teepasikha
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : กฎสามข้อ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 25

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ย. 2563 09:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กฎสามข้อ
แบบอักษร

“ก็กินอาหารที่ไหน ไม่อร่อยเท่าฝีมือแม่นี่คะ” หญิงชรายิ้มพร้อมกับยกมือขึ้นมาลูบศีรษะ ด้วยความเอ็นดู ดารินเป็นสิ่งเดียวที่มารดาใช้ยึดเหนี่ยวจิตใจในยามท้อแท้ รู้สึกโดดเดี่ยว ดวงตาเหี่ยวย่นมองลูกสาวทานอาหารอย่างมีความสุข ก่อนจะเบนสายตาไปทางอื่น 

“แม่กินยาหรือยังคะ” เธอนึกได้จึงเอ่ยเตือน 

“เรียบร้อยแล้ว” คำตอบของหญิงชราสั่นเครือเล็กน้อย ทว่าดวงตานั้น มองบางอย่างในมือไม่ไหวติง ดารินเหลือบมองตาม พลางกลืนอาหารแล้วค่อยๆ ถามอย่างอ่อนโยน 

“แม่เอาเสื้อพ่อมาทำไมคะ จะเย็บหรือคะ” หญิงชรายังคงจับจ้อง เสื้อที่สามีใช้ใส่นอนทุกคืนด้วยแววตาเศร้าสร้อย 

“ก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่าถือไว้มันอุ่นใจดี” ดารินใจหายวาบ อาการของมารดาไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น ก่อนจะปั้นยิ้มแล้วตักอาหารเข้าปากต่อ 

“คืนนี้รินขอนอนกับแม่ด้วยนะคะ” หญิงสาวทำเสียงออดอ้อน ก่อนที่หญิงชรายกมือขึ้นลูบศีรษะพยักหน้า แล้วเดินขึ้นห้องไป ภายใต้รอยยิ้มแสนหวานดารินหัวใจหล่นวูบ หากมารดารู้ความจริงว่าบ้านหลังนี้กำลังถูกยึด นั่นคือหายนะที่กำลังเกิดขึ้นในภายหน้า 

สองเท้าเดินฉับๆ ตรงไปยังบริษัทวีพีกรุ๊ป วันนี้ดารินแต่งตัวจัดเต็มตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ผมถูกรวบเก็บไว้อย่างเรียบร้อย เธอเตรียมตัวมาอย่างดีในชุดกระโปรงสีทึบยาวเหนือเข่าเล็กน้อย พร้อมด้วยส้นสูงกำลังพอดี หลังจากเดินเลย รปภ.คนเดิมมาได้สองก้าว หญิงสาวตัดสินใจถอยหลังกลับ แล้วปล่อยยิ้มให้เขาหนึ่งครั้ง 

“วันนี้ไม่กักตัวดิฉันหรือคะ” รปภ.หน้าเจื่อนเล็กน้อย ก่อนจะส่ายศีรษะ 

“คุณเขมอนุญาตให้คุณเข้าไปได้ เชิญครับ” 

“ว้า...วันนี้ไม่สนุกเลย” หญิงสาวในชุดพร้อมทำงาน ปล่อยยิ้มหวานแบบกวนๆ แล้วเดินเข้าตึก ความสุขเล็กๆ น้อยๆ เกิดขึ้นระหว่างวัน พอให้ได้คลายเครียดไปได้บ้าง ดารินกดลิฟต์ไปยังชั้นยี่สิบสามเธอจำได้อย่างแม่นยำ 

ดวงตาสวยฉายแววมุ่งมั่น ไม่ว่าข้อเสนอของนายเขมกรเป็นอะไรก็ตาม หากเป็นการแลกกับบ้านหลังนั้น เธอยินดีตอบรับอย่างไม่มีข้อแม้ เสียงลิฟต์ส่งสัญญาณเปิดออก สองเท้าก้าวออกมาอย่างมั่นคง ก่อนสะดุดจนเกือบล้ม เพราะร่างสูงของใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขาคือพชรนัย ชายหนุ่มที่ทำให้หัวใจของดารินเต้นรัวถี่ไม่เป็นจังหวะ “พ่อลีจงซอกเมืองไทย” ใช่! ดารินตั้งฉายาให้เขาแล้วในนาทีนี้ ดวงตาหวานมองชายหนุ่มนิ่งไม่ไหวติง 

