงสัญชาตญาณอันเฉียบคม ตะบันหน้าของ หานเฉียง ถนัดมือ!! อีกทั้งยังประเคนมือเท้ากระหน่ำเข้าหา ไม่เว้นว่างให้ หานเฉียง ได้หายใจ 

 

ตูม! ตูม! ตูม! 

 

สติสัมปชัญญะของ หานเฉียง แทบจะกระเด็นตามแรงปะทะ มีก็แต่โทสะและความฮึกเหิมคอยประคองจิตใจให้ตั้งมั่น กัดขบฟันกำดาบหมุนควงรอบตัวสร้างอาณาเขตตนเองผลักดันให้ ซุน ต้องฉากถอยไปอีกครั้ง... 

 

“สารเลว เหยาซุน ข้าจะฆ่าเจ้าให้ได้!!” หานเฉียง พุ่งตรงเข้าหาในสภาพที่ยับเยิน ยกดาบชูสูงตั้งกระบวน 

 

“เพลงดาบตระกูลหาน วายุแยกสมุทร!!” 

 

ซุน กดหัวคิ้วลงต่ำทันที สมกับเป็นเคล็ดวิชาชั้นสูงที่ไม่ด้อยไปกว่า เพลงขวานวายุตระกูลซ่ง เป็นการโจมตีที่ยากจะหลบเลี่ยง หากแต่เจ้าตัวก็เชื่อมั่นว่าไม่มีความจำเป็นต้องหลบ ยกฝ่ามือสองข้างขึ้นเบื้องหน้า... 

 

เลือกใช้ทักษะแสนอันตราย อย่างฝ่ามือประกบดาบ!! 

 

ซุน ใช้กำลังแขนหยุดสภาวะดาบที่ฟาดฟันลงมาได้สำเร็จ ก่อนจะค้างชะงักอยู่ในท่วงท่าเช่นนั้น กลายเป็นการเปรียบวัดพลังระหว่างผู้ถือดาบ และผู้รับดาบ ไปโดยปริยาย... ซึ่งแน่นอนว่า การเปรียบวัดในลักษณะนี้ ซุน ที่เปี่ยมไปด้วยพละกำลังจากการฝึก ขวานศิลา ไหนเลยที่จะด้อยกว่า เริ่มเป็นฝ่ายผลักดัน หานเฉียง จากองศาดาบที่โน้มเข้ามา ค่อย ๆ ถูกผลักจนตั้งตรง และกำลังจะดันกลับไป... 

 

แต่ทว่า... หานเฉียง ตัดสินใจกลืนโอสถปลุกชีพจรที่แอบซ่อนไว้!! เพียงไม่สามลมหายใจเข้าออกเท่านั้น ลมปราณอันมหาศาลก็ถูกระเบิดขึ้น!! จากชนชั้นลมปราณสีน้ำเงินขั้นที่ 9 ของ หานเฉียง ก้าวเข้าสู่ชนชั้นลมปราณสีเขียวในทันที 

 

การเปลี่ยนแปลงในฉับพลันนี้ ทำให้ ซุน ถึงกับใบหน้าซีดเผือด... หานเฉียง แสยะยิ้มชั่วร้าย แม้จะต้องเผชิญผลข้างเคียงจากโอสถลับ แต่ก็รู้สึกดีกว่าต้องพ่ายแพ้... 

“บอกแล้วยังไง ว่าข้าจะฆ่าเจ้า!!” 

 

หานเฉียง ใส่พลังทั้งหมดลงไปที่ตัวดาบ การเพิ่มพูนของพลังที่กะทันหัน ทำให้ ซุน ไม่อาจรับมือได้อีกต่อไปจนดาบหลุดจากมือที่ประกบ ถูกคมดาบปาดเฉือนเข้าที่ไหล่ซ้าย ลากยาวไปถึงเอวด้านขวา เป็นการเสียโลหิตครั้งแรกในการประลอง ทั้งยังเป็นบาดแผลฉกรรจ์ขนาดใหญ่อีกด้วย!! 