“คุณนั่นเอง เข้ามาได้ยังไง นายเขมห้ามให้คุณเข้ามาแล้วนี่ครับ” ร่างสูงขมวดคิ้วถามเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่ม อย่างแปลกใจ 

“คุณ!” พชรนัยดีดนิ้วเรียกสติ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวเหม่อลอย พร้อมทำตาหวานเยิ้มใส่เขาอยู่ 

“อ่อ..เอ่อ...นายเขม...ไม่ใช่สิ คุณเขมเรียกดิฉันเข้ามาพบค่ะ” พชรนัยยิ่งขมวดคิ้วหนักเข้าไปใหญ่ ก็ไหนตั้งมั่นเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าไม่สนใจเรื่องนี้แล้ว 

“ถ้างั้นดิฉันขอตัวก่อนนะคะ เลยมาหลายนาทีแล้ว” ดารินก้มมองนาฬิกาตัวจิ๋วที่ข้อมือ พลางขยับเท้าเบี่ยงออกด้วยกิริยารีบร้อน พชรนัยมองตามร่างเล็กที่เดินห่างออกไป พร้อมกับความมึนงงของตัวเอง แล้วตัดใจเดินเข้าลิฟต์ไป สองเท้าเล็กเดินมาหยุดครู่หนึ่ง ยืนมองประตูห้องผู้บริหารเพื่อตั้งสติ ก่อนรวบรวมความกล้าแล้วผลักเข้าไป 

“เอาล่ะ ไปสืบเรื่องทั้งหมดมาให้ผม ไปได้ละ” พนักงานชายก้มหน้าเล็กน้อยรับคำสั่ง แล้วเดินเบี่ยงออกจากห้องไป ดารินมองตามชายปริศนา ก่อนจะเดินเข้ามาหาเขมกรด้วยความใคร่รู้ ว่าข้อเสนอของเขานั้นคืออะไร 

 “นั่งสิ” ชายหนุ่มรูปงามยกเรียวปาก แล้วผายมือเชิญให้นั่งด้านหน้า เขาพิจารณารูปร่างหน้าตาผิวพรรณของหญิงสาวครู่หนึ่งจึงเริ่มเปิดเรื่องสนทนา 

“คุณพร้อมที่จะทำงานกับผมหรือยัง” 

“พร้อมค่ะ แต่...”  

“พูดมา” เมื่อเห็นว่าเธออ้ำอึ้ง เขาจึงเป็นฝ่ายเปิด 

 “ฉันมีข้อแม้อย่างหนึ่ง ถ้าฉันทำงานให้คุณ ขอฉันรับเงินเดือนด้วยได้ไหมคะ เพราะฉันต้องลาออกจากเก่าด้วยเหมือนกัน” ดารินพูดจาฉะฉาน ดวงตากลมมองเขมกรด้วยแววตามั่นใจ  

“เท่าไหร่” น้ำคำราบเรียบของชายหนุ่มสุดขรึม ไม่มีท่าทีสะท้านกับคำขอของเธอ 

“สองหมื่นค่ะ ฉันขอเท่าที่เก่า” เขมกรขมวดคิ้ว พลางวางปากกาในมือ แล้วเอนหลังพิงเก้าอี้ในท่าสบาย  

“ที่เก่าคุณหมื่นแปดไม่ใช่หรือ และคุณก็ไม่ได้ลาออก แต่เป็นการปลดพนักงานออก คุณตกงานก่อนมาเจอผม” เขมกรพูดด้วยโทนเสียงราบเรียบเช่นเดิม ไม่มีท่าทีว่าจะตำหนิหรือดุด่าอะไร แต่นั่นทำให้ดารินหน้าชาราวกับถูกตบ จากที่เคยสบตาด้วยความมั่นใจ กลับแปรเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด แววตาลอกแลกของดารินกำลังถูกสายตาคมจับจ้องอยู่ เหมือนนกตัวน้อยที่อยู่ภายใต้กรงเล็กของแมวตัวใหญ่  

“ผมให้คนไปสืบเรื่องของคุณ ไม่มีอะไรที่คุณปิดผมได้ เพราะงั้นเวลาคุยกับผมกรุณาอย่าโกหก” น้ำเสียงนิ่มละมุนแสนสุขุม ทำให้ดารินสลดลง ไม่คิดว่านายเขมกรจะเข้มงวดถึงเพียงนี้ 