 

ฉัวะ!! 

 

ซุน ถูกผลักจนถลาถอยออกมา บาดแผลลึกเข้าไปในผิวหนังราวครึ่งนิ้ว แน่นอนว่า ซุน แทบไม่รู้สึกเจ็บปวดกับบาดแผลนี้จากอาคมชาตรี แต่ก็มิใช่ว่ามันจะไม่เกิดผลร้าย... อวัยวะภายในและกระดูกยังไม่ได้รับความเสียหาย แต่โลหิตที่อาบท่วมเช่นนี้ย่อมมิใช่เรื่องดี... 

 

“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! เจ้าต้องตาย!!” หานเฉียง แผดเสียงก้องดังขึ้น 

 

กรรมการเหลียวมองมายัง ซุน ในทันที... หาก ซุน ทรุดตัวลงหรือสีหน้าย่ำแย่ คงจำเป็นต้องหยุดการประลองตามกฎ  

 

แต่ทว่า... ซุน เหลือบมองกรรมการกลับไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย... 

“ข้าไม่เป็นไร ยังสู้ต่อไปได้...” 

 

เมื่อเจ้าตัวเอ่ยเช่นนั้น กรรมการ จึงเบาใจ ยินยอมให้สู้ต่อ... 

 

ซุน หยิบเอาสุราเต้าหนึ่งออกมาจากแหวนมิติ ยกกระดกไว้ในปากก่อนจะพ่นใส่บาดแผลของตน... เลือดที่กำลังไหลนอง ค่อย ๆ หยุดลงอย่างน่าอัศจรรย์ ทั้งยังปรากฏเยื้อบาง ๆ สมานแผลเอาไว้ชั่วคราว แววตาของ ซุน เริ่มที่จะมีโทสะขึ้นบ้างแล้ว... 

 

จากการเปลี่ยนแปลงของ หานเฉียง ที่ระเบิดพลังขึ้นมา ซุน รู้ได้ทันทีว่าคงเกิดจากฤทธิ์ของยาหรือโอสถบางอย่าง เพราะ ซุน ก็สามารถทำเช่นนั้นได้ หากเลือกสุราประเภทที่เหมาะสมนำมาหยิบใช้ แต่มันไม่ได้อยู่ในความคิดของ ซุน แม้แต่น้อย จากผลข้างเคียงก็น่ากลัวเกินกว่า และการประลองนี้ก็ไม่ได้ถึงขั้นเอาชีวิตเป็นเดิมพัน... 

 

ซุน ฉีกอาภรณ์ที่ขาดวิ่นของตนออกมา เผยให้เห็นถึงร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อกระชับเป็นเส้น ถึงจะมิได้กำยำล่ำสัน แต่ก็นับว่าสันทัดเข้ารูป จนเหล่าหญิงสาวหลายคนใบหน้าแดงระเรื่อเพียงจ้องมอง  

 

รอยสักที่มีอยู่เต็มแผ่นหลัง ร่วมถึงร่างกายในส่วนต่าง ๆ ทั้งหัวไหล่ และกลางหน้าอก มันเป็นความแปลกตาที่ไม่มีให้พบเห็นโดยง่ายในดินแดนแห่งนี้ และมันทำให้ ซุน ดูมีเอกลักษณ์ที่น่าเกรงขามยิ่ง ดูเป็นบุรุษที่มีความเต็มไปด้วยปริศนา 

 

สายตาที่ ซุน เขม็งมองมายัง หานเฉียง เต็มไปได้โทสะ... 

“ดูท่า เจ้าจะอยากฆ่าข้ามากเลยงั้นสินะ... เช่นนั้นก็จงสำเหนียกในใจเอาไว้ด้วย ว่าทันทีที่เจ้าหันปลายดาบเข้าหาผู้อื่น ต้องเผื่อใจที่จะถูกคมดาบเข้าเล่นงานตนเองเช่นเดียวกัน!!” 