“ต้องทำขนาดนี้เลยหรือ” หญิงสาวพึมพำ  

“ผมได้ยินนะ”  

“ขอโทษค่ะ” เธอถอนลมหายใจแล้วเอ่ยปากขอโทษ ดูเหมือนหายใจยังผิดเลยในตอนนี้ ดวงตาเข้มมองหญิงสาวตาไม่กะพริบ เขาไม่มั่นใจนักว่าหล่อนจะทำงานที่มอบหมายได้ไหม แต่ในเมื่อเธอเข้ามาได้จังหวะพอดีกับที่เขาต้องการ ที่แปลงนั้นเพื่อทำห้างสรรพสินค้า การใช้คนที่กำลังจนตรอกแบบดารินเหมาะกับงานนี้มากที่สุด 

 “แล้วตกลงนายจะให้ฉันทำงานอะไร” เสียงเล็กเอ่ยถาม หลังจากถูกจ้องหน้ามาครู่ใหญ่ 

“ก่อนจะเริ่มงาน ผมมีกฎให้คุณปฏิบัติตาม” 

“กฎอะไรคะ” 

“หนึ่ง! อย่างเรียกผมว่านาย ให้เรียกว่า คุณ “ หญิงสาวอ้าปากก่อนจะหุบลงแล้วพยักหน้า ข้อนี้ไม่ยากเท่าไหร่  

“สอง ห้ามพูดคุยกับพนักงานคนอื่น เกี่ยวกับงานที่คุณได้รับมอบหมาย ทุกอย่างต้องเป็นความลับ” 

“และสาม ถ้าไม่จำเป็นไม่ต้องมาพบผมที่บริษัทนี้ ให้เราเจอกันที่อื่น คุณทำตามกฎสามข้อนี้ได้ไหม” ดารินยิ้มอย่างมั่นใจพลางกอดอก 

“ได้ค่ะ ขอแค่คุณเขมรับปาก ว่าคุณจะถอนบังคับคดีให้ ดิฉันยอมทำทุกอย่างค่ะ” 

“ดี และนี่คืองานทั้งหมด คุณลองเปิดดูก่อน” ประธานหนุ่มวางแฟ้มเอกสารสีดำตรงหน้า มือบางเล็กเลื่อนหยิบเข้าหาตัว แล้วเปิดดูช้าๆ เห็นเป็นภาพพื้นที่ผืนหนึ่ง ลักษณะค่อนข้างใหญ่โต เปิดไปอีกหน้าหนึ่งเป็นรูปของหญิงชราผมขาวเกือบทั่วศีรษะ 

“ใครคะ”  

“เป็นเจ้าของที่ผืนนั้น” 

“แล้ว?” น้ำเสียงคล้ายสงสัย 

“ผมต้องการที่ผืนนั้น มาทำเป็นห้างสรรพสินค้า หน้าที่ของคุณคือ ทำอย่างไรก็ได้ให้ผมได้ที่ผืนนั้นมาครอบครอง” 

“สบายมากค่ะ” ดารินตอบรับด้วยความมั่นใจเช่นเดิม 

“ผมยังพูดไม่จบ มีข้อแม้ว่าคุณต้องทำให้สำเร็จภายในหกเดือน ผมมีเวลาให้เท่านี้ ถ้าคุณทำสำเร็จถือว่าข้อตกลงของเราเป็นผล ผมจะคืนบ้านให้คุณตามสัญญา” ดวงตาคมมองหญิงสาวด้วยสายตาตั้งมั่นแน่วแน่ 

“แต่ถ้าคุณทำไม่สำเร็จ ข้อตกลงของเราถือเป็นโมฆะ” ข้อเสนอของเขมกรเพิ่มความกดดันให้หญิงสาวไม่น้อย เธอมีเพียงทางเลือกเดียวนั่นคือทำทุกอย่างให้สำเร็จ ห้ามผิดพลาด ดารินมองตาเจ้านายแล้วพยักหน้ารับอย่างตั้งมั่น ก่อนที่เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้น ร่างของพชรนัยเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้ม ดารินถึงกับต้องก้มหน้ามุด เห็นหน้าเขาทีไรทำไมบังคับหัวใจไม่ให้เต้นแรงแบบนี้ไม่ได้ มือบางยกขึ้นมาจับดูจังหวะหัวใจ  

“เบาหน่อยลูก รู้แล้วว่าชอบเขา” หญิงสาวกระซิบบอกตัวเอง 

ความคิดเห็น