 

จังหวะนั้นเองที่ ซุน ระเบิดพลังอันมหาศาลออกมา เงาร่างของสมิงขาว ถูกถอดถอนจากกายหยาบ กลับเข้าสู่รอยสักที่ด้านหลัง แต่สิ่งที่ปรากฏเข้ามาแทนที่คือเงาร่างของ กระทิงเผือก ขนาดใหญ่!! 

 

“ทรงร่าง... มหิงสา!!” 

 

เมื่อวิญญาณสัตว์ร้ายต่างชนิดสวมร่าง กล้ามเนื้อของเด็กหนุ่มก็มีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย จากที่เคยสันทัดเข้ารูป เริ่มฉุพองขยายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แปรเปลี่ยนเป็นกำยำขึ้นอีกขั้น ดวงตาสีบุษราคัม กลายเป็นสีทับทิมแดงสด!! พุ่งตรงเข้าหา หานเฉียง ประหนึ่งกระทิงเปลี่ยวที่คลุ้มคลั่ง!! 

 

“เข้ามา!!” หานเฉียง แผดเสียงพร้อมฟาดฟันคลื่นดาบ 

 

ซุน ระเบิดกำลังขาอย่างรุนแรง ทะยานร่างลอยสูงจากพื้นนับสิบศอก(5 เมตร) หลบเลี่ยงคลื่นดาบทั้งหมดพร้อมกัน... หานเฉียง แสยะยิ้มขึ้นทันที เนื่องจากสภาพที่ไม่แตะพื้นเช่นนั้น ย่อมแปลว่า ซุน หมดโอกาสที่จะหลบเลี่ยงในกระบวนท่าต่อไป... 

 

หานเฉียง รีดเค้นพลังทั้งหมดใส่ลงในตัวดาบจนสั่นไหว... 

“เพลงดาบตระกูลหาน คลื่นวายุแยกบรรพต!!” 

 

คลื่นดาบที่ใหญ่กว่าปกตินับสิบเท่า พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าตรงเข้าหา ซุน ที่ไม่มีโอกาสหลบเลี่ยง... รอยยิ้มชั่วร้ายที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในชัยชนะ ได้ปรากฏขึ้นกับ หานเฉียง... 

 

แต่ทว่า...  

 

เมื่อคลื่นดาบตรงเข้ามาใกล้ ดวงตาของ ซุน พลันเจิดจรัส พร้อมกับประกายแหวนมิติที่สาดส่อง... ขวานโบราณขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นในมือ อาศัยน้ำหนักมหาศาลที่ทิ้งลงมา ประสานเข้ากับเพลงขวานวายุตระกูลซ่ง... 

 

“บดทำลาย!!” 

 

ตูม!! 

 

คลื่นดาบขนาดใหญ่ถูกทำลายลงในพริบตา!! หากแต่กระบวนท่าอันทรงพลังจากเพลงขวานกลับมิได้ลดน้อยลงเลย พุ่งตรงเข้าหา หานเฉียง ที่แสดงใบหน้าซีดเผือดอยู่เบื้องล่าง ทางเดียวที่มันคิดขึ้นได้ คือการยก ดาบผ่าวายุ ขึ้นป้องกันตนเอง... 

 

เกิดการปะทะที่รุนแรงระหว่างสองศาสตราอักขระ!! 

 

พริบตานั้น... ดาบในมือ หานเฉียง ได้ถูกทำลายลง!! ก่อนที่คมขวานจะปาดเฉือนร่างของชายหนุ่ม จากตำแหน่งหัวไหล่ซ้ายลากยาวไปจนถึงเอวด้านขวา เป็นบาดแผลลักษณะเดียวกับ ซุน ก่อนหน้านี้  

 

โลหิตสาดกระจายเต็มพื้นเวทีประลอง!! 

พร้อมกับเสียงโหยหวนของ หานเฉียง... 

 

.......................................  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